แม้ว่าเลือดของอสูรร้ายจะไม่ได้มากมายนัก แต่เมื่อฉินอวี่ดื่มไปจนหมดพลังของพลังปราณในร่างกายของเขาก็ถึงขีดสุด
พลังในโลหิตของอสูรร้ายระดับสี่กว่าร้อยตัวนั้นก็เป็นเหมือนดั่งพายุที่รุนแรงที่พุ่งตรงไปยังทั่วทุกพื้นที่ในร่างกายของฉินอวี่
“ฉึก...”
ร่างกายของฉินอวี่เริ่มปริออก รอยแตกเริ่มปรากฏออกมาให้เห็นเลือดไหลออกมาจากบาดแผลทันที
การบาดเจ็บของร่างกายทำให้การเผาผลาญพลังปราณทั่วทั้งร่างมีความเข้มข้นมากขึ้น
ฉินอวี่ไม่ได้ให้ความสนใจกับร่างกาย เขาทำการควบคุมพลังปราณในร่างกาย และหลอมเลือดอสูรร้ายอย่างเต็มกำลังยังโชคดีที่เพลิงแอ่งธรณีได้กลับสู่จุดตันเถียนแล้ว ไม่เช่นนั้นสายเลือดหยาจื้อที่ติดอยู่ในเลือดอสูรก็คงถูกมันดูดกลืนไปจนหมด!
“ข้าต้องทำการหลอมสายเลือดของหยาจื้อเสียก่อนจึงจะสามารถหลอมไข่มุกโลหิตของตนเองได้ จากนั้นจึงประสานรวมสายเลือดหยาจื้อเข้าไปก่อนที่ไข่มุกโลหิตจะก่อตัว!”
หลังจากตัดสินใจแล้ว ฉินอวี่ก็ใช้พลังทั้งหมดหลอมเลือดอสูรร้าย
ในตอนนี้ด้วยการหลอมพลังที่ดุเดือดในร่างกายได้ทำลายอวัยวะภายในของเขาอย่างรุนแรง ฉินอวี่ไม่เพียงจะต้องทนต่อความเจ็บปวดที่มหาศาลเท่านั้นแต่ยังต้องจดจ่ออยู่กับการกลั่นเลือดอสูรร้ายสิ่งนี้ทำให้ฉินอวี่ต้องเผชิญกับความท้าทายในความอุตสาหะของตนเองเป็นอย่างยิ่ง
หลังจากนั้นไม่นาน
ฉินอวี่ก็มีเลือดโชกไปทั้งร่าง ทั่วทั้งตัวเต็มไปด้วยรอยแตกที่หนาแน่นเลือดกระเซ็นไปทั่วบริเวณ ทั้งร่างของเขามีแสงสีแดงเปล่งประกายออกมาราวกับเปลวเพลิงที่กำลังลุกโชติช่วง และในร่างกายของเขาตอนนี้กำลังพบกับการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่
พลังปราณในเลือดของอสูรร้ายเป็นเหมือนลมพายุที่พัดกระหน่ำทำให้เลือดของอสูรร้ายสายเลือดหยาจื้อนั้นแตกออกเป็นเสี่ยงๆ
แท้จริงแล้วการขัดหลอมเป็นการกำจัดสิ่งแปลกปลอมและปรับแต่งแก่นแท้ของมันพลังปราณของอสูรร้ายที่มีอยู่ในเลือดอสูรร้ายเหล่านี้เพียงพอที่จะทำลายกากปฏิกูลในโลหิตและสิ่งที่เหลือไว้ก็คือแก่นแท้ของมัน ที่มีสายเลือดหยาจื้อปะปนอยู่
แต่สิ่งที่ฉินอวี่รู้สึกเสียดายคือ อสูรร้ายเหล่านี้ได้ตายไปนานแล้วพลังที่มีอยู่ในเลือดได้สูญเสียลงไปอย่างมากและพลังของสายเลือดหยาจื้อนั้นก็ยิ่งน่าเวทนานัก
ไม่ใช่ว่าฉินอวี่จะไม่เคยคิดถึงสถานการณ์เช่นนี้มาก่อนแต่ในตอนนั้นพวกของฉู่สยงได้มาถึงที่นี่ ทำให้เขาจำเป็นต้องเลือกสิ่งที่ดีที่สุดรองลงมาเสียก่อนคือการได้เก็บรวบรวมเลือดอสูรร้าย
“อสูรร้ายตัวนั้นกลืนกระบี่มังกรเข้าไปในร่างกายของมันจะต้องมีสายเลือดของหยาจื้ออย่างแน่นอน” ฉินอวี่พึมพำด้วยความกังวลร่างกายของเขาต้องแบกรับจากความเจ็บปวดที่รุนแรง แต่ความเจ็บปวดนี้ก็มาพร้อมกับความแข็งแกร่งที่หลั่งไหลเข้าสู่ร่างกายพละกำลังชนิดนี้มาพร้อมความเจ็บปวดแสนสาหัสทำให้ฉินอวี่รู้สึกเหมือนได้ขึ้นสวรรค์และตกนรกสลับกันอยู่ตลอดเวลาและยังทำให้กำลังวังชาของเขาค่อยๆ อ่อนแรงลง
แต่ฉินอวี่ยังไม่ยอมแพ้ บังคับกำลังของตนเองขึ้นมาก่อนจะหยิบเลือดเนื้อของร่างอสูรร้ายตัวนั้นออกมาจะสำเร็จหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับครั้งนี้แล้วฉินอวี่ไม่สนใจแล้วว่าชิ้นเนื้อเหล่านี้จะสุกหรือดิบเขาได้กัดฉีกมันออกอย่างบ้าคลั่ง
“ไม่พอ!”
ในไม่ช้า ซากร่างของอสูรร้ายก็ถูกฉินอวี่กัดแทะไปกว่าครึ่งร่างพลังที่มีอยู่ในเนื้อของมันได้ถ่ายเทสู่ร่างกายของเขาอีกครั้งก่อนจะถูกขัดเกลาด้วยพลังปราณอีกครั้ง
เมื่อฉินอวี่กัดแทะซากร่างของอสูรร้ายไปจนหมดโดยเหลือเฉพาะส่วนศีรษะเขาก็รู้สึกได้ถึงพลังของการขัดหลอม จนฉินอวี่เริ่มเป็นกังวล
ยังไม่พอ!
ในตอนนี้ร่างกายของฉินอวี่ถูกทำลายเพราะพลังจากปราณในโลหิตซึ่งอยู่ในร่างกายผนวกกับพลังที่ปะปนอยู่ในเนื้อของอสูรร้าย ยิ่งเร่งให้รอยแตกในร่างกายเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วเลือดไหลออกมาจากทั่วทั้งร่างของฉินอวี่จนร่างกายของเขาต้องทนทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัส
“เอี๊ยด!”
ฉินอวี่กัดฟันแน่น ร่างกายของเขาเริ่มปรากฏเสียงลั่นขึ้นมาเขาที่มีใบหน้าเคร่งขรึมบังคับให้ตนเองเปิดปากก่อนจะกัดลงไปบนศีรษะของอสูรร้ายอย่างรวดเร็ว!
ไม่นานนัก อสูรร้ายก็เหลือเพียงกระดูกฉินอวี่ได้กัดกินส่วนที่เหลือไปจนเกือบหมดแล้ว
ฉินอวี่ไม่สนใจเรื่องอื่นใดทั้งสิ้นเขาเอาแต่ฝืนทนกับความเจ็บปวดจากการปรับแต่งพลังที่ปะปนอยู่ในเนื้อของอสูรร้าย
ในตอนนี้เขากำลังเผชิญอยู่กับความเสี่ยงของร่างที่อาจแตกออกมีเพียงการสร้างไข่มุกโลหิตออกมาเท่านั้นจึงจะคลี่คลายสถานการณ์วิกฤตินี้
เมื่อเขาทำการปรับแต่งพลังในเลือดเนื้ออสูรร้ายจนสมบูรณ์แล้วฉินอวี่ก็ตะโกนขึ้นมาในใจ “จงหลอมรวม!”
“ตูม!”
ร่างกายของฉินอวี่ส่งเสียงอย่างสั่นสะท้านในตอนนี้กระดูกหลายชิ้นของเขาเริ่มถูกทำลายด้วยพลังของปราณในโลหิตของอสูรร้าย
แต่ในช่วงเวลาวิกฤติเช่นนี้มีเลือดหยดลักษณะดั่งไข่มุกสีขาวครามขนาดเท่าเม็ดทรายที่แทบจะไม่อาจสังเกตเห็นลอยอยู่ในเส้นลมปราณของฉินอวี่ ทันทีที่ไข่มุกสีขาวครามปรากฏขึ้นฉินอวี่ก็รู้สึกปลาบปลื้มใจพลังปราณที่รุนแรงในร่างกายต่างพุ่งกลับไปมาอยู่ในเส้นลมปราณคัดแยกหลอมเอากากสกปรกที่ปะปนอยู่ออกมาทันที
เมื่อเลือดในเส้นลมปราณทั้งหมดถูกพลังจากปราณโลหิตของอสูรร้ายทำลายล้างไข่มุกโลหิตสีม่วงอ่อนขนาดไม่ถึงครึ่งนิ้วก้อยก็ปรากฏขึ้นเม็ดหนึ่ง
ฉินอวี่ที่รวมพลังจนถึงจุดขอบเขตของการระเบิดได้รวมไข่มุกสีขาวครามที่อยู่ในสายเลือดหยาจื้อเข้ากับไข่มุกโลหิตในร่างของตนเอง!
“ไข่มุกโลหิต! ขึ้นเป็นรูปร่าง!” ฉินอวี่ส่งเสียงคำรามพลังในปราณโลหิตของอสูรร้ายได้ระเบิดขึ้นอย่างรุนแรงจนไข่มุกวิญญาณขนาดเท่าครึ่งเล็บนิ้วก้อยถูกบีบอัดจนเหลือขนาดเท่าเม็ดทรายจนตอนนี้เส้นลมปราณของฉินอวี่ก็ได้ดูเหมือนว่างเปล่าไปในทันที
แก่นแท้ของเลือดทั้งหมดได้หลอมรวมอยู่ในไข่มุกโลหิตนี้แล้ว
“เวิง!”
ทันใดนั้นก็เกิดเสียงบางอย่างขึ้นไข่มุกโลหิตขนาดเท่าเม็ดทรายเกิดแรงดึงดูดที่แข็งแกร่งขึ้นมาทันทีทำการดูดซับพลังปราณในร่างกายของฉินอวี่อย่างบ้าคลั่ง!
ฉินอวี่ถอนหายใจด้วยความโล่งอก เขาไม่มีเวลาจะตรวจสอบความสำเร็จและรีบนำไข่มุกโลหิตเข้าไปในจุดตันเถียน จากนั้นจึบหยิบโอสถใส่ไว้ในปากก่อนจะเรียกใช้วิชาเซียนมรรคาสวรรค์
ฉินอวี่ยังไม่รู้ว่าในขณะที่เขากำลังทำการหลอมสายเลือดของหยาจื้อนั้นเพลิงแอ่งธรณีในจุดตันเถียนก็เกิดความเปลี่ยนแปลงอยู่อย่างเงียบๆ เช่นกัน
จากสีเข้มอันมืดมิดได้ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีเทาเล็กน้อยขนาดเท่ากำปั้นของมันลดลงเหลือขนาดเท่าหัวแม่โป้งแต่กลับมีพลังประหลาดถูกปลดปล่อยออกมา!
ครึ่งเดือนต่อมา
ฉือเซียวที่ยังคงเปลือยท่อนบนได้มาถึงยังสถานที่ซึ่งฉินอวี่กำลังทำสมาธิอยู่เมื่อมองไปทางฉินอวี่ที่กำลังนั่งขัดสมาธิอยู่ในชุดคลุมสีดำที่เริ่มเป็นสีดำปนแดงเขาก็ขมวดคิ้วแน่น สายตามองตรงไปยังกองกระดูกของอสูรร้ายหลังจากรู้สึกประหลาดใจอยู่ครู่หนึ่งฉือเซียวก็มองไปทางน้ำเต้าสีครามและน้ำเต้าสีเขียวหยกที่อยู่ด้านข้างฉินอวี่
หลังจากไตร่ตรองอยู่ครู่หนึ่ง ฉือเซียวก็เดินมาข้างกายของฉินอวี่ก่อนจะหยิบน้ำเต้าสีเขียวหยกขึ้นมา และใช้มโนจิตส่องเข้าไปภายใน พลางขมวดคิ้วจากนั้นจึงหยิบน้ำเต้าสีครามขึ้นมา เมื่อใช้มโนจิตส่องเข้าไปดูดวงตาของฉือเซียวก็เบิกโพลงและถอนหายใจออกมา
“เป็นไปได้อย่างไรกัน? เขาดื่มมันจนหมดเชียวหรือ?”ฉือเซียวรู้สึกตกใจราวกับถูกคลื่นซัดสาด
ในน้ำเต้าสีครามมีเลือดอสูรร้ายที่เกี่ยวกับอัคคีอยู่กว่าร้อยชนิดเดิมทีฉือเซียวคิดไว้ว่าฉินอวี่คงจะดื่มไปได้สักหนึ่งในสิบส่วนแต่กลับนึกไม่ถึงว่าฉินอวี่จะดื่มเลือดนี้ไปจนหมด
“นี่มันเลือดอสูรกว่าหนึ่งร้อยห้าสิบตัวเชียวนะด้วยพลังของปราณโลหิตที่บรรจุอยู่ในนั้นแม้แต่ตัวข้าเองก็ไม่สามารถจะดื่มจนหมดได้ในคราวเดียว แล้วเขาทำได้อย่างไร?”ในใจของฉือเซียวไม่อาจสงบลงได้เลย
เลือดอสูรร้ายกว่าหนึ่งร้อยห้าสิบตัว ไม่ต้องพูดเลยว่าพลังอัคคีที่บรรจุอยู่ภายในนั้นยิ่งใหญ่เพียงใดแม้แต่ผู้ฝึกตนขั้นเทียนชุ่ยก็ยากที่ทนต่อพลังปราณโลหิตนั้นได้แม้ว่าฉือเซียวอาจจะกลืนมันจนหมดได้ และพลังปราณโลหิตนี้จะไม่มีผลถึงตายแต่อย่างไรก็ต้องได้รับบาดเจ็บสาหัส
“ช่างบ้าอะไรเช่นนี้!” ฉือเซียวค่อยๆ นั่งลง และเก็บความตกใจเอาไว้ในใจก่อนจะหันไปมองกองกระดูกของอสูรร้าย จากนั้นจึงมองไปยังพื้นที่เปื้อนเลือดฉือเซียวก็ถึงกับตกตะลึงอีกครั้ง
“หรือจะมีอสูรร้ายจู่โจมเข้ามา เขาจึงฆ่าอสูรร้ายจากนั้นก็กินเลือดเนื้อของมันไปจนหมด?”
“หรือ... เลือดที่อยู่ในน้ำเต้าพวกนั้นยังไม่พอเขาจึงต้องกลืนกินเลือดเนื้อของอสูรร้ายเพิ่มอีกตัวหนึ่งเพื่อกระตุ้นพลังอัคคี?”
“มีร่างอสุนีลึกลับ และยังมีเพลิงแอ่งธรณีด้วยไม่รู้อาจารย์ไปตามหาคนประหลาดเช่นนี้มาจากไหนกัน!”
ก่อนที่ฉือเซียวจะรู้สึกตัว ฉินอวี่ก็ตื่นขึ้นมาแล้ว เพียงแต่กำลังทำการฟื้นฟูอาการบาดเจ็บของตนเอง
ขณะที่ฉือเซียวกำลังตกตะลึงอยู่นั้นฉินอวี่ก็ฟื้นอาการบาดเจ็บของตนเองไปพอสมควรแล้วและตอนนี้เขากลับไม่ได้สนใจอะไรในร่างกายของตนเองแต่กลับสาดส่องมโนจิตลึกเข้าไปในจุดตันเถียน
เมื่อเขาได้เห็นสถานการณ์ในจุดตันเถียนฉินอวี่ก็รู้สึกดีใจแต่ก็ยังผิดหวังอยู่เล็กน้อย
เพลิงแอ่งธรณีก็มีความเปลี่ยนแปลง สีของมันไม่ดูมืดมนอีกต่อไปแต่ยังแฝงไปด้วยแสงสีเทา เดิมมีขนาดเท่ากำปั้นแต่ตอนนี้เมื่อได้รับการดูดซับพลังอัคคีของอสูรร้ายจำนวนกว่าร้อยตัวมันก็เปลี่ยนขนาดไปเหลือเท่าหัวแม่มือ เพียงแต่เมื่อพิจารณาจากพลังปราณภายในของมัน กลับมีความแข็งแกร่งมากกว่าเดิมและยังมีพลังงานลึกลับที่อธิบายไม่ได้อยู่ภายใน จนทำให้ฉินอวี่ต้องตกใจ
และไข่มุกโลหิตขนาดเท่าเม็ดทรายที่ลอยอยู่ในจุดตันเถียนได้เริ่มหมุนขึ้นช้าๆแม้ว่าจะมีความละเอียดเท่าเม็ดทราย แต่ไข่มุกวิญญาณนี้กลับมีประโยชน์อย่างมาก
เดิมแล้วไข่มุกวิญญาณนี้ถูกขัดเกลาด้วยปราณโลหิตของอสูรร้าย และยังได้รับการกำจัดสิ่งแปลกปลอมด้วยเลือดในเส้นลมปราณของฉินอวี่เหลือทิ้งไว้เพียงแก่นของโลหิต และในตอนนี้ไข่มุกโลหิตได้กลายเป็นแหล่งกำเนิดของเลือดทั่วทั้งร่างกาย
เลือดไหลซึมออกจากไข่มุกโลหิต ไหลผ่านไปตามเส้นลมปราณและเลือดที่อยู่ตามเส้นลมปราณซึ่งไหลไปทั่วร่างกายก็ไหลรวมเข้าสู่ไข่มุกโลหิตเช่นกันนี่คือสัญลักษณ์ของขั้นเทียนชุ่ยชั้นที่สอง จากนี้เป็นต้นไปเลือดของฉินอวี่จะไม่ได้เป็นเพียงเลือดอย่างทั่วไปเท่านั้นแต่ยังมีพลังของอสุนีลึกลับซึ่งนี่ถือเป็นการเปิดร่างอสุนีลึกลับของเขาอย่างแท้จริง
พลังของอสุนีลึกลับนี้แข็งแกร่งขึ้นตามระดับการฝึกฝน เมื่อถึงจุดสูงสุดเลือดหนึ่งหยดก็จะระเบิดฟ้าดินได้ เช่นเดียวกับที่เพลิงอสุนีบาตดีระงับเลือดปีศาจ!
อย่างไรก็ตามสิ่งที่ทำให้ฉินอวี่รู้สึกผิดหวังคือไข่มุกโลหิตมีเพียงสีม่วงอ่อนและพลังสายฟ้าบางๆ เท่านั้นที่มองเห็นเด่นชัด นอกจากนี้แล้วมันไม่มีอะไรที่ดูพิเศษเลย
“ล้มเหลวแล้วหรือ?” ฉินอวี่ไม่ค่อยพอใจเมื่อนึกถึงสถานการณ์ที่อันตรายและคับขันเมื่อครั้งก่อน ในใจของเขาก็ยังหวาดหวั่นจากการคำนวณของเขา ทำเช่นนี้อาจจะช่วยให้สายเลือดของหยาจื้อเกิดการปรับแต่งขึ้นมาได้และอาจช่วยให้หลอมสายเลือดของหยาจื้อให้เพิ่มมากขึ้นได้
แม้ว่าจะน้อยนิดแต่อย่างน้อยที่สุดก็ควรทำให้ไข่มุกโลหิตมีความเปลี่ยนแปลงไปบ้างจึงจะถูกต้องมิใช่หรือ?
“หรืออาจเป็นเพราะอสูรร้ายตัวนั้นได้ตายไปแล้วสายเลือดหยาจื้อที่เหลืออยู่จึงเหลือน้อยเต็มที จนยากที่จะทำได้สำเร็จ?” ฉินอวี่ครุ่นคิด
บางทีอาจเป็นเพราะตนเองคิดง่ายเกินไปสายเลือดของหยาจื้อจะขัดหลอมออกมาอย่างง่ายดายได้หรือ? อย่างไรก็ตามหากสามารถจับตัวอสูรร้ายสายเลือดหยาจื้อมาได้จำนวนมากขึ้นบางทีก็อาจจะได้ครอบครองสายเลือดหยาจื้อที่แท้จริง
เมื่อฉินอวี่ระงับความคิดไว้ในใจแล้ว เขาก็มองไปทางไข่มุกโลหิตและครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะขยับไข่มุกโลหิตไปทางเมล็ดพันธุ์คืนชีพที่อยู่ใจกลางจุดตันเถียน
หากไข่มุกโลหิตสามารถดูดซับพลังสายฟ้าจากเมล็ดพันธุ์คืนชีพได้ก็จะต้องทำให้พละกำลังของตนเองแข็งแกร่งมากขึ้นได้แน่นอน
“ต่อไปจะต้องทำให้ไข่มุกโลหิตกลายเป็นโอสถโลหิต เช่นนี้ก็จะทำให้มันกลายเป็นแหล่งจ่ายพลังงานได้ เอ๊ะ...หากสามารถครอบครองสายเลือดหยาจื้อได้ มันจะไม่ยิ่งดีไปอีกหรือ? น่าเสียดาย...”
แม้ว่าจะไม่เป็นอย่างที่คิดไว้ แต่ฉินอวี่ก็ไม่ได้ผิดหวังมากนักอย่างไรก็ตาม ก่อนที่จะทำการทดลองเขาก็ได้เผื่อใจไว้สำหรับความล้มเหลวแล้ว
“เดี๋ยวสิ ในเมื่อเขตต้องห้ามมีอสูรร้ายที่มีสายเลือดหยาจื้ออยู่ตัวหนึ่งมันก็อาจจะมีอสูรร้ายตัวอื่นที่เป็นเช่นนี้หรือไม่?”
“หากเป็นเช่นนี้...”
“เป็นไปได้หรือไม่ว่าเขตต้องห้ามจะมีความเกี่ยวข้องกับหนึ่งในอสูรร้ายที่ดุร้ายที่สุดอย่างหยาจื้อ?หรือว่า... ในส่วนลึกของเขตต้องห้ามจะมีพลังปราณของหยาจื้อสัมผัสอารมณ์แห่งเต๋าของหยาจื้อ? บางทีอาจจะเป็นร่างของหยาจื้อ?ไม่เช่นนั้นคงเป็นไปไม่ได้ที่อสูรร้ายทั่วไปจะมีสายเลือดของหยาจื้อ”
“หรือว่า ฉู่สยงจะรู้ความลับของเขตต้องห้าม?”