ตอนที่ 5: ละครฉากใหญ่
สายลมยามบ่ายพัดโชยสะบัดระลอกแล้วระลอกเล่ามาจากยอดเนินเขาเขียวขจีอันเป็ที่ตั้งของคฤหาสน์หรูหราตระกูลอัครเดชโภคิน สายลมนั้นหอบเอาความเย็นเยือกบางเบาปนกลิ่นอายดินชื้นและดอกไม้ป่าโรยรามาปะทะเข้ากับผิวแก้มขาวซีดเนียนละเอียดของฉัน ทว่าบรรยากาศอันแสนสงบและรื่นรมย์ของสวนดอกไม้นานาพรรณที่เบ่งบานต้อนรับแสงแดดอุ่นกลับต้องพังทลายลงในพริบตา เมื่อฉันตัดสินใจก้าวเท้าเรียวบางพ้นประตูรั้วเหล็กดัดบานั์สีดำสนิทสลักลายทองอร่ามออกสู่โลกภายนอก ความรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัยที่ได้รับจากเขตอาคมคุ้มภัยของคฤหาสน์อันใหญ่โตสูญสิ้นไปในชั่ววินาที แทนที่ด้วยกลิ่นอายของอันตรายและความตึงเครียดที่ลอยอวลอยู่ในชั้นบรรยากาศอย่างน่าอึดอัด
เบื้องหน้าของฉัน... ห่างไปไม่กี่สิบเมตร ธีรภัทร ชาญวิจิตร ยืนขบเขี้ยวเคี้ยวฟันอยู่ข้างรถยนต์ซีดานยุโรปคันหรูของมันที่สตาร์ทเครื่องยนต์รออยู่ริมทางเท้าหน้าคฤหาสน์ ใบหน้าหล่อเหลาพิมพ์นิยมที่มันเคยภาคภูมิใจนักหนาบัดนี้กลับบิดเบี้ยวและซีดเซียวด้วยความโกรธเกรี้ยวจัดและเดือดดาลจนเส้นเืบนขมับปูดโปน ควันบุหรี่สีเทาหม่นที่มันพ่นออกมาอย่างหยาบคายลอยคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นหญ้าแฝกแห้งและกลิ่นเหม็นไหม้ของยาสูบ ซึ่งเป็ฟีโรโมนประจำตัวเพศรองอัลฟ่าระดับ A ของมัน กลิ่นอายเ่าั้ช่างก้าวร้าวและระคายััชวนให้คลื่นเหียนเป็ที่สุด สายตาของธีรภัทรจับจ้องมองลอดผ่านรั้วเหล็กเข้ามายังตัวคฤหาสน์ด้วยประกายตาแห่งความริษยาแกมละโมบโลภมาก หวังใจเหลือเกินว่าจะสามารถรีดไถกอบโกยเงินทองและทรัพย์สินของตระกูลจิรธนากุลเพื่อนำไปค้ำจุนฐานะของตนและครอบครัวที่กำลังเผชิญวิกฤตสั่นคลอน รวมถึงเพื่อนำเงินก้อนโตไปประเคนเอาอกเอาใจโอเมก้าชู้รักอย่างเกลลิกา
ฉันลอบแสยะยิ้มบางเบาที่มุมปากอิ่ม แววตากลมหงส์ฉ่ำปรือแฝงประกายเยือกเย็นและเยาะหยันอยู่เพียงเสี้ยววินาทีจนยากจะสังเกต ก่อนที่ฉันจะใช้ทักษะการแสดงอันล้ำเลิศปรับเปลี่ยนสีหน้าท่าทางทันทีอย่างรวดเร็ว เรือนร่างระหงสวมเสื้อคลุมผ้าไหมสีงาช้างแสร้งทำเป็สั่นสะท้านสะโอดสะองประหนึ่งต้นหลิวลู่ลม ปลายนิ้วเรียวบางเอื้อมยกขึ้นกุมหน้าอกข้างซ้ายตรงตำแหน่งหัวใจที่มีโรคประจำตัวคอยเล่นงาน แสร้งทำเสียงสะอื้นไห้แ่เบาเพื่อดึงจังหวะของบทละครฉากใหญ่ที่ฉันตั้งใจแสดงและคุมเกมด้วยตัวเอง
"พะ...พี่ธีร์..." ฉันเค้นเสียงพูดหวานใสแต่แ่ระโหยโรยแรง ราวกับคนไข้ขี้โรคที่เพิ่งผ่านพ้นวิกฤตความตายและร่างกายยังไม่ได้รับการฟื้นฟูดีจากสภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลันที่เกือบคร่าชีวิต "มีธุระอะไรด่วนเหรอครับ... รินเพิ่งจะออกจากโรงพยาบาลมา ร่างกายยังไม่ดีขึ้นเลย... ไม่มีแรงแม้แต่จะเดิน..."
ธีรภัทรหันขวับมามองตามเสียงเรียก แววตาคู่นั้นไม่มีร่องรอยของความห่วงใยหรือสำนึกผิดเลยแม้แต่น้อย มีเพียงความโลภและความหงุดหงิดงุ่นง่านที่แสดงออกมาอย่างปิดไม่มิด เมื่อเห็นท่าทางปวกเปียก อ่อนนุ่ม และดวงตากลมหงส์ที่แดงก่ำรื้นน้ำตาชวนสงสารของฉัน สัญชาตญาณความถือดีหยิ่งยโสของอัลฟ่าระดับ A ก็พลุ่งพล่านลำพองใจขึ้นมาทันที มันมั่นใจว่าโอเมก้าอย่างฉันยังคงเป็คนโง่ขี้โรคคนเดิมที่รักและยอมก้มหัวสยบให้แก่มันเหมือนเช่นอดีตที่ผ่านมา
ธีรภัทรก้าวพุ่งพรวดเข้ามาหาอย่างรวดเร็วและก้าวร้าว ไร้ความอ่อนโยนหรือความปรานี ฝ่ามือหนาหยาบกร้านเอื้อมมาคว้ากระชากข้อมือเรียวบางของฉันไว้อย่างรุนแรงและป่าเถื่อน มันออกแรงบีบรัดแน่นจนผิวเนื้อเนียนละเอียดดุจหิมะเริ่มขึ้นรอยสีแดงก่ำช้ำเือย่างชัดเจน ฉันนิ่วหน้าด้วยความเจ็บแสบแปลบ
"เล่นตัวนักนะริน!" ธีรภัทรตะคอกเสียงต่ำพร่าสั่นระริก แววตาจ้องมองด้วยความหงุดหงิดระคนโกรธจัด "รู้ไหมว่าตระกูลชาญวิจิตรของฉันเดือดร้อนกันไปหมดเพราะแกสั่งระงับธุรกรรมและปฏิเสธโอนเงินลงทุนขยายสาขาร้านอาหาร! เอาเอกสารใบหย่าและใบโอนหุ้นร้านอาหารจิรธนากุลที่แกเลื่อนเซ็นออกมาเซ็นให้ฉันเดี๋ยวนี้! อย่าคิดว่าวิ่งหนีมานอนกกอยู่บ้านคุณปู่ตระกูลอัครเดชโภคินแล้วฉันจะไม่กล้าทำอะไรแกนะ! แกมันก็แค่เสนียดขี้โรคที่ฉันแต่งงานด้วยเพราะความจำเป็เท่านั้นแหละ!"
แรงบีบที่ข้อมือบางทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ จนฉันรู้สึกเจ็บร้าวลึกเข้าไปในกระดูก ทว่าในความเ็ปทางกายภาพนั้น จิติญญาของยอดเชฟคนใหม่ผู้ผ่านโลกมาอย่างโชกโชนกลับนิ่งสงบและเยือกเย็นดุจน้ำแข็งขั้วโลก ฉันปล่อยให้หยาดน้ำตาสีใสเอ่อรื้นคลอเคล้าแก้มเนียน สะอื้นไห้แ่เบาอย่างสมจริงสมบทบาทดั่งโอเมก้าผู้อ่อนแอไร้ทางสู้ เพื่อดึงเวลาและกระตุ้นให้ธีรภัทรแสดงพฤติกรรมก้าวร้าวคุกคามออกมาให้ประจักษ์ชัดแก่สายตาคนรอบข้างและหลักฐานดิจิทัล
แต่เื้ัเงามืดของกระเป๋าเสื้อคลุมผ้าไหมสีงาช้าง ปลายนิ้วเรียวบางแอบขยับกดเปิดฟังก์ชันบันทึกเสียง ไฟล์ภาพ และวิดีโอในสมาร์ทโฟนส่วนตัวที่เชื่อมต่อสัญญาณสตรีมมิ่งความละเอียดสูงตรงเข้าสู่ระบบคลาวด์นิรภัยของระบบ 009 เรียบร้อยแล้วทุกขั้นตอน
[ติ๊ง! ระบบ 009 ได้ทำการบันทึกเสียงและวิดีโอการคุกคามทำร้ายร่างกายจากธีรภัทรเข้าสู่ระบบคลาวด์สำรองนิรภัยสำเร็จ 100% แล้วครับโฮสต์! ภาพชัดแจ๋ว เสียงใสปิ๊ง ชิ้นปลามันระดับคดีความทางกฎหมายเตรียมยื่นฟ้องหย่าและเรียกค่าเสียหายได้แบบที่มันดิ้นไม่หลุดแน่นอนครับ!] เสียงสังเคราะห์ของระบบ 009 รายงานสถานะอย่างระเริงในหัวสมองของฉัน
"ฮึก... พี่ธีร์... รินเจ็บ... รินเจ็บข้อมือเหลือเกินครับ..." ฉันแสร้งร้องขอความเห็นใจ เสียงหวานสั่นเครือระคนออดอ้อนน่าสงสารชวนให้บอดี้การ์ดตระกูลอัครเดชโภคินที่ยืนคุมเชิงอยู่หน้าประตูรั้วไกล ๆ แอบลอบมองมาด้วยความสงสารและเดือดดาลแทน "เื่หุ้นและใบหย่า... รินขอเวลาทบทวนดูก่อนไม่ได้เหรอครับ... รินยังไม่พร้อมจริง ๆ ทำไมพี่ธีร์ต้องบีบคั้นรินขนาดนี้..."
"ทบทวนบ้าอะไรของแกอีก! ถ้าแกไม่เซ็นตอนนี้ เกลลิกาจะโกรธฉันและไม่ยอมคุยกับฉัน! แกก็รู้ว่าทางตระกูลพิพัฒน์วรดากำลัง้าเงินก้อนนี้ไปค้ำจุนธุรกิจ!" ธีรภัทรหลุดปากเอ่ยถึงชู้รักและแผนการโกงเงินออกมาด้วยความลืมตัวขณะพยายามออกแรงดึงทึ้งกระชากร่างบางเข้าหาตัวอย่างบ้าระห่ำ
ในจังหวะนั้นเอง สมาร์ทโฟนของธีรภัทรที่วางเปิดหน้าจอค้างทิ้งไว้บนฝากระโปรงหน้ารถยนต์ซีดานส่วนตัวพลันกะพริบแสงสว่างวาบพร้อมข้อความแจ้งเตือนข้อความแชทใหม่ ฉันอาศัยจังหวะที่แสร้งก้มหน้าสะอื้นไห้ซบลงกับท่อนแขน ช้อนสายตาคมกริบมองผ่านช่องแขนเพื่อจดจำรหัสผ่านหน้าจอมือถือของธีรภัทรที่มันเพิ่งกรอกไปก่อนหน้านี้ รหัสผ่านดังกล่าวคือตัวเลขวันเกิดของเกลลิกา ชู้รักที่เป็โอเมก้าระดับ A รหัสผ่านนั้นถูกประทับจดจำผ่านสายตาและสมองอันเฉียบแหลมของฉันจนฉันสามารถถอดรหัสและบันทึกมันเก็บไว้ในคลังสมองได้อย่างง่ายดาย
ข้อความแจ้งเตือนบนหน้าจอปรากฏแชทลับจากเกลลิกาอย่างเด่นชัดไร้การบิดเบือน:
[เกล: พี่ธีร์คะ! จัดการนังรินภัทรขี้โรคให้มันเซ็นยกหุ้นร้านอาหารจิรธนากุลมาให้เราเสร็จหรือยังคะ? เกลเตรียมสัญญาโอนต่อไปให้พ่อของเกลเพื่อพยุงฐานะทางบ้านที่กำลังล้มละลายแล้วนะ ถ้ามันไม่เซ็น ก็ใช้กำลังขู่เื่ความลับของมันซะ! อย่าให้เสียแผนแต่งงานและการกอบโกยทรัพย์สมบัติของเราเด็ดขาดนะคะพี่ธีร์!]
สายตาของฉันบันทึกภาพตัวเลขรหัสผ่านและการแจ้งเตือนแชทชั่วช้านั้นไว้ในสมองอย่างรวดเร็ว แผนการร้ายของธีรภัทรและชู้รักช่างโสโครกและเห็นแก่ตัวอย่างไร้ที่ติ พวกมันแอบวางแผนร่วมมือกันกอบโกยเงินทองและทรัพย์สินของตระกูลจิรธนากุลเพื่อนำไปประเคนชดใช้หนี้สินให้แก่ตระกูลพิพัฒน์วรดาที่กำลังล้มละลายและเป็หนี้ท่วมหัว โดยไม่สนใจชีวิตและจิตใจของเ้าของร่างเดิมแม้แต่น้อย
ธีรภัทรขยับดึงเนกไทของมันให้หลวมลงเล็กน้อยพลางแผ่ซ่านฟีโรโมนข่มขู่ออกมาอย่างจงใจ มันคือกลิ่นหญ้าแฝกแห้งและควันบุหรี่ฉุนกึก (Vetiver & Tobacco smoke) ที่หยาบคาย แข็งกระด้าง และไร้รสนิยม กลิ่นอายอัลฟ่าระดับ A ลอยปะทะเข้าเต็มจมูกของฉันเพื่อหวังใช้พลังสัญชาตญาณตามเพศสภาพสะกดสะกดข่มให้โอเมก้าผู้อ่อนแอต้องเกิดความหวาดกลัว ร่างกายสั่นเทา และสยบยอมเซ็นเอกสารแต่โดยดี
ทว่าฉันที่เป็โอเมก้าระดับ S (Pure / Dominant Omega) ของจริง มีเพศรองพรีเมียมระดับสูงสุดอยู่เหนือกว่ามันอย่างเทียบไม่ติด ฉันสะกดและกักเก็บกลิ่นกายวานิลลาผสมอบเชยป่าอันเข้มข้นของตนไว้ไม่ให้แผ่ออกมาสะท้อนกลับ ฉันจงใจส่งเพียงกลิ่นวานิลลาจาง ๆ ที่ดูบอบบาง อ่อนล้า ไร้ทางสู้ และ้าการปกป้องอย่างที่สุดออกมา เพื่อล่อลวงหลอกล่อให้ธีรภัทรยิ่งลำพองใจในอำนาจและแสดงท่าทางคุกคามที่รุนแรงและป่าเถื่อนยิ่งขึ้นไปอีก
"เซ็นเดี๋ยวนี้ริน! อย่าให้พี่ต้องใช้กำลังขืนใจและทำร้ายร่างกายแกไปมากกว่านี้!" ธีรภัทรบีบข้อมือบางของฉันแน่นขึ้นอีกจนข้อมือของฉันเริ่มขึ้นรอยเขียวคล้ำ พลางกระชากร่างระหงจนแผ่นหลังบางบดเบียดกระแทกเข้ากับขอบตัวถังรถยนต์อย่างแรงจนเกิดเสียงดังทึบ เสียงร้องไห้สะอื้นแ่ของฉันดังขึ้นพร้อมสายตาอ้อนวอนชวนสงสาร
[เตือนภัยครับโฮสต์! ระดับความดันของฟีโรโมนคุกคามรอบตัวเพิ่มสูงขึ้นจนถึงระดับอันตรายทางกายภาพ แต่โฮสต์คุมเกมและจังหวะของละครฉากนี้ได้ยอดเยี่ยมมากครับ! ตอนนี้หลักฐานบันทึกเสียงข่มขู่ ธุรกรรมเงินโกงของธีรภัทร พร้อมทั้งหลักฐานแชทคุยชู้สาวได้รับการบันทึกเก็บกู้เข้าสู่ระบบคลาวด์สำรองนิรภัยสำเร็จ 100% แล้วครับ!] ระบบ 009 แจ้งเตือนส่งกราฟสถานะสีทองระยิบระยับในหัวสมอง
'ดีมาก... ในเมื่อเหยื่อกินเบ็ดและแสดงพฤติกรรมชั่วร้ายออกมาจนล้นแก้วแล้ว ก็ถึงเวลาเบิกตัวมัจจุราชออกมาฉีกขย้ำสุนัขบ้าตัวนี้เสียที' ฉันตอบกลับระบบในใจด้วยแววตาเรียบเฉยทว่าแฝงประกายสะใจอยู่ลึก ๆ ภายใต้หยาดน้ำตาที่นองหน้า
ในขณะที่ธีรภัทรกำลังดึงทึ้งกระชากบีบตัวฉันอย่างรุนแรงประหนึ่งหมาบ้าที่ควบคุมอารมณ์ไม่ได้ และเตรียมจะยัดปากกาใส่มือเพื่อบังคับให้เซ็นเอกสารโอนหุ้น จนร่างบางระหงแทบจะร่วงหล่นทรุดลงพื้นปูนหน้าทางเข้า
พลันบานประตูรั้วเหล็กดัดขนาดใหญ่ของคฤหาสน์ถูกเลื่อนแยกเปิดออกด้วยแรงอำนาจ พร้อมกับกระแสลมเย็นะเืสายหนึ่งที่พัดผ่านพุ่งเข้ามาสะกดบรรยากาศโดยรอบให้เงียบงันลงในทันตา อากาศรอบตัวพลันหนักอึ้งดุจก้อนหินใหญ่
ร่างสูงตระหง่านดุจขุนเขาในชุดสูทสีเทาเข้มหรูหราเนื้อเนี๊ยบกริบเต็มยศก้าวเดินพ้นรั้วคฤหาสน์ออกมาด้วยย่างก้าวที่มั่นคง ใบหน้าหล่อเหลาพิมพ์เทพบุตรบัดนี้ราบเรียบไร้อารมณ์ ทว่าดวงตาคมปลาบสีเข้มกลับฉายแววน่ากลัวดุจพญามัจจุราช... นั่นคือ เดเมียน อัครเดชโภคิน ประธานบริหารสูงสุดแห่งเครือธุรกิจ S-Group!
ทันทีที่เดเมียนปรากฏตัว กลิ่นอายฟีโรโมนป่าสนหลังฝนตกชุ่มชื้นผสมผสานเหล้ารัมเข้มข้นร้อนแรง (Pine wood & Dark rum) อันเป็เอกลักษณ์เฉพาะของอัลฟ่าระดับสูงสุด S-Class (Dominant Alpha) ก็ะเิปะทุพลุ่งพล่านแผ่ซ่านสะกดกดดันบรรยากาศโดยรอบทันที อากาศรอบข้างหนักอึ้งจนหายใจไม่ทั่วท้อง และมีความเย็นะเืแผ่ลึกดุจน้ำแข็งขั้วโลก พลังงานชีวภาพอันทรงอำนาจสะกดข่มคนอื่นขยายตัวอย่างรวดเร็ว ทำเอาธีรภัทรและลูกน้องของตระกูลชาญวิจิตรที่ยืนคุมเชิงอยู่ถึงกับตัวสั่นระริก หน้าถอดสีกลายเป็ซีดเผือด ลมหายใจสะดุดขัด และล้มฟุบทรุดตัวลงไปนอนราบคุกเข่ากับพื้นปูนอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ด้วยสัญชาตญาณความกลัวตามเพศสภาพระดับต่ำกว่า
เดเมียนจับจ้องมองฝ่ามือหนาของธีรภัทรที่ยังคงบังอาจบีบรัดข้อมือเรียวของฉันอยู่ด้วยแววตาคมดุจพญาเหยี่ยวที่เกรี้ยวกราด เพลิงโทสะในแววตาคู่นั้นเ็าและดุดันประดุจสัตว์ร้ายนักล่าที่พร้อมจะขย้ำฉีกกระชากเหยื่อให้แหลกคามือ
"แกกล้าดียังไง... ถึงได้เอามือสกปรกมาแตะต้องตัวคนของฉันในเขตพื้นที่ของฉัน? ธีรภัทร ชาญวิจิตร..."
น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงพลังและกระแสเสียงเย็นเยียบดังก้องสะท้านเข้าสู่จิติญญา สะกดจนธีรภัทรตัวสั่นงันงกหวาดกลัวสะท้านไปถึงขั้วหัวใจทันที!
แรงกดดันอันมหาศาลจากฟีโรโมนของเดเมียนหนาแน่นราวก้อนเมฆฝนสีทมิฬที่ทับถมถล่มลงมาบนหน้าอกของทุกคน กลิ่นไม้สนเย็นเฉียบหลังฝนพายุผสมเหล้ารัมร้อนแรงสลายกลิ่นหญ้าแฝกแห้งและควันบุหรี่หยาบโลนของธีรภัทรให้มลายหายไปในพริบตาประหนึ่งฝุ่นผง ธีรภัทรทรุดตัวคุกเข่าราบลงกับพื้นปูนอย่างไร้ทางสู้ หายใจหอบกระเส่าด้วยความรวดร้าวและทรมานจากการโดนข่มขู่ทางชีวภาพของสัญชาตญาณเพศสภาพ ร่างกายของมันสั่นเทาพั่บ ๆ และไม่มีแม้แต่เรี่ยวแรงหรือความกล้าพอจะเงยหน้าขึ้นสบสายตาคมปลาบของท่านประธานใหญ่แห่ง S-Group เ้านายสูงสุดของมัน
เดเมียนก้าวเดินเข้ามาหาทีละก้าวอย่างเชื่องช้าทว่าเปี่ยมไปด้วยความเยือกเย็นน่าเกรงขามดุจพญาราชสีห์เ้าป่า สายตาคมดุกวาดมองประเมินผิวข้อมือบางของฉันที่แดงช้ำขึ้นรอยนิ้วมือเขียวคล้ำเด่นชัด แววตาสั่นไหววูบหนึ่งด้วยความโกรธจัดจนอยากบดขยี้คนที่ทำร้ายคนในปกครองให้แหลกคาเท้า และแสดงความหวงแหนสิทธิ์ในตัวโอเมก้าผู้นี้อย่างท่วมท้นรุนแรง
เขายื่นมือหนาใหญ่ทรงพลังขึ้นจับรวบเข้าที่ข้อมือของธีรภัทรแล้วออกแรงบีบสะกดสะบัดเพียงครั้งเดียว เสียงกระดูกดังลั่นสะท้านพร้อมเสียงร้องโอดครวญด้วยความเ็ปของธีรภัทร ก่อนที่เดเมียนจะสะบัดร่างของธีรภัทรจนกระเด็นทรุดฮวบลงไปกองคลานกับพื้นอย่างหมดรูปหมดทางสู้ แล้วรีบโอบดึงเรือนร่างระหงบอบบางของฉันเข้าสู่อ้อมกอดแกร่งอันอบอุ่นแ่าและกว้างขวางของเขาอย่างรวดเร็ว ว่องไว และทะนุถนอม
กลิ่นกายหวานวานิลลาผสมอบเชยป่าระดับ S ของฉันที่สะกดกลั้นไว้ในยามแรก พลันะเิสั่นระริกตอบรับประสานเข้ากับกลิ่นอายฟีโรโมนป่าสนเหล้ารัมของเดเมียนอย่างลึกซึ้งเคมีตรงกันอย่างน่าอัศจรรย์ ต่อมฟีโรโมนหลังคอระหงร้อนผ่าววาบขึ้นมาในทันทีที่ััเนื้อแนบเนื้อในอ้อมอกแกร่ง ฉันซบใบหน้าหวานที่เปียกชื้นน้ำตาคลอเบ้าลงบนแผงอกหนาของเดเมียนอย่างแเีและสวมบทบาท แสร้งทำตัวสั่นเทาน่าเวทนา พลางแอบลอบแสดงประกายตาแสยะยิ้มยั่วยวนอย่างพึงพอใจอย่างที่สุดในอ้อมอกกว้างอันอบอุ่นนี้ที่เป็ของฉันแต่เพียงผู้เดียว
"ฮึก... ท่านประธานครับ... ผม... ผมกลัวเหลือเกินครับ..." ฉันแสร้งกระซิบเสียงหวานสั่นเครือแหบพร่าระริกน่าสงสารชวนให้ผู้ฟังเกิดความรู้สึกอยากปกป้องกักขังไว้ในอ้อมแขนชั่วนิรันดร์
เดเมียนโอบกระชับวงแขนแข็งแกร่งรัด่เอวคอดกิ่วบอบบางของฉันแน่นเข้าชิดแผงอกของเขามากยิ่งขึ้น จนเสื้อผ้าไหมซาตินบางเบาเบียดกระชับไปตามความเว้าโค้งของสรีระร่างบาง ั์ตาสีรัตติกาลล้ำลึกของเขาแปรเปลี่ยนเป็เข้มปลาบสะท้อนประกายแสงสีแดงก่ำด้วยฤทธิ์โทสะและสัญชาตญาณความอยากปกป้องกักขังเหยื่อตัวน้อยเอาไว้เพียงผู้เดียว สายตาคมกริบประดุจพญาเหยี่ยวตวัดจ้องมองลงไปที่ธีรภัทรซึ่งนอนสั่นงกจมฝุ่นดินอยู่ด้วยความเ็า เกลียดชัง ประหนึ่งมองเศษขยะไร้ค่าที่น่าสะอิดสะเอียน
"ไสหัวเน่า ๆ ของแกออกไปให้พ้นหน้าประตูรั้วคฤหาสน์ของฉันเดี๋ยวนี้... ก่อนที่ฉันจะทนไม่ไหวแล้วสั่งให้บอดี้การ์ดคฤหาสน์พกปืนมาเป่าทะลวงหัวแกทิ้งเสียตรงนี้ ธีรภัทร ชาญวิจิตร!" เดเมียนคำรามประกาศกร้าวด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเด็ดขาด สะกดขวัญคนฟังจนเสียวสันหลังวาบไปถึงไขกระดูกขั้วหัวใจ!