“เช่นนั้นข้าก็ไม่ห่วงแล้ว พรุ่งนี้เช้าข้าจะช่วยดูอาการพวกเขาอีกครั้งนะเ้าคะ วันนี้ข้าเหนื่อยมากแล้วขอตัวกลับก่อนเ้าค่ะ” เด็กหญิงกล่าว
หน้าที่นางจบแล้วในหมู่บ้านยังมีผู้ใหญ่อยู่อีกหลายคน หากมีปัญหาอะไรเดี๋ยวก็คงจะมีคนไปแจ้ง นางไปนอนรอฟังข่าวก็พอ
..........
เหตุการณ์ครั้งนี้ทุกคนสรุปว่าเป็ความโชคร้ายโดยบังเอิญขบวนแลกเปลี่ยนสินค้าเดินทางผ่านป่ามาพบกับฝูงสัตว์อสูรซึ่งอยู่ใน่ฤดูผสมพันธุ์พอดีพวกมันจึงดุร้ายเป็พิเศษทั้งสัตว์อสูรเหล่านี้ยังรวมกลุ่มกันเป็จำนวนมาก ทำให้เหล่าองครักษ์สกุลหลินต้านไว้ไม่อยู่ เมื่อมีคนาเ็กลิ่นเืยิ่งชักจูงสัตว์อสูรที่อยู่ใกล้เคียงมุ่งหน้าเข้ามาร่วมการปะทะครั้งนี้ด้วย
แม้ว่าเป็สัตว์อสูรระดับต่ำแต่มีจำนวนมากเกินไปต่อสู้ยื้อยุดกันอยู่นานพวกเขาจึงหมดแรงและกลายเป็ฝ่ายเสียเปรียบในที่สุด
โชคดีที่กลุ่มชาวบ้านจากหมู่บ้านจิ้งซานตามเข้าไปสมทบและให้การช่วยเหลือได้ในทันที ฝูงสัตว์อสูรจึงค่อยๆ แตกฝูงและล่าถอยกลับเข้าป่าลึกไป
"พวกมันไม่ได้พุ่งเป้ามารุกรานชาวบ้านอีกทั้งจุดที่เกิดเหตุก็ห่างจากหมู่บ้านไปมากพอสมควรข้าว่าน่าจะไม่มีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดอีกแล้วล่ะ" หม่าลู่เอ่ยออกมา
ชาวบ้านหลายคนพยักหน้าเห็นด้วยแต่ท่านผู้เฒ่าเจียงครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่แล้วจึงเอ่ย
"อย่างนี้แล้วกันพวกเราบัดนี้ล้วนแข็งแรงกันขึ้นมากแล้วช่วยกันสร้างรั้วรอบหมู่บ้านขึ้นมากันสักรอบ เพื่อความปลอดภัย"
ชาวบ้านและกลุ่มคนที่มาจากในเมืองเห็นพ้องต้องกันว่าสมควรจะสร้างรั้วและพวกเขาก็จะอยู่ช่วยเหลือชาวบ้านในการก่อสร้างก่อนที่จะเดินทางกลับ เื่ราวจึงสรุปกันได้เช่นนี้
..........
บ้านสกุลหลิน
“ท่านพ่อเ้าคะ ข้าคิดว่าครั้งนี้พวกเราจะยังไม่ไปเมืองเป่ยถังดีกว่าเ้าค่ะ”หลินหนิงชินออกความเห็น
“พ่อก็คิดเช่นนั้น”หลินจงเว่ยพยักหน้าตามช้าๆ
“หากมีการรุกรานจากสัตว์อสูรขึ้นมาจริงๆ ข้าคิดว่าต่อให้ชาวบ้านต้านทานไว้ได้แต่การรักษาชีวิตให้รอดหรือรักษาอาการาเ็ด้วยตัวเองดูเหมือนไม่มีทางเป็ไปได้”พี่ใหญ่หลินซ่งสวินกล่าว
“พวกเรายังอ่อนแอเกินไป และชาวบ้านก็ไม่มียาดีๆ ไว้รักษาตัว” หลินซ่งอวี้รำพันอย่างทอดถอนใจ
“ก่อนหน้านี้เวลามีคนเจ็บป่วยก็ได้แต่หวังพึ่งปาฏิหาริย์ ถ้าถึงขั้นมีาแร้ายแรงก็นอนรอความตายกันไปได้เลย ในมือไม่มียากว่าจะแจ้งข่าวรอความช่วยเหลือก็ไม่ทันการณ์ อาหนิงมีวิธีช่วยเหลือชาวบ้านหรือไม่ลูก”
ฟางลี่ชินยังหวังว่าท่านปู่บรรพบุรุษจะไม่ทอดทิ้งชาวบ้านอย่างไรก็มีสายเืสกุลหลินอยู่ไม่น้อยที่่อาศัยในหมู่บ้านนี้
“ข้าก็คิดว่าจะขอความช่วยเหลือจากท่านปู่บรรพบุรุษเ้าค่ะ ข้าถึงตัดสินใจยังไม่เข้าเมือง ข้าจะหาทางจัดการแก้ปัญหานี้ให้ชาวบ้านก่อน อีกหกเดือนข้างหน้าเราค่อยจากไป ระหว่างนี้ท่านพ่อกับพวกพี่ๆจะได้ยกระดับการฝึกฝนด้วยหากเกิดเหตุไม่คาดฝันเช่นนี้อีกครั้งพวกเราจะได้ช่วยเหลือตัวเองได้”เด็กหญิงออกความคิด
‘ท่านปู่บรรพบุรุษ ข้าเอาความดีความชอบยกให้ท่านแล้วนะ เวลาข้าเอาท่านมาอ้างท่านก็อย่าตำหนิข้าเลย’นางลอบคิดในใจ
..........
อาการาเ็ของหม่าซือฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว รวมกับที่เขาได้ดื่มน้ำทิพย์พลังปราณที่บริสุทธิ์ที่ไม่ได้เจือจางลงในบ่อเหมือนที่คนในหมู่บ้านได้ดื่มกันหม่าซือจึงลุกขึ้นเดินได้หลังจากพักฟื้นเพียง 5 วัน
คนอื่นๆก็ล้วนฟื้นตัวได้ดีกันหมดแล้วเหล่าผู้ฝึกยุทธ์ในขบวนแลกเปลี่ยนสินค้าสกุลหลินกล่าวคำขอบคุณคนทั้งหมู่บ้านซ้ำไปซ้ำมาหลายรอบอย่างซาบซึ้งใจสำหรับความกล้าหาญของชาวบ้านในครั้งนี้
ยิ่งกับคนบ้านหลินจงเว่ยทั้งห้าคน สายตายกย่องซาบซึ้งจากผู้าเ็ทั้งหลายแทบจะเกาะติดเป็เงาตามตัวตลอดเวลา จนพี่ชายรองหลินซ่งอวี้รู้สึกหลังเย็นวูบวาบ
ผู้ที่ถูกส่งมาตรวจสอบเื่ผืนดินที่มีพลังปราณเพิ่มขึ้น ให้น้ำหนักว่าพลังปราณที่เพิ่มขึ้นมานั้นสาเหตุมาจากน้ำ แต่พวกเขาก็ค้นดูจนถึงก้นบ่อทุกบ่อก็ไม่มีสิ่งแปลกปลอมหรือผิดสังเกตจึงสรุปว่าเป็เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ
"มีเื่ดีๆ ไม่น้อยเลยที่จะส่งกลับไปรายงานผู้นำตระกูล" หม่าจือเอ่ยพลางแย้มยิ้ม
"ข้าว่าเฉพาะที่มีผู้หลอมโอสถรุ่นใหม่ปรากฏขึ้นมานี่ก็ทำให้ทั่วทั้งเมืองมีเื่พูดคุยกันไปอีกหลายปีเลยทีเดียว"หม่าซานเสริม
"บ่อน้ำที่มีพลังปราณนี่ต่างหากที่ข้าพึงพอใจที่สุด" ชาวบ้านคนหนึ่งออกความเห็นบ้าง ผู้หลอมโอสถวัยเยาว์สกุลหลินผู้นั้นนั่นเขาย่อมยินดีด้วยแต่พวกเขาไม่ได้ประโยชน์อะไรผลผลิตที่มีคุณภาพต่างหากที่เลี้ยงปากท้องพวกเขา
"พี่ชายหม่าจือเื่อาหนิงข้าอยากฝากความถึงหัวหน้าตระกูลหลินด้วยขอรับ ว่าพวกเราจะกลับไปในอีกหกเดือนข้างหน้า" หลินจงเว่ยเอ่ยคำกับหม่าจือ
"ไม่มีปัญหาน้องชายจงเว่ยพวกเ้าเองก็จะได้มีเวลาเพิ่มระดับการฝึกฝนของตัวเองให้ดีขึ้นด้วยจะได้คุ้มครองนางได้ เื่นี้ข้าจะแจ้งให้ผู้นำตระกูลทราบด้วยตัวเอง" หม่าจือตอบกลับด้วยท่าทีสุภาพ
หลังจากร่ำลากันดีแล้ว ขบวนแลกเปลี่ยนสินค้าสกุลหลินก็ออกเดินทางกลับเข้าเมืองพร้อมข้าวปราณและสมุนไพรคุณภาพดีที่มีจำนวนมากมายกว่าทุกครั้ง
ในครั้งนี้มีสมาชิกในหมู่บ้าน 8 คน ที่เป็ผู้ฝึกยุทธ์ขั้นกลาง 2 คน และขั้นต้นอีก 6คน ขอร่วมเดินทางกลับเข้าเมืองไปด้วย คนอื่นอีกหลายคนที่เตรียมพร้อมจะไปแต่แรกแต่พอเจอเหตุการณ์ปะทะกับฝูงสัตว์อสูรในครั้งนี้จึงยังรั้งอยู่เพิ่มความแข็งแกร่งให้ตนเองก่อน
..........
มี่เวลาพักดินก่อนจะเริ่มเพาะปลูกรอบใหม่อีกหลายวัน ชาวบ้านจึงออกไปตัดไม้ที่ชายป่ามาสร้างรั้วล้อมรอบหมู่บ้าน
หลินหนิงชินนำต้นสมุนไพร 7-8 ชนิดออกมาจากมิติหลายร้อยต้น แสร้งว่านางได้สอนให้บุรุษสกุลหลินทั้งสามรู้จักสมุนไพรเหล่านี้และให้พวกทยอยขุดมาจากในป่าระหว่างที่ไปตัดไม้
"ต้นนี้เรียกว่าต้นโลหิตมัจฉาสามารถบดให้ละเอียดแล้วทาบนาแเพื่อห้ามเืได้เลยเ้าค่ะ"
"นี่เรียกว่าซัวเซียมทองคำ รักษาอาการไอ แก้เจ็บคอ ใช้เมล็ดของมันแช่น้ำไว้ 2 คืน ถึงจะน้ำไปเพาะได้นะเ้าคะ”
“ส่วนนี่เรียกว่า……..”
นางอธิบายสมุนไพรแต่ละชนิดวิธีใช้ วิธีเพาะปลูก และขยายพันธุ์ ให้กับชาวบ้านฟัง ซึ่งสมุนไพรเหล่านี้สามารถ บด ต้ม หรือกินสดๆได้เลยไม่ต้องจำเป็ผ่านการหลอมเป็เม็ดยา ล้วนเป็สมุนไพรจำเป็ขั้นพื้นฐานที่ช่วยรักษาความเจ็บป่วยได้
ทุกคนในหมู่บ้านต่างก็ล้อมวงมาฟังอย่างตั้งใจแล้วช่วยกันจัดแบ่งสมุนไพรแต่ละชนิดเพื่อนำไปปลูกไว้ในบริเวณบ้านของตนเอง
"อาหนิงเอ้ย ป้าเหลียนจะดูแลพวกมันเยี่ยงบรรพบุรุษเลยทีเดียว!!" เสียงป้าเหลียนดังขึ้น พร้อมกับเสียงหัวเราะขบขันสนุกสนานของชาวบ้าน
"ดีเหลือเกิน ชีวิตตาเฒ่าผู้นี้เฝ้ามองชาวบ้านมานานหลายสิบปี หวังจะได้เห็นพวกเขาได้ใช้ชีวิตที่ดีขึ้น กินอิ่ม นอนหลับ ดูเวลานี้สิราวกับเทพเซียนมาประทานพรให้กับหมู่บ้านเรา สิ่งดีทุกอย่างล้วนเทลงมาบนหัวพวกเรา"ผู้เฒ่าเจียงกล่าวอย่างเต็มไปด้วยอารมณ์
เมื่อรั้วหมู่บ้านสร้างเสร็จแล้ว ปัญหาเื่การขาดแคลนยาของชาวบ้านก็ได้รับการแก้ไข การเพาะปลูกข้าวปราณและสมุนไพรปราณชุดใหม่ทำเรียบร้อยหมด ครอบครัวสกุลหลินและชาวบ้านต่างมีเวลาว่างมากขึ้นจึงเริ่มทำการฝึกฝนอย่างจริงจังอีกครั้ง
"ท่านพ่อ ท่านแม่พี่ชาย ข้ามีเื่สำคัญมาบอกเ้าค่ะ" เสียงหวานสดใสดังออกมาจากปากของเด็กหญิงตัวเล็กหลังจากที่ทุกคนกินอาหารเย็นกันเสร็จ
ทุกคน “-----“ น้ำเสียงเช่นนี้ เื่ดีๆของเ้าจะทำให้พวกข้าใจนแทบเสียสติอีกแล้วใช่ไหม
“ข้าเลื่อนระดับเข้าสู่ขอบเขตปฐีขั้นกลาง แล้วเ้าค่ะ"
นางเพิ่งตัดสินใจ"คัดลอก" ตำรับยา ระดับ 2 มากมายให้กับตนเอง สมุนไพรในมิติเติบโตเร็วกว่าข้างนอกมีหลายชนิดที่นางเก็บเกี่ยวเข้าคลังสินค้าและเพาะปลูกใหม่บางชนิดยังปล่อยให้เติบโตต่อไปเพื่อเก็บดอกและผล
นางเก็บเกี่ยวสมุนไพรมาฝึกหลอมเป็โอสถและยังเก็บใส่ลิ้นชักในคลังไว้ได้หลายชนิด แต่ก็ยังมีสมุนไพรอีกมากที่ยังไม่เคยถูกใช้ เพราะโอสถที่นางหลอมเป็แค่เพียงโอสถขั้นหนึ่ง
การหลอมโอสถในแต่ละขั้นแม้จะเป็โอสถชนิดเดียวกันแต่สมุนไพรจะเปลี่ยนแปลงไปเป็บางอย่าง คุณภาพและผลที่ได้รับก็จะแตกต่างกันด้วย จะหลอมโอสถขั้นสองได้นางก็จำเป็ที่จะต้องยกระดับการฝึกฝนของนางก่อนด้วย
"นั่นไง ข้าคิดไว้แล้วนางต้องทำให้เราใตายสักวัน" หลินซ่งอวี้ เอ่ยขึ้นมาแทนคนอื่น ๆ ที่ยืนอ้าปากตาค้างกับความสามารถของเด็กหญิงตัวน้อยกันอยู่
"นี่ยังไม่หมดเ้าค่ะ"เด็กหญิงแย้มยิ้มจนเห็นฟันขาวหลายซี่
"เ้าว่ามาเถิด พวกเราพร้อมรับฟังอยู่แล้ว!!"แม้แต่ท่านแม่ที่อ่อนโยนเสมอของนางยังอดที่จะกัดฟันพูดไม่ได้
"ท่านปู่บรรพบุรุษมอบตำราวิชายุทธ์ให้พวกท่านด้วยเ้าค่ะ"