ตำนานแม่ทัพจักรพรรดิสยบใต้หล้า

    ตอนที่ 18 เริ่มฝึกอย่างแท้จริง

    “โอ้ ดูเหมือนจะเร็วไปไหนนะโคแต่โดยรวมแล้วพัฒนาการของลูกมันเกินสามัญสำนึกของทุกชีวิตในอาณาจักรมังกรฟ้าไปแล้วนะ”เคแกนที่เห็นถึงการต่อสู้ที่จบลงแล้วเขาก็เดินเข้ามาหาบุตรชายด้วยท่าทีที่โปรดโปร่งเป็นอย่างยิ่ง
    “เป็นเช่นนั้นท่านพ่อ”
    ยังไม่ทันที่โคจะพูดจบดีเม็ดยาก็ถูกโยนมาโดยผู้เป็นบิดาและล่วงหล่นใส่มือของโคในที่สุดโดยเม็ดยาที่ถูกนำออกมาล้วนแต่อุดมไปด้วยกลิ่นอายหอมของสมุนไพรอย่างถึงขีดสุดซึ่งโคสามารถบ่งบอกมันได้ทันทีว่าเม็ดยาชนิดนี้ย่อมเป็นสิ่งที่มีค่าเป็นแน่แท้
    “กินมันเข้าไปเถอะ มันคือเม็ดยาปรับพลังฟื้นกำลัง…แต่ทีหลังก็จำเอาไว้ว่าพลังกายของลูกนั้นสามารถรักษาหรือฟื้นคืนสภาพได้โดยเร็วแต่ไม่ใช่กับพลังจิตที่จะต่อยๆฟื้นคืนมาอย่างช้าๆและไร้ซึ่งเม็ดยาฟื้นฟู”
    เรื่องนี้เป็นจริงเพราะการซ่อมแซมดวงจิตอาจจะสามารถกระทำได้โดยง่ายแต่การฟื้นฟูมันนั้นด้วยความสามารถของศาสตร์การปรุงยาในยามนี้นับว่าไม่อาจเป็นไปได้
    ซึ่งแน่นอนว่าเรื่องนี้โคย่อมรู้เป็นอย่างดีเพราะอดีตเขาก็มักจะใช้แรงกดดันในการคุกคามอีกฝ่ายเพื่อแก้ปัญหาอยู่ไม่น้อย
    “เอาละท่านพ่อเราไปต่อเถอะ”โคตบเม็ดยาเข้าปากก่อนยิ้มให้ผู้เป็นบิดาหนึ่งครา
    “เช่นนั้นก็ไปต่อได้”
    ทั้ง 2 คนวิ่งเขามาในป่าหมื่นอสูรด้วยท่าทีที่ปลอดโปร่งยิ่งนักราวกับว่าพวกเขากำลังเดินอยู่ในสวนสวรรค์ที่ไร้ซึ่งแรงกดดันซึ่งต่างจากที่คนภายนอกเล่ากันอย่างลิบลับที่ว่ายิ่งเข้าไปในป่าหมื่นอสูรมากเท่าใดร่างกายก็จะพบเข้ากับความหนักอึ่งจิตใจจะบังเกิดการสั่นสะท้านอย่างถึงขีดสุดเพราะกลิ่นอายที่แพร่ออกมาของสัตว์อสูรชั้นสูงที่อาศัยอยู่
    ใช่....ที่พวกเขากล่าวมาล้วนแต่เป็นเรื่องจริงแต่ที่โคกลับไม่พบความผิดใดเลยตัวเขาก็ล่วงรู้ดีว่านั่นมันเป็นเพราะเหตุใดถ้าไม่ใช่เพราะตัวตนระดับจักรพรรดิมนตราเบื้องหน้าเขาที่วิ่งนำอยู่ไม่ไกลนักแต่กลับปลดปล่อยกลิ่นอายของจักรพรรดิผู้เกียงไกรออกมาจนสัตว์อสูรตื่นกลัวและในเวลาเดียวกันมันกลับเป็นแรงหักร้างกลิ่นอายที่กระทบต่อทั้งคู่
    “ท่านพ่อพวกเราจะเข้าสู่เขตชั้นกลางหรือไม่?”โคเอ่ยถามออกมาด้วยความสงสัยในใจของเขาในตอนนี้ต้องการที่เข้าสู่อาณาเขตชั้นกลางของป่าหมื่นอสูรอย่างแท้จริง
    “พวกเราจะเข้าไปแน่แต่ยังไม่ใช่ตอนนี้”เคแกนหันมาเอ่ยกับบุตรชายของเขาหนึ่งคราก่อนจะหักเลี้ยวออกไปก่อนจะถึงเขตชั้นกลางอย่างน่าเสียดาย“ลูกยังอ่อนแอเกินไปลำพังเพียงเขตรอบนอกถ้าไม่ได้มากับพ่อแล้วเกรงว่าคงจะดูได้ไม่ถึงวัน”
    ที่เคแกนพูดออกมาก็เป็นเรื่องจริงเพราะสัตว์อสูรที่โคพบเจอในยามแรกทั้งยังเป็นจากเขตรอบนอกเพียงไม่กี่เมตรก็พบเจอเข้าให้กับสัตว์อสูรระดับกำเนิดมนตราขั้น 2 แล้วเป็นอย่างน้อยซึ่งถ้าไม่จิตคุกคามที่เคแกนปล่อยออกมาขณะวิ่งก็คงจะพบกับสัตว์อสูรที่เก่งกว่านี้หลายเท่าตัวนัก
    “เป็นเช่นนั้นท่านพ่อ”
    กระทั้งเวลาได้ผ่านพ้นไปยามเช้าก็ขยับเข้าสู่ยามสายเต็มทีในตอนนี้ตำหนักไข่มุกโลหิตสวรรค์นั้นก็เต็มไปด้วยอาหารจำนวนมากอีกเช่นเคย
    “ท่านแม่ ข้านึกว่าท่านจะกินไปแล้วเสียอีก”โครีบเอ่ยออกมาอย่างรู้สึกผิดอยู่นิดเพราะเวลาอาหารเช้าของครอบครัวก็เลยมานานแล้วและจริงอยู่ที่ทาเนียนางเองก็เป็นถึงจักรพรรดินีโลหิตเรื่องอาหารนี้ล้วนไม่ใช่เรื่องน่าห่วงสำหรับตัวตนระดับจักรพรรดิมนตราเพราะอาศัยเพียงพลังเวทย์ที่ดูดซับย่อมเพียงพอแต่พลังงานในการใช้งานอย่างแท้จริง
    “เรื่องนี้แม่เข้าใจ เพียงแต่ว่าทำไมการที่บิดาของลูกพาเจ้าเข้าไปในสถานที่อันตรายเช่นนั้นแต่กลับไม่บอกแม่เรื่องนี้ดีกว่าที่พวกลูกต้องขอโทษ”ทาเนียเอ่ยออกมาอย่างไม่ใส่นักกับแค่ขอบเขตชั้นนอกถ้าโคเป็นอันตรายขึ้นมาจริงตำหนักจักรพรรดิมังกรหรือประมุขของตระกูลชาฮานคงดูไร้ค่าขึ้นมาทันที
    “เรื่องนี้ลูกเป็นคนขอท่านพ่อเข้าไปเอง ข้าขอโทษท่านแม่”ในขณะที่โคดูเหมือนจะกำลังรู้สึกผิดอยู่เคแกนกับนั่งกินอาหารอย่างสบายใจดูเหมือนว่าความกลัวในใจจิตใจของเขาจะไม่เกิดขึ้นเพราะอะไรนะหรือ?....ระยะเวลากว่าหลายร้อยปีที่เขาเคียงคู่กันมาไหนเลยจะไม่รู้จักนิสัยของกัน
    ถ้าไม่เกิดอันตรายขึ้นกับโคจริงๆทาเนียคงจะไม่โกรธเขาหรอกเพราะทั้งคู่ย่อมรู้เป็นอย่างดีว่าความแข็งแกร่งที่แท้จริงจะเกิดขึ้นหลังจากที่บาดแผลนั้นหายดีแม้นางแสดงความเป็นห่วงไปแทบจะถึงเรื่องก็ตามที
    “อยู่พ่อทั้งคนต่อให้อสูรที่แข็งแกร่งกว่าตัวที่ลูกปะมือด้วยนับพันเท่าก็อย่าหวังที่จะมีชีวิตอยู่เกิด 10 อึดใจเลย”เคแกนหัวเราะออกมาดังลั่นกลางโต๊ะอาหาร
    “จริงสิโควันนี้ลูกเป็นคนบอกเองใช่ไหมว่าจะนำเทอเรนกับซิวามาเป็นเพื่อนฝึกสินะ”เคแกนเอ่ยถาม
    “ใช่ท่านพ่อพวกเขามีความสามารถทั้งคู่เทอเรนนั้นต่อให้ปลุกพลังเวทย์ขึ้นมาได้ตอนอายุ 7 ขวบเฉกเช่นเด็กทั่วไปแต่ก็นับว่าเป็นอัจฉริยะอย่างแท้จริงซึ่งเท่าที่ข้าดูแล้วเขานะปลุกมันได้ตอนอายุ 6 ขวบ”โคแสดงสีหน้าและน้ำเสียงที่จริงจัง“ส่วนซิวานั้นเขาพิเศษเป็นอย่างยิ่งเพราะสามารถปลุกพลังเวทย์ขึ้นมาได้ตอนอายุ 5 ขวบเฉกเช่นเดียวกับข้าทั้งพลังที่ธาตุอยู่ในร่างเขาข้าเกรงว่าเขาจะได้รับการถ่ายทอดมาจากบิดาที่เป็นธาตุพฤกษา”
    “โอ้ ดูเหมือนว่าลูกจะรู้จักเขาพอสมควรเลยนะ”
    “แน่นอนท่านพ่อยังไงซะข้าก็ถือกำเนิดขึ้นมาจากตระกุลชาฮานทั้งยังเป็นบุตรชายของท่านที่เป็นถึงประมุขของตระกูลทั้งยังเป็นแม่ทัพสูงสุดของอาณาจักรแม้พลังเวทย์ของข้าในตอนนี้จะอ่อนด้อยแต่ไม่ใช่กับสายตาที่จะมองดูคนไม่เป็น”
    “ดี...นั่นละบุตรชายของข้า”เคแกนหัวเราะดังลั่นออกมายิ่งกว่าเดิมกับคำชมของบุตรชายที่เอ่ยออกมาอย่างไม่อายใครจนทำให้ทาเนียที่นั่งอยู่ข้างๆถึงกับเอามือกุมขมับแต่ที่โคกล่าวมาข้างต้นก็นับว่ามีเหตุผลเพราะเคแกนที่มองซิวาครั้งแรกก็สัมผัสได้ถึงความพิเศษอะไรบางอย่างในตัวแต่กลับไม่ละเอียดเท่าโคก็เท่านั้นเอง
    จากนั้นเวลาของโต๊ะอาหารก็หมุนไปอีกเช่นเคยยามนี้พวกเขาพ่อลูกก็ล้วนแต่มาปรากฏอยู่ในลานฝึกในเป็นที่เรียบร้อยแล้วซึ่งเวลาที่บิดาของเขามีให้ก็คืออาทิตย์ละ 3 วันเป็นอย่างน้อยเพราะอย่างไรเสียช่วงอายุนี้ของโคก็ไม่จำเป็นที่ต้องถึงขั้นเก็บตัวฝึกแต่อย่างใด
    “พวกเจ้ามาช้านะ”โคเอ่ยแบบยิ้มๆ
    “โถ่ท่านพี่ตำหนักของบิดาข้ากับท่านก็ใช่ว่าจะใกล้กันนะ”เทอเรนเอ่ยออกมาอย่างหนักใจ
    “ส่วนข้าขออภัยในนายน้อยพอดีท่านพ่อให้ข้าช่วยจัดแปลงสมุนไพรจนลืมเวลา”คำกล่าวนี้ของซิวาโคแทบจะเดาได้อย่างไม่ยากเย็นนักในชีวิตก่อนซิวาเองก็จะหลงลืมเวลาไปเมื่อได้ทำอะไรเกี่ยวกับการปลูกสมุนไพรซึ่งแน่นอนว่าสมุนไพรใช้ชาติก่อนที่ราชันพฤกษาทำย่อมต้องสะเทือนฟ้าอย่างแท้จริง
    “เอาละๆ ในเมื่อมาครบทุกคนแล้วก็สวมใส่นี่เอาไว้”เคแกนส่งแหวนมิติสองวงออกไปให้เทอเรนและซิวาอย่างไม่เสียดาย“มันเป็นของพวกเจ้าแล้วถือว่าข้าให้เป็นของขวัญก็แล้วกัน”
    เทอเรนนี่ไม่เท่าไหร่เพราะบิดาและมารดาของเขาก็เป็นถึงบุคคลสำคัญของตระกูลการพบวัตถุเวทย์ระดับสูงล้วนแต่ถูกผ่านตามามากแต่มันไม่ใช่กับซิวา
    เขาเอื้อมมือไปรับราวกับกลัวมันหล่นและแตกสลายไปพลางหันมาจ้องมองเคแกนด้วยสายตาที่เคารพอย่างถึงขีดสุดแม้เขาจะเป็นเด็กแต่ก็มีความคิดความอ่านมากพอควรและแหวนมิติที่เขาถืออยู่หากขายในตลาดก็คงไม่ต่ำกว่า 100 เหรียญทองเป็นแน่แท้