ตอนที่ 3
ทุกความร้ายกาจมักมีเื่ราวซุกซ่อนอยู่ (1/2)
“คุณหนูเ้าคะ ฉินหวางประทานสิ่งใดให้หรือเ้าคะ”
‘เสี่ยวซี’ เอ่ยปากถามผู้เป็นายทันทีหลังจากนางกลับจากคาระวะมารดาและมาที่เรือนตนเอง
นางร้ายสาวไม่พูดอันใดเพียงปรายตามองสาวใช้ประจำตัวก่อนสรุปในใจว่า สาวใช้อายุน้อยผู้นี้อาจจะมีนิสัยเช่นในซีรีส์คืออยากรู้อยากเห็นไปทุกเื่ ฉลาดในเื่ที่เขลาแต่ขลาดเขลาในเื่ที่ควรฉลาดแต่ก็ยังดีที่สั่งการสิ่งใดก็ไม่ขาดตกบกพร่อง ดูจากงิ้วเมื่อกลางวันเป็ต้น
ไป๋อวี้สำรวจเรือนของนางอย่างพึงพอใจเรือนจิวอวี้เป็เรือนไม้หลังใหญ่ที่มีขนาดรองลงมาจากเรือนของบิดาและมารดานางภายในเรือนตกแต่งด้วยโทนสีชมพูหวาน ทั้งเตียงนอน ผ้าม่าน หรือดอกไม้ในแจกันแสดงถึงความเป็หญิงที่ผสมผสานกับข้าวของเครื่องใช้โบราณอันหรูหราได้อย่างลงตัว
ภายนอกเรือนประดับไปด้วยดอกไม้นานาชนิดที่โดดเด่นที่สุดคงไม่พ้นต้นเหมยที่แบ่งบานอวดช่อดอกสีแดงชาดมองออกไปจากหน้าต่างห้องนอนของนางยิ่งเห็นกลีบดอกสีแดงตัดกับสีขาวของหิมะได้อย่างชัดเจนโดยรวมแล้วเรือนจิวอวี้ของนางบ่งบอกได้อย่างดีว่าไป๋อวี้นั้น ‘เป็ที่รัก’ของตระกูลไป๋อย่างมากมายเพียงใด
“คุณหนูอาบน้ำก่อนนะเ้าคะบ่าวจะไปเตรียมสำรับเย็นเ้าค่ะ” ไป๋อวี้พยักหน้า
สาวใช้สองนางเข้ามาช่วยนางถอดชุดยาวรุ่มร่ามรวมถึงเครื่องประดับผมอันหนักอึ้งร่างงามเดินลงไปแช่ตัวในอ่างน้ำอุ่นไม่มีท่าทีขัดเขินที่มีผู้เห็นเรือนร่างของตนกลีบดอกเหมยส่งกลิ่นหอมอบอวลฝ่ามือสาวใช้บีบนวดสร้างความผ่อนคลายจนนางแทบเคลิ้มหลับ...ก็คิดเสียว่ามาทำสปาตัวก็แล้วกัน
หลังอาบน้ำนางร้ายสาวก็มานั่งหน้ากระจกทองเหลืองบานหนึ่งไป๋อวี้พิศมองที่กระจกแม้จะเห็นได้ไม่ชัดเท่ากระจกในยุคของนางแต่ก็สะท้อนความงามปานล่มเมืองของร่างนี้ออกมาอย่างชัดเจน
สตรีตรงหน้ามีั์ตาสีดำขลับราวกับสีของท้องฟ้ายามรัตติกาลในคืนเดือนมืดดวงตาหงส์โดดเด่นที่สุดบนเครื่องหน้างามนี้ ยิ่งหางตาตวัดขึ้นเสริมความร้ายกาจได้ดียิ่งคิ้วดกดำรับกับจมูกโด่งที่เชิดรั้น บ่งบอกถึงความเอาแต่ใจของนาง รูปหน้าเรียวเล็กประดับด้วยลักยิ้มทั้งสองข้างทำให้ความน่ารักนี้กลบความร้ายกาจของดวงตาหงส์ไปได้บ้าง
งดงามร้ายกาจเช่นนี้ไม่เสียทีที่เป็ถึงนางร้ายอันดับหนึ่ง
น่าแปลกที่ใบหน้านี้คล้ายคลึงกับหยกนภาอยู่มากแต่เพราะผิวพรรณที่ขาวนวลและเนียนนุ่มทุกสัดส่วนทำให้หยกนภายอมแพ้ความงามของไป๋อวี้แต่โดยดี
นางงดงามถึงเพียงนี้เหตุใดพระเอกจึงไม่ไยดีหนอ ?
ยิ่งดวงตาสีดำสนิทนั่นดึงดูดได้แม้กระทั่งนางที่เป็สตรีทั้งยังมีรูปร่างสัดส่วนที่ทรงเสน่ห์เย้ายวนเป็ที่สุด เช่นนี้แล้วตำแหน่ง ‘ท่านหญิงเหมยฮวา’จะไม่ให้เป็ของคุณหนูไป๋อวี้ผู้นี้ได้อย่างไร
ในแผ่นดินต้าหยางนี้มีสี่ยอดพธูประจำเมืองหลวงเรียกขานกันในนามบุปผาประจำฤดูทั้งสี่นั่นคือ ‘ท่านหญิงเหมยฮวา’ยอดหญิงงามแห่งเหมันต์ฤดู ‘ท่านหญิงหลันฮวา’ยอดหญิงงามแห่งสารทฤดู ‘ท่านหญิงเหลียนฮวา’ยอดหญิงงามแห่งคิมหันต์ฤดู และ‘ท่านหญิงมู่ตาน’ยอดหญิงงามแห่งวสันต์ฤดู
ตำแหน่งยอดหญิงงามนี้ก่อนจะได้มาจะต้องชนะการแข่งขันโดยการแสดง ‘มนตรา’ และมีชนชั้นสูงทั่วทั้งเมืองหลวงเป็ผู้ตัดสินในหนึ่งปีจะมีการแข่งสี่ครั้ง ตามฤดูต่าง ๆ โดยผู้จัดแข่งขันคือ ‘สำนักศึกษามนตรา’ อันเป็สถานที่สำหรับเล่าเรียนหนังสือและมนตราของบรรดาชนชั้นสูงในแผ่นดิน
การแบ่งชนชั้นในต้าหยางมิใช่เพียงแค่เื่ของสายเืแต่รวมไปถึงเื่ของ ‘มนตรา’อีกด้วย โดยมนตราของที่นี่จะนิยมใช้ผ่านสื่อกลางซึ่งแต่ละคนต่างมีรูปแบบในการใช้ต่างกัน อย่างเช่นไป๋อวี้ที่ใช้มนตราผ่านเสียงพิณ
ระดับของมนตราก็มีสีเรียงจากน้อยไปมากคือม่วง ฟ้า น้ำเงิน เขียว เหลือง ส้ม แดง ดำ เงินและทองในแต่ละสีก็เรียงลำดับความเข็งแกร่งตามความเข้มข้นของสี ไป๋อวี้นั้นอยู่ในระดับของสีแดงอ่อนซึ่งถือว่าเป็มนตราที่ค่อนข้างสูง เพราะในแผ่นดินนี้ส่วนใหญ่จะมีมนตราในระดับสีเขียวหรือส้มน้อยคนนักจะมีสีแดง
แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนที่จะมีมนตราเพราะสิ่งนี้จะมีเฉพาะผู้ที่มีสายเืของชนชั้นสูงเท่านั้นอาจจะมีเกิดในสามัญชนบ้างแต่น้อยมากจึงไม่แปลกใจหากไป๋อวี้ผู้เป็บุตรีของอัครมหาเสนาบดีและภรรยาเอกผู้มาจากตระกูลแม่ทัพพิทักษ์ราชวงศ์จะมีมนตราสีแดง
เช่นนี้แล้ว ‘มนตรา’จึงเป็เส้นแบ่งชนชั้นอย่างชัดเจนที่สุดและสิ่งนี้คือสาเหตุที่ทำให้ไป๋ฮวาผู้เป็นางเอกของเื่ถูกตราหน้าว่าเป็สตรีไร้ค่าในหมู่ชนชั้นสูงเพราะบุตรหรือบุตรีของชนชั้นสูงแม้จะเกิดจากอนุภรรยาหรือฮูหยินรองทุกคนหลังจากคลอดออกมามนตราของชนชั้นสูงนี้จะเปล่งประกายมาพร้อมกัน ทุกคนล้วนเริ่มจากสีม่วงน้อยคนนักจะเริ่มจากระดับสีที่สูงกว่าส่วนใหญ่ก็จะมีประกายของมนตราบ้างแต่ไป๋ฮวากลับไม่มีประกายมนตราสีใด ๆ เปล่งออกมา
คุณหนูสี่ตระกูลไป๋ไม่มีมนตราของชนชั้นสูงแม้แต่สีอ่อนสุดอย่างสีม่วงนางก็ไม่มี ประกอบกับมารดาของนางเป็เพียงอนุภรรยาผู้ต่ำต้อยจึงทำให้ชีวิตนางั้แ่เกิดจนปัจจุบันอายุสิบหกปีนั้นได้รับความลำบากเป็อย่างมากในจวนตระกูลไป๋นางถูกปฏิบัติจากคนในจวนอย่างเ็าและถูกเยวี่ยเหมยกลั่นแกล้งเป็ประจำ
ไป๋หานผู้เป็บิดาก็ไม่ได้ห้ามปรามภรรยาเอกของตนเด็ดขาดแต่บางคราก็แสดงท่าทีปกป้องไป๋ฮวาในขอบเขตที่ยังเห็นแก่หน้าของเยวี่ยเหมยอยู่หลายส่วนแต่สุดท้ายแล้วอัครมหาเสนาบดีผู้นี้ให้สิทธิ์ขาดกับเยวี่ยเหมยในการดูแลจวนตามวัฒนธรรมของต้าหยางอย่างเคร่งครัด
ไป๋ฮวานั้นแตกต่างจากไป๋อวี้ผู้เกิดมาพร้อมกับมนตราสีม่วงเข้มและเข้าศึกษาในสำนักศึกษามนตราจนเพิ่มระดับจนถึงระดับสีแดงอ่อนตลอดอายุสิบเจ็ดปีของนางนั้นเต็มไปด้วยผู้คนรักใคร่และยกย่องเพราะชาติตระกูลอันสูงส่ง รูปโฉมงดงามแม้ยังเยาว์ ความสามารถทางด้านดนตรี ภาพวาดหมากรุกและเขียนพู่กันก็เป็ที่เลื่องลือ
ในปีที่สิบสามของนางก็คว้าตำแหน่งท่านหญิงเหมยฮวามาได้ด้วยมนตราสีเขียวเข้มและไม่มีผู้ใดชิงตำแหน่งนี้ของนางไปได้กว่าสามปีแล้ว
จนกระทั่งไป๋ฮวาคนใหม่ได้ข้ามภพมา ชีวิตอันน่าอิจฉาของไป๋อวี้จะถูกทำลายลงช้า ๆเพราะความร้ายกาจที่โง่งมของนางร้ายและความหลักแหลมของไป๋ฮวาคนใหม่
แต่ผู้ใดจะยอมเล่าในเมื่อนางเข้ามาอยู่ในร่างนี้แล้ว แม้ความทรงจำจะขาดหายบ้างแต่นางก็ได้เปรียบแม่นางเอกนั่นตรงนี่นางรู้อนาคตนางรู้ั้แ่ต้นจนจบของซีรีส์เื่นี้แม้จะรู้ไม่ละเอียดเท่าฉบับของนวนิยายแต่นางก็ได้เปรียบตรงนี้
ไม่ต้องห่วง ไป๋อวี้ไม่เปิดาทำลายชีวิตผู้ใดหรอกนางหวังเพียงใช้ชีวิตอยู่ในร่างนี้และมีความสุขไปจนหมดอายุขัยก็พอ
“อวี้เอ๋อร์”
น้ำเสียงอ่อนโยนจากด้านหลังทำให้เ้าของนามหลุดจากภวังค์ความคิดเมื่อหันไปก็พบกับสตรีวัยกลางคนที่ยังคงความงามไว้อย่างน่าอัศจรรย์นางเคยพบสตรีผู้นี้มาแล้ว นี่คือ ‘เยวี่ยเหมย’ มารดาของนางเอง
“ท่านแม่” ไป๋อวี้ลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วยอบตัวเคารพมารดา
“แม่นำสำรับมาให้เ้า มือของเ้าคงกินได้ไม่ถนัดให้แม่ช่วยเ้าเถอะ” เยวี่ยเหมยตรงเข้ามาประคองบุตรสาวด้านหลังของนางมีเสี่ยวซีที่มาพร้อมสำรับหอมฉุย
สองแม่ลูกเดินตรงไปยังโต๊ะตัวเตี้ยเสี่ยวซีวางอาหารหลากหลายชนิดลงบนโต๊ะไป๋อวี้นั่งลงที่เก้าอี้ข้างมารดาอย่างเป็ธรรมชาติแม้ชีวิตเก่านั้นนางจะไม่คุ้นชินกับการถูกเอาใจใส่จากมารดาแต่การกระทำของเยวี่ยเหมยก็ทำให้นางรู้สึกอบอุ่นหัวใจอย่างประหลาดและนี่คงเป็ความรู้สึกของร่างนี้
“มา ให้แม่คีบอาหารให้เ้า” ไป๋อวี้ได้แต่ยิ้มรับและกินอาหารที่มารดาคีบให้อย่างว่าง่ายในใจนึกไปถึงเื่ราวของเยวี่ยเหมยที่นางพอจำได้จากซีรีส์
เดิมทีนั้น ‘เยวี่ยเหมย’ เป็บุตรีคนโตของแม่ทัพใหญ่แห่งต้าหยางภายหลังแม่ทัพเยวี่ยรับตำแหน่งเป็แม่ทัพพิทักษ์ราชวงศ์ ด้วยความที่เป็บุตรสาวคนโตที่เกิดจากฮูหยินใหญ่และมีมนตราสีแดงเข้มจึงทำให้ตระกูลเยวี่ยตามใจนางอย่างมากแม้กระทั่งเื่ความรักที่นางมีให้ต่อรองแม่ทัพใหญ่ที่บัดนี้กลายเป็แม่ทัพประจิมก็ไม่มีผู้ใดขัดขวาง
แต่ความรักของเยวี่ยเหมยและแม่ทัพประจิมก็ถูกทำลายเพราะสมรสพระราชทานที่อัครมหาเสนาบดีฝ่ายซ้าย‘ไป๋หาน’ ทูลขอต่อฮ่องเต้ในตอนนั้นเขามีความดีความชอบจากการช่วยเหลือประชาชนจากภัยแล้งทำให้เยวี่ยเหมยต้องจำใจแต่งเข้าจวนตระกูลไป๋ทั้งที่นางปักใจรักบุรุษอีกคนมาเนิ่นนาน
ด้านไป๋หานนั้นหลงรักเยวี่ยเหมยั้แ่ได้พบนางวันแข่งขันชิงตำแหน่งท่านหญิงเหมยฮวาแต่เมื่อแต่งเข้ามาแล้วก็ไม่อาจทำให้เยวี่ยเหมยหลงรักตนได้เขาทั้งเสียใจและรู้สึกผิดที่แยกนางจากคนรัก จึงให้เกียรตินางเสมอมาไม่ว่านางจะทำสิ่งใด เขาล้วนให้เป็ไปตามความเห็นนางรวมไปถึงเื่ที่เขาแต่งฮูหยินรองเข้ามาเพื่อถ่วงดุลอำนาจการเมืองใน่หนึ่งนางเห็นชอบและอนุญาตโดยไม่มีความเสียใจใด ๆ ให้แก่เขาทำให้ไป๋หานยอมแพ้แล้วว่าเขาไม่มีทางได้หัวใจเยวี่ยเหมยมาครอง
จนกระทั่งวันหนึ่ง...
--- จบตอน---
E-Book>> https://joo.gl/vnW56T
สนใจรูปเล่มหรือพูดคุยกับนักเขียน
Facebook : หงเฟย 弘飛
Twitter : @hongfei_writer
#นางร้ายสายสวย #หงเฟยคนสวน
-------------