ทันใดนั้นเอง ก็มีปรากฏการณ์ประหลาดบนท้องฟ้า ทั้งสองฝั่งโดยทั้งสองฝั่งเกิดเมฆหมองหมุนวนไปกลายเป็นกลุ่มควัน พวยพุ่งลอยมาจาก แดนทักษิน และ แดนเทวะพร้อมกันพายุกลุ่มควันเล็กมาหยุดอยู่บนท้องฟ้า พร้อมกันทั้งสองฝั่ง ปรากฏว่ามีบุรุษหนุ่มวัยเยาว์ไม่เกิน 18 ปี แต่งชุดมังกรสีแดง กับ ชุดมังกรสีดำ ต่างจ้องมองกันอยู่ นิ่งโดยไม่ได้สนใจ ฝูงชนเบื้องล่างที่ตระหนกแตกตื่นกันอยู่ในเวลานี้ จะรู้สึกเช่นไร
“ ไม่เจอกันนาน ท่านเทียนจุนเทวะทักษิน”
“ เช่นกัน ท่านเทียนจุนเทวะอุดร”
ทั้งสองคนทักทายกันเช่นนี้ เหล่าชาวยุทธ์ที่ยังคุกเข่า ให้กับเสี่ยวเทียน ก็ยิ่งแตกตื่นขวัญหนีดีฝ่อกันไปหมด แต่ไม่มีใครคนใดกล้าขยับตัว หรือ หนีไปในตอนนี้
“ ตายแล้ว ! จักรพรรดิเทียนจุน มากันพร้อมหน้าเลย ยังไม่ได้ส่งตัวสองคนนี่เข้าหอเลย!” เจ้าสำนักบัวสวรรค์ลมแทบใส่ ไม่คิดว่าท่านทั้งสองจะมารวดเร็วปานนี้
เสี่ยวเทียนได้ยินเจ้าสำนักเอ่ย ก็ตกใจแทบสิ้นสติ ไม่ได้กลัว ตัวตนสองจักรพรรดิเทียนจุน แต่กลัวเรื่องเข้าหอมากกว่า
“ ต้องเข้า หอ ด้วยหรืออาจารย์ !” เสี่ยวเทียนเอ่ยกลับอาจารย์ลู่เอิน ด้วยน้ำเสียงตกใจสุดขีด
“ บ่าวสาว ทำพิธีเสร็จ ก็ต้องส่งตัวเข้าหอ ไม่เห็นมีอะรต้องน่ากลัวเลย ข้าเองก็ได้ภรรยาตอนอายุเท่าเจ้านี่แหละ !” อาจารย์ลู่เอินตอบด้วยน้ำเสียงเป็นเรื่องปกติ แต่เสี่ยวเทียนเริ่มใจเต้นแปลก ๆ
ส่วนสถานการณ์บนท้องฟ้า ทั้งสองจักรพรรดิทักทายกันแล้ว เทียนจุนเทวะอุดรก็กล่าวต่อไปว่า
“ พวกเราต่างเปรียบเหมือนพยัคฆ์สู้กันแย่งกินเนื้อกวาง แต่ มีสุนัขจิ้งจอกน้อยมาแย่งกวางของเราไปกิน ท่านคิดว่า พวกเราควรหยุดสู้กัน แล้วจัดการเจ้าสุนัขจิ้งจอกน้อยขี้ขโมย ตัวนี้ก่อนจะดีไหม?”
“ ฮา ฮา ฮา พี่เทียนจุนเทวะทักษิน กล่าวโดนใจ ผู้น้องยิ่งนัก เรามาเดิมพันกันไหม ใครควักหัวใจของสุนัขจิ้งจอกน้อยได้ก่อน ผู้นั้นได้ วาวาน้อยผู้นี้ไปครอบครอง”
“ ฮา ฮา ฮา น้องพี่กล่าวได้ตรงใจจริงๆ ดี ถ้าเช่นนั้น ตกลงตามนี้ พวกเราลงมือพร้อมกัน ดูซิว่าใครจะควักหัวใจมันออกมาได้ก่อน”
“ เฮ้ย เฮ้ย!! จักรพรรดิจ้าวเทวะทั้งสองคน พูดเรื่องบ้าอะไรกัน นี่มันงานแต่ของข้านะ พวกท่านมันพล่ามอะไรกันที่หน้างาน ข้าเองก็ไม่ได้เชิญพวกท่าน,kสักหน่อย ไสหัวกลับไปทั้งสองคนเลย ไม่เช่นนั้น อย่าหาว่า ข้าโอรสเทพอรหันต์ศักดิ์สิทธิ์ผู้นี้ ไม่เกรงใจไม่ได้นะ” เสี่ยวเทียนรวบตำแหน่งทั้งหมดกลายเป็นชื่อเดียวกัน แล้วขู่จักรพรรดิทั้งสองไป
“ อะไรนะ เจ้าจิ้งจอกน้อยขี้ขโมย นี่เจ้าสั่งให้พวกข้า ไสหัวไปเชียวรึ?” จักพรรดิเทวะทักษิน โกรธควันขึ้นหูจนแดงไปหมดแล้ว
“ ไอ้เด็กน้อยขี้ขโมย เจ้านี่ปากดีเสียเหลือเกิน ข้าจะฉีกปากของเจ้าให้ยาวถึงรูหู ดูซิว่า จะกล้าสามหาวเช่นนี้อีกหรือไม่” ทั้งสองคนต่างยกมือสร้าง เขตแดนของตนออกมา ท้องฟ้ากลายเป็นสองสี แดง กับ สีดำตามเสื้อที่พวกเขาได้ใส่มา แล้วทันใดนั้นเอง สัตว์วิญญาณ มังกรที่อยู่ในเสื้อของพวกเขาทั้งสองคน ก็พุ่งตัวขึ้นฟ้า กลายเป็นมังกรสีแดง กับ มังกรสีดำตัวใหญ่เคลื่อนตัวไปรอบๆ ภูเขาเหลียนฮัว แล้วก็คำรามก้องไปทั่ว ทำให้สิ่งก่อสร้าง ถึงกับสะเทือนเลือนลั่น มีบางจุดเริ่มแตกหักหลุดร่วง จากแรงสั่นสะเทือน ของเสียง มังกร ที่เริ่ม คำรามแข่งกันข่มขู่ผู้คน
งูน้อยตงตง โผล่ออกจากอกเสื้อ เหมือนมันได้ยินอะไรผิดปกติ มันหันมองซ้าย มองขวา เห็นท้องฟ้ามีมังกรสองตัวใหญ่ มันก็พุ่งร่าง ลอยไปบนฟากฟ้า แล้วทำท่าแลบลิ้นขู่ เจ้ามังกรดำยักษ์ใหญ่ ที่คิ้วขมวดมองงูน้อยตงตง ด้วยความสงสัย ทำไมถึงไม่กลัวมัน มันอ้าปากคำรามขู่ลั่นอีกครั้ง ตงตง ก็อ้าปากที่ใหญ่โตกว่ามังกร แล้วกลืนกินหัวมังกรเข้าปาก มันอย่างรวดเร็ว อุ๊บ !! ร่างมังกรที่ตัวใหญ่ เหลือแต่ลำตัว กับหาง ดิ้นพล่านสะบัดไปทั่ว ไม่นานก็ถูกกลืนหายลงท้องตงตงไปในทันที !
แต่ว่าด้วยร่างของมังกรมันตัวใหญ่มาก ตงตงที่ขยายใหญ่เฉพาะหัว ทำให้ท้องของตงตง บวมใหญ่โตมโหฬาร เท่ากับมังกรดำ ที่กลืนเข้าไป
เสี่ยวเทียนได้แต่เป็นห่วงว่าท้องมันจะแตกตายเสียก่อน แต่ไม่ทันที่จะช่วยอะไร ก็เกิดเสียง ดัง ปุ๋ง ! เจ้าตงตงปล่อยแก๊สออกมาจากก้นมัน ร่างมังกรยักษ์ในท้องมันก็ถูกย่อยสลายหายวับไปในทันที มันหันมาแลบลิ้น แผลบๆ แล้วหันไปมอง มังกรยักษ์สีแดงทีเหลืออีก 1 ตัว ที่เวลานี้มันทำหน้าตกใจเหรอหรา นี่มันตัวอะไรกันแน่ ! ตงตงไม่รอช้า พุ่งเข้าหาทันที ตัวมังกรแดงเมื่อเห็นอย่างนี้แล้ว มันตะกุยอากาศหนีหายออกไปอย่างสุดชีวิต
แต่ไม่ทันเสียแล้ว ตงตงงับหางของมันเอาไว้อยู่กึก ทำให้มันหนีไปไหนไม่ได้ แล้วสุดท้ายมันก็กลืนกิน เจ้ามังกรแดงไปอีก 1 ตัว ตงตงกลืนมังกรเข้าไปก็เป็นในลักษณะเดิม พอร่างมังกรยักษ์ถูกย่อยสลาย ตงตงก็ปล่อยแก๊สออกมา ปุ๋ง !! หลายคนทนกลิ่นไม่ไหว ถึงกับอ๊วกออกมา เสี่ยวเทียนต้องปล่อยม่านป้องกันกลิ่นออกไปเช่นกัน ตงตงกินอิ่ม ย่อยเรียบร้อยแล้ว ก็กลับเข้ามาในอกเสื้อของเสี่ยวเทียนเหมือนเช่นเคย
จักรพรรดิทั้งสองคนตั้งสติได้ ก็แค้นใจยิ่งนัก ที่วิญญาณมังกรของเขา ที่อุตส่าห์หามาได้อย่างยากเย็น ต้องมาถูกกลืนกินโดยงูน้อย ตัวเล็กนิดเดียว ทั้งสองคน
จึงใช้แผ่พลังระดับเทียนจุนปล่อยออกมาสยบเสี่ยวเทียนเอาไว้พร้อมกัน
แล้วเทียนจุนเทวะอุดร ก็ปล่อยกรงเล็บมังกร พุ่งเข้าที่เป้าหัวใจ ด้านหน้า ! ส่วนเทียนจุนเทวะทักษินก็ใช้กรงเล็บพยัคฆ์ พุ่งเข้าใส่ทางด้านหลัง!
เสี่ยวเทียนเจอพลังเทียนจุน กระแทกอัดเข้าทั้งสองฝั่ง ก็ไม่อาจทานทน ..
“ อาจารย์ ศิษย์ไม่ไหวแล้ว” อาจารย์ลู่เอิน เข้ามารวมร่างเสี่ยวเทียนทันที
“ ข้าจัดการเอง เป็นถึงเทียนจุน ควรจะอยู่อย่างสงบไม่ใช่ทำตัวกร่าง รังแกคนไปทั่วไปเช่นนี้ สมควรตาย..” เวลานี้มือทั้งสองข้างของเสี่ยวเทียน ต้านรับ ฝ่ามือ ของทั้งสองเทียนจุนเอาไว้ แต่พออาจารย์ลู่เอินรวมร่างได้ ก็ใช้พลังมหายุทธดูดจักรวาล ดูดพลังเทียนจุนของทั้งสองออกมา อ๊ากกกกกก ! อ๊ากกกกก !
ทั้งสองคนไม่คาดคิดว่า เสี่ยวเทียนจะมีวิชาประหลาดเช่นนี้ จึงได้แต่ร้องออกมาเสียงหลง ในขณะที่กำลังจะถูกดูดพลังไปจนหมดตัว
ทั้งสองคนก็ยอมที่จะตัดแขนขวาของตนทิ้งไป ฉัวะ ! ๆ แล้วถอยหลังออกไปอย่างรวดเร็ว
แต่คิดหรือ ว่าจะปลอดภัย จู่ก็มีเข็มพิษสี่เซียนพุ่งเข้ามาเหนือต้นแขนที่ขาดของทั้งสองคน พิษสี่เซียน ถูกส่งเข้าไปในร่าง เทียนจุนทั้งสอง อย่างรวดเร็ว ถึงแม้ว่า จะสามารถยับยั้งพิษไว้ได้ แต่กลับมีพลังลึกลับอีกขุมหนึ่ง พุ่งเข้าใส่ทั้งสองพร้อมกันต่ออีก ถึงแม้จะหลบหนีออกไปไกลแค่ไหนพลังขุมนี้มันก็คลอบคลุมไปหมด หลบอย่างไร ก็ไม่อาจ หลบพ้น
นั่นคือ พลังมารภูตทมิฬ ที่ใช้ออกโดยพลังมหาเทพเทียนจุน ที่ยิ่งใหญ่กว่าพลังที่ทั้งสองเทียนจุน รวมกันเสียอีก ทำให้ ร่างและวิญญาณทั้งสองคน ถึงกับถูกทำลาย จากภายในออกมาภายนอกจนหมด ตูม ๆ ๆ ๆ !! ร่างระเบิดออกเป็นชิ้นๆ แต่ทั้งคู่ยังมีวิญญาณอมตะที่ถูกเก็บเอาไว้ที่ดินแดนของแต่ละคน พร้อมที่จะหาร่างกำเนิดใหม่ได้อีก
แต่สุดท้ายก็ไม่อาจหยุดยั้งพลังของมหาเทพเทียนจุนได้ มือของเสี่ยวเทียนที่เปี่ยมล้นพลังเทพมิติขั้นสูงของอาจารย์ลู่เอิน ฉีกมิติออกไปที่ เก็บซ่อนวิญญาณอมตะของทั้งสองออกมา แล้วบีบทิ้งทันที
กร๊อบ !! กร๊อบ !! ทั้งสองเป็นเทียนจุนมามากกว่า ห้าร้อยปี สุดท้ายใครจะคาดคิดว่าต้องมาตายอย่างอนาถเยี่ยงนี้
เหล่าแม่ทัพ ทั้งสองอาณาจักรเห็น จักรพรรดิที่ตนเองเคารพบูชาสูงสุดกลับมาตายอนาถเช่นนี้ ก็ได้แต่เงียบสนิท ไม่มีใครกล้า เปิดเผยความรู้สึกใดใดออกมา
มีแต่ความกลัวเด็กน้อยวัย สิบปี ที่ยืนกวาดตามองไปรอบ ด้วนสีหน้าเยือกเย็นเกินเด็กวัยเดียวกัน
“ ข้าอยากพบ เจ้ากรมราชทัณฑ์ของ อาณาจักรทั้งสองของพวกท่าน ไปพาเขามาหาข้าที่นี่ ส่วนเรื่องสงคราม ก็ให้มันจบๆ ไปซะ หากใครคิดก่อสงครามอีก ข้าจะให้มันมีสภาพเหมือนกับจักรพรรดิเทียนจุนทั้งสอง แยกย้ายไปกันได้แล้ว” เสี่ยวเทียนประกาศออกไปด้วยเสียงอันดัง
ทั้งสองกองทัพ กับ เหล่าชาวยุทธ์ ก็หลบลี้หนีหายไปจนหมด อย่างรวดเร็ว !
เสี่ยวเทียนจัดการทุกสิ่งเรียบร้อยแล้ว ก็หันกลับมา ทุกคนยังคงตะลึงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่ทันได้สติ ยืนตัวแข็ง เอามือปิดปากตัวเอง มีแต่วาวาเพียงคนเดียว ที่ยืนยิ้มเล็กน้อยไม่พูดสิ่งใด
“ พวกท่านทุกคน คิดว่ายังมีปัญหาอะไรกันอีกไหม?” เสี่ยวเทียนถามออกไป ทำให้ทุกคนได้สติกลับคืนมา ก็ตอบออกมาพร้อมกันเลย
“ ไม่มี ไม่มีอีกแล้ว” หมอเทวะเอ่ยตอบแทนทุก ๆ คน
“ พวกเรา ไปกินเลี้ยงฉลองงานแต่ง กันต่อเถอะ เสร็จแล้ว จะได้ส่งตัวบ่าวสาวเข้าห้องหอเสียที” เจ้าสำนักดีใจที่เรื่องราวจบลงแล้ว หมอเทวะก็ดีใจ ที่แก้ปัญหาสงครามลงได้ กู้ชิงหลิงกับปู่เยี่ย ได้แต่มองเสี่ยวเทียน อย่างแปลกใจ เทียนจุนทั้งสองคนถูกสังหาร โดยเด็กน้อยวัย 10 ปีผู้มีพลังแค่ ขั้นเซียนราชัน เรื่องนี้พูดออกไป ใครเล่าจะเชื่อ มีแต่ศิษย์พี่รองเท่านั้น ที่รู้ว่าขั้นพลังที่ปล่อยออกมาจัดการกับเทียนจุนทั้งสอง เป็นยอดเซียนที่คุ้มครองเสี่ยวเทียนอยู่ แม้กระทั่งวาวาเองก็แปลกใจ กันว่าที่สามีตัวเอง ทำไมถึงมีพลังเหนือชั้นขนาดนี้
“ อาจารย์ ข้าต้องเข้าห้องหอ จริงๆ หรือ?”
“ จริง แต่งงานแล้ว จะไปนอนห้องอื่นได้อย่างไร”
“ เข้าไปในห้องหอแล้ว ข้าต้องทำอย่างไรต่อดีล่ะ?”
“ ก็ถอดชุด แล้วก็นอนด้วยกันน่ะซิ ”
“ ข้าว่า มันต้องทำอะไรมากกว่านอนนะ?” เสี่ยวเทียนพยายามคิดแต่คิดไม่ออกคงต้องไปถามศิษย์พี่รองว่าควรทำอย่างไรดี ถามอาจารย์คงไม่ได้เรื่อง
งานเลี้ยงจัดขึ้นอย่างเรียบง่าย มีแขกที่มางานเลี้ยงมีเพียงคนที่มากับเสี่ยวเทียน และคนในสำนักบัวสวรรค์เท่านั้น ซึ่งส่วนใหญ่ก็มีแต่ผู้หญิง งานเลี้ยงจึงไม่มีเหล้าให้ดื่มกิน มีแต่อาหารง่ายๆ และน้ำชาเพียงเท่านั้น พอได้เวลา เสี่ยวเทียนกับ วาวาก็เข้าไปในห้องหอ
“ สามี ท่านรู้ไหมว่า ในห้องหอบ่าวสาว ต้องทำอะไรกันบ้าง” วาวาเอ่ยขึ้นอย่างไร้เดียงสา เพราะคนของสำนักบัวสวรรค์ ก็ไม่เคยมีใครแต่งงานมาก่อน ทุกคนครองตัวบริสุทธิ์กันทุกคน กู้ชิงหลิง ก็ไม่สามารถบอกได้ วาวาจึงเอ่ยถามเสี่ยวเทียนด้วยความอยากรู้
ส่วนเสี่ยวเทียนก็ถาม ศิษย์พี่รอง มาแล้วอย่างละเอียด ว่าเข้ามาแล้ว ต้องทำเช่นไรบ้าง เลยยิ้มพลางกล่าวว่า
“ ขั้นแรก สามีต้องถอดชุดที่หนักอึ้งให้ภรรยาแบบนี้ก่อน” เสี่ยวเทียนยกหมวกที่มีผ้าคลุมหน้าออกมาทั้งหมด
“ ขั้นต่อมา ภรรยาก็มาถอดชุดให้สามี แล้วสามี ก็ช่วยถอดชุดแต่งงานให้ภรรยาออก” ทั้งสองคนก็ถอดชุดคลุมสีแดงออกจนเหลือแต่ชุดเสื้อในสีขาว เสี่ยวเทียนก็ทำตามที่ศิษย์พี่รองบอกอย่างครบครัน
“ ขั้นถัดไป ภรรยากับสามีต้องดื่มน้ำชาคารวะกันอีกครั้ง” เสี่ยวเทียนทำตามอย่างไม่ผิดเพี้ยน
“ ขั้นสุดท้าย พวกเราก็ขึ้นเตียงพร้อมกัน เป็นอันเสร็จพิธี ภรรยามาขึ้นมาบนเตียงพร้อมกันกับข้า” เสี่ยวเทียนจูงมือ วาวามานั่งบนเตียงพร้อมกัน
“ เสร็จพิธี” เสี่ยวเทียนเอ่ยอย่างมีความสุขที่ได้จัดการทุกอย่างเรียบร้อยเสียที
“ สามี นี่เรียกว่า เสร็จพิธีแล้วหรอ?” วาวาสงสัยยิ่งนัก
“ ตามหลักการแล้วคงเป็นเช่นนั้น อาจารย์ข้าบอกว่า เข้าหอก็ต้องนอนด้วยกัน แต่ว่า ข้าไม่เคยนอนกับหญิงใดมาก่อนนอกจากท่านแม่ของข้า ภรรยาเคยนอนกับชายใดมาก่อนหรือไม่?”
“ ….” วาวาส่ายหัว ทั้งสองคนนั่งนิ่งอยู่นาน จนเสี่ยวเทียนเอ่ยขึ้นมาว่า
“ ข้าจะช่วยเปิดจุดชีพจรให้ ภรรยาดีไหม จะได้มีพลังยุทธ์สูงกว่านี้ หากข้าไม่อยู่ ภรรยาจะได้ป้องกันตัวเองได้”
“ อืม ก็ได้”
“ ถ้าเช่นนั้น ภรรยาถอดเสื้อผ้าออกให้หมด ข้าจะฝังเข็มให้ภรรยา ทั้งข้างหน้าข้างหลังเลย” พอเสี่ยวเทียนบอกให้วาวา ถอดเสื้อผ้าออกให้หมด วาวา ถึงกับหน้าแดงจรดใบหู เสี่ยวเทียนเห็นแล้วก็อมยิ้มเอ่ยออกมาว่า
“ อายใช่ไหม ครั้งแรก อาจารย์ก็ให้ข้าถอดผ้าออกหมด ข้าเองก็อายเช่นกัน แต่พอถอดผ้าออกหมดแล้ว ครั้งต่อไป ก็ไม่อายแล้วล่ะ”
“ นี่มีครั้งต่อไปด้วยรึ?”
“ ใช่แล้ว ฝังเข็มเปิดจุดชีพจร ต้องทำบ่อยๆ เพื่อให้ชุดชีพจร เปิดได้ถาวรตลอดไป”
“ สามี ข้าไม่ถอดชุดชั้นในได้ไหม?” วาวาเอ่ยขอร้องออกมา
“ ไม่ได้ ถ้าไม่ถอดข้าจะเห็นจุดชีพจรได้อย่างไรเล่า” เสี่ยวเทียนดุ วาวาแล้ว
ในที่สุด วาวาหน้าแดงตัวสั่นสะท้าน แล้วก็ตัดใจถอดเสื้อผ้าออกจนหมด ยืนบิดไปบิดมา เสี่ยวเทียนต้องจับให้ยืนตรงๆแล้วใช้สมาธิอย่างตั้งใจ ฝังเข็มให้วาวา จนครบทั้ง สามร้อยจุด วาวา ปกติมีพลังเซียนมนุษย์ระดับต้น พอเสี่ยวเทียนเปิดจุดชีพจรให้ บัดนี้ พลังเซียนของวาวา เพิ่มระดับมาเป็นเซียนมนุษย์ระดับกลางในทันที
คืนนั้นเสี่ยวเทียนใช้พลังอัฐิธาตุเพื่อกรุยชีพจรให้ วาวา จนเกือบดึกดื่น แล้วก็เพลียหลับไปบนเตียงด้วยกันทั้งคู่...