เช้าวันนั้นแสงสว่างกระจายผ่านหมอกบาง ๆ ในเมืองซีเหอกลิ่นใบไผ่คละคลุ้งปะปนกับกลิ่นควันเตาและกลิ่นขนมปังอบสดใหม่ ฟ้าสีครามจาง ๆทำให้ถนนหินดูโบราณนุ่มนวล ร้านรวงบางแห่งยังเปิดประตูครึ่งบาน ผู้คนเดินช้า ๆเหมือนเมืองยังตื่นไม่เต็มที่ —ทั้งหมดนี้คือฉากสมบูรณ์แบบสำหรับการพักผ่อนตามคำสอนใหม่...แม้ว่าคนทำขนมปังจะยังโอดครวญเรื่องยอดขายก็ตาม
เจียงฟานยืนหลังเคาน์เตอร์ มือยังมีแป้งติดนิ้วชี้ผสมน้ำมันกระเทียม เหงื่อไหลตามหน้าผากเพราะเตาอั้งโล่ห์ด้านหลังให้ความร้อนแต่ในใจเขาแอบดีใจที่วันนี้ไม่มีฝูงชนเข้ามา—ตั้งแต่หลินเทียนขึ้นราคาจนคนตกใจร้านเงียบจนเขาต้องกินทั้งเช้าเอง
"เงียบเป็นสุขก็จริงแต่มันเงียบจนคนเริ่มคิดว่าขนมปังฉันไม่น่าจะอร่อย" เขาคิดแล้วตบบ้านมือลงบนแป้งเสียงดังหนึ่งที คลายเครียด
ประตูไม้เปิดช้า ๆ พร้อมกับฝีเท้าก้าวเบา ๆเขาสบตากับชายแต่งชุดเรียบร้อย ท่าทางสง่างามแต่เรียบง่ายใบหน้าเรียบแต่งอย่างบัณฑิต — แต่ดวงตาคู่นั้นกลับแฝงความหนักแน่นที่แตกต่าง
"ท่านปรมาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่..."ชายคนนั้นคุกเข่าลงโดยอัตโนมัติ แม้จะพยายามซ่อนตัวในคราบบัณฑิตองค์ประกอบของน้ำเสียงและท่าทีก็บอกความเป็นผู้สูงส่งได้ไม่ยาก —แต่เจียงฟานยังคงกำลังนวดแป้งอยู่ เขาเหลือบมองแล้วกวักมือเรียก
"อ่า — มานี่เลย อยากกินอะไร? กระเทียมชิ้นนี้อบสดร้อนๆ" เจียงฟานว่าอย่างตรงไปตรงมา
บัณฑิตยิ้มก้มคำนับอีกครั้ง "ข้าน้อย โจวหยวน —บัณฑิตแซ่โจว ขอเข้าคารวะ" เขาพูดอย่างสุภาพแต่ในใจมีไฟแห่งการปฏิรูปและความเหนื่อยล้าจากราชสำนักที่ยังไม่ดับ
เจียงฟานถอนหายใจยาว ๆ — คนเข้าใจยาก เดินวนไปมาแล้วพูดแบบมนุษย์ธรรมดา "ฟังนะ บัณฑิต — ถ้างานมันทำให้ใจพัง ก็หยุดพักไปเที่ยวบ้างไปนอนตากลม ไปกินของดี ใช้ชีวิตบ้าง นี่แหละทางแก้ ไม่ต้องคิดมาก"
โจวหยวนสะดุ้ง —ประโยคธรรมดาเหล่านั้นเหมือนแสงสว่างสาดใส่ใจที่เหนื่อยล้าของพระองค์"ท่านอาจารย์...ท่านสอนให้ข้าน้อย 'ลาพักร้อน' เพื่อชำระใจงั้นหรือ?"
เจียงฟานพยักหน้าแบบคนพูดจากใจจริง "ใช่เลย! หยุดบ้างไปเดินบ้าง อย่าเอางานไปฝังหัวจนลืมกินลมชมวิว"
และนั่นก็เป็นจุดเริ่มต้นของการตีความครั้งใหญ่ —โจวหยวนจับใจความทุกคำ พวกองครักษ์ที่ปลอมตัวยืนนิ่งฟังอยู่หน้าประตูก็กราบตามพวกเขาไม่ทราบว่าจริง ๆ แล้วเจียงฟานพูดในเชิงเหนื่อยหน่ายจากการอบทั้งวัน
โจวหยวนลุกขึ้นด้วยน้ำเสียงหนักแน่น"ข้าจะประกาศให้ราชสำนักยึดหลักนี้!การลาพักร้อนเพื่อชำระจิตใจจะเป็นนโยบายของรัฐ!ข้าจะอยู่ที่นี่หนึ่งเดือนเพื่อปฏิบัติการดังกล่าวด้วยพระองค์เอง!"
คนฟังในร้านเงียบ — บ้างอุทานในใจ บ้างก็ขำในลำคอ จังหวะนั้นเองหลินเทียนพุ่งมาจากมุมหลังร้าน หันมามองด้วยสายตาเหมือนเห็นดวงอาทิตย์
"ท่านอาจารย์! นี่คือสัจธรรมที่แท้จริง!องค์จักรพรรดิมาถึงแล้วเพื่อแสวงหาการพักผ่อน!" หลินเทียนกอดเข่าแล้วกราบลึก
เจียงฟานมองท่าทางยึดติดสนิท "เอ่อ...ฉันแค่บอกให้พักเฉย ๆไม่ได้จะให้ประกาศเป็นกฎหมายนะ"
แต่คำพูดธรรมดากลับกลายเป็นคำสั่งทันที —โจวหยวนส่งคนไปอย่างรวดเร็ว ทะยานกลับไปยังราชสำนักพร้อมข้อความ"ให้ข้าราชการหยุดงานเป็นระยะเพื่อฝึกการลาพักร้อน"
สองวันถัดมา ข่าวประกาศแบบเป็นทางการจากราชสำนักไปทั่วอาณาจักร —ถึงแม้จะยังไม่เป็นคำสั่งเด็ดขาด แต่ผู้ว่าราชการหลายคนก็เริ่มตีความ:บางคนจัดให้เป็น "วันงีบประจำชาติ" บางคนเรียกว่า"เทศกาลชิมชาและนอน" ข้าราชการบางคณะที่สุดโต่งประกาศหยุด"จนกว่าจะรู้สึกว่าจิตใจสงบ" —ทำให้คลังเริ่มส่งข่าวว่าบางแผนงานประจำปีถูกเลื่อน
กลับมาที่ร้าน — เจียงฟานเห็นทหารม้าปลอมตัวหนึ่งกำลังนั่งสมาธิหน้าประตูท่านจักรพรรดิตั้งใจนั่งเงียบ บางครั้งลุกขึ้นเดินช้า ๆ ดูดซับบรรยากาศเขายกชามขนมปังแล้วพูดเสียงเบา "ข้าว่ามันดีขึ้นแล้ว"
เจียงฟานทำหน้าที่เจ้าบ้าน — ยื่นกระดาษแผ่นเล็กให้จักรพรรดิ"นี่สูตรนะ — นวดแบบนี้ หมักแบบนี้" เขาพูดอย่างเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจเล็กๆ แต่โจวหยวนกลับอ่านแล้วน้ำตาคลอด้วยความเป็นสุข เหมือนพบคำตอบว่า 'การปฏิรูปก็ต้องมีการพักผ่อนเป็นฐาน'
บทสนทนาในร้านจึงกลายเป็นบทเรียนประชาธิปไตยแบบฮา ๆ:
"ท่านอาจารย์ — ถ้าข้าพักผ่อนแล้ว ผมจะทำงานไม่ทัน"นายปัง (นายอำมาตย์คนหนึ่งที่บังเอิญผ่านมา) โวยวาย
"ก็แค่แบ่งเวลาไง — ทำงานเช้า พักบ่าย"เจียงฟานตอบง่าย ๆ
"แต่ถ้าทุกคนพัก พิธีการจะล่าช้า!"หัวหน้าเสนาบดีคนหนึ่งบ่น
"ให้ล่าช้าซะบ้าง — โลกไม่แตก" เจียงฟานพิงเคาน์เตอร์ยิ้มแบบเหนื่อย ๆ
ต่อมาเกิดภาพขำขันประจำเมือง — ข้าราชการที่ปกติรัดเข็มขัดผูกโบว์ยืนคอยคิวซื้อขนมปังแห่งเต๋าส่วนเจ้าพ่อร้านขายผ้าแถวตลาดเริ่มจัดโต๊ะให้คนมางีบยามบ่ายเป็นบริการเสริมทั้งหมดกลายเป็นบททดลองสังคมที่เริ่มจากคำพูดธรรมดา ๆ ของคนทำขนมปัง
ค่ำคืนนั้น เมื่อโคมไฟในร้านหรี่ลงเจียงฟานยืนมองจักรพรรดิที่นั่งพิงเสาหยอก "ถ้างานหนักทำให้คนบ้าได้ —บางทีก็ต้องหยุดบ้าง" เขาพูดทั้งเหนื่อยทั้งจริงใจ
โจวหยวนพยักหน้า "ขอขอบพระทัยท่านอาจารย์ —ท่านให้บทเรียนการลาพักร้อนแก่ข้า แม้จะไม่ตั้งใจโดยตรงก็ตาม" แล้วยิ้มอ่อน
เจียงฟานกลอกตา "เออ เอาเป็นว่า พรุ่งนี้อย่าประกาศให้คนหยุดทั้งเดือนก็แล้วกัน— ผมยังต้องขายขนมปัง"
ทุกคนหัวเราะ — เสียงหัวเราะเบา ๆ แต่จริงใจ พอ ๆกับเสียงครืนของเตาอบที่ยังคงอบขนมปังให้กลิ่นหอมต่อไป