สุดยอดนักผจญภัย

    เริ่มแผนการณ์กำจัดองค์กรมืด

    ยอเนียร์มองไปที่ไลท์ด้วยแววตาเย็นชาพร้อมกับกำหมัดแน่น แม้ว่าเขาจะไม่พอใจที่ไลท์พูดออกมาแต่เขาก็ไม่สามารถทำอะไรได้ เพราะไลท์นั้นแข็งแกร่งเกินไปสำหรับเขาไม่สิ สมาชิกเดธปาร์ตี้ทุกคนแข็งแกร่งทั้งหมดเลยก็ว่าได้

    กุนเด้เหลือบมองไปที่ไลท์ด้วยความไม่พอใจแต่เขาก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา เพราะมันเป็นอย่างที่ไลท์บอกในโลกนี้คนที่แข็งแกร่งเท่านั้นที่จะมีสิทธิ์พูด ส่วนคนที่อ่อนแอก็ต้องยอมรับเท่านั้น

    “ เดซี่จัดการที ” ไลท์พูด

    เดซี่พยักหน้าเบาๆก่อนที่เธอจะใช้เวทย์รักษาบาดแผลตามร่างกายให้กับยุนก้า

    ไม่นานบาดแผลของยุนก้าก็หายดีอย่างรวดเร็ว สีหน้าของยุนก้าดีขึ้นมากแม้ว่าจะยังหมดสติอยู่ 

    พวกเมอร์ยอสก็ถอนหายใจออกมาก่อนที่จะพูดขอบคุณไลท์และเดซี่

    “ เอาไป ” กุนเด้หยิบแหวนมิติออกมาให้และโยนให้กับไลท์ 

    ไลท์รับมาและตรวจสอบก็พบว่าภายในแหวนมิติมีเงินอยู่ทั้งหมดหนึ่งพันล้านจีเซลตามที่เดิมพันกันไว้

    “ ขอบคุณมาก ” ไลท์ยิ้มและยื่นแหวนให้กับเดซี่

    เดซี่รับแหวนมิติและเก็บไว้ในแหวนมิติของตัวเอง

    “ ยอเนียร์แบกยุนก้าไป ” เมอร์ยอสพูดขึ้น

    “ ครับ ” ยอเนียร์พยักหน้ารับก่อนที่จะแบกร่างของยุนก้า

    หลังจากที่พวกเมอร์ยอสไปแล้ว ฟีเลียและเวียสต้าก็รีบวิ่งมาพูดคุยกับเดซี่ด้วยความตื่นเต้น 

    “ เดซี่เธอแข็งแกร่งมากเลย!! ” ฟีเลียพูดด้วยท่าทีตื่นเต้น

    “ นั้นสิเดซี่หรือว่าวันนั้นเธอไม่เอาจริงงั้นหรอ ” เวียสต้าพูดขึ้นพร้อมกับมองไปที่เดซี่เพื่อหาคำตอบ 

    วันนั้นที่เวียสต้าถามก็คือวันที่เธอและเดซี่ประลองทักษะดาบกัน เดซี่ไม่ได้แสดงความเร็วเท่ากับวันนี้เลย

    “ เปล่าหรอกพอดีว่าเมื่อวานฉันเพิ่งจะพัฒนาความแข็งแกร่งของฉันขึ้นเล็กน้อยทำให้ฉันแข็งแกร่งขึ้นจึงสามารถเอาชนะยุนก้าได้ แต่ถ้าหากเป็นวันที่ต้องสู้กับเธอฉันก็คงต้องใช้ความแข็งแกร่งทั้งหมดในการเอาชนะยุนก้าและไม่รู้ด้วยว่าจะชนะหรือแพ้ ” เดซี่ตอบตามจริง

    “ แต่ถึงอย่างไรเธอก็แข็งแกร่งมากแม้แต่ยุนก้าที่ได้ชื่อว่าติดหนึ่งในยี่สิบอันดับแรกของรายชื่อรุ่นเยาว์ที่แข็งแกร่งที่สุดในห้าตระกูลผู้พิทักษ์ก็ยังพ่ายแพ้ให้กับเธอ ” ฟีเลียหัวเราะคิกคัก

    “ อะไรคือรายชื่อรุ่นเยาว์งั้นหรอ? ” เดซี่สงสัย

    “ รายชื่อรุ่นเยาว์ก็คือรายชื่อของรุ่นเยาว์ที่แข็งแกร่งที่สุดในห้าตระกูลผู้พิทักษ์ ซึ่งคนที่จะมีชื่อติดในรายชื่อรุ่นเยาว์ได้มีเพียงแค่ยี่สิบคนเท่านั้น ” ฟีเลียตอบ

    “ แล้วของพวกเธอเท่าไหร่กันบ้างล่ะ? ” เดซี่ถามด้วยความอยากรู้

    “ ฉันติดอันดับที่สิบเจ็ด ” เวียสต้าพูดขึ้น

    “ ของฉันไม่ติดอันดับเพราะฉันไม่ใช่สายต่อสู้ ” ฟีเลียยิ้ม

    “ แล้วของยุนก้าและเมอร์ยอสล่ะ? ” เดซี่ถามอีก

    “ ยุนก้าอันดับที่สิบสอง ส่วนทางด้านเมอร์ยอสอยู่อันดับที่สาม ยอเนียร์ไม่ติดอันดับ ” เวียสต้าตอบ

    “ แล้วใครคืออันดับหนึ่งและอันดับสองหรอ? ” เดซี่อยากรู้ขึ้นมา 

    “ อันดับชื่อว่ายูเวส แห่งตระกูลอูเบกอส เขาคืออัจฉริยะในรอบหลายพันปีเลยทีเดียว เพียงแค่อายุยี่สิบสี่ก็มีความแข็งแกร่งแข็งใกล้เคียงกับระดับSSSแล้ว ส่วนอันดับสองคือพี่ใหญ่ของฉันเองชื่อว่าวอร์เฟียส ส่วนอันดับสี่คือพี่ใหญ่ของพวกฟีเลียชื่อว่า ฟีลิปป์ อันดับห้าคือเฮเลน จากตระกูลซันไทม์ ” เวียสต้าพูดขึ้น

    “ อย่างนี้แสดงว่าห้าตระกูลต่างก็ครองอันดับแรกกันหมดเลยสินะ ” เดซี่ถามขึ้น

    “ ใช่แล้วล่ะ ห้าอันดับแรกต่างก็มีความแข็งแกร่งในระดับที่เกือบจะอยู่ในระดับSSSแล้ว ส่วนอันด้บหกถึงยี่สิบส่วนมากก็จะเป็นคนของตระกูลอูเบกอสและเครอสมากกว่า เพราะสองตระกูลนั้นเป็นพวกบ้าการต่อสู้ พวกเขาจะต้องพัฒนาตัวเองและทำให้ตัวเองแข็งแกร่งตลอดเวลา ” เวียสต้าตอบ

    จากนั้นทั้งหมดก็กลับไปที่เมืองมิลเลอร์ฟรอสอีกครั้ง

    หลังจากที่แยกทางกับพวกฟีเลียและเวียสต้าแล้ว ไลท์ก็คิดว่าถึงเวลาที่จะไปคิดบัญชีกับพวกองค์กรมืดแล้ว

    ภายในห้องนอนส่วนตัวของไลท์

    ที่มุมห้องมีกล่องสมบัติใบใหญ่ตั้งเอาไว้ ซึ่งกล่องสมบัตินี้ไม่ได้ปิดฝาเอาไว้ ซึ่งสมบัติที่อยู่ด้านในกล่องสมบัติก็คือไข่สัตว์เวทย์ที่ไลท์ประมูลมานั่นเอง

    ไลท์ได้ทำการจับไปที่เปลือกไข่พร้อมกับปล่อยให้ไข่สัตว์เวทย์นี้ดูดซัพลมปรารไปด้วย

    “ ไม่รู้นะว่าแกจะเป็นตัวอะไร แต่ฉันก็จะนับว่าแกเป็นสมาชิกคนหนึ่งของเดธปาร์ตี้ หวังว่าพวกเราจะได้พบหน้ากันเร็วๆนี้นะ ” ไลท์พูดพร้อมกับมองไปที่ไข่สัตว์เวทย์ด้วยความสนใจ

    เหมือนกับสัตว์เวทย์ที่อยู่ภายในไข่เข้าใจคำพูดของไลท์ เหมือนกับว่ามันได้ส่งแรงสั่นสะเทือนเบาๆออกมา

    ไลท์สัมผัสได้ว่าไข่สั่นสะเทือนเบาๆก็เข้าใจได้ทันทีว่าเจ้าตัวที่อยู่ในไข่สัตว์เวทย์มันตอบรับคำพูดของเขา

    “ ฉลาดจริงๆเลยนะ ” ไลท์หัวเราะออกมาเบาๆก่อนที่จะค่อยๆดึงมือออกจากไข่สัตว์เวทย์

    ไข่สัตว์เวทย์สั่นเบาๆเหมือนกับว่ามันยังต้องการลมปราณจากไลท์อยู่ 

    “ พอแล้วน่า นี้ฉันก็ให้แกกินมานานกว่าชั่วโมงแล้วนะ เอาน่าๆเดี๋ยวไว้ฉันค่อยมาให้อาหารใหม่นะ ” ไลท์หัวเราะออกมา จากนั้นเขาก็วางม่านพลังครอบคลุมกล่องสมบัติเอาไว้

    หลังจากนั้นพวกไลท์ก็ไปส่งยูเทียและคารินที่เมืองแคสเมล

    ที่ท่าจอดเรือยนต์ของเมืองแคสเมล

    “ โชคดีนะทุกคน พี่เบเรียลรักษาตัวด้วย ” ยูเทียพูดพร้อมกับสวมกอดเบเรียลด้วยความห่วงใย

    “ โชคดีนะเพื่อนรัก ถ้าหากเธอเบื่อการผจญภัยแล้วก็กลับมาที่เมืองทะเลสาบได้นะ ” คารินพูดขึ้นและสวมกอดเบเรียล

    “ เข้าใจแล้ว พวกเธอสองคนก็ดูแลตัวเองดีๆนะ ” เบเรียลพูดด้วยรอยยิ้ม

    “ ไม่ต้องห่วงพวกฉันหรอกน่า ฉันเป็นห่วงเธอมากกว่าอีก ไม่ใช่ว่าพวกเธอกำลังจะไปถล่มพวกองค์กรมืดไม่ใช่หรอ ” คารินพูดขึ้น

    “ ไม่ต้องเป็นห่วงหรอก ฉันไม่เป็นอะไรง่ายๆหรอก ” เบเรียลส่ายหัวเบาๆ

    “ จ้าๆแม่คนเก่ง เดี๋ยวพวกเราก็ต้องรีบเดินทางกลับแล้วเพราะพวกเราอยู่ที่นี้นานเกินไปแล้ว ไม่รู้ว่าที่เมืองมีปัญหาอะไรเกิดขึ้นบ้างไหม ” คารินพูดขึ้น

    “ เดินทางปลอดภัยนะทุกคน ” คารินหันมาพูดกับพวกไลท์ด้วยความขอบคุณ ถ้าหากไม่มีพวกไลท์เธอก็คงไม่มีโอกาสได้เข้าร่วมงานประมูลระดับสูงที่จัดขึ้นโดยสภาจอมเวทย์ นี้นับว่าเป็นประสมการณ์ครั้งใหญ่ของเธอเลยทีเดียว นอกจากนี้มันยังทำให้เธอรู้จักกับห้าตระกูลผู้พิทักษ์และตัวตนระดับSSS 

    “ แล้วเจอกันใหม่นะยูเทีย คาริน ” เวโรนิก้าพูดด้วยรอยยิ้ม

    หลังจากที่แยกทางกันแล้ว พวกไลท์ก็มุ่งหน้าไปยังทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ 

    ยามค่ำคืนของวันนั้น

    ดาร์กโซลถูกจอดอยู่ที่ข้างแม่น้ำใหญ่สายหนึ่ง

    หลังจากที่พวกไลท์กินอาหารกันเสร็จแล้วพวกเขาก็มานั่งคุยกัน

    “ ไลท์นายคิดจะจัดการกับองค์กรมืดกลุ่มไหนก่อน? ” เบเรียลถามขึ้น

    “ ฉันคิดว่าพวกเราจะต้องไปจัดการกับองค์กรวิญญาณโลกันต์ก่อนที่จะไปจัดการกับเดธการ์เดี้ยน ” ไลท์ตอบจากนั้นเขาก็หยิบแผนที่ออกมากางไว้บนโต๊ะอาหาร

    แผนที่นี้คือแผนที่ที่เมทัลให้ไลท์มา ซึ่งบนแผนที่นั้นจะมีเครื่องหมายที่บ่งบอกว่าสถานที่แห่งนั้นคือที่ซ่อนของพวกองค์กรมืด ไม่ว่าจะอยู่ในป่าหรืออยู่ในเทือกเขาก็มีบอกหมดอย่างชัดเจน

    ไลท์ชี้ไปยังจุดๆหนึ่งบนแผนที่

    “ เนื่องจากเส้นทางที่พวกเรากำลังมุ่งหน้าไปยังพวกวิญญาณโลกันต์จะต้องผ่านกับสถานที่ตั้งของพวกองค์กรมืดสามองค์กร เพราะฉะนั้นพวกเราก็ถือโอกาสนี้ทำลายพวกมันไปด้วยเลยแล้วกัน ” ไลท์พูดขึ้น

    คนอื่นๆพยักหน้าพร้อมกับทำสีหน้าตื่นเต้นออกมา

    “ จริงสิลูกพี่ แล้วลูกพี่จะต้องบอกเจ้าเมทัลไหม? ” ไลก้าถามขึ้น

    ไลท์ครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนที่จะพยักหน้ารับ “ ในเมื่อฉันสัญญาแล้วว่าจะพาเขาไปถ้าหากเขาได้รับอนุญาตจากคุณเฟลิกซ์ ” 

    “ เข้าใจแล้วลูกพี่เดี๋ยวฉันจะลองติดต่อไปบอกเจ้าเมทัลแปปนึง ” ไลก้าพูดขึ้นก่อนทีจะลุกขึ้นเดินไปติดต่อเมทัล

    “ แล้วนายคิดจะทำอะไรต่อหลังจากที่จัดการกับสององค์กรนี้แล้ว? ” เบเรียลถาม

    “ ฉันคิดว่าฉันจะไปที่เกาะท้องฟ้าก่อน เพราะฉันอยากจะรู้ถึงความลับของโลกภายในหอคอยแห่งนิรันดร์และอันตรายที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ” ไลท์ตอบ

    “ พอนายพูดมาแบบนี้ฉันก็อยากรู้แล้วเหมือนกันว่าเกิดอะไรขึ้นโลกภายในหอคอยแห่งนิรันดร์ รวมไปถึงภัยอันตรายที่จะเกิดขึ้นในอนาคต แถมเจ้าหมอนั้นยังบอกว่าพลังของฉันจะมีประโยชน์ในอนาคตอีกด้วย ” เฮลเฟลชเห็นด้วยกับไลท์ที่จะไปยังเกาะลอยฟ้า

    เจ้าหมอนั้นที่เฮลเฟลชบอกก็ถือคูเลย์ซิน คนที่ผนึกเฮลเฟลชไว้ในเกาะลอยฟ้าและเป็นคนบอกกับไลท์ว่าในอนาคตจะเกิดเรื่องอันตรายขึ้นมาอีกด้วย

    ไม่นานไลก้าก็เดินกลับมาพร้อมกับพูดขึ้นว่า “ ลูกพี่เจ้าเมทัลบอกว่ามันได้ขออณุญาตคุณเฟลิกซ์แล้วมันบอกว่าคุณเฟลิกซ์เองก็จะมาด้วยเหมือนกัน เดี๋ยวอีกไม่นานคุณเฟลิกซ์ก็น่าจะติดต่อมาหาลูกพี่ว่าจะนัดแนะแผนการ ” 

    “ เข้าใจแล้ว ” ไลท์พยักหน้ารับ เขาไม่ได้แปลกใจเลยที่ว่าทำไมเฟลิกซ์ถึงมาด้วย การที่มีเจ้าหน้าที่ของสภาจอมเวทย์เข้าร่วมก็จะทำให้พวกเขาได้รับชื่อเสียงไปด้วย อีกอย่างเจ้าหน้าที่ของสภาจอมเวทย์ก็จะได้รับสมบัติที่อยู่ในองค์กรมืดด้วยเช่นกัน ไม่ใช่เดธปาร์ตี้ที่ได้ไปทั้งหมด

    ผ่านไปสักพักเฟลิกซ์ก็ได้ติดต่อมาหาไลท์

    “ ไลท์ฉันได้ยินมาจากเมทัลว่านายคิดที่จะทำลายองค์กรมืดทั้งหมดเลยงั้นหรอ? ” เฟลิกซ์ถามขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง

    “ ใช่ครับ ผมต้องการที่จะทำลายองค์กรมืดทั้งหมดเลยครับ ” ไลท์ตอบ

    “ เข้าใจแล้ว ทางเราสภาจอมเวทย์ก็จะเข้าร่วมปฏิบัติการด้วย แต่ทางเราไม่ได้นำคนไปเยอะเท่าไหร่เพื่อที่ว่าจะได้ไม่เป็นจุดสังเกต โดยที่คาดการณ์ว่าน่าจะมีผู้พิทักษ์เข้าร่วมสามคนและจอมเวทย์ศักดิ์สิทธิ์อีกสามสิบคน ” เฟลิกซ์ตอบ

    “ ครับ ผมคิดว่าจะไปจัดการกับพวกองค์กรวิญญาณโลกันต์ก่อนครับ จากนั้นก็ตามด้วยองค์กรเดธการ์เดี้ยน แต่ระหว่างทางผมอาจจะทำลายองค์กรมืดสักสองสามแห่งครับ ” ไลท์ตอบ

    “ เข้าใจแล้ว ” เฟลิกซ์ตอบรับก่อนที่จะเงียบไปเล็กน้อยจากนั้นเขาก็พูดต่อว่า “ งั้นพวกเราไปเจอกันที่เมืองโฟร์ลีฟแล้วกัน เนื่องจากที่นั้นอยู่ใกล้กับองค์กรวิญญาณโลกันต์ที่สุด ” 

    “ ได้ครับ ” ไลท์ตอบรับ

    “ ส่วนเรื่องสมบัติที่จะต้องแบ่งกันก็เป็นแปดต่อสองแล้วกัน พวกเธอเอาไปแปดส่วนฉันจะเอาแค่สองเอง เนื่องจากพวกเธอน่าจะเป็นตัวหลักในการทำลายพวกองค์กรมืดส่วนพวกฉันจะคอยเฝ้าระวังให้เอง แล้วก็เรื่องค่าหัวก็เอาเป็นว่าถ้าหากเธอจัดการกับอาชญากรคนไหนได้ก็เอาค่าหัวของพวกมันไปเลย ” เฟลิกซ์ตอบ

    ไลท์ครุ่นคิดก่อนที่จะตอบตกลง ถึงอย่างไรสมบัติเกือบทั้งหมดก็เป็นของพวกเขาอยู่แล้ว นอกจากนี้เขาก็ยังได้รับค่าหัวตามเดิมด้วยก็นับว่าเป็นเรื่องที่ดี

    หลังจากที่วางสายไป ไลท์ก็เรียกทุกคนมารวมตัวกันอีกครั้ง จากนั้นเขาก็บอกถึงสิ่งที่พูดคุยกับเฟลิกซ์ให้กับทุกๆคนฟัง

    เช้าวันต่อมา 

    ดาร์กโซลก็ค่อยๆมุ่งหน้าไปยังสถานที่ตั้งขององค์กรซันฟาวเวอร์ 

    องค์กรซันฟาวเวอร์ตั้งอยู่เกือบจะสุดเขตของภาคกลางและเฉียงไปยังทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ 

    เนื่องจากภูมิภาคกลางเป็นที่ตั้งของสภาจอมเวทย์ทำให้ไม่ค่อยมีองค์กรมืดตั้งฐานที่มั่นสักเท่าไหร่

    การเดินทางจากจุดที่พวกไลท์อยู่ไปยังฐานที่ตั้งขององค์กรซันฟาวเวอร์ต้องใช้เวลาเดินทางอย่างน้อยหนึ่งเดือน

    พวกไลท์ไม่ได้เดินทางอย่างรีบร้อนสักเท่าไหร่ เพราะถึงอย่างไรพวกองค์กรมืดก็ไม่ได้หนีไปไหน

    ไลท์ได้ขอข้อมูลขององค์กรซันฟาวเวอร์ องค์กรมืดดาวสังหาร องค์กรมืดนรกวิบัติ มาจากเฟลิกซ์

    ทั้งสามองค์กรนี้เป็นเพียงองค์กรขนาดกลางไม่ใช่องค์กรใหญ่อย่างองค์กรวิญญาณโลกันต์หรือองค์กรเดธการ์เดี้ยน

    การที่จะกลายเป็นองค์กรใหญ่ได้จะต้องมีตัวตนระดับSSอยู่ในองค์กรอย่างน้อยสองคนขึ้นไป แต่ทว่าองค์กรทั้งสามนี้มีเพียงตัวตนระดับSเท่านั้น 

    องค์กรซันฟาวเวอร์อยู่ใกล้ที่สุด ต่อมาก็คือองค์กรดาวสังหารและองค์กรนรกวิบัติ

    พริบตาเดียวก็ผ่านมาถึงหนึ่งเดือน 

    เวลานี้ดาร์กโซลได้มาจอดอยู่ที่เมืองเล็กๆแห่งหนึ่งที่มีชื่อว่า เมืองบาคุ 

    เมืองบาคุเป็นเมืองเล็กและมันอยู่ใกล้กับป่าเมนฟิสมากที่สุด แต่ถึงอย่างนั้นมันก็อยู่ห่างถึงห้าสิบกิโลเมตร

    ไม่มีใครรู้เลยว่าภายในป่าเมนฟิสนั้นจะเป็นที่ตั้งขององค์กรซันฟาวเวอร์ 

    เนื่องจากองค์กรซันฟาวเวอร์ไม่ค่อยได้บุกเข้าไปในเมืองบาคุสักเท่าไหร่ เพราะพวกองค์กรซันฟาวเวอร์เองก็ต้องซื้อของใช้และอาหารจากเมืองบาคุ แต่ถึงอย่างนั้นเจ้าของร้านต่างๆในเมืองบาคุก็ไม่รู้หรอกว่าคนที่ซื้อของของคุณไปจะเป็นคนขององค์กรมืดหรือไม่

    หลังจากที่ไลท์มาถึงเมืองบาคุแล้วพวกเขาก็ไปนั่งกินอาหารกันที่ร้านอาหารพร้อมกับวางแผนการณ์ไปด้วย

    “ ฉันจะแบ่งออกเป็นสองกลุ่ม หนึ่งคือกลุ่มบุกโจมตีฐานที่มั่นขององค์กรซันฟาวเวอร์ อีกกลุ่มจะต้องอยู่เฝ้าที่เมืองนี้เพื่อความปลอดภัยของชาวเมือง ” ไลท์พูดขึ้น

    คนอื่นๆเองก็เข้าใจได้ว่าทำไมถึงต้องมีกลุ่มที่ปกป้องชาวเมืองด้วย เพราะเมืองนี้อยู่ติดกับที่ตั้งขององค์กรซันฟาวเวอร์ ไม่แน่ว่าภายในเมืองนี้ก็อาจจะมีคนขององค์กรซันฟาวเวอร์แฝงตัวอยู่ก็ได้และถ้าหากพวกเขาบุกไปโจมตีฐานที่ตั้งขององค์กรซันฟาวเวอร์ แล้วพวกมันขู่โดยการใช้ชาวเมืองเป็นตัวประกัน พวกเขาคงทำอะไรมากไม่ได้ 

    เพราะฉะนั้นวิธีแก้ก็คือให้คนอยู่ที่เมืองนี้สักสามถึงสี่คนก็น่าจะเพียงพอแล้วที่จะคุ้มกันชาวเมืองได้เกือบทั้งหมด 

     

    คล้ายกับเรื่องสุดยอดนักผจญภัย ที่คุณอ่าน