ตอนที่แปดสิบสี่ ปุจฉาของบาบาเรี่ยน
คัลส่ายศีรษะจนผมยาวสลวยสวยเก๋ของเขาสะบัดไปมาแบบเดียวกับราชสีห์สร้างความชื่นชมให้กับคนรอบข้างที่ชอบความป่าเถื่อน
“ข้าสงสัยมาตลอดว่าทำไมพวกเจ้าถึงคิดว่าตายไปแล้วจะแก้ปัญหาได้หากเจ้าเป็นคนดีก็อาจจะดีไป แต่หากเจ้าเป็นคนชั่วเจ้าจะถูกส่งไปนรกและรีดพลังวิญญาณออกจนกลายเป็นอิมพ์ที่ไร้สติปัญญาในกองทัพปีศาจที่โดนปีศาจที่มีสถานะเหนือกว่าเจ้ากินหรือกลั่นแกล้งอย่างไรก็ได้พวกเจ้าอยากเปลี่ยนสถานะของมนุษย์ไปเป็นอิมพ์เร็วขนาดนั้นเชียวหรือ?”
คัลกล่าวถามอย่างสงสัยท่ามกลางความตื่นตะลึงของทุกคน
แม้แต่คนที่ฝึกมาอย่างดีให้ทานยาพิษถ้าโดนจับก็ถึงกับชะงักค้างไว้ก่อน
“ทำไมพวกเจ้าถึงคิดว่าตายไปแล้วจะสิ้นสุดกัน?ไม่คิดหรือว่าเทพเจ้ามองเจ้าอยู่เสมอ?”
คัลมองไปบนฟ้าที่คิดว่าเทพเจ้าคงมองมิตินี้จากทางใดทางหนึ่งนั่นล่ะ
และที่สำคัญทั้งที่โลกมีปีศาจกับเทพเจ้าตัวเป็นๆ
แต่ละคนทำตัวราวกับเป็นเอทิสม์ที่คิดว่าการตายคือจุดสิ้นสุดและหนีปัญหาได้นั่นเอง
ถ้าความตายคือจุดสิ้นสุด
เนโครแมนเชอร์ก็ตกงานสิครับพี่น้อง
ปัดโธ่เดี๋ยวทุ่มด้วยเอกธำมรงค์
แม้คนธรรมดาจะค่อนข้างงงกับที่คัลพูดแต่สายตาของราชินีที่มีความรู้หรือระดับพวกที่เคยได้รับการเรียนรู้จากโบสถ์มาก็สะกิดใจ
“เอ่อนั่นมันไม่ใช่นิทานสอนใจของทางโบสถ์หรอกหรือ?”
ทหารคนหนึ่งกล่าวอย่างกล้าๆกลัวๆ
“เจ้าอาจจะคิดอย่างนั้นแต่ปีศาจหรือเทพเจ้ามีจริงและเจ้าควรจะเชื่อศรัทธาพวกนั้นหากเจ้าไม่อยากส่งไปดินแดนไร้ความเชื่อหลังจากตายไปแล้วล่ะก็นะ”
คนที่เป็นเอทิสม์จะโดนส่งไปกำแพงของผู้ไร้ศรัทธาจนกว่ามิติจะถึงการล่มสลาย
ซึ่งทางเทคนิคก็ล่มสลายมาหลายครั้งแล้วอยู่
แต่นี่ล่ะคือจักรวาลวิทยาของจักรวาลที่มีเทพเจ้าและปีศาจเดินไปเดินมาล่ะ
คัลที่นับถือเทพเจ้าครอม
ก็ต้องไปพบกับครอมที่นั่งบัลลังก์บนยอดเขาที่สูงที่สุด
และต้องตอบปุจฉาของครอมให้ได้
หากตอบไม่ได้ครอมจะเอาสายฟ้าฟาดเขาและโยนคนที่ตอบไม่ได้ลงมาจากยอดเขา
ตามตำนานยังไม่เคยมีใครตอบปุจฉาของครอมได้มาก่อนเลย
จนนักรบที่ตายไปต้องสู้กันอยู่บริเวณยอดเขาเพื่อไต่เต้าไปถึงยอดและตอบปุจฉาของครอมอีกครั้งหนึ่ง...ไม่มีใครบอกว่าการนับถือครอมเป็นเรื่องง่ายดาย
“อะแฮ่มท่านคัลนั่นคือเทววิทยาที่พวกนักบวชและนักวิชาการศึกษาและโต้เถียงกันหรือเปล่า?ไม่ใช่เรื่องที่ควรจะมาพูดกันตอนนี้กระมัง?”
นายพลชวาร์ซที่รู้สึกเหนื่อยใจกับทุกอย่างที่เกิดขึ้นในวันนี้เริ่มกล่าวอย่างหมดแรงแล้ว
คนที่พยายามสนใจแต่หน้าที่อย่างเขา
ไม่ค่อยถนัดที่จะวิจารณ์กันทางปรัชญาอย่างนี้
แน่นอน
นั่นคือความคิดของนายพลชวาร์ซที่เรียนและศึกษาความรู้ต่างๆมามากว่าคนธรรมดา
ความรู้ทำให้เกิดความสงสัยและพยายามจะเพ่งความสนใจแต่ในสิ่งที่ตนเองสามารถทำความเข้าใจได้
แต่สำหรับชาวบ้านที่ออกจะไม่ค่อยได้ศึกษาความรู้มามากเท่าไรแล้ว
พวกเขากลับกลัวที่จะพิสูจน์ว่าเทพเจ้ามีจริงและพวกเขาจะต้องตกนรกหมกไหม้กลายเป็นอิมพ์อย่างที่คัลกล่าวมากกว่า
คัลยังคงเกาศีรษะ
“หรือพวกเจ้าเจอข้าต่อสู้ต่อหน้าเทพเจ้าแล้วพวกเจ้ายังคิดว่าเทพเจ้าไม่มีจริงหรือนี่?”
คัลถามอย่างสงสัยกับตรรกะของคนในโลกนี้จริงๆ
ผั๊วะ
คัลตบหลังศีรษะของทหารยามคนหนึ่งอย่างแผ่วเบาให้ยาพิษกระเด็นออกจากปากของเขาจนสลบลงคามือของตนเอง
“ถ้าอย่างนั้นฝากท่านราชินีสอบสวนเจ้าคนนี้กับตนเองด้วย”
คัลกล่าวหลังจากจับทหารยามคนนั้นมาวางตรงหน้าราชินีแล้ว