ภายในมิติพิเศษของสุสานจ้าวยุทธ์ต้วนเทียนเจ๋อ
หลังจากที่ทุกๆคนใช้เวลาสองชั่วยามในการเก็บเกี่ยวสมบัติต่างๆภายในมิติพิเศษ จู่ๆบนท้องฟ้าเหนือมิติพิเศษพลันปรากฏพระราชวังสีทอง
พระราชวังสีทองนี้มีขนาดใหญ่เป็นอย่างมาก เพราะต่อให้เป็นคนที่อยู่ไกลที่สุดก็ยังมองเห็นพระราชวังสีทองนี้ได้ชัดเจน
พระราชวังสีทองอร่ามทำให้เหล่ารุ่นเยาว์จำนวนมากมุ่งหน้าไปที่นั่นด้วยความเร็ว
เพียงไม่นานทุกๆคนก็มารวมตัวกันอยู่ที่ทางเข้าพระราชวังทองคำแห่งนี้ เพียงแต่ทุกๆคนไม่ได้เข้าใกล้พระราชวังทองคำนี้มาก พวกเขาอยู่ห่างจากภูเขาที่พระราชวังทองคำปรากฏนับสิบลี้
เหล่าศิษย์ของตระกูลหนานยืนอยู่หน้าสุดพวกเขามองดูพระราชวังภูเขาด้วยแววตาจริงจัง เพราะกลิ่นอายของพระราชวังทองคำนี้ทำให้พวกเขารู้สึกกดันอย่างมาก แม้กระทั้งพวกเขาอยู่ห่างจากพระราชวังทองคำไปนับสิบลี้ก็ยังไม่กล้าที่จะเข้าไปใกล้ๆ
ในขณะที่ทุกๆคนกำลังครุ่นคิดว่าจะทำอย่างไรต่อ จู่ๆประตูของพระราชวังทองคำก็เปิดออก ก่อนที่จะมีซากศพหนึ่งบินออกมาช้าๆ
ซากศพนี้ดูเหมือนจะเป็นบุรุษ หนังติดกระดูกจนดูน่ากลัว ชุดที่สวมใส่ก็ยังขาดรุ่ย
ทันใดนั้นดวงตาของมันก็เบิกขึ้นพร้อมกับเสียงคำรามของสัตว์ป่า ตามมาด้วยเสียงหัวเราะอันน่าสะพรึงกลัว
“ ฮ่าฮ่า ในที่สุดข้าต้วนเทียนเจ๋อจะกลับมามีชีวิตอีกครั้งหนึ่งและเจ้าพวกสารเลววิหารหมื่นโลกาจะต้องเสียใจกับการตัดสินใจในครั้งนั้น ” เสียงที่แหบแห้งแต่เต็มไปด้วยความชั่วร้ายดังขึ้น
ทันใดนั้นต้วนเทียนเจ๋อก็ลืมตาพร้อมกับกลิ่นอายที่ทรงพลังกระจายไปทั่วพื้นที่
กลิ่นอายนี้ทำให้ศิษย์ตระกูลหนานรวมไปถึงศิษย์ของกองกำลังอื่นๆถึงกับทรุดตัวลงกับพื้นพร้อมกับใบหน้าที่ซีดขาวด้วยความหวาดกลัว
“ ระดับจ้าวยุทธ์ขั้นสมบูรณ์ ”
พลังยุทธ์ของต้วนเทียนเจ๋อนั่นสูงกว่าในข่าวลือมาก เดิมทีทุกๆคนนึกว่าเขาเป็นเพียงแค่จ้าวยุทธ์ขั้นปลาย แต่แท้จริงแล้วเขาเป็นจ้าวยุทธ์ขั้นสมบูรณ์ต่างหาก แต่ด้วยความที่เขาถูกไล่ล่าโดยวิหารหมื่นโลกาทำให้เขาสูญเสียพลังยุทธ์ไปมาก และสุดท้ายก็ต้องสิ้นใจที่เทือกเขาไห่ซาน แต่ด้วยความที่เขาเป็นนักวางค่ายกลทำให้เขาได้สร้างค่ายกลแห่งนี้ขึ้นและใช้ทักษะพิเศษเพื่อคืนชีพอีกครั้งในอนาคตหลังจากทีค่ายกลของเขาเปิดใช้งาน
ต้วนเทียนเจ๋อมองดูศิษย์ของกองกำลังต่างๆที่ยืนอยู่ด้านล่างหลายพันคนด้วยท่าทีตื่นเต้น เพราะทักษะพิเศษของเขาสามารถดูดกลืนพลังชีวิตของคนเหล่านี้มาเป็นพลังของตัวเอง ยิ่งคิดก็ยิ่งตื่นเต้นพร้อมกับใบหน้าที่เปื้อนยิ้มอย่างชั่วร้าย
ศิษย์ของตระกูลหนานมองหน้ากันก่อนที่จะหยิบเอาตราสัญลักษณ์ของตระกูลหนานออกมาแล้วมองไปที่ต้วนเทียนเจ๋อด้วยแววตาเหยียดหยาม
“ แค่จ้าวยุทธ์ขั้นสมบูรณ์กล้าวางอำนาจขนาดนั้นเลยยังงั้นเรอะ?! ” น้ำเสียงเย้ยหยันของน่าหลันหวงเมิ่งดังขึ้น
น้ำเสียงของน่าหลันหวงเมิ่งแม้ว่าจะไม่ได้ดังมากนักแต่ทุกๆคนในที่นี้ต่างก็ได้ยินอย่างชัดเจน ศิษย์ของกองกำลังต่างๆมองดูน่าหลันหวงเมิ่งด้วยแววตาชื่นชม
“ นั่นสิ คิดว่าเป็นจ้าวยุทธ์แล้วหยิ่งผยอง ตระกูลหนานของข้าสามารถสังหารเจ้าได้พันครั้งแล้วมั้ง ” โอวหยางจิงหานลุกขึ้นยืนพร้อมกับเหยียดยิ้มอย่างสบายๆ
โอวหยางจิงหานในเวลานี้ก็พัฒนามาถึงระดับเหนือยุทธ์ขั้นสมบูรณ์ตั้งนานแล้ว แต่เนื่องจากเขาต้องการที่จะเข้าร่วมการสำรวจสุสานในครั้งนี้เขาจึงหยุดฝึกยุทธ์และหันไปฝึกการต่อสู้แทน เพราะแบบนี้พลังของเขาจึงยังอยู่ในระดับเหนือยุทธ์ขั้นสมบูรณ์ แต่ถึงอย่างนั้นพลังที่แท้จริงของเขาก็สามารถสังหารได้แม้กระทั้งเซียนยุทธ์ขั้นต้น
ศิษย์ของตระกูลหนานใช้พลังทั้งหมดของตัวเองในการลุกขึ้นยืนเพื่อต้านทานพลังของต้วนเทียนเจ๋อ สำหรับพวกเขาที่เคยถูกฝึกโดยเทพยุทธ์ที่ปล่อยแรงกดดันใส่พวกเขาตลอดเวลา ทำให้แรงกดดันของจ้าวยุทธ์ขั้นสมบูรณ์ของต้วนเทียนเจ๋อไม่ได้สร้างปัญหาให้กับพวกเขามากนักเมื่อเทียบกับอาจารย์ผู้ฝึกสอนของตระกูลหนาน
ต้วนเทียนเจ๋อมองดูศิษย์ของตระกูลหนานด้วยแววตาเย้ยหยัน
“ แล้วอย่างไร สุดท้ายพวกเจ้าก็ต้องตายเพราะข้าอยู่ดี หลังจากที่ข้าหลบหนีไปได้ตระกูลหนานหรืออะไรจะสามารถไล่ล่าข้าได้อย่างงั้นเรอะ ช่างน่าหัวเราะ! ” ต้วนเทียนเจ๋อหัวเราะอย่างเย็นชา ก่อนที่เขาจะมองไปที่น่าหลันหวงเมิ่งที่เป็นคนแรกที่กล้าลุกขึ้นมาด่าเขา
“ ส่วนเจ้า ในเมื่ออยากตายนักก็อย่าโทษข้าแล้วกัน…ดัชนีโลหิต! ” ต้วนเทียนเจ๋อชี้นิ้วไปที่น่าหลันหวงเมิ่งก่อนที่จะมีพลังสายหนึ่งพุ่งโจมตีใส่น่าหลันหวงเมิ่งอย่างรวดเร็ว
ด้วยทักษะการโจมตีของต้วนเทียนเจ๋อที่เป็นถึงจ้าวยุทธ์ขั้นสมบูรณ์ น่าหลันหวงเมิ่งย่อมไม่สามารถรับมือได้อย่างแน่นอน
ฉากนี้ทำให้ศิษย์ของกองกำลังอื่นๆรีบหันหน้าหนีเพราะไม่อยากเห็นน่าหลันหวงเมิ่งต้องตาย แต่ทางด้านของศิษย์ตระกูลหนาน พวกเขาเพียงแค่มองดูเฉยๆเท่านั้นเพราะพวกเขารู้ดีว่าน่าหลันหวงเมิ่งจะต้องไม่เป็นอะไร
ทันทีที่ดัชนีโลหิตของต้วนเทียนเจ๋อปะทะกับม่านพลังสีทองที่ปกคลุมร่างกายของน่าหลันหวงเมิ่งเอาไว้ การโจมตีของต้วนเทียนเจ๋อจึงสลายไปในทันที
ต้วนเทียนเจ๋อมองดูม่านพลังสีทองที่ปกคลุมร่างกายของน่าหลันหวงเมิ่งด้วยแววตาประหลาดใจก่อนที่จะใช้ดัชนีโลหิตโจมตีอีกครั้ง
ม่านพลังป้องกันของน่าหลันหวงเมิ่งก็ยังป้องกันการโจมตีของต้วนเทียนเจ๋อได้อยู่ดี ราวกับว่าการโจมตีของต้วนเทียนเจ๋อไม่สามารถทำลายม่านพลังป้องกันของน่าหลันหวงเมิ่งได้เลย
ต้วนเทียนเจ๋อหรี่ตาลงและกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชาและเหยียดหยามว่า “ ดูเหมือนว่าพวกเจ้าจะมีของดีอยู่เหมือนกัน แต่พวกเจ้าคิดหรือว่าของดีของพวกเจ้าจะสามารถป้องกันการโจมตีของข้าได้ตลอดไปและอีกอย่างภายใต้มิติพิเศษของข้า พวกเจ้าจะไม่มีวันได้ออกไปไหนอย่างแน่นอน และท้ายที่สุดพวกเจ้าทั้งหมดจะต้องกลายเป็นอาหารของข้าทุกคน ”
ทันใดนั้นเสียงที่เย้ยหยันก็ดังขึ้นที่ด้านหลังของต้วนเทียนเจ๋อ
“ แน่ใจหรือว่าเจ้าจะทำอะไรศิษย์ตระกูลหนานได้? ”
ต้วนเทียนเจ๋อตกใจและรีบหันไปมอง เขาก็ถูกฝ่ามือขนาดใหญ่จับใบหน้าไว้
ต้วนเทียนเจ๋อมองดูชายวัยกลางคนที่กล้ามใหญ่เท่ากับแขนสองข้างของเขาที่กำลังจับหัวของเขาราวกับจับของเล่น แถมยังยิ้มอย่างเหยียดหยามอีกด้วย
ศิษย์ตระกูลหนานไม่รู้ว่าป๋อเชี่ยหานเป็นใครแต่พวกเขาเห็นป้ายตระกูลหนานที่ห้อยอยู่ที่ข้างเอวก็รู้ได้ทันทีว่านี้จะต้องเป็นยอดฝีมือของตระกูลหนาน
ส่วนทางด้านของศิษย์กองกำลังอื่นๆ พวกเขามองดูป๋อเชี่ยหานด้วยแววตาชื่นชม รู้อยู่แล้วว่าตระกูลหนานแข็งแกร่งและมียอดฝีมือระดับเทพยุทธ์อยู่ แต่พวกเขานึกไม่ถึงเลยว่าพวกเขาจะได้เจอยอดฝีมือระดับเทพยุทธ์จริงๆ
“ แกเป็นใครเข้ามาในมิติของข้าได้อย่างไร! ” ต้วนเทียนเจ๋อตกใจและหวาดกลัวเป็นอย่างมาก
ที่เขาตกใจก็คือเขาได้วางสุดยอดค่ายกลต่างๆเอาไว้ทำให้ไม่มียอดฝีมือที่เหนือกว่าระดับเหนือยุทธ์เข้ามาได้ แต่เขานึกไม่ถึงเลยว่าจะมียอดฝีมือระดับเทพยุทธ์เข้ามาในค่ายกลของเขาได้แบบนี้
สาเหตุที่ต้วนเทียนเจ๋อมันใจว่าป๋อเชี่ยหานเป็นยอดฝีมือระดับเทพยุทธ์ก็เพราะเขาสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายระดับเทพยุทธ์จางๆจากตัวของป๋อเชี่ยหาน
“ มิติของแก? มิติกระจอกนี้น่ะหรือ? ถ้าหากข้าจะเข้าต่อให้เป็นค่ายกลเซียนข้าก็เข้าไปได้สบายๆอยู่แล้ว นับภาษาอะไรกับค่ายกลแค่กึ่งเซียนนี้? เจ้าต้องบอกว่าโชคดีมากจริงๆที่คนระดับข้าเข้ามาในค่ายกลของเจ้าแบบนี้ จะว่าไปแล้วข้าเองก็ไม่ต้องเข้ามาด้านในหรอก เพราะเด็กของข้าสามารถสังหารเจ้าได้อยู่แล้ว แต่ที่ข้าเข้ามาก็เพราะเป็นคำสั่งของนายท่านต่างหาก เนื่องจากนายท่านของข้าต้องการจับเป็นเจ้า ข้าเลยต้องเข้ามาจับตัวเจ้าก็เท่านั้น” ป๋อเชี่ยหานเหยียดยิ้มก่อนที่จะหันไปมองศิษย์ตระกูลหนานและกล่าวขึ้นว่า “ พวกเจ้าเข้าไปในพระวังทองคำแล้วปล้นทุกอย่างมาได้แล้ว ส่วนข้าจะลากเจ้าศพเน่าๆนี้ไปหานายท่านก่อน ”
กล่าวจบป๋อเชี่ยหานก็หายไปพร้อมกับต้วนเทียนเจ๋อ
ส่วนที่ป๋อเชี่ยหานบอกว่าศิษย์ตระกูลหนานสามารถสังหารต้วนเทียนเจ๋อได้ก็เป็นความจริง เนื่องจากป้ายตระกูลหนานมีค่ายกลป้องกัน ค่ายกลสังหารประทับเอาไว้ ถ้าหากเกิดเรื่องไม่คาดฝันก็ให้เปิดใช้งานค่ายกลที่ตราประทับทันที
ซึ่งค่ายกลป้องกันก็เป็นค่ายกลระดับกึ่งเซียนที่สามารถป้องกันการโจมตีของระดับเทพยุทธ์ได้นับสิบครั้ง ส่วนค่ายกลสังหารก็สังหารได้แม้กระทั้งระดับเทพยุทธ์
และอีกอย่างต้องไม่ลืมว่าศิษย์ตระกูลหนานในมิติพิเศษนี้มีมากกว่าหนึ่งพันคน เพียงแค่คนเดียวก็สามารถใช้ค่ายกลสังหารต้วนเทียนเจ๋อแล้ว ยิ่งไม่ต้องพูดถึงถ้าหากศิษย์เหล่านั้นเปิดค่ายกลสังหารพร้อมกับหลายคน ต้วนเทียนเจ๋อคงได้กลายเป็นเศษซากศพ แทนที่จะเป็นซากศพแล้ว
เมื่อป๋อเช่ี่ยหานจากไปพร้อมกับต้วนเทียนเจ๋อแล้ว ศิษย์ตระกูลหนานก็ลุกขึ้นยืนพร้อมกับถอนหายใจออกมาเล็กน้อย
“ ไปกันเถอะ ผู้อาวุโสบอกให้ปล้นสมบัติด้านในให้หมด ” น่าหลันหวงเมิ่งกล่าวด้วยน้ำเสียงสบายๆ
“ ทุกคนระวังตัวด้วย ไม่รู้ว่าภายในพระราชวังจะมีกับดักอะไรไหม พวกเราต้องระมัดระวังเป็นอย่างดี ” โอวหยางจิงหานกล่าวเตือน
ทุกๆคนพยักหน้ารับก่อนที่จะเข้าไปด้านพระราชวัง โดยมีน่าหลันหวงเมิ่งและโอวหยางจิงหานเป็นผู้นำ
ทางฝั่งของป๋อเชี่ยหาน
หลังจากที่เขาออกมาจากมิติพิเศษพร้อมกับต้วนเทียนเจ๋อแล้ว เขาก็พาต้วนเทียนเจ๋อมาหาหนานหมิงที่ศาลาเล็กๆ
การที่จู่ๆป๋อเชี่ยหานหายตัวไปก่อนที่จะกลับมาพร้อมกับซากศพบางอย่างไม่ได้สร้างความสงสัยให้กับกองกำลังภายนอก เนื่องจากพื้นที่รอบๆหนานหมิงถูกวางค่ายกลเอาไว้ ทำใหุ้ทกๆคนเห็นเพียงแค่หนานหมิงกำลังนั่งดื่มชาอย่างสบายใจ
หนานหมิงมองดูต้วนเทียนเจ๋อด้วยความสนใจ เพราะก่อนหน้านี้ตอนที่ต้วนเทียนเจ๋อปรากฏตัว ป๋อเชี่ยหานก็รายงานเขาแล้ว แถมยังบอกอีกว่าเจ้าหมอนี้ถูกไล่ล่าโดยวิหารหมื่นโลกา น่าจะเป็นกองกำลังที่แข็งแกร่งไม่อย่างนั้นจ้าวยุทธ์ขั้นสมบูรณ์อย่างต้วนเทียนเจ๋อคงไม่หลบหนีมาแบบนี้
“ เจ้าคือต้วนเทียนเจ๋อ? ” หนานหมิงถามขึ้น
ต้วนเทียนเจ๋อที่ถูกโยนลงกับพื้นก็เงยหน้าขึ้นมามองหนานหมิง ก่อนที่เขาจะมองดูรอบๆตัวของหนานหมิงด้วยแววตาตกใจ เพราะเขาสัมผัสได้ถึงพลังของเทพยุทธ์และจ้าวยุทธ์ขั้นสมบูรณ์จำนวนมาก
“ แข็งแกร่งมาก! ” ต้วนเทียนเจ๋อพึมพำด้วยสีหน้าตกใจและหวาดกลัวในเวลาเดียวกัน เพราะแม้กระทั้งวิหารหมื่นโลกาที่เคยไล่ล่าเขาก็ยังไม่เคยมีเทพยุทธ์ที่แข็งแกร่งขนาดนี้อยู่เลย
“ เห้ย! นายท่านถามทำไมเจ้าไม่ตอบล่ะห้ะ! ” ป๋อเชี่ยหานเดินไปหาต้วนเทียนเจ๋อก่อนที่จะกระทืบลงไปหนึ่งครั้งที่กลางหลังของต้วนเทียนเจ๋อ
แน่นอนว่าป๋อเชี่ยหานควบคุมพลังเอาไว้อย่างดี ไม่อย่างนั้นต้วนเทียนเจ๋อคงได้ถูกกระทืบตายจริงๆ
เสียงกรีดร้องอย่างเจ็บปวดของต้วนเทียนเจ๋อดังขึ้น
หนานหมิงมองดูป๋อเชี่ยหายพร้อมกับคิ้วกระตุกเบาๆ เนื่องจากขนาดขาของป๋อเชี่ยหานนั้นมีขนาดใหญ่พอๆกับตัวของต้วนเทียนเจ๋อด้วยซ้ำ เขากลัวว่าเจ้าป๋อเชี่ยหานจะกระทืบจนเท้าของเขาทะลุตัวของต้วนเทียนเจ๋อในคราวเดียว
“ ข้าตอบแล้ว! ข้าตอบแล้วขอรับ ” ต้วนเทียนเจ๋อกรีดร้องพร้อมกับรีบกล่าวขึ้นด้วยความหวาดกลัว
“ ข้าต้วนเทียนเจ๋อขอรับ ” ต้วนเทียนเจ๋อตอบด้วยน้ำเสียงตกใจและแหบแห้ง
หลังจากนั้นหนานหมิงก็สอบถามข้อมูลต่างๆจากต้วนเทียนเจ๋อด้วยความสนใจ
ย้อนกลับไปห้าหมื่นปีก่อน ในตอนที่ต้วนเทียนเจ๋อกำลังรุ่งโรจน์เขาคิดว่าทวีปเฮ่อหลุนนั่นเล็กเกินไปสำหรับเขา และอีกอย่างในตอนนั้นเขาก็เป็นถึงจ้าวยุทธ์ขั้นสูงที่อายุน้อยและมีประสิทธิภาพที่จะทะลวงเข้าสู่เทพยุทธ์ในอนาคต เขาจึงมุ่งหน้าสู่ทวีปหยุนเทียนซึ่งเป็นทวีปที่แข็งแกร่งรองลงมาจากทวีปหลัวเทียนเท่านั้น
กองกำลังชั้นยอดของทวีปหยุนเทียนก็นับว่ามีไม่มากเท่าไหร่ แต่ก็มีมากกว่าสิบแห่งด้วยกัน
กองกำลังชั้นยอดที่ว่าคือกองกำลังที่มียอดฝีมือระดับเทพยุทธ์คอยดูแลอยู่ ซึ่งหนึ่งในสิบกองกำลังชั้นยอดก็คือวิหารหมื่นโลกา
วิหารหมื่นโลกานับว่าเป็นกองกำลังชั้นยอดลำดับที่สามในเวลานั้น เนื่องจากพวกเขามีเทพยุทธ์ขั้นกลางสี่คนและขั้นต้นนับสิบคน ทำให้พวกเขามีอำนาจเป็นอย่างมาก
ในตอนนั้นต้วนเทียนเจ๋อและสหายของเขาได้ผจญภัยไปทั่วทั้งทวีปหยุนเทียน จนกระทั้งซากอารยธรรมของเทพยุทธ์ขั้นปลายผู้หนึ่งปรากฏขึ้น
กองกำลังทั้งหมดของทวีปหยุนเทียนต่างก็ให้ความสนใจ หลังจากที่พวกเขาสำรวจอย่างจริงจังและพบว่าซากอารยธรรมแห่งนี้อันตรายเป็นอย่างมากแต่มันก็มีสมบัติมากมายซ่อนอยู่ ทำให้กองกำลังทั้งหมดส่งคนเข้าไปสำรวจอย่างจริงจัง
ต้วนเจ๋อเทียนและสหายของเขาก็เข้าร่วมการสำรวจด้วยเช่นกัน
ต้องบอกว่าโชคของต้วนเทียนเจ๋อนั้นสูงมาก พวกเขาได้รับสมบัติมากมายนับไม่ถ้วน แต่ทว่าพวกเขาก็ถูกพบโดยคนของวิหารหมื่นโลกา จากนั้นก็เกิดการปะทะขึ้น
ต้วนเทียนเจ๋อได้สังหารจ้าวยุทธ์ของวิหารหมื่นโลกาไปหลายคน ก่อนที่จะฝ่าวงล้อมหนีออกไปได้ แต่ทว่าสหายของเขาโชคร้ายที่ไม่สามารถหนีรอดไปได้
ด้วยการกระทำของต้วนเทียนเจ๋อทำให้เขาถูกวิหารหมื่นโลกาไล่ล่าอย่างบ้าคลั่ง เทพยุทธ์ขั้นต้นสามคนถูกส่งออกมาให้ตามล่าต้วนเทียนเจ๋อทันที
ท้ายที่สุดต้วนเทียนเจ๋อก็หลบหนีพวกเขาได้สำเร็จแต่ก็ต้องแลกมาด้วยอาการบาดเจ็บของเขาก่อนที่จะหลบหนีมายังทวีปเฮ่อหลุนและรักษาอาการบาดเจ็บ แต่โชคร้ายที่อาการบาดเจ็บร้ายแรงเกินไป ทำให้เขาต้องจบชีวิตลงที่เทือกเขาไห่ซาน
แต่โชคดีที่ทักษะที่เขาขโมยมาตอนที่สำรวจซากอารยธรรมทำให้เขาสามารถเกิดใหม่ได้อีกครั้ง เพียงแต่ต้องใช้เวลานานพอสมควร เพราะแบบนี้หลังจากที่เขาคิดที่จะดูดกลืนพลังของรุ่นเยาว์เพื่อฟื้นฟูความแข็งแกร่งและจะกลับไปคิดบัญชีกับวิหารหมื่นโลกาอีกครั้งหนึ่ง