" น้องชายของเธอว่ายังไงบ้างน้องสะใภ้ "
" จางจีบอกว่าดีใจมากค่ะและขอบคุณมากจริงๆเขาตั้งใจที่จะทำโปรเจคจบเองไม่ได้ตั้งใจที่จะเข้าฝึกงานบริษัทใหญ่ๆเลย "
" พวกเราเองก็เรียนจบมาก็ต้องเข้าใจอยู่แล้วว่าทำไมน้องชายของเธอถึงคิดจะทำโปรเจคจบเอง " ซ่งหานเอยอย่างเรียบเลื่อยเขาได้ยินน้องชายของภรรยาบ่นหลายครั้งตั้งแต่ขึ้นปี 3 เพราะทุกๆปีน้องชายของภรรยาจะเข้าฝึกงานบริษัทในบริษัทใหญ่ๆเสมอและเห็นถึงปัญหาการทำงานของบริษัทใหญ่ๆและตัวเองที่ด้อยประสบการณ์มาก
แต่เหมือนว่าในช่วงหลายปีมานี้น้องชายของภรรยาจะเก่งกาจขึ้นทุกทีถึงกับขนาดอยากจะทำโปรเจคจบเองและเขาก็สนับสนุนลึกๆเลยด้วยซ้ำไปเพราะสาขาที่จางจีเรียนนั้นควรจะหาประสบการณ์ด้วยตนเองก่อนที่จะรับงานอย่างจริงจังหลังจบ
บ้านเดิมของฝ่ายภรรยาเป็นบริษัทขนาดเล็กที่มีความมั่นคงมากทางเหนือของประเทศและถึงบอกว่าจะเป็นบริษัทเล็กๆก็เป็นบริษัทก่อสร้างและตกแต่งที่ดำเนินงานโดยคนในครอบครัวและเมื่อจางจีเรียนจบก็จะต้องเข้าทำงานที่บริษัทของตัวเองอย่างแน่นอนทำให้เขาอดกังวลไม่ได้ว่าน้องชายคนนี้จะสามารถรับภาระที่หนักเกินอายุหรือไม่แต่ดูเหมือนว่าเขาจะไม่ต้องกังวลแทนภรรยาแล้วเพราะทางครอบครัวของเขาก็เป็นห่วงเหมือนกันถึงขนาดคิดอ่านแทนเขาและภรรยาให้รับงานใหญ่ของตระกูลซ่ง
" แต่เขาก็อยากจะมาดูพื้นที่ก่อนนะคะฉันก็ส่งรูปไปให้ดูคร่าวๆแล้วว่าเราต้องการอะไรบ้าง " เธอหมายถึงบ้านทุกซอกทุกมุมเธอได้ส่งไปให้จางจีได้ออกแบบมาคร่าวๆแล้วเขาจะเดินทางมาในเร็วๆนี้สายตาทั้งบ้านมองไปที่ซ่งซิงเหลียนที่นอนเก้าอี้โยกอยู่อย่างไม่ออกความคิดเห็นอะไรแต่สายตาของเธอนั้นบ่งบอกว่าพูดไปเลยเธอกำลังฟังอยู่นี่สินะเขาเรียกว่าสายเลือดชนชั้นสูงอันเข้มข้นไม่ว่าจะทำอะไรก็ยังดูดีอยู่เลยแม้แต่นอนเก้าอี้โยกก็จะสง่างามไร้อารมณ์มีความสูงศักดิ์
" ลูกว่ายังไงถ้าาจางจีเอาแบบออกมาให้ดูหรือหนูจะออกแบบเอง " ซ่งหลี่ที่ยังคงให้ความสำคัญกับความคิดเห็นของเด็กหญิงตัวน้อยของบ้านเขาอยู่เสมอ
" ไม่ค่ะให้เขาเอาแบบออกมาดูเลยแล้วหนูจะแก้เอง " เพราะการวางค่ายคนนั้นมันไม่ใช่แค่แบบความสวยงาม
" อาสะใภ้ได้บอกจางจีหรือเปล่าคะว่ามันไม่ใช่แค่การรีโนเวทบ้านธรรมดาๆ "
" อาได้กับบอกเขาตรงๆแล้วและเขาก็เข้าใจว่าควรจะทำอะไร แต่กับทีมงานของเขานั้นเขาจะต้องไปคุยกันก่อนหมายถึงเอ่อ โปรเจค จบเนี่ยเขาจะร่วมกันทำงานเป็นทีมกับเพื่อนของเขาด้วยกันน่ะ " เหมือนว่าเธอจะลืมบอกเรื่องนี้ไปกับครอบครัวแล้วจริงๆ
" ถ้าอย่างนั้นก็ขอให้เขากับเพื่อนร่วมงานเข้าใจก็แล้วกัน " เหมือนจะเป็นคำอวยพรเล็กๆจากเธอก็แล้วกันนะเพราะว่าการสร้างบ้านโดยใช้ค่ายคนนั้นว่ายากแล้วแต่การรีโนเวทรีโนเวทบ้านแล้วสร้างค่ายกลนั้นมันยากกว่า
ทุกคนพยักหน้าหงึกหงักด้วยความเข้าใจความกังวลของเจ้าหญิงตัวน้อยของบ้านเพราะเรื่องแบบนี้เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนจริงๆแต่อย่างน้อยคนที่จะมารับงานครั้งนี้ก็เป็นคนที่ไว้ใจได้
" หนูอยากกำหนดเวลาให้เขาทำงานได้ไหมคะ " ที่กังวลตั้งแต่แรกว่าตัวเองจะสามารถอยู่บ้านหลังนี้ได้นานแค่ไหนก็อดเป็นห่วงไม่ได้
" หนูพูดมาเลยจ้าจริงๆป้าจะรีบโทรบอกเขาเลยเพราะแต่ว่านะอีกไม่กี่วันเขาก็จะมาแล้วนะ " จางจีที่ทันทีได้รับโทรศัพท์จากเธอตั้งแต่ก่อนตรุษจีนเขาก็เริ่มเตรียมการไว้แล้วว่าจะเดินทางมาวันไหนพร้อมกับทีมงานของเขาแต่เธอก็ยังไม่ได้บอกครอบครัวทางบ้านสามีด้วยซ้ำเพราะวุ่นๆอยู่
" ให้เขาออกแบบคร่าวๆมาก่อนเลยค่ะเพราะหนูไม่ได้ใช้ที่ตัวบ้านแต่หนูใช้พื้นที่รอบนอก " การทำฮวงจุ้ยที่ดีคือการใช้ทำด้านนอกแต่ในตัวบ้านนั้นเธอจะบอกจุดเขาเป็นพิเศษเฉพาะเขาเท่านั้นเพราะเรื่องแบบนี้รู้น้อยเท่าไหร่ก็ยิ่งดีไม่ใช่หรือป้องกันการทำลายฮวงจุ้ยโดย ตัวร้ายที่อาจจะเข้ามาเมื่อไหร่ก็ไม่รู้เพราะมันมีเคยมีเรื่องแบบนี้อยู่แล้วเหมือนที่เธอเคยทำเหมือนที่เธอเคยทำมาก่อน มันเป็นเรื่องของชาติที่แล้วนี่เขาเรียกว่า
ชาติก่อนผิดชาตินี้ไม่ผิดใช่ไหม
" ว่าแต่ว่าทำไมวันนี้ทั้งวันไม่เห็นตัวร้ายทั้ง 3 " ลยล่ะซ่งจินหลางมองบริเวณรอบๆหลังบ้านที่ไม่ว่าอาจารย์น้อยของมันจะอยู่ที่ไหนศิษย์ก็จะอยู่ที่นั่นเสมอแต่วันนี้กลับไม่เห็นทั้ง 3 เลยทั้งวันอย่าว่าแต่วันนี้เลยเมื่อวานนี้พวกเขาก็ไม่เห็นทั้ง 3 ก็อดที่จะคันปากยิกๆถามไม่ได้
" วันนี้อนุญาตให้ออกจากบ้านได้พวกมันก็คงจะอดทนไม่ไหวไปหาแตงกินที่บ้านไหนก็ไม่ทราบ " น้ำเสียงเข็ดเขี้ยวฟันด้วยความโมโหเล็กๆของเธอทำให้ทุกคนยิ้มแหย่เหมือนว่านิสัยของเจ้าสามศิษย์ นี้จะเป็นจะไม่สามารถแก้ไขได้
เธอก็พูดไปอย่างนั้นเพราะรู้ดีว่าสามศิษย์นั้นไม่ได้ไปกินแตงเปล่าประโยชน์แต่เป็นคำสั่งจากเธอที่ให้ไปกินแตงเรื่องตัวเองอยู่
ผู้อยู่ในเงามืดทั้งสามที่หลบอยู่บนยอดไม้
ทั้ง 3 ตนที่ท่านอาจารย์อนุญาตให้ไปกินแตงได้อย่างเต็มเพราะว่าเป็นคำสั่งจากท่านอาจารย์โดยตรงพวกมันรู้สึกมีความสุขสุดๆเพราะแตงลูกนี้เป็นแตงสวนใหญ่พี่ไม่รู้ว่าจะกินหมดเมื่อไหร่เพราะเป็นแตงสวนอาจารย์แถมยังเป็นแตงที่ออกรถออกชาติเผ็ดร้อนหวานฉ่ำดูไม่เข้ากันยังไงก็ไม่รู้แต่พวกมันก็รู้สึกว่าอร่อยสุดๆก็สามารถกินได้อย่างสบายใจโดยไม่โดนด่า
ชายทั้ง 5 คนที่พวกมันไม่คุ้นหน้าตานั่งอยู่ริมป่าหลังหมู่บ้านพวกเขากำลังประชุมกันอย่างเคร่งเครียดแต่ไม่รู้สึกตัวเลยแม้แต่น้อยว่ากำลังถูกจับตาดูอยู่จากทั้ง 3
" พี่เฉินเราจะเอายังไงดี " ซันถามผู้เป็นหัวหน้าที่กำลังพิมพ์ข้อความบางอย่างลงโทรศัพท์ด้วยสีหน้าจริงจัง
" เราก็ทำตามคำสั่งเจ้านายใหญ่ให้เสร็จไงน่าจะถามอะไรกันล่ะ "
" หมายถึงเราจะไปหาคุณหนูใหญ่ตอนไหน "
พวกเขาร้อนใจกันมา 2 วันแล้วแต่ดูเหมือนพี่เฉินเย่ก็สมกับเป็นหัวหน้าของพวกเขาเพราะทั้งสุขุมรอบคอบและไม่จิตใจร้อนรนเลยต่างกับพวกเขาที่แทบจะมอดไหม้เพราะความร้อนใจอยู่แล้ว
" ฉันก็กำลังสารภาพผิดกับเจ้านายใหญ่อยู่พวกนายไม่เห็นหรือไง "
" สารภาพผิดหรือ "
" ใช่ฉันกำลังโดนด่าอย่างรุนแรงสารภาพผิดที่ไม่ได้ปกป้องคุณหนูใหญ่ให้ดีแต่ทำแค่ครึ่งเดียวตอนนี้ " เขากำลังถูกเรียบเรียงโทษอยู่ถึงจะไม่ถึงขั้นตายแต่ก็เรียกว่าสาหัสสากันเลยทีเดียวทันทีที่กลับไป
เมื่อได้ยินคำสั่งลงโทษออกมาไม่เพียงแต่เแอนเย่ที่รู้สึกโล่งใจ ลูกน้องทีมเขาก็รู้สึกโล่งใจเหมือนกันทั้งๆที่ทำงานผิดพลาดกันขนาดนี้แต่ก็ยัง
" แสดงว่าพวกเรายังมีประโยชน์อยู่ใช่ไหมครับ "
" พวกเรายังมีประโยชน์อยู่พี่ยื่นข้อเสนออะไรกับเจ้านายใหญ่ "
" ฉันหรือจะกล้ายื่นข้อเสนอกับเจ้านายใหญ่ฉันแค่บอกว่าพวกเราจะขอรับโทษทันทีที่กลับไปแต่หลังจากนั้นฉันกับพวกนายจะขอติดตามปกป้องคุณหนูใหญ่ตลอดชีวิตและจะไม่ขอกลับไปทำงานรับคำสั่งจากเจ้านายโดยตรงพี่เฉินฉลาดสุดๆใช่ไหมล่ะ "
" แล้วเจ้านายใหญ่จะมาวันไหนหรือครับ "
ลูกน้องถามเรียบเรื่อยเหมือนไม่ต้องการคำตอบเพราะไหนๆสิ่งที่พวกเขาต้องการคำตอบก็ได้รับแล้วจะมีอะไรน่าโล่งใจไปกว่าการที่ถูกลงโทษไม่ถึงตายแต่ยังได้รับใช้คุณหนูใหญ่ผู้เป็นว่าที่แก้วตาดวงใจของตระกูลอีกละ
" พรุ่งนี้ "
เกิดความเงียบทั้งกลุ่มเมื่อได้รับสัญญาณนั้นพวกเขาต่างมองไปทิศทางหนึ่งที่รู้สึกมานานแล้วว่าบรรยากาศมันแปลกๆเหมือนถูกจับจ้องตลอดเวลาแต่ก็ไม่สามารถหาจุดนั้นได้เลย
มีเพียงบรรยากาศที่เย็นเยือกแผ่รอบๆตัวเสมอนี่พวกเขาคงไม่ใช่ถูกจับตามองโดยผู้เหล่าอาวุโสไร้ตัวตนหรอกนะเหมือนว่าการพวกเขาจะเดาถูกไปครึ่งนึงเพราะครึ่งนึงเป็นผู้มีตัวตนและอีกผู้หนึ่งไม่มีตัวตนทั้ง 3 มองชายหนุ่มเหล่านั้นด้วยความขบขันเหมือนว่าเหมือนว่าลูกเราลูกสมุนคนใหม่ของอาจารย์น้อยพวกมันจะมีสัมผัสและความเก่งกาจความกล้าเหนือกว่าบอดี้การ์ดทั่วไปอยู่มากมิน่าล่ะอาจารย์ถึงหมายตาเอาไว้
" ดูกล้าหาญไม่กลัวพวกเราดีนะ "
" กุ๊กๆๆเขาเรียกว่าอะไรนะฉันนึกไม่ออกเสี่ยวเฟยถาม " น้อง 3 " ที่ดูจะเข้าใจสุภาษิตโบราณมากกว่าพวกมันทั้ง 2 ตัว
" คนประเภทเดียวกันสามารถอยู่ที่เดียวกันได้ "
" จิ๊บๆๆๆๆหวังว่าพวกเขาจะทนมือทนเท้าท่านอาจารย์ได้ดี "
" ท่านอาจารย์ของพวกเราไม่ใช่ชอบใช้ความรุนแรงนะ " เอียนหยาหลานไม่เห็นด้วยไม่เคยเห็นซ่งซิงเหลียนต่อสู้จริงๆสักครั้งมีเพียงแค่ชอบล่าสมบัติและและขุดสุสานก็เท่านั้นเอง
" ฉันหมายถึงที่ทีมล่าสมบัติของเราจะใหญ่ขึ้น "
อ๋อหมายถึงแต่มีแรงงานเพิ่มขึ้นนี่เองทั้ง พยักหน้าเข้าใจอย่างตรงกันต่อไปนี้พวกมันก็จะไม่ได้มีแรงงานเพิ่ม
วี๊ดวิว
เสียงลมที่รุนแรงบนยอดไม้นั้นทำเอาชายทั้ง 5 คนรู้สึกสะพรึ่งกลัวแบบแปลกๆเหมือนถูกหมายตาไว้จริงๆด้
วยแถมเป็นสิ่งที่ไร้ตัวตนที่พวกเขาทำอะไรไม่ได้อีก
"" คุณหนูใหญ่พวกผมผิดไปแล้ว ""