บทที่ 21 อาวุธพลังงาน
เ้าหน้าที่ไม่สามารถปฏิเสธคำของคนระดับสูงที่อาศัยในเขตชั้นในได้ พวกเขาพยายามแจ้งข่าวไปยังเ้าหน้าที่ระดับสูงที่มีอำนาจในการตัดสินใจและหยุดยั้งเื่ราวที่กำลังจะบานปลายใหญ่โตนี้ แต่เห็นได้ชัดว่าที่พวกเขาทำมาทั้งหมดไม่ได้มีประโยชน์อะไรเลย สุดท้ายซูหยวนจึงเป็หนึ่งในรายชื่อของคนที่ต้องถูกตรวจสอบ
นักล่าระดับต่ำกลุ่มแรกถูกพาตัวไปสอบสวนที่ไหนแล้วก็ไม่อาจทราบได้ พวกเขาถูกคุมตัวไปโดยคนของตระกูลใหญ่ที่เป็ผู้ปกครองของเด็กเหลือขอเ่าั้ ซูหยวนรู้ว่าพวกเขายังไม่ตายเพราะจุดสีฟ้าที่ตนเองเฝ้าดูอยู่ยังไม่ได้หายไป ทว่า...เธอไม่รู้เลยว่าสถานการณ์ของพวกเขาจะยังดีอยู่หรือไม่ อีกอย่าง...เส้นทางที่พวกเขากำลังถูกพาตัวไปนั้นก็เหมือนจะมีสัตว์กลายพันธุ์จุดสีแดงๆกำลังเฝ้ารออยู่เป็จำนวนมาก
เห็นได้ชัดว่าพวกระดับสูงเหล่านี้ไม่้าลงมือด้วยตนเอง แต่อยากจะให้นักล่าที่ไปช่วยเหลือลูกชายของตนเองช้าถูกสัตว์กลายพันธุ์เหล่านี้กัดกินร่างเหมือนกับลูกๆของพวกเขา
ความโกรธแค้นและความเศร้าใจที่มี คาดหวังว่าจะให้คนอื่นได้รับมันไปเหมือนกัน ซึ่งเื่นี้เป็ความเห็นแก่ตัวของพวกเขาเท่านั้น แทนที่จะคิดให้ถี่ถ้วนและรอบคอบ...กลับโยนความผิดทุกอย่างให้นักล่าระดับต่ำเหล่านี้แทน
“พวกแกทุกคนก็คือคนที่เข้าไปในพื้นที่ล่าเขต A เมื่อวานใช่ไหม” คนของตระกูลระดับสูงเอ่ยขึ้น เขาเป็ผู้ที่ติดตามมาด้วย คาดว่าน่าจะเป็นักล่าระดับสูงเหมือนกัน ดูจากอาวุธและอุปกรณ์ที่เ้าตัวใช้อยู่
เพราะเป็นักล่าระดับสูง และเป็คนของตระกูลใหญ่ สายตาที่เขามองนักล่าระดับต่ำอย่างซูหยวนนั้นเป็สายตาที่ดูแคลนอย่างชัดเจน
ถ้าเทียบกันแล้ว ในสายตาของพวกเขา....นักล่าระดับต่ำพวกนี้ก็ไม่ได้มีสถานะต่างอะไรกับพวกผู้เก็บขยะนั่นแหละ ก็แค่พวกมันสามารถจัดการขยะได้ ต่างจากพวกเก็บขยะที่ต้องรอเก็บของเศษเดนจากคนอื่น
ซูหยวนไม่ค่อยพอใจสายตาแบบนั้นนัก รู้สึกว่าเพื่อนร่วมอาชีพคนนี้กำลังกดข่มคนที่ระดับต่ำกว่า ยิ่งซูหยวนที่เหมือนพนักงานเข้าใหม่ เจอรุ่นพี่เจอหัวหน้าแบบนี้ในที่ทำงานมาก่อน ยิ่งรู้สึกว่าเป็เหมือนกันไม่ผิดเพี้ยน
ตัวเองก็ไม่ได้ยิ่งใหญ่คับฟ้าอะไร ทำงานเพื่อแลกเงินเหมือนกัน แต่พออยู่ต่อหน้าของผู้มาใหม่หรือตำแหน่งต่ำกว่า กลับสวมหัวโขนเหมือนเป็เ้าของบริษัทเสียเอง เหอะ! ช่างน่าขำจริงๆ
“ในเมื่อพวกแกเองก็อยู่ในพื้นที่ล่าเขต A ด้วย ถึงจะไม่ได้รับการแจ้ง้าความช่วยเหลือ แต่พวกแกก็ถือว่ามีความผิดติดตัวเช่นกัน อย่างแรกเป็เพราะพวกแกไม่คอยดูแลเด็กๆที่เข้ามาในเขตล่าตามลำพัง ทั้งๆที่พวกเขายังอายุน้อย พวกแกมีประสบการณ์ก็ควรจะต้องช่วยเหลือพวกเขา ติดตามพวกเขาไปเผื่อว่าจะเกิดเื่”
“การที่พวกแกปล่อยปละละเลยเช่นนี้ จึงทำให้เกิดความเสียหายร้ายแรงขึ้น! เด็กๆเ่าั้เป็อนาคตของโลก ต่อไปจะกลายเป็นักล่าระดับสูงที่จัดการกับสัตว์กลายพันธุ์ได้มากกว่าพันหรือหมื่นตัว ดังนั้นการที่พวกเขาต้องจากไป ก็เท่ากับว่าทรัพยากรที่สำคัญของโลกนี้ได้จากไปด้วย!”
“ในขณะที่พวกแกทุกคนทำงานทั้งชีวิตก็ยังไม่สามารถเทียบเท่ากับรุ่นเยาว์เ่าั้ได้ สมควรจะต้องตระหนักรู้ว่าหน้าที่ของพวกแกคืออะไร! ถึงจะไม่ได้อยู่ในกฎหมาย แต่มันเป็เื่ของจิตสำนึก! ฉันอยากจะให้พวกแกทุกคนรับรู้ความผิดของตนเองให้ดี ใครที่รู้ตัวว่าผิดแล้วก็ให้ก้าวออกมาข้างหน้า ฉันจะลงโทษสถานเบาเท่านั้น”
รอยยิ้มหยันของคนผู้นั้นปรากฏขึ้น มุมปากของเขายกยิ้มอย่างชั่วร้าย ซูหยวนรู้สึกว่า...ต่อให้อีกฝ่ายพูดเกี่ยวกับบทลงโทษสถานเบา แต่เธอก็ไม่คิดว่าเขาจะทำแบบนั้นจริงๆหรอก การก้าวออกไปข้างหน้าก็คือการยอมรับบทลงโทษของเขาโดยที่ไม่ได้ทำอะไรผิด สิ่งนี้จะทำให้คนที่ลงมือไม่มีความผิดตามกฎหมายไปด้วย
“ฉะ ฉัน ฉันเข้าใจแล้ว พวกเราผิดที่ไม่คอยดูแลเด็กๆที่เข้ามาในพื้นที่ล่าเขต A จริงๆ ฉันรู้แล้วว่าทำผิดไป ขอให้ท่านได้โปรดให้อภัยด้วยเถอะครับ” นักล่าคนหนึ่งกลัวมาก เขารู้ว่าตัวเองไม่ได้ทำอะไรผิด แต่ก็กลัวว่าถ้าไม่ออกมายอมรับ ต่อไปอาจจะได้รับบทลงโทษที่รุนแรงกว่านี้ก็ได้
นักล่าบางคนไม่ได้มีความรู้เื่กฎหมายมากนัก ดังนั้นเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตนเองได้ทำผิดเพราะการปล่อยปละละเลยนั้นจริงๆหรือไม่ ถึงอย่างนั้น...เขาก็ก้าวออกมาข้างหน้าแล้ว
“ดี! มีใครจะยอมรับผิดอีกไหม” ชายผู้นั้นมองไปรอบๆ บรรยากาศค่อนข้างกดดันไม่น้อยเลยทีเดียว ซูหยวนได้บังเอิญสบเข้ากับสายตาของเขาเล็กน้อยด้วย แต่ชายผู้นั้นมองทุกคนที่นี่เหมือนกับคนที่ตายไปแล้ว ดังนั้นเขาย่อมไม่สนใจสายตาเย็นเยียบของเด็กสาวตัวเล็กๆคนเดียว
เมื่อมีแรงกดดันขนาดนี้ นักล่าอีกสามสี่คนก็ค่อยๆออกมายอมรับความผิดบ้าง ถึงจะไม่รู้ว่าจะถูกลงโทษอะไร แต่รู้สึกว่าการลงโทษนี้น่าจะเบากว่าการที่ไม่ออกมายอมรับ
โลกใบนี้ก็เป็แบบนี้ พวกตระกูลระดับสูงที่อาศัยในเขตชั้นใน พวกเขาสามารถสั่งฆ่าใครก็ได้เพราะไม่พอใจในตัวอีกฝ่าย เ้าหน้าที่ทั้งหลายเหล่านี้ก็แค่ปิดหูปิดตาของตนเอง แสร้งทำเป็ไม่รู้ไม่เห็นก็จบเื่ ดังนั้น...เพื่อไม่ให้ตนเองต้องตายไปทั้งอย่างนี้ พวกเขาสู้ออกมายอมรับความอัปยศเสียยังจะดีกว่า
“ไม่มีอีกแล้วสินะ ดี!” ชายผู้นั้นแค่นยิ้มก่อนจะมองไปยังร่างทั้ง 4 คนที่เดินออกมาข้างหน้าเพื่อยอมรับผิด เขาแตะที่เอวของตนเองก่อนจะปรากฏไม่พลองยาวท่อนหนึ่ง
เดิมทีเมื่อมันอยู่ในปลอก ขนาดของมันยาวเท่ากับ 1 แขนเท่านั้น แต่หลังจากที่ดึงออกมาแล้ว ปรากฏว่าความยาวของมันสูงท่วมหัวของคนไปอีก อาวุธเช่นนี้แสดงให้เห็นว่าเป็อาวุธชั้นดีขนาดไหน แถมยังมีแกนพลังงานที่สีสันสดใสอยู่บนไม้พลองนั่นด้วย ซูหยวนสังเกตเห็นประกายสีน้ำตาลอ่อนๆที่คลุมรอบไม้พลองนั้น ซึ่งจากที่เธอศึกษาข้อมูลมา สิ่งนี้ย่อมเรียกว่า “อาวุธพลังงาน” !
ราคาเริ่มต้นของมันก็หลายแสนเครดิตแล้ว ระดับต่ำที่สุดยังเริ่มที่หลายแสนเครดิต ไม่ต้องพูดถึงว่าอาวุธพลังงานที่มีระดับสูงกว่า ราคาจะพุ่งไปถึงไหน
ซูหยวนมองดูการกระทำของอีกฝ่ายร่วมกับคนอื่นๆ ก่อนที่ทุกคนจะต้องเบิกตากว้างกับการกระทำที่ชั่วร้ายนี้
ปัง!!!
“อ้าก!!!”
เพียงแค่การโจมตีครั้งเดียว แขนของนักล่าคนแรกที่ออกไปยอมรับความผิดก็แตกละเอียด เืที่แขนสาดกระจายจนไม่เหลือร่องรอยว่าเคยเป็แขนมาก่อน แรงและผลกระทบของการฟาดไม้พลองนั้นสูงเหลือเกิน คนธรรมดาอาจจะตีให้ขึ้นรอยแดงหรือเป็จ้ำเืได้ แต่พอเป็ผู้ใช้พลังร่วมกับอาวุธพลังงานด้วยแล้ว กลับกลายเป็การโจมตีที่เหมือนกับการะเิ
คนที่ถูกโจมตีอย่างกะทันหันไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับตนเองกันแน่ เขายังไม่ทันที่จะได้ยกมือขึ้นมาป้องกันด้วยซ้ำ แขนนั้นก็แตกสลายหายไปเสียแล้ว ความเ็ปที่ปรากฏขึ้นอย่างกะทันหันทำให้เขาตาเหลือกเกือบจะหมดสติไป แต่มันดันไม่จบเพียงเท่านั้น เพราะคนที่ลงมือยังเตะเขาซ้ำจนล้มกลิ้งไป
“ไอ้พวกชั้นต่ำ! ในที่สุดแกก็ยอมรับแล้วสินะว่ามีส่วนกับการตายของคุณชายน่ะ!! แกคิดจริงๆหรอว่าจะรอดพ้นไปได้หลังจากมีเจตนาร้ายแบบนั้น ห๊า!!”
“คุณชายของพวกเราเจ็บมากขนาดไหน แกก็ต้องเจ็บมากเท่ากัน! ถ้าไม่ใช่เพราะแกอิจฉาคุณชายของพวกเราจนไม่คิดจะคอยเฝ้าดูแลความปลอดภัยให้ คุณชายของพวกเราจะเจอกับอันตรายถึงชีวิตไหม!!!”
“ตอนที่คุณชาย้าความช่วยเหลือมากที่สุด กลับมีคนเข้าไปช่วยเพียงไม่กี่คนเท่านั้น เห็นได้ชัดว่าพวกแกรวมหัวกัน ต้องเป็เพราะพวกแกวางแผนให้เกิดเื่นี้ขึ้นแน่ๆ ทั้งยังเพื่อไม่ให้ตัวเองผิดปกฎหมายก็เลยพยายามอยู่ให้ห่างจากคุณชายของพวกเราใช่ไหม พวกแกมันพวกสารเลวจริงๆ!”
ยิ่งพูด อารมณ์ของเขาก็ยิ่งคุกกรุ่น ทว่าสายตากลับมีประกายสังหารอยู่ด้วย ไม่ว่าจะมองอย่างไรก็ไม่ปกติเอาเสียเลย...พร้อมๆกับคำพูดของเขา มือที่ถือไม้พลองก็ฟาดไปด้วย ไม่ว่าจะตีตรงไหนก็เกิดรอยแตกหักเกิดการะเิขึ้น คนทั้งสี่ที่คิดว่าตนเองอาจจะรอดชีวิตเพราะก้าวออกมาข้างหน้ากลับรู้สึกเหมือนตายทั้งเป็
พวกเขาไม่ได้โจมตีถึงจุดตายในครั้งเดียว กลับถูกเลี้ยงไข้เอาไว้ กรีดร้องเพราะเ็ปเจียนตาย กว่าที่จะสิ้นลมไปเอง สุดท้ายต้องชักดิ้นชักงออยู่ตั้งนานสองนาน
นักล่าคนอื่นๆที่เห็นภาพนี้รู้สึกกลัวมากๆ พวกเขาไม่มีใครกล้าออกไปขวาง ชีวิตก็เป็เช่นนี้...ในเมื่อตัดสินใจอะไรแล้วก็ต้องรับผลการตัดสินใจของตนเอง หากทั้งสี่คนตัดสินใจแล้วทำให้รอดชีวิต ขณะที่พวกเขาไม่ยอมรับแล้วต้องเจอกับบทลงโทษที่รุนแรง เชื่อได้เลยว่าทั้งสี่คนก็ไม่คิดจะย้อนกลับมาช่วยเช่นกัน
ทางเลือกมีเหมือนกันทั้งหมด อยู่ที่ว่าพวกเขาจะเลือกทางไหน แต่เมื่อเลือกแล้วก็ต้องยอมรับผลของการเลือกให้ได้
ซูหยวนมองภาพตรงหน้า เพิ่งเห็นคนฆ่ากันเองด้วยความชั่วร้ายเช่นนี้ครั้งแรก แม้ว่าเธอจะเป็คนทำให้เด็กเหลือขอทั้งสี่คนต้องตาย แต่นั่นก็เป็การกระทำของพวกเขาเอง เธอไม่ได้เป็คนฆ่าพวกเขากับมือ อีกทั้งตอนที่ตายก็ยังไม่ได้อยู่ดูด้วย ดังนั้น...ถือว่านี่เป็ครั้งแรกที่ทำให้เธอได้เปิดโลกจริงๆ
เดิมทีคิดว่าตนเองอาจจะอาเจียนออกมา ทว่าซูหยวนกลับประหลาดใจที่ตนเองสงบนิ่งมาก เธอยังมองดูฉากการสังหารที่โหดร้ายนั้นโดยไม่กระพริบตา จดจำความรู้สึกที่ต่ำต้อยนี้เอาไว้ เพราะเธอก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะถึงเวลาของตนเองเมื่อไร บางทีอาจจะแค่ไม่กี่นาทีข้างหน้าแล้วก็ได้
คนทั้งสี่ที่สิ้นลมถูกเ้าหน้าที่ช่วยพาออกไป นี่คือการสังหารที่โหดร้ายและอวดดีมากที่สุด กล้ากระทำการเช่นนี้ต่อหน้าของพวกเขา แต่ก็ต้องบอกว่าพวกเขามันไร้น้ำยาเอง ทั้งๆที่เป็คนดูแลเขต A มาตลอด คนเหล่านี้ก็เจอกันทุกวัน ยังคอยอวยพรให้พวกเขากลับมาอย่างปลอดภัยด้วยซ้ำ
ทว่าเมื่อถึงเวลาจริงๆ พวกเขากลับทำได้เพียงมองดูด้วยความหดหู่ก็เท่านั้น
“ส่วนพวกแก!! ทั้งไม่รู้ความผิดของตนเอง ทั้งไม่มีความกล้าที่จะออกมารับผิดชอบ คิดว่าทำเป็ไม่รู้ไม่เห็นแล้วพวกเราจะปล่อยตัวสารเลวอย่างพวกแกไปรึไง!!”
“ฮ่า! ฉันล่ะชอบจริงๆเลยไอ้พวกดื้อด้านเนี่ย ทำหน้าแบบนั้นยังคิดว่าตัวเองไม่ผิดอยู่อีกใช่ไหม! ไม่ใช่ว่าฉันพูดไปแล้วหรือไงว่าตัวเองมีความผิดอะไรกันบ้าง ดี! ดีจริงๆ ถ้าอย่างนั้นฉันจะทำให้รู้เองว่าความผิดของพวกแกคืออะไรกันแน่!!”
เ้าของไม้พลองะโออกมา เขาเงื้อมือขึ้นสูง ้าโจมตีกับพวกนักล่าระดับต่ำพวกนี้ เริ่มั้แ่กลางวงซึ่งเป็ตำแหน่งที่ซูหยวนยืนอยู่
หญิงสาวหรี่ตาลง เธอจะปล่อยให้เขาโจมตีง่ายๆได้อย่างไร ทันทีที่ไม้พลองจะฟาดเข้าที่ไหล่ของเธอ ซูหยวนก็หยิบพลั่วที่สะพายเอาไว้ข้างหลังอยู่ตลอดขึ้นมาป้องกันทันที
เธอไม่รู้ว่าไม้พลองของอีกฝ่ายแข็งแกร่งขนาดไหน แต่พลั่วของเธอ...เนื่องจากเป็ของที่ระบบมอบให้ มันย่อมไม่มีวันพังทลายไปง่ายๆ เสียก็แค่ที่แรงของซูหยวนไม่มากนัก เธอจำเป็ต้องใช้การต่อสู้ผ่านวิธีการเบี่ยงวิธีการโจมตีของอีกฝ่ายไปเท่านั้น ไม่สามารถรับแล้วกระแทกสวนกลับไปได้
ปัง!!
เพราะเ้าของไม้พลองไม่ได้คิดว่าจะมีคนต่อต้านการโจมตีของเขา เ้าตัวจึงทุ่มแรงะเิออกไปเต็มที่ เมื่อมันถูกปัดออกไปเช่นนี้จึงทำให้เขาถลาไปข้างหน้าพร้อมกับไม้พลองที่ฟาดลงไปยังพื้นดินรอบๆนั้นด้วย
เกิดเป็หลุมบ่อขนาดใหญ่ มีนักล่าที่ถูกลูกหลงจากแรงะเินี้สามสี่คน ดีที่พวกเขาไม่ได้เป็อันตรายถึงตาย กระนั้น...ทันทีที่เ้าของไม้พลองได้สติ ความโกรธของเขาก็เพิ่มขึ้นสูงอีกเท่าตัว!!
“แก แกกล้าที่จะต่อต้านฉันงั้นหรอวะ!! เป็แค่นังเด็กชั้นต่ำแท้ๆ!” เขาส่งเสียงตวาด รู้สึกเสียหน้าจนทำให้โกรธไปด้วย
เด็กสาวอายุเท่านี้ เขาคิดว่าจะฟาดครั้งเดียวเพื่อให้ร่างทั้งร่างะเิออก กลับไม่ได้คิดเลยว่าจะถูกจัดการจนทำให้ต้องขายหน้าเช่นนี้ หากคนอื่นๆรู้ว่าเขาถูกเด็กที่เป็นักล่าระดับต่ำนี้ป้องกันการโจมตีเอาไว้ได้ พวกมันคงจะหัวเราะเยาะเขาไปเป็ปีแน่! ดังนั้น...เขาจะต้องทำให้นังเด็กไม่รู้ที่ต่ำที่สูงนี้ทุกข์ทรมานให้ได้มากที่สุด!
ในขณะที่คนถูกลูบคมกำลังโกรธจัดและ้าเข้ามาจัดการเด็กสาวที่กล้าต่อต้านเขา คนอื่นๆกลับมองดูการเคลื่อนไหวของเด็กผู้หญิงตัวเล็กด้วยความประหลาดใจ นอกจากนี้...อาวุธอย่างไม้พลองก็คืออาวุธพลังงาน แต่เมื่อมันโจมตีเข้ากับอาวุธระดับต่ำที่เด็กสาวถือเอาไว้ รวมทั้งยังมีพลังงานของเ้าของฟาดเข้าไปเต็มแรง ปกติอาวุธระดับต่ำพวกนี้สมควรจะต้องถูกทำลายไปแล้วไม่ใช่หรือ? เหตุใดมันจึงไม่เหลือแม้แต่รอยขีดข่วนกันล่ะ!
พวกเขาพยายามจะตรวจสอบดูว่ามีแกนพลังงานแบบไหนที่ซ่อนอยู่ในอาวุธรูปทรงประหลาดนี้บ้าง แต่ไม่ว่าจะมองอย่างไรก็หาไม่พบเลย ทั้งยังไม่ได้มีออร่าของพลังงานรั่วไหลออกมาด้วยซ้ำ หากจะบอกว่าเื่บังเอิญ...เช่นนั้นการป้องกันครั้งที่สองจะทำอีกได้หรือไม่?
“ตาย!!” เ้าของไม้พลองกระชับอาวุธของตนเอง ครานี้เขาไม่ได้ะโออกมาเล่นๆอีกแล้ว สายตาของเขาเต็มไปด้วยออร่าการสังหาร
เขาถ่ายเทพลังงานของตนเองเข้าไปในอาวุธจนมันเกิดประกายสีน้ำตาลมากขึ้น มือหนายกไม้พลองอย่างผู้รู้วิชา ก่อนจะเตรียมฟาดเข้าที่หัวของเด็กสาวเต็มแรง
ซูหยวนไม่ใช่คนที่มีทักษะในการต่อสู้อยู่แล้ว ถ้าเป็ในเกม...เธอรู้เพียงวิธีการจัดการกับซอมบี้กลายพันธุ์เท่านั้น ส่วนตอนนี้ก็กำลังพยายามที่จะเรียนรู้วิธีการต่อสู้กับสัตว์กลายพันธุ์ในเขต A ไหนเลยจะสามารถรับมือกับกระบวนท่าเหล่านี้ของอีกฝ่ายได้
แต่...นี่ไม่ได้แปลว่าเธอจะต้องยืนให้เขาฟาดเสียหน่อย ไม่ใช่ว่าเธอก็มีเท้าหรอกหรือ? เขาวิ่งเข้ามา เธอก็แค่วิ่งหนี ไม่เห็นมีอะไรต้องทำให้เป็เื่ยากเลย!
………………………..