บทที่ 45
ควบคุมกระบี่มาร
จิตคุกคาม แทรกแซงเข้าร่างกายในตอนนี้ทางผิวหนังและร่างกายตอบสนองกับความรู้สึกที่ประเดประดังเข้ามาจากกระบี่มาที่อยู่บริเวณด้านหน้า
ลู่หมิงที่กำลังโดนจิตกระบี่มารุกรานเข้ามาภายในร่างกายในตอนนี้คล้ายครึ่งว่าจะตกอยู่ภายในห้วงภวังค์บางอย่างที่ตนเองนั้นไม่เคยสัมผัสได้มาก่อน
เสียงกรีดร้องที่ดังขึ้นภายในหัวความรู้สึกเครียดแค้นที่เพิ่มพื้นภายในจิตใจประสาทสัมผัสรอบร่างกายนั้นโดนตัดขาดยังรวดเร็ว
ในตอนนี้เมื่อตกอยู่ในสภาพแบบนี้ร่างกายไม่สามารถขยับได้ราวกับว่าโดนจิตปริศนาที่พยายามแทรกแซงเข้ามาภายในร่างกายนั้นควบคุมอยู่
ลู่หมิงไม่ค่อยเข้าใจนะความรู้สึกที่แทรกแซงเข้ามาภายในร่างกายมันคืออะไรกันแน่
จนกระทั่งเมื่อผ่านไปสักพักนึงยามที่ตกอยู่ภายในห้วงภวังค์เหล่านั้นจึงตระหนักรู้ได้ว่านี่อาจจะเป็นจิตคุกคามของกระบี่มาร
ตัวของมันเองก็เคยอ่านตำราแล้วก็ศึกษาวิชามาบ้างพวกในตำราเก่าเก่าและเป็นตำราพื้นฐานก็มีบ่งบอกถึงพวกเรื่องอาวุธที่ถูกย้อมด้วยพลังด้านลบ
ภายในตำราถูกเขียนและก็ระบุถึงพวกอาวุธเหล่านั้นอยู่ว่ามันเป็นอาวุธที่ไม่สามารถจับต้องได้
อันที่จริงแล้วกระบี่มารก็เป็นหนึ่งในอาวุธแบบนั้นเพราะว่ามันมีพลังในด้านลบแฝงเล่นเอาไว้เป็นจำนวนมากแม้ว่ามันจะเป็นอาวุธชั้นยอดแต่พวกที่ควบคุมมันได้ก็มีน้อยยิ่งนัก
ในตอนนี้กระบี่เล่มนั้นกำลังส่งความรู้สึกเหล่านั้นเข้ามาภายในร่างกายร่างกายของมันกำลังตอบสนองกับความรู้สึกที่ถูกส่งผ่านเข้ามาทาง
ในตอนนี้ทั่วทั้งร่างกายไม่สามารถขยับได้ ตกอยู่ภายในห้วงภวังค์แรงอาฆาตที่ปลดปล่อยออกมาจากกระบี่เล่มนั้น
หลี่ฉีหงผู้ที่เป็นเจ้าสำนักยืนอยู่เบื้องหน้ามองเห็นลูกศิษย์ของตนเองกำลังโดนควบคุมด้วยออร่าพลังวิญญาณสีดำสนิทตัวของมันรู้อยู่แล้วว่าถ้าอยากจะครอบครองกระบี่เล่มนี้จนเป็นเลยต้องทำแบบนี้
อันที่จริงแล้วการที่จะชนะการประลองในครั้งนี้และได้ของรางวัลชิ้นนี้ไปครอบครองก็ไม่ใช่ว่าคนผู้นั้นจะมีคุณสมบัติมากพอที่จะครอบครองกระบี่เล่ม
กระบี่เล่มนี้เป็นกระบี่ระดับสูงแน่นอนว่าคนที่จะครอบครองมันได้ก็จำเป็นต้องมีคุณสมบัติมากพอ
หนึ่งการชนะการทดสอบเมื่อขณะทดสอบและได้รางวัลนี้ไปก็จำเป็นจะต้องทดสอบอีกครั้งว่าคู่ควรกับรางวัลหรือไม่
ลู่หมิงที่อยู่ในท่าทางคุกเข่าอยู่กับพื้นร่างกายไม่สามารถควบคุมได้ ในตอนนี้แสดงท่าทางราวกับว่าตนเองคลุ้มคลั่ง
ดวงตาทั้งสองข้างเริ่มถูกย้อมด้วยไอ้พลังวิญญาณสีดำสนิท
เกาเทียนที่อยู่บริเวณด้านข้างเอ่ยขึ้นมากับผู้เป็นอาจารย์ของตนเอง“ ท่านอาจารย์ขอรับแบบนี้จะไม่แย่อย่างนั้นหรือ”
“ ในตอนนี้ศิษย์น้องเล็กโดนพลังของกระบี่เล่มนี้เข้าควบคุมร่างกายแล้วถ้าปล่อยไปบางทีพลังพวกนั้นอาจจะแทรกแซงเข้าไปถึงจิตใจ ”
มันทำการพูดขึ้นมาเพราะว่าเป็นกังวลพลังที่ปลดปล่อยออกมาจากร่างกายเป็นส่วนหนึ่งแต่ว่าพลังที่แทรกแซงเข้าไปใส่ร่างกายเองก็เป็นส่วนหนึ่ง
เมื่อพลังแทรกแซงเข้าไปภายในร่างกายมันก็อยู่เพียงแค่ร่างกายชั้นนอกแต่ถ้าพลังนั้นแทรกแซงเข้าไปถึงจิตใจเบื้องลึก
พลังด้านลบพวกนี้มันจะยอมให้จิตใจของคนผู้นั้นดำเมี่ยมและกลายเป็นสิ่งที่เรียกว่ามารถ้าปล่อยไปแบบนี้พลังเหล่านั้นถูกควบคุมแน่นอนว่าศิษย์น้องเล็กของมันคงจะกลายเป็นมาร
มองถึงปัจจัยพวกนี้มันจึงมองเห็นว่าในตอนนี้ควรจะทำการหยุดการทดสอบก่อนหลี่ฉีหงที่กำลังนั่งอยู่ยกฝ่ามือของตนเองขึ้นมาก่อนที่จะพูด “ไม่จำเป็นจะต้องหยุดการทดสอบดูไปเงียบๆก็พอ ”
ลู่หมิงตกเข้าไปอยู่ในห้วงภวังค์ดำสนิท สัมผัสได้ว่ารอบร่างกายของตนเองนั้นมีแต่กำแพงสี่ด้านที่มืดมิด
ในตอนนี้สัมผัสได้ถึงเสียงกรีดร้องมากมายที่ดังแทรกแซงเข้ามาภายใน“ เสียงกรีดร้องของผู้คนมากมาย ร่างกายที่ตอบสนองกับเสียงกรีดร้องพวกนั้น”
“ นี่คือจิตคุกคามของกระบี่มาร ”
“ ถ้าอยากจะเอาชนะมันก็จำเป็นจะต้องสยบพวกจิตคุกคามพวกนี้ให้ได้สิ” ลู่หมิงรู้ดีในตอนนี้ถ้าตนเองอยากจะสิ่งที่เรียกว่ากระบี่มารมาครอบครองสิ่งที่ตนเองนั้นควรจะทำก็คือการที่จำเป็นจะต้องสยบจิตคุกคามพวกนี้ให้ได้
ขั้นตอนในการสยบจิตคุกคามจำเป็นจะต้องใช้จิตของตนเองในการสยบมันไม่ใช่เรื่องที่ง่ายดายนักที่จะใช้พวกจิตของตนเองในการสยบมัน
แน่นอนตัวของเขาเป็นเพียงแค่ผู้ที่เพิ่งเริ่มเข้ามาสู่ประตูแห่งการฝึกฝนเมื่อเป็นแบบนั้นมันจะสามารถใช้จิตของตนเองสยบเจ้ากระบี่มารที่อาศัยอยู่ภายในดินแดนแห่งนี้สะสมพลังวิญญาณมาหลายร้อยปีได้อย่างไร
เมื่อมองถึงปัจจัยในข้อนี้จึงแทบจะไม่มีโอกาสในการสยบจิตคุกคามที่ถูกปลดปล่อยออกมาจากตัวของมันได้เลย
ยืนอยู่ภายในห้องแห่งความมืดร่างกายที่นิ่งสนิทตอนนี้กำลังครุ่นคิดเกี่ยวกับวิธีการในการสยบจิตที่อยู่บริเวณรอบๆ
ลู่หมิงที่อยู่ภายในห้องแห่งความมืดภายในจิตใจของตนเองรู้สึกว่าจิตนึกคิดและสติของตนเองค่อยๆลดลงไปเรื่อยๆ
ในตอนนี้ร่างกายกำลังตอบสนองติดคุกคามกำลังแทรกแซงเข้ามาภายในจิตใจของเขามากขึ้นเรื่อยๆ
เป็นสิ่งที่บ่งบอกได้อย่างชัดเจนว่าถ้าเวลานั้นผ่านไปสิ่งที่ได้รับก็คือจิตวิญญาณของเขามันจะโดนกลืนกินลงไป
ถ้าจิตวิญญาณโดนกลืนกินไปเรียบร้อยแล้วแน่นอนว่ามันก็คงก่อกำเนิดกลายเป็นมารลู่หมิงเมื่อตัวของมันคิดว่าตนเองจะกลายเป็นมารฟัดภายในป่ากัดกระทบกันแน่นแววตาฉายแววความโกรธ “ตัวของข้าเพิ่งเข้าสู่ประตูแห่งการฝึกฝนได้ไม่นาน”
“ ในตอนนี้ชีวิตกำลังจะดีขึ้น จะบอกว่าให้ตัวของค่าตกต่ำกลายเป็นมารอีกแล้วอย่างงั้นหรอ”
“ บ้าบอ!!!ในเมื่อพลังแห่งจิตไม่สามารถสยบมันได้ก็มีเพียงแค่พลังแห่งความแค้นภายในจิตใจของข้าเท่านั้น!!!”
หลังจากกล่าวจบประโยคความรู้สึกชิงชังภายในจิตใจลู่หมิงมันได้ปลดปล่อยออกมาเป็นรูปลักษณ์พลัง
เพียงแค่พริบตาเดียวพื้นที่บริเวณรอบๆโดนกดแน่นด้วยพลังวิญญาณอันตรึง!!!เกาเทียนผู้ที่กำลังยืนอยู่เบื้องหน้าดวงตาเบิกกว้างขึ้นด้วยความตื่นตระหนก
มองเห็นร่างของศิษย์น้องของตนเองที่กำลังคุกเข่าอยู่บริเวณด้านหน้าอยู่มีออร่าพลังวิญญาณสีแดงปลดปล่อยออกมากดทับร่างกาย
ออร่าพลังวิญญาณสีแดงที่ปลดปล่อยออกมากดทับร่างกายมันทำให้พลังวิญญาณสีดำสนิทที่ปลดปล่อยออกมาก่อนหน้านี้โดนกดทับ
ร่างกายที่เกือบจะโดนไอของกระบี่มารควบคุมตอนนี้มันค่อยๆจางหายไปพลังวิญญาณบริเวณรอบๆร่างกายมันแปรเปลี่ยนจากก้อนพลังวิญญาณสีดำกลายเป็นก้อนพลังวิญญาณสีแดง
แน่นอนว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมันน่าตื่นตระหนกตกใจตัวของเกาเทียนไม่เคยพบเห็นแบบนี้มาก่อนดวงตาของมันจ้องมองอย่างไม่กระพริบตาชั่วหนึ่งหันไปมองท่านอาจารย์ฉายแววแววตาที่เต็มไปด้วยความคิดมันคิดว่าอย่างไรเสียท่านอาจารย์ของมันก็ต้องคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่ก่อนแล้ว
ไม่เช่นนั้นคงจะไม่ให้ศิษย์น้องเล็กทำการทดสอบกระบี่มารด้วยการที่ตนเองนั้นมีคุณสมบัติร่างกายเพียงแค่นี้อย่างแน่นอน
โดยทั่วไปแล้วคุณสมบัติร่างกายธรรมดาเพียงแค่นี้ไม่สามารถทดสอบกระบี่มารได้อย่างน้อยก็ต้องใช้เวลาอีกสักพักอะไรายในการบ่มเพาะพลังเพื่อให้มากพอในการกดทับกระบี่มาร
แต่ให้ศิษย์น้องเล็กทดสอบในตอนนี้แสดงว่าคิดเอาไว้อยู่แล้วว่าอย่างไรเสียก็คงจะมีวิธีในการสยบ
พลังพวกนั้นแต่มันเองก็ไม่คิดพลังก้นบึ้งแห่งจิตใจพลังวิญญาณสีแดงเข้มที่เต็มไปด้วยแรงอาฆาตปลดปล่อยออกมาจนกดทับพื้นที่บริเวณรอบๆเอาไว้แบบนี้ได้
แม้แต่พลังแห่งกระบี่มารที่พลังด้านลบที่เป็นอันตรายกับผู้ฝึกฝนพลังวิญญาณมากที่สุดแบบนี้จะไม่สามารถต่อต้านกับพลังแห่งความโกรธได้
เกาเทียนที่กำลังยืนอยู่ก็ตระหนักรู้ได้ว่าก้นบึ้งพลังของศิษย์น้องเล็กของมันมีมากมายเกินกว่าที่ตัวของมันคิดเอาไว้มาก
คนพูดนี้ถ้าได้รับการสั่งสอนอย่างดีและได้รับการบ่มเพาะอย่างมีประสิทธิภาพในวันข้างหน้าอย่างไรเสียก็คงจะได้ก้าวเข้าไปสู่ประตูแห่งการฝึกฝนที่ผู้คนไม่สามารถก้าวเข้าไปได้อย่างแน่นอน
หลังจากนั้นไม่นานไอชั่วร้ายของกระบี่มารที่เป็นพลังวิญญาณมันค่อยๆถูกดูดเข้าไปภายใน พลังวิญญาณสีแดงภายในร่างกายลู่หมิงเข้าไปกดทับพลังวิญญาณของกระบี่มารควบคุมกระบี่มารเอาไว้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
เจ้าสำนักมองเห็นแบบนั้นยกยิ้มขึ้นที่มุมปากด้วยความพึงพอใจมือตบตักของตนพลางพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงหนักแน่น“ ดี!!! ”
จบบท