ตอนที่ 40 เซียวหมิงเยวี่ยอยู่อย่างเงียบเชียบ
ตกบ่ายเซียวหมิงเยวี่ยเข้าไปในมิติอีกครั้ง น้ำแกงไก่ที่เคี่ยวไว้ได้ที่พอดี กลิ่นหอมของมันลอยอบอวลในอากาศ ฟู่กุ้ยกินอย่างมีความสุข ไม่เหลือน้ำสักหยด
เธอกลายเป็นหญิงสาวชาวสวน ทำงานในสวนตามกิจวัตร ง่วนอยู่ในแปลงผักและสวนผลไม้อยู่ราวสองชั่วโมง ให้อาหารสัตว์ก่อนออกมาจากมิติ
ตกเย็นครอบครัวมารวมตัวกันกินมื้อค่ำ พ่อเซียวเป็นห่วง กลัวว่าแม่เซียวจะหวาดกลัว จึงปิดบังเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเอาไว้
“วันนี้อาหารเต็มโต๊ะไปหมด! ฉลองที่ฉันทำงานวันแรกเหรอ?” แม่เซียวถามพร้อมรอยยิ้ม
ยายยิ้มพลางคีบหมูสามชั้นให้ “ใช่แล้ว ลูกสาวแม่ทำงานหนัก ต้องกินให้มากเข้าไว้”
นอกจากฉลองที่แม่เซียวทำงานวันแรกแล้ว จุดประสงค์หลักคือการปลอบขวัญเซียวหมิงเยวี่ย เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นวันนี้น่ากลัวมาก
“แม่คะ วันนี้ทำงานเป็นยังไงบ้าง?” เซียวหมิงเยวี่ยถาม
“ค่อนข้างดีเลย ผู้จัดการจางดีมาก ยังมีเด็กสาวที่ชื่อหลี่เหวินจิ้งที่คะยั้นคะยอจะเอาไอศกรีมมาให้แม่ ถ้าแม่ไม่ยอมกินหล่อนก็จะยัดใส่ปากแม่ ดูไม่สนใจอะไรเลย แต่ว่า...”
“แต่ว่าอะไรคะ?”
“เปล่า แค่คนหนึ่งที่ไม่ควรพูดถึงน่ะ คิดว่าแม่จะถูกรังแกได้ง่าย ๆ หรือไง”
“ดีแล้วค่ะ”
หลังครุ่นคิดพ่อเซียวก็เอ่ยขึ้น
“ตอนนี้เรือนจำเปลี่ยนนโยบายแล้ว พี่ใหญ่ก็น่าจะถูกปล่อยตัวออกมาก่อนกำหนด”
“เร็วขนาดนี้เลยเหรอ?” แม่เซียวอุทานด้วยความตกใจ
เซียวหมิงเยวี่ยงับไก่ก่อนบอก “แล้วพ่อรู้ได้ยังไงคะ?”
เธอเกือบลืมลุงใหญ่ไปแล้ว
“ย่าของลูกใช้โทรศัพท์ของคนอื่นโทรมาบอกน่ะ”
“ย่าน่าจะบอกอะไรมากกว่านั้นใช่ไหมคะ? น่าจะมีเรื่องอื่นด้วย”
เซียวหมิงเยวี่ยคาดเดาได้ ย่าต้องต่อว่าว่าแม่เซียวอกตัญญู ไม่ยอมให้เงินใช้ อากาศร้อนแบบนี้ ครอบครัวของลุงใหญ่มีชีวิตลำเค็ญ ย่าก็อาจไม่ได้อยู่ดีนักเหมือนกัน
เซียวหมิงเยวี่ยหัวเราะเยาะ เมื่อครั้งตัดขาดความสัมพันธ์กันไป ย่าตบอกลั่นวาจาไว้ว่าจะไม่พึ่งพาพ่อเซียว แต่นี่เพิ่งผ่านไปเพียงไม่กี่เดือนก็อดจะติดต่อพ่อเซียวไม่ได้แล้วเหรอ?
อะไรกัน ลูกสะใภ้ใหญ่ไม่มีปัญญาหาเลี้ยงเธอเหรอ? หรือว่าหลานชายคนโตอย่างเซียวอวี่จะไม่กตัญญูต่อเธอ?
พ่อเซียวยิ้มเจื่อนแล้วบอก “คำพวกนั้นลูกไม่ต้องรู้หรอก มันไม่น่าพูดถึงเท่าไหร่”
“เธออยากได้เงินเหรอคะ?” เซียวหมิงเยวี่ยถามไปโต้ง ๆ
พ่อเซียวเงียบ ดูจากปฏิกิริยาแล้วเซียวหมิงเยวี่ยก็ยังไม่มั่นใจนัก ดูเหมือนย่าต้องการแสดงตัวเพื่อขออาหาร บางทีอาจเป็นความคิดของลุง
ยายทำเพียงกินข้าวโดยไม่ปริปากสักคำ เรื่องภายในครอบครัว เธอพูดไปก็ลำบากใจ นับประสาอะไรกับการยกเรื่องลูกกตัญญูมาโน้มน้าว ทุกครอบครัวต่างมีปัญหาของตัวเอง
เสียงกริ่งด้านนอกดังขึ้น ปรากฏว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจเจิ้ง
“ผมมีเรื่องต้องคุยกับเซียวหมิงเยวี่ยตามลำพังครับ” เจ้าหน้าที่ตำรวจเจิ้งมีสีหน้ากำกวมไม่ชัดเจน
“ค่ะ ฉันจะไปคุยกับคุณ” เซียวหมิงเยวี่ยกับเขาขึ้นรถตำรวจไปด้วยกัน
เจ้าหน้าที่ตำรวจเจิ้งเอ่ยเข้าเรื่อง “คุณเคยได้ยินเรื่องแก๊งมังกรดำมาก่อนไหมครับ? เมื่อเช้านี้พวกเขาถูกจู่โจม หกคนที่มารังแกคุณตายกันหมด ไม่เหลือรอดสักราย ส่วนศพของพวกแก๊งมังกรดำอยู่ในสภาพเหวอะหวะอาบเลือดอย่างกับถูกสัตว์ป่ากัด ที่เกิดเหตุน่าสยดสยองมาก หลายคนถูกบีบคอตาย คอหักเหมือนหกคนนั้น”
เซียวหมิงเยวี่ยนั่งอยู่ฝั่งผู้โดยสาร เธอเอนหลังพิงเบาะอย่างไม่ยี่หระ
“ฉันเคยเห็นในข่าวค่ะ ดูยิ่งใหญ่มาก”
เจ้าหน้าที่ตำรวจเจิ้งจ้องจับผิดสีหน้าของเธอขณะบอก “คุณไม่ตกใจหน่อยเหรอครับ? เด็กสาวที่ถูกพวกเขาจับไปและรอดชีวิตมาได้บอกว่าคนที่มาช่วยเป็นผู้หญิง และคนที่ลงมือฆ่าพวกนั้นก็เป็นผู้หญิงเหมือนกัน”
“เจ้าหน้าที่ตำรวจเจิ้ง คุณจะบอกอะไรกันแน่คะ?” เซียวหมิงเยวี่ยเหลือบมองเขา
“พวกเธอบอกว่าคล้ายจะได้ยินเสียงเสือ ปืนของแก๊งมังกรดำก็หายไป คุณพอจะรู้จักผู้หญิงคนนั้นไหมครับ?” เขาเอ่ยแทบจะหมดเปลือก
เธอแสยะยิ้มขณะสบตากับเขา ก่อนเอ่ยขึ้นเนิบช้า
“ฉันไม่รู้ ไม่รู้อะไรเลยค่ะ”
หลังจ้องตากันมาสักพัก เขาก็ยิ้มแล้วหรี่ตาลง
“คุณเซียวเก่งและฉลาดมากครับ”
“คุณเองก็น่าประทับใจมากค่ะ ยังหนุ่มแท้ ๆ แต่ก็ได้มาเป็นหัวหน้าทีมแล้ว”
“ในบรรดาเด็กสาวที่รอดชีวิต มีเด็กสาวที่ชื่อว่าจี้ซานซานด้วย เธอได้พูดคุยกับผู้หญิงคนนั้นและน่าจะจำเสียงได้ คุณคงไม่รู้สินะครับว่าเธอเป็นลูกสาวตระกูลจี้ และกำลังตามหาตัวผู้ช่วยชีวิตอยู่”
จี้กรุ๊ปเป็นบริษัทชั้นนำของมหานครเผิง ทำธุรกิจในหลายแวดวง ทั้งอสังหาริมทรัพย์ เชื้อเพลิง พลังงานทางเลือก เกษตรกรรม และอื่น ๆ ทุกสิ่งที่คุณพอจะจินตนาการได้ล้วนมีในจี้กรุ๊ป
เรียกได้ว่าจี้กรุ๊ปแบกรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจของมหานครเผิงเอาไว้
เซียวหมิงเยวี่ยหาวแล้วบอก “อุตส่าห์มาบอกฉันเรื่องนี้ คุณก็ช่างเมาท์เหมือนกันนะคะ ถ้าไม่มีอะไรแล้วฉันขอตัวก่อน รู้สึกเพลีย ๆ น่ะค่ะ”
เธอเปิดประตูรถลงไป
“เซียวหมิงเยวี่ย! ผมแนะนำให้คุณอยู่อย่างเงียบเชียบ อย่าให้ตกเป็นเป้าล่ะ” เจ้าหน้าที่ตำรวจเจิ้งพลันตะโกนบอก
เธอไม่ตอบและกลับเข้าบ้านทันที
“หัวหน้า จะปล่อยเธอไปอย่างนี้เหรอครับ? เธอน่าสงสัยมาก จากรูปพรรณสัณฐานที่คุณจี้อธิบายมาก็คล้ายเธอมาก...” เจ้าหน้าที่ตำรวจจินที่นั่งอยู่ด้านหลังถามขึ้น
“แล้วยังไงล่ะ มีหลักฐานเหรอ? ผู้หญิงคนเดียวกวาดล้างแก๊งมังกรดำทั้งแก๊ง พูดไปใครเขาจะเชื่อ”
“คนจากกองพิสูจน์หลักฐานบอกว่าคนพวกนั้นถูกสัตว์ป่าฆ่า ขนเสือตกอยู่ในที่เกิดเหตุ มันจะน่าเหลือเชื่อเกินไปแล้ว! จะเป็นไปได้ยังไง มีเสือบนเขาแถบนี้เหรอครับ?”
“บางทีแก๊งมังกรดำอาจจะโชคร้าย ถูกเสือจู่โจมแล้วหลังจากนั้นผู้หญิงคนนั้นค่อยมาเจอก็ได้”
“ดวงซวยเกินไปแล้ว! ผมอยู่ที่นี่มาหลายปี ประชาชนที่อาศัยอยู่แถวนี้ไม่เคยร้องเรียนว่าเจอเสือเลยไม่ใช่เหรอ?”
“อากาศร้อนทำให้ระบบนิเวศเสียสมดุล เสืออาจมาจากที่อื่นหรือหนีมาจากสวนสัตว์ก็ได้ ออกประกาศเตือนประชาชนแถวนี้ให้ระวังสัตว์ป่าด้วยแล้วกัน”
“แล้วปืนกับกระสุนที่หายไปล่ะครับ ผู้หญิงคนนั้นน่าจะเอาไปแน่ ๆ ทำไมเราไม่ลองค้นบ้านเธอดูล่ะครับ?”
“ค้นเหรอ? มีหมายค้นไหมล่ะ มีหลักฐานรึเปล่า?”
“แล้วเราจะทำยังไงล่ะครับ?”
“จะทำยังไงได้ ค่อยไปปรึกษากันที่สถานีแล้วกัน!”
…
เขตซิ่งฝู
“เซียวอวี่ ฉันตาบอดจริง ๆ ที่มาแต่งงานกับคุณ! บ้านกว้างแค่นี้ แต่แม่คุณอยากจะมาอยู่ด้วย ย่าคุณก็อยากจะมาอยู่ด้วย แล้วตอนนี้พ่อคุณยังอยากจะมาอยู่ด้วยอีกเหรอ?! ตอนนี้ไม่มีน้ำจะกดชักโครกอยู่แล้ว ในบ้านแออัดมาก กลิ่นเหม็นไปหมด! ฉันทนอยู่ไม่ไหวแล้ว ฉันทนอยู่ในบ้านนี้ไม่ได้แม้แต่วินาทีเดียว ฉันจะกลับไปบ้านแม่ อย่ามาห้ามนะ!”
หน้าท้องของลี่ลี่นูนขึ้นถนัดตา เซียวอวี่ยืนขวางประตูห้องนอนพลางกระซิบ
“คุณเบาเสียงหน่อยได้ไหม พ่อแม่ผมอยู่ข้างนอกนะ”
ลี่ลี่ฟาดเขาเต็มแรงก่อนบอก “ฉันจะพูดเสียงดัง ๆ จะพูดให้ลั่นเลย มีอะไรไหม!”
แม่สามีนอนอยู่หน้าประตู เธอตัดผมสั้นเหลือไม่กี่นิ้วเพราะไม่มีน้ำสระผม ลี่ลี่รู้สึกอยากจะอาเจียนเมื่อกลิ่นเหม็นลอยมาเตะจมูก
“ลี่ลี่ คุณจะโมโหไปทำไมเนี่ย? ทั้งครอบครัวขึ้น ๆ ล่อง ๆ ทุกวันเพื่อเอาน้ำและซื้ออาหารมาให้คุณ วัน ๆ คุณอยู่แต่บ้าน จะไม่พอใจอะไรอีก ท้องโตขนาดนี้แล้ว อย่าเที่ยวไปก่อเรื่องวุ่นวายเลย”
ลี่ลี่เปิดประตูออกไปแล้วบอก “ที่บอกว่าไปเอาน้ำและซื้ออาหารให้ฉันหมายความว่ายังไง? คุณไม่ได้กินไม่ได้ดื่มด้วยหรือยังไง?”
“ฉันทนมาพอแล้ว ชาติก่อนฉันไปทำกรรมอะไรไว้ ถึงได้มาแต่งเข้าครอบครัวของคุณ ลองออกไปถามดูสิว่ามีเมียบ้านไหนอยู่กับพ่อแม่และย่าสามีบ้าง ยกพวกกันมาอยู่บ้านฉัน แต่ละคนก็ตัวเหม็น ทุกวันนี้ฉันหงุดหงิดคุณจะตายอยู่แล้ว!”
ลี่ลี่ระบายอย่างสิ้นหวัง