จากนั้นหยุดล้างแล้วสลัดมือท้าวสะเอวหันมากล่าว
“พี่เซี่ยวหงส์คาดเดาเก่งกาจ ข้าย่อมต้องซักผ้าเอง”
พวกของเซี่ยวหงส์ยิ้มเยาะชอบใจ
หนิงเอ๋อกล่าวต่อ
“รวมทั้งเสื้อข้าทั้งหมดของคุณชายหลังจากนี้ด้วย ใครจะจับต้องเสื้อผ้าคุณชาย ต่อจากนี้ต้องให้ข้าอนุญาตก่อน”
“!!!!???”
สาวใช้ที่หยิ่งยโสหลายคนถึงกับสะท้านริษยา แต่จนใจทำอะไรไม่ได้ ส่วนสาวใช้ที่ไม่มีความมั่นใจถึงกับอึ้งแล้วยำเกรงหนิงเอ๋อ แต่ที่แน่ เกือบทั้งหมดในนี้ล้วนอิจฉานาง
หนิงเอ๋อกล่าวขึ้น
“นายหญิงสั่งให้ข้าเลือกผู้ช่วยสองคน ข้าขอเอาตัวพี่เซี่ยวหนิงกับเซี่ยวหลินไปช่วยงานนะ พวกเ้าย้านมานอนกับข้า”
“ค่ะ”
หลังจากงานทั้งหมดเสร็จ
สาวใช้ที่ไม่พอใจนางก็รวมตัวกัน
“นางช่างโอหังนัก ถือว่านายหญิงโปรดปรานหน่อยก็เที่ยวสั่งนั่นสั่งนี่ยึดงานนั่นนี่ไปทำ”
“นี่ขนาดยังไม่ได้ขึ้นเป็เมียนะ ถ้านางได้ขึ้นจะขนาดไหน”
“คือ..มาคิดๆ ดูแล้ว เราอย่ามีเื่กับนางจะดีกว่ามั้ย แค่มาได้ไม่ถึงครึ่งวัน อำนาจนางก็จะมากกว่าน้าเมิ่งฟางแล้ว ไม่คิดเหรอว่าถ้านางตั้งท้องให้คุณชายขึ้นมา พวกเราจะอยู่กันยังไง”
“นี่จะต้องประจบนางจริงๆ เหรอข้าไม่เอาด้วยหรอก”
“เอ่อ .. แล้วถ้านางได้คุณชายน้อยให้บ้านสกุลเซียวล่ะไม่เพียงนายหญิงจะโปรดนาง ภายหน้านางจะเป็นายหญิงคนต่อไปของบ้านนะ”
“พวกเ้าหยุดเพ้อเจ้อได้แล้ว นางเป็แค่สาวใช้ จะอย่างไรก็เป็ได้แค่อนุภรรยา ตำแหน่งภรรยาเอกก็ต้องบรรดาคุณหนูบ้านผู้มากรากดีอยู่แล้ว”
“นี่..อย่าหาว่าอย่างนั้นอย่างนี้เลยนะ มันอยู่ที่ว่าคุณชายจะโปรดใครมากกว่า ถ้าคุณชายโปรดนางมากกว่าสตรีที่แต่งด้วยการบังคับ ยังไงนางก็มีอำนาจมากกว่า”
พวกนางถกเถียงกึ่งปรึกษากันไม่จบไม่สิ้น
เมิ่งฟางที่ยืนฟังอยู่หน้าประตูมาได้ครู่ใหญ่ลอบถอนหายใจส่ายหน้าให้กับความเขลาและความอยากได้อยากมีของสาวใช้รุ่นเยาว์
“พวกเ้าคุยเล่นกะไรกันหนักหนา ไม่หลับไม่นอน พรุ่งนี้งานจะเยอะกว่าปีกที่ผ่านมาเพราะคุณชายกลับมาแล้ว ถึงตอนนั้นจะมาบ่นว่าพักผ่อนไม่พอไม่ได้นะ”
นางพูดเปล่งเสียงจากด้านนอกประตูพวกสาวๆ ได้แต่รับคำแล้วแยกกันดับเทียนนอน
หนิงเอ๋อยังนั่งคุยกับลู่เอินในห้อง เพราะความเข้าใจของผู้คน นางคือสาวใช้ใกล้ชิดรับใช่ถึงหมอนถึงตัว จึงไม่แปลกที่จะเอามาอยู่ในห้องจนมืดค่ำ
“ข้าคิดเื่นี้มาพักใหญ่ั้แ่เดินทางกลับมาแล้วค่ะคุณชาย”
“ไหนลองว่ามา เซี่ยวเอ๋อ”
“ข้าไม่ได้อยากพูดเป็ลางไม่ดีนะคะ แต่กหารใหญ่ล้วนต้องมีแผนสำรอง หากเราพลาด บ่าวไพร่บริวารในบ้านจะเป็เช่นไร”
“เราไม่ได้ก่อฏนะ”
“รู้ค่ะ แต่เราสู้กับว่าที่ฮ่องเต้องค์ต่อไป หากพ่ายแพ้พลาดพลั้งไม่พ้นโดนกวาดล้างหรอกค่ะ”
“อืม ฉลาดคิด ... ว่าเื่ที่อยากเสนอมา...?”
“ข้าจะสอนหนังสือพวกนางเพิ่ม สอนคิดเลขคำนวณ สอนการป้องกันตัวเล็กๆ น้อย หากเราเห็นทีว่าพลาดพลั้งก็รีบปลดปล่อยพวกนาง มอบเงินจำนวนหนึ่งพวกนางจะได้ออกไปใช้ชีวิตได้ไม่ลำบากเดือดร้อน”
“เ้านี่...เอาตัวยังไม้รอดยังกล้าคิดถึงคนอื่นอีกนะ”
“ก็ข้ารู้ความลำบากของผู้หญิงในยุคแบบนี้นี่คะ หากไม่มี่ความรู้ออกจากที่นี่ไปก็ต้องไปเป็สาวใช้บ้านอื่นโดยพวกนายท่านพุงพลุ้ยจับทำนางบำเรอ ร้ายหน่อยก็ต้องขายตัว”
“อืม... ถ้าเ้าเห็นชอบก็ทำเถอะ”
“ฮิๆ อนุญาตแล้วใช่มั้ยคะ คุณชายใจดีจัง มิน่าสาวใช้ในบ้านถึงแย่งกันเป็สาวใช้ใกล้ชิดท่าน”
“เซี่ยวเอ๋อ...”
“คะ?”
“ว่ากันตามจริง ข้าไม่อยากให้เ้าร่วมขบวนการเรา ถ้าเ้าจะถอนตัว.....”
“ไม่หรอกค่ะคุณชาย ข้าตัดสินใจแล้ว ข้าบอกท่านแล้วนี่ว่าอาจารย์ของข้าดูดวงมาให้ ว่าสข้าหนีไม่พ้นชะตาพวกนี้ ข้าดีใจนะที่ได้อยู่ข้างพวกท่าน รึท่านอยากให้ข้า่ขุนนางกังฉินก่อการ?”
“ข้าก็แค่.....”
“คุณชายเป็ห่วงข้าเหรอคะ? ... หื้ม?”
“ทำไม? ... ไม่ได้เหรอ?”
“ได้สิคะ ...คุณชายหน้าตายหน้าบึ้งตึง ได้ห่วงใครบ้างก็ดีออกค่ะ”
“ข้าพูดจริงๆ นะขอเพียงเ้าออกปากถอนตัว ข้าจะยกหนี้รับผิดชอบภาพวาดของพ่อข้าให้”
“คุณชายจะเฉดหัวข้าแล้ว”
“ข้าเปล่าซะหน่อย”
“ที่นี่มีคนทำบัญชีแล้วก็เลยไม่อยากใช้ข้า...?”
“ข้า....อืม...ใช่”
“โกหก ตอนแรกยังบอกเป็ห่วงข้าอยู่เลย”
“ก็เ้าประชดข้าเองนี่ ข้าก็เลยเล่นตามน้ำเ้าไป”
“คุณชาย ท่านดีกับข้าขนาดนี้ ข้าไม่ทิ้งท่านไปหรอกค่ะ ท่านเองก็อย่าไล่ข้าเลย สาวน้อยร่างเล็กบอบบางแบบข้าจะไปไหนรอด”
“ฮึ อย่างเ้าน่ะเหรอบอบบาง ทำอะไรก็มีคนนิยมไปหมด ข้าว่าเ้าไปไหนก็มีอดตายหรอก อีกอย่างหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ต่างก็จับจ้องตะครุบเ้ากันทั้งนั้น”
“เอ๋...”
“.. ‘เอ๋’..อะไรของเ้า”
“คุณชายหึงข้าเหรอ?”
“หึ...คนอย่างข้าเนี่ยนะ ข้าแค่ไม่อยากให้สตรีที่รักการเขียนอ่านแบบเ้าต้องไปใช้ชีวิตที่น่าผิดหวังแบบนั้น...ก็เท่านั้น”
“ค่า~ ... อ้อนี่คุณชาย แล้วที่นครหลวงท่านติดต่อองค์ชายห้ายังไง?”
“ไม่ติดต่อ”
“แต่จากจดหมายของเขา ตอนนี้ทำเป็ไม่คุ้นเคยไม่ได้แล้วนะคะ”
“ก็ใช่ ข้าว่าคงต้องสนับสนุนเขาเต็มตัว เพราะไหนๆ ทางเฉินเซียวก็จ้องเล่นงานความสัมพันธ์ของข้ากับองค์ชายแล้ว”
“ท่านมองออกว่าเขาจงใจเรียกท่านกลับเพื่อลดบทบาทท่าน?”
“เ้ามองออก แล้วทำไมข้าจะมองไม่ออก”
“ฮิฮิ”
“แล้วเป็ยังไงบ้าง ที่นี่พออยู่ได้มั้ย?”
“คุณชายคะ...”
“อะไร?”
“ท่าน...จะแต่งกับข้าจริงๆ เหรอคะ?”
“เ้ายังไม่ตอบคำถามข้า”
“ข้าตอบก็ได้ สาวใช้ที่ฝักใฝ่จะปรนเปรอคุณชายล้วนมีปัญหากับข้า แต่ระดับพวกนางข้าไม่ให้มาเป็ปัญหาหรอกค่ะ ทีนี้ท่านตอบข้าได้แล้ว”
“ถ้าท่านแม่....ว่าแบบนั้น...”
“เพราะนายหญิงมองผลทางการเมืองไว้... สินะคะ?”
“ถ้าเ้าลำบากใจ....ข้า.....”
“ถ้ามันจะช่วยคุณชายไม่ให้ต้องถูกจับแต่งทางการเมือง ข้า...ก็.....”
“.......”
“...........”
“เอ่อ...นี่ก็ดึกมากแล้ว เ้าไปนอนซะเถอะ”
“ค่ะ...”
หนิงเอ๋อเดินออกมา นางแกล้งจัดเสื้อผ้าตนเองนิดหน่อย ประตูยังไม่ปิด ลู่เอินเดินออกมาลูบเผ้าผมนางแล้วหนิงเอ๋อก็เดินไปนอนห้องของตน
เซี่ยวหงส์ที่ดูอยู่ไกลๆกับสมุนของนาง ถึงกับย่ำเท่าแล้วกล่าว
“หนิงเอ๋อ นางงูพิษ นางแมวขโมย คอยดูเถอะ ข้าจะหาทางจัดการเ้า”
รุ่งเช้า ลู่เอินออกไปแต่เช้า นายหญิงมาส่งลูกชายของนางพร้อมหนิงเอ๋อ เมื่อลู่เอินจากไปนายหญิงเองก็ออกไปไหว้พระขอพรแบบที่นางทำทุกวัน
หนิงเอ๋อเห็นลู่ฉียังอยู่จึงถาม
“พี่ลู่ฉี ท่านไม่ตามคุณชายไปที่วังเหรอ?”
“อ้อข้าอยู่ฝึกคนของเราทั้งหมดน่ะ อยู่ที่นี่เ้างานอาจจะน้อยลง อย่าเพิ่งเบื่อแล้วกัน”
“อ้อ ค่ะๆ...”
จากนั้นเดินเข้ามาที่ตึกใน
“ท่านน้าเมิ่งฟาง มีอะไรให้ข้าทำมั้ยคะ?”
“เ้ามีงานที่คุณชายมอบหมายให้แล้ว งานอื่นๆ ให้บ่าวไพร่คนอื่นทำเถอะ”
“โธ่..ข้าก็บ่าวไพร่นะคะ”
“หากไม่มีราชนิกูลที่ไหนมาเบียดบัง เ้าก็น่าจะต้องเป็ฮูหยินของคุณชาย ถ้าอยากทำจริงๆ ไปดูในครัวสิ เห็นว่าทำกับข้าวอร่อยนี่ แต่สั่งการเอานะ อย่าลงมือทำเองบ่อยจนเคยตัว”
“ทำไมล่ะคะ ทำเองบ่อยๆ สิจะได้ไม่เคยตัว”
“เ้านี่...วันหน้าหากเป็ฮูหยิน แล้วเข้าเอาแต่ลงงานครัวจนสกปรกเลอะเทะ เมื่อคุณชายมีแขก เ้าออกมาต้อนรับ คิดว่าจะต้องมีสภาพไหน....ทุกคนมีหน้าที่ของตนเอง ไม่ใช่ไม่ยอมจับหนักไม่เอาเบาไม่สู้ คนสูงศักดิ์เองก็มีความลำบากในแบบของเขา”
“โอ.. แบบนี้เองเหรอคะ?”
“เ้านี่ ฉลาดก็จริง แต่ด้วยเป็เด็กบ้านนอกเลยไม่รู้อะไรอีกมา...นายหญิงเองเมื่อก่อนอยู่แบบชาวบ้าน ทำอะไรเองทุกอย่างทั้งหนักเบา ต้มน้ำ ตากปลา นวดแป้ง หุงข้าว ปัดกวาด พอมาอยู่ที่นี่ก็ยังคุ้นกับการจับต้องงานหนัก กว่าจะค่อยๆ เรียนรู้ก็กลับต้องมาลำบากอีกแบบกับขนบของชนชั้นสูง”
“นั่นสิคะ ข้าเองก็เห็นใจ ชนชั้นสูงนั้น บุตรีไม่สามารถเลือกคู่เองได้ ส่วนมากจะถูกจับแต่งงานเพราะ้าเชื่อมสานสัมพันธ์ที่หวังผลทางอำนาจในพื้นที่หรือแม้แต่ในราชสำนัก”
“ใช่...ยิ่งกว่านั้น พวกองค์หญิงเองยิ่งหนักกว่า หากได้แต่งกับขุนนางในชาติก็ดีไป หาไม่แล้ว ส่วนมากจะต้องแต่งกับองค์ชายจากต่างเมืองหรือไม่ก็ไต้อ๋องแว่นแคว้นต่างๆ แทน”
“ไม่ได้กลับมาแผ่นดินบ้านเกิดอีกเลยสินะคะ”
“ใช่ .... กลอนกวีใดร่ายบทประพันธ์ให้สตรีชวนหลงใหลในการเป็องค์หญิง ล้วนเพ้อเจ้อทั้งนั้น”
หนิงเอ๋อฟังจนก็ครุ่นคิดอยู่พักใหญ่
“แย่แล้ว ... คุณชาย......!!”