เทพสงครามสายเลือดมังกร

    ตอนที่ 125 เริ่มพิธีกรรม

    “หลงเฉิน  เจ้ามีแผนอย่างไร?”


    ทั้งสามคนตัดสินใจที่จะลงมือระหว่างพิธีสังเวยโลหิต


    “หากเจ้าต้องการคำแนะนำจากข้าละก็  ข้าคิดว่าตอนนี้เรายังไม่ควรลงมือ ในเมื่อคนของเรายังมีชีวิตอยู่  เราก็ยังมีความหวัง พวกเราทั้งสามคนทำได้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้แล้ว  แต่สำหรับเจ้านั้นต่างออกไป  หากเป็นไปได้  พวกเราก็อยากให้เจ้าแก้แค้นให้พวกเราด้วย”


    “พี่หลี...”   หลงเฉินรู้สึกลำบากใจเล็กน้อย


    “ฟังนะ... ในเมื่อเจ้าก็เรียกข้าว่าพี่แล้ว เจ้าจะช่วยข้าใช่หรือไม่? ข้าไม่ใช่คนแปลกหน้าอีกต่อไปแล้ว  ดังนั้นข้าจะเรียกเจ้าว่าเฉินเอ๋อร์ พวกเราทั้งสามจะเอาชีวิตเข้าไปเสี่ยง  หากว่ามันล้มเหลว แก้แค้นให้พวกเราด้วยเถอะ!”


    เมื่อเห็นว่าหลีจิ้งยังคงดึงดัน  หลงเฉินจึงทำได้เพียงเอ่ยตอบ


    “ข้าจะต้องสังหารจ้าวลัทธิให้ได้  ข้าสัญญาว่าจะไม่ลงมือก่อนที่พิธีสังเวยโลหิตจะเริ่ม นอกเสียจากว่าจะมีเหตุการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานเกิดขึ้นจริง ๆ ข้าก็จะไม่เปิดเผยตัวตน  ตกลงไหม?”


    หากพวกเขายอมตาย  คงต้องมีคนแก้แค้นแทนพวกเขา  ซึ่งมันก็มากเกินพอแล้ว


    ด้วยอายุเพียงเท่านี้  หลงเฉินก็บรรลุถึงระดับแก่นมนุษย์ขั้นต้นแล้ว  เมื่อเทียบกับจ้าวลัทธิแล้วเขาอาจจะไม่เก่งกาจเท่า  แต่หากเขายืนหยัดต่อไปเขาก็จะมีโอกาสแข็งแกร่งขึ้นมากกว่านี้


    “พวกเรามาหารือเกี่ยวกับพิธีกรรมนี้กันเถอะ  เฉินเอ๋อร์ เจ้ายังไม่รู้อะไรเกี่ยวกับมันใช่หรือไม่?” 
    หลี่เผิงเอ่ยถาม


    หลงเฉินพยักหน้า


    “หลี่เผิง อธิบายให้เขาฟังที”


    หลีจิ้งถือเป็นผู้นำ  เมื่อนางเอ่ยปาก  หลี่เผิงและทั้งสามก็นั่งลงและเริ่มอธิบาย


    “พิธีสังเวยโลหิตนั้นมีพิธีการอยู่สามลำดับ  ลำดับแรก  สาวกทุกคนจะเข้าไปในเมืองใต้ดินและสักการะจ้าวลัทธิ  จากนั้นก็จะถวายเครื่องสักการบูชาแด่องค์เทพ  ลำดับที่สองก็คือการสังหารหมู่เด็กสาวและนำเลือดของพวกนางไปใส่ในสระจนเต็ม  ลำดับที่สามก็คือการอาบเลือด จ้าวลัทธิจะเป็นคนแรกที่ลงไปอาบเลือดในสระ  ตามด้วยผู้อาวุโสทั้งห้าและผู้คุมกฎ จากนั้นก็เป็นคราวของเหล่าสาวก  เท่านี้ก็ถือว่าพิธีสังเวยโลหิตเป็นอันเสร็จสิ้น”


    “พูดอีกอย่างหนึ่งก็คือพวกเราจะต้องลงมือในระหว่างการถวายเครื่องสักการบูชา  มิเช่นนั้นแล้ว  เมื่อพวกเขาเริ่มลงมือฆ่าคน  ชีวิตนับร้อยคงต้องสูญสิ้นไป  พวกนางยังสาวและงดงามนัก...  น้องสาวของข้าก็อยู่ในนั้นเช่นกัน”


    ในตอนนี้เสียงของหลีจิ้งเย็นชาอย่างน่าเหลือเชื่อ


    “เจ้าสัตว์ร้ายพวกนั้น!” หลี่เผิงและหลี่เฉิงถอนหายใจ


    “พวกมันเลวทรามเสียยิ่งกว่าสัตว์ร้ายเสียอีก”


    หลงเฉินเองก็คุกรุ่นไปด้วยจิตสังหาร  เขาเคยใช้วิชา [สกัดโลหิตสลายปราณ] ก่อนหน้านี้  แต่ก็ใช้กับสัตว์อสูรเท่านั้น  เมื่อครั้งที่เขาใช้มันกับไป๋จ้านสงและเสวี่ยเยวี๋ยนจื่อนั้นเป็นเพราะความเกลียดชังที่เขามีต่อคนพวกนั้นและทั้งคู่ต่างเป็นศัตรูของหลงเฉิน  สำหรับลัทธิเซียนโลหิต  มีเด็กสาวนับร้อยนับพันคนที่บริสุทธิ์และไร้ทางสู้ถูกจับตัวมา!


    “คงไม่มีคนดี ๆ ที่ไหนที่จะเข้าลัทธิเซียนโลหิต  ครั้งนี้ข้าจะลงมือสังหารโดยไม่ยั้งมือเลยทีเดียว”


    เมื่อคิดถึงการสังหารหมู่ที่บ้าคลั่ง  มังกรโลหิตก็ร้องคำรามอยู่ในร่างของหลงเฉิน  คลื่นพลังกระหายเลือดค่อย ๆ ปะทุจากร่างของเขา


    วันที่สองจะมาถึงในอีกไม่ช้า  และพวกเขาทั้งสี่คนก็เฝ้ารออย่างอดทน  ไม่นานม่านรัตติกาลก็แผ่ปกคลุมลงมา  เป็นเวลานานทีเดียวก่อนที่ท้องฟ้าจะมืดสนิท  หลงเฉินและคนอื่น ๆ รวมตัวกับเหล่าสาวกนับพันมุ่งหน้าไปที่ตำหนักโลหิต


    เหล่าสาวกลัทธิเซียนโลหิตอยู่ในระดับขอบเขตชีพจรมังกรขั้นห้าขึ้นไป  เมื่อสาวกนับพันรวมตัวกัน  พลังความแข็งแกร่งของพวกเขาก็ไม่ใช่สิ่งที่เมืองพฤกษาหมอกทั้งเมืองจะเทียบได้


    ภายใต้อิทธิพลยิ่งใหญ่ของจ้าวลัทธิ  คลื่นพลังโลหิตและความชั่วร้ายแผ่กระจายออกมาจากลัทธิแห่งนี้  หลงเฉินมองไปรอบ ๆ และพบว่ามีเพียงไม่กี่คนที่ไม่ได้ดูโหดเหี้ยมนัก


    ‘ข้าอยากรู้นักว่ามีคนบริสุทธิ์กี่คนที่ตายไปด้วยน้ำมือของสัตว์ร้ายพวกนี้...’


    เมื่อพวกเขาเดินตามคนกลุ่มใหญ่ที่นำโดยผู้คุมกฎ  หลงเฉินและคนอื่น ๆ ได้เข้าไปในตำหนักโลหิต  เขาเห็นอุโมงค์ลงไปยังเมืองใต้ดินซึ่งเป็นทางยาวแคบ ๆ และบันไดที่นำลงไป  ทางลงนั้นแคบจนเดินผ่านได้เพียงสองคนเท่านั้น


    หลงเฉินอยู่ปลายแถว  เมื่อเขาเดินผ่านอุโมงค์ลงไปยังเมืองใต้ดินเป็นเวลานาน  ทางเดินก็เริ่มขยายกว้างออก


    มันเป็นสถานที่ขนาดใหญ่ที่ขุดลึกลงไปโดยกำลังคน  มันเป็นเมืองใต้ดินที่ได้จำลองตามลักษณะของเมืองทั่วไปขึ้นมา  สิ่งที่แตกต่างมีเพียงกำแพงที่นี่ซึ่งล้วนเป็นสีแดงทั้งหมดและมีภาพวาดแปลกประหลาดดูน่าสะพรึงกลัวแต่งแต้มอยู่บนนั้น


    ‘ระวังตัวไว้จะดีกว่า’


    หลีจิ้งเตือนเขา  ทั้งสามคนแยกตัวจากหลงเฉิน  พวกเขาต้องการต่อสู้กับลัทธิเซียนโลหิตอย่างเปิดเผย  ส่วนหลงเฉินมาที่นี่เพื่อเฝ้าดูเท่านั้น


    แน่นอนว่านั่นคือสิ่งที่หลีจิ้งและอีกสองคนเชื่อ


    หลังจากเดินไปรอบ ๆ เมืองใต้ดินเป็นเวลานาน  ทุกคนก็เคลื่อนตัวไปยังทิศทางที่จำเพาะเจาะจง  ในที่สุดหลงเฉินก็มาถึงยังใจกลางเมืองที่ห่างออกไป  เบื้องหน้ามีสระขนาดใหญ่ที่คนนับพันสามารถลงไปได้  เวลานี้สระว่างเปล่า  แต่เมื่อดูจากคราบเลือดจึงสรุปได้ว่ามันคือสระโลหิตนั่นเอง


    เหล่าสาวกตั้งแถวอยู่ที่ด้านหนึ่งของสระโลหิต  ในขณะที่อีกด้านหนึ่งมีแท่นบูชาสีแดงขนาดใหญ่  ธูปสามแท่งถูกจุดจนไหม้ เกลียวควันลอยขึ้นสู่จุดสูงสุดของเมืองใต้ดิน


    ด้านล่างแท่นบูชาคือผู้อาวุโสของลัทธิห้าคนซึ่งมีทั้งหญิงและชาย  พวกเขาต่างสวมชุดคลุมสีทองและแดง  พวกเขาคือผู้อาวุโสในตำนานของลัทธิเซียนโลหิตซึ่งทุกคนล้วนดูน่าสะพรึงกลัวอย่างมาก


    หลงเฉินกวาดตามองไปที่พวกเขา


     ‘ข้าบอกได้เลยว่าทั้งห้าคนนี้ไม่ใช่คนดีแน่ ๆ จ้าวลัทธิไม่มีความรู้สึกผิดชอบชั่วดี  ข้าคิดว่าคนพวกนี้ก็ไม่ได้ดีไปกว่ากันนักหรอก  จากคลื่นพลังแข็งแกร่งที่แผ่ออกมา  พวกเขาน่าจะสังหารคนไปไม่น้อย’


    เมื่อสัมผัสถึงพลังในร่างกายของตนเอง  หลงเฉินก็ขมวดคิ้วแน่น


    “สัตว์อสูรระดับลึกล้ำขั้นสี่และแก่นโลหิตของสัตว์อสูรกร่อนจิตยังไม่เพียงพอจะทำให้ข้าบรรลุถึงระดับแก่นมนุษย์ขั้นสมบูรณ์  ก่อนที่ข้าจะสู้กับจ้าวลัทธิ ข้าคงต้องใช้วิชา [สกัดโลหิตสลายปราณ]เพื่อที่จะบรรลุสู่ขั้นสมบูรณ์ได้เสียก่อน...”


    ทว่าหลงเฉินไม่อยากใช้วิชา [สกัดโลหิตสลายปราณ] กับมนุษย์


    “อย่าคิดมากเลย  หากเจ้าไม่ทำเช่นนี้และเกิดอะไรขึ้นกับหลิงชิง  เจ้าคงเสียใจไปชั่วชีวิตแน่ ๆ”


    หลิงซีปลอบเขาด้วยเหตุผล


    เมื่อนึกถึงเด็กสาว  หลงเฉินจึงไม่มีทางเลือกนอกจากพยักหน้า


    “ตกลง ข้าจะยกเว้นเพื่อนางก็แล้วกัน!”


    “หลงเฉิน [สกัดโลหิตสลายปราณ] เป็นทักษะที่ท้าทายสวรรค์  ข้าไม่เคยเห็นสิ่งใดน่าอัศจรรย์เช่นนั้นมาก่อน  มันนำมาซึ่งความแข็งแกร่งที่ไม่สิ้นสุดและผู้คนต่างหลงใหลคลั่งไคล้ การที่จะสามารถควบคุมตัวเองได้ในวัยนี้นั้นน่ายกย่องมากเลยนะ”


    หลงเฉินรู้สึกยินดีกับคำชื่นชมจากใจของหลิงซี


    “ก็ข้าน่ะไม่ธรรมดาอยู่แล้ว...”


    “หน้าไม่อาย!”


    เมื่อหลิงซีหยอกล้อเขาอย่างร่าเริง  หลงเฉินจึงรู้สึกผ่อนคลายขึ้น  ก่อนหน้านี้จ้าวลัทธิทำให้เขารู้สึกหนักใจอย่างมาก


    “พิธีสังเวยโลหิตจะเริ่มขึ้นแล้ว  ทุกคนคุกเข่า!”


    ในบรรดาผู้อาวุโสทั้งห้ามีชายสี่คนและหญิงอีกหนึ่งคน  หญิงชราหน้าตาอัปลักษณ์กรีดเสียงร้องที่ทิ่มแทงโสตประสาทของทุกคนโดยรอบ  หลงเฉินเองก็รู้สึกแสบแก้วหูขณะที่คุกเข่าลงพร้อมกับฝูงชน


    เมื่อหญิงชราคำรามเสร็จก็หันกลับไปพูดกับจ้าวลัทธิครู่หนึ่งก่อนจะไปยืนอยู่ทางด้านข้าง 


    หลงเฉินคุกเข่าและในขณะที่ทุกคนกำลังรู้สึกประหม่า  เขาก็กวาดตามองไปรอบ ๆ


    “เสี่ยวซี  เจ้าสัมผัสถึงหลิงชิงได้หรือไม่?”


    ภายในกระบี่หลิงซี   หลิงซีหันไปมองด้านข้างและขมวดคิ้ว


    “ทางด้านซ้ายของสระโลหิตมีประตูใหญ่อยู่หลายบานห่างออกไปจากสระโลหิตราวสามร้อยเชียะ  มีหญิงสาวนับร้อยอยู่ข้างหลังนั่น  แต่ดูเหมือนว่าหลิงซีจะไม่ได้อยู่ที่นั่น  ข้าจะหานางต่อไป...”


    เมื่อยังไม่รู้ว่าหยางหลิงชิงอยู่ที่ใดกันแน่  หลงเฉินจึงยังไม่กล้าลงมือ


    เวลานี้จ้าวลัทธิประกาศว่าพิธีได้เริ่มขึ้นแล้ว  เขาขึ้นไปที่แท่นบูชาก่อนจะถวายเครื่องสักการะ  ไม่นานหลังจากนั้น  ผู้อาวุโสทั้งห้าก็ทำเช่นเดียวกัน


    บนสระโลหิตมีสะพานที่ทอดยาวไปยังแท่นบูชา  ทุกคนเดินไปบนสะพานและถวายเครื่องสักการะจากนั้นก็ดึงอ่างที่อยู่ด้านล่างแท่นบูชาออกมา มันเต็มไปด้วยเลือดสด ๆ 


    หลังจากถวายเครื่องสักการะเรียบร้อยแล้วทุกคนก็กลับมาที่ตำแหน่งเดิม  ทว่าในตอนนี้มีอ่างเลือดอยู่ในมือของพวกเขา  แม้แต่จ้าวลัทธิเองก็เช่นกัน  


    “นี่คือเวลาที่สำคัญยิ่งสำหรับพวกเราทุกคน!”


    เวลานี้ จ้าวลัทธิถือสระโลหิตสด ๆ ไว้แน่น


    หญิงชรากรีดเสียงร้องขึ้นอีกครั้ง  นางจ้องเขม็งไปที่จ้าวลัทธิ  เขาหัวเราะร่าอยู่ครู่หนึ่งก่อนเอ่ยขึ้น


    “สหายข้า  ดื่ม!”


    “ดื่ม!”


    “ดีมาก!”


    จ้าวลัทธิเริ่มดื่มเลือดจากอ่างจนหมด  จากนั้นก็โยนอ่างกระเบื้องลงไปในสระโลหิตจนมันแตกเป็นเสี่ยง ๆ จากนั้นอ่างกระเบื้องก็ถูกโยนลงไปในสระโลหิตทีละใบ ๆ จนเต็มไปด้วยเศษกระเบื้อง


    เมื่อสัมผัสกับเลือด  เศษชิ้นส่วนของพวกมันทั้งหมดจึงกลายเป็นสีแดง


    “เปิดประตูและนำแหล่งโลหิตเข้ามา!”


    ผู้นำลัทธิออกคำสั่ง  จากนั้นก็เดินออกไปจากสระโลหิต  ประตูบานมหึมาส่งเสียงครืนขณะที่พวกมันเปิดออก ประตูทั้งสี่บานนั้นหนักอึ้งและหนามาก  แม้แต่กำลังของหลงเฉินก็คงยากที่จะทำลายประตูหินเหล่านี้ในเวลาอันสั้น


    จ้าวลัทธิเตรียมการไว้อย่างดีเพื่อให้แน่ใจว่าพิธีจะดำเนินไปอย่างราบรื่นไร้อุปสรรค


    ประตูหินเปิดขึ้นทีละบาน ๆ เสียงกรีดร้องดังขึ้นให้ได้ยิน  เสียงกรีดร้องเจียนจะขาดใจนั้นทำให้เหล่าสาวกลัทธิเซียนโลหิตหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง


    “ร้องสิ ร้องเข้าไป! พวกเจ้ามีเวลาอยู่ในโลกนี้อีกเพียงไม่กี่อึดใจ  เชิญร้องไห้ตามสบาย  พวกเจ้าควรจะรู้สึกเป็นเกียรติที่ทำให้พวกเราแข็งแกร่งขึ้นด้วยเลือดของพวกเจ้า”


    เสียงหัวเราะร่าของจ้าวลัทธิก้องสะท้อนไปทั่วเมืองใต้ดิน


    หลงเฉินกำหมัดแน่นท่ามกลางฝูงชน


    “หลงเฉิน  ข้าพบหลิงชิงแล้ว  นางอยู่ข้างล่างแท่นบูชา!”


    *********************



    คล้ายกับเรื่องเทพสงครามสายเลือดมังกร ที่คุณอ่าน

    หนิงเทียน จักรพรรดิเซียนพฤกษา (จบ)

    หนิงเทียน จักรพรรดิเซียนพฤกษา (จบ)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    449K 1017
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    คัมภีร์จักรพรรดิพิชิตฟ้า 【จบแล้ว】

    คัมภีร์จักรพรรดิพิชิตฟ้า 【จบแล้ว】

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.87M 2416
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    [New Life] อิสระของชีวิต

    [New Life] อิสระของชีวิต

    นิยาย แฟนตาซี
    140K 171
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    บันทึกสงครามวอร์เทนเนีย (Wortenia Senki)

    บันทึกสงครามวอร์เทนเนีย (Wortenia Senki)

    นิยาย แฟนตาซี
    64K 246
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    จักรพรรดิอักขระสยบฟ้า

    จักรพรรดิอักขระสยบฟ้า

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    142K 432