(จบ) Guardian and Demon ข้านี่แหละราชาปีศาจ

    ตอนที่ 81 ระเบิดอสูร

    ตอนที่ 81 ระเบิดอสูร


                    “เปรี้ยงง!!”


                    เสียงปะทะดังขึ้นสนั่นหวั่นไหวก่อนที่ร่างทั้งสองจะแยกออกจากกัน ปรากฏร่างของไรเซ็นและอินคิวบัสบนเรือนร่างของทั้งสองฝ่ายต่างมีเลือดไหลชโลมทั่วทั้งร่างพร้อมกับหอบหายใจถี่ระรัว ในเวลานี้อินคิวบัสไม่ใช้ทักษะร่างแยกเหมือนก่อนเพราะไรเซ็นนั้นล่วงรู้ถึงตัวตนที่แท้จริงของมัน ทั้งสองพุ่งทะยานเข้าปะทะกันอีกครั้งท่ามกลางสายเลือดที่สาดกระเซ็นไปทั่วทั้งห้องขัง แรงจากการปะทะท้องสองฝ่ายรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง


                    “เปรี๊ยะ!!”


                    เสียงแตกร้าวดังขึ้นทำให้ดวงตาของอลันเบิกกว้าง ม่านพลังที่เขากางป้องกันไว้ปรากฏรอยร้าวสืบเนื่องมาจากการปะทะกันของไรเซ็นและอินคิวบัส เม็ดเหงื่อเริ่มปรากฏขึ้นบนใบหน้าของอลันเขาพยายามเคล้นพลังเวทซ่อมแซมส่วนที่แตกร้าวในทันที เมื่อมังกรดินเห็นดังนั้นจึงรวบรวมพลังซัดใส่ไปที่ด้านหลังของอลันถ่ายเทพลังเวทให้อย่างต่อเนื่องไม่นานม่านพลังของอลันก็ได้รับการซ่อมแซมรอยร้าวกลับมาเป็นปรกติตามเดิม ท่ามกลางเสียงหอบหายใจถี่ของอลัน


                    “เจ้ามังกรดินพลังเวทของข้าเหลืออีกไม่มาก หากเจ้าโทริมาข้าเกรงว่าจะไม่สามารถต้านทานมันได้ เมื่อถึงเวลาคับขันจริงๆ จงพานายของเจ้าหนีไปให้ไกลที่สุด”

                    “ลุงจะกลัวอะไร? หากนายท่านตื่นขึ้นมาด้วยพลังของท่าน ข้าคิดว่าคงสามารถจัดการเรื่องนี้ได้ไม่ยากเย็น”

                    “เจ้าไม่ได้ฟังที่เจ้าชายกล่าวไว้ก่อนไปหรือไง ว่านายของเจ้าจะไม่ตื่นขึ้นมาในเร็วๆ นี้แน่นอน หากเป็นดังนั้นเจ้าจะต้องแบกมันหนีไปให้ไกลที่สุดและเร็วที่สุด และจำไว้อย่าไปด้านหน้าปราสาทเด็ดขาดเพราะมีนักผจญภัยกำลังบุกมาที่นี่ อย่าให้นักผจญภัยคนใดเห็นหน้าเขาเด็ดขาด”

                    “เพราะอะไรกัน”

                    “เพราะความเรื่องมากของนายเจ้า ที่ไม่อยากให้ใครล่วงรู้ถึงพลังที่แท้จริงของมัน หากข้าจำไม่ผิดภายใต้เสื้อคลุมของมันจะมีหน้ากากที่แตกหักซุกซ่อนอยู่ เมื่อถึงเวลานั้นจริงๆ เจ้าก็สวมใส่หน้ากากนั่นให้นายเจ้า เข้าใจแล้วใช่ไหมและอย่าถามอะไรอีก ข้าต้องการสมาธิในการควบคุมม่านพลังหากม่านพลังแตก รับรองเรื่องนี้ต้องถึงหูของนายเจ้าแน่นอน”


                    มังกรดินใช้มือทั้งสองข้างปิดปากสนิทไม่กล่าวสิ่งใดออกไปอีก หากอลันคาดโทษว่าเป็นความผิดของเขาเกรงว่าเคนจิคงไม่ปล่อยเขาไปง่ายๆ จึงได้แต่พยักหน้ารับคำของอลันโดยดี เมื่อเหลือบมองไปยังด้านนอกม่านพลังของอลัน ไรเซ็นและอินคิวบัสยังคงต่อสู้กันอย่างต่อเนื่อง ทั้งสองรวบรวมพลังเวทที่หมัดจนเกิดเป็นประกายไฟเจิดจ้าไปทั่วทั้งห้องขัง ก่อนจะพุ่งทะยานปะทะกันกลางอากาศอย่างรุนแรง


                    “ไปตายซะไรเซ็น ย้ากก~!!”

                    “แกตั้งหากอินคิวบัส ย้ากก~!!”

                    “เปรี้ยงง~~~!!!”


                    เสียงปะทะดังสนั่นม่านพลังสั่นสะเทือน อลันและมังกรดินต้องเคล้นพลังเสริมความแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง การปะทะกันครั้งนี้ของทั้งสองฝ่ายรุนแรงกว่าครั้งไหนๆ ปรากฏกลุ่มควันฟุ้งกระจายไปทั่วทั้งห้อง ทันใดนั้นมีท่อนแขนท่อนหนึ่งพุ่งทะยานออกมาจากกลุ่มควันทำให้อลันและมังกรดินตกใจกันเป็นอย่างมาก เนื่องจากท่อนแขนนั้นมีเลือดปกคลุมไปทั่วทั้งท่อนแขนจึงไม่รู้ว่าเป็นของใคร


                    กลุ่มควันค่อยๆ จางและสลายหายไปอย่างช้าๆ ปรากฏไรเซ็นที่กำลังจับคออินคิวบัสแน่นชูขึ้นกลางอากาศ ร่างกายของอินคิวบัสเวลานี้บาดเจ็บสาหัสพร้อมกับท่อนแขนที่หลุดออกไปจากร่าง ดวงตาซักคิวบัสเบิกโพลงกว้างไม่คาดคิดว่าพี่ของตนจะพลาดท่าให้กับไรเซ็น ก่อนจะพยายามคืบคลานไปตามพื้นเพื่อช่วยเหลือพี่ชายของตนพร้อมกับหยาดน้ำตาที่ไหลรินผ่านหน้า ไรเซ็นเหลือบมองซักคิวบัสที่คลานมาตามพื้นด้วยสายตาที่เวทนาสงสาร แต่เมื่อคิดถึงตอนที่ทั้งสองบุกหมู่บ้านและลงมือได้อย่างโหดเหี้ยมความเวทนาก็มลายหายสิ้น ดวงตาของไรเซ็นปรากฏโกรธแค้นในแววตาภาพเหตุการณ์ในอดีตตอกย้ำทำให้หัวใจของไรเซ็นเจ็บปวด ก่อนจะใช้มืออีกข้างแทงเข้าไปที่หน้าอกของอินคิวบัสทันที


                    “ฉึก!!!”

                    “อ๊ากก!!”

                    “ไม่ต้องห่วงอินคิวบัส ไม่นานข้าจะส่งน้องเจ้าตามไป”


                    เมื่อไรเซ็นกล่าวจบอินคิวบัสจ้องมองไรเซ็นอย่างโกรธเคือง พยายามใช้มือข้างหนึ่งที่เหลือจับท่อนแขนของไรเซ็นไว้แน่นขนัด จนไรเซ็นไม่สามารถถอนมือออกมาจากร่างของมันได้ รอยยิ้มปรากฏขึ้นที่ใบหน้าของอินคิวบัสร่างกายของมันปรากฏเส้นเลือดปูดพองไปทั่วทั้งเรือนร่าง พร้อมกับม่านพลังที่ห้อมล้อมตัวเองและไรเซ็น ก่อนเหลือบมามองน้องสาวขอตนด้วยรอยยิ้มของผู้เป็นพี่และน้ำตาที่ไหลรินเป็นสาย ราวกับรู้ว่าพี่ชายของตนจะทำสิ่งใดซักคิวบัสรีบตะโกนห้ามพร้อมกับคืบคลานไปทุบที่ม่านพลังของพี่ชายทันที ท่ามกลางความสงสัยของไรเซ็น


                    “พี่!! ได้โปรดอย่าทำอย่างนั้น แล้วข้าจะอยู่อย่างไร”

                    “พี่ขอโทษ! ไรเซ็นหากข้าต้องตายยังไงข้าจะพาเจ้าไปเป็นเพื่อนข้า แค่กๆ! เจ้าจะไม่มีวันได้แตะต้องน้องของข้า!!!”

                    “ท่านพี่! ไม่~!!!”


                    ซักคิวบัสตะโกนเสียงดังลั่นพร้อมกับเหยียดแขนไปหาพี่ชายของตนจนสุดแขน รอยยิ้มของอินคิวบัสปรากฏขึ้นพร้อมกับร่างกายที่บวมเปล่งขยายใหญ่ขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไรเซ็นพยายามใช้แรงทั้งหมดกระชากแขนของตนให้ออกจากร่างของอินคิวบัสที่บีบแน่นจนสุดกำลังแต่ก็ไม่สามารถดึงออกมาได้ และทันใดนั้นร่างกายของอินคิวบัสก็ปรากฏรอยร้าวลามไปทั่วทั้งร่างพร้อมกับแสงสีแดงเพลิงที่สาดส่องลอดออกมา เม็ดเหงื่อปรากฏขึ้นบนใบหน้าของไรเซ็นด้วยภาพที่เห็นอยู่ตรงเบื้องหน้าทำให้มันเข้าใจว่าอินคิวบัสจะทำสิ่งใด


                    “นี่แกคิดจะระเบิดตัวเองตายไปพร้อมกับข้าหรือไงกัน!”

                    “ก็ข้าบอกแล้วยังไง ข้าจะพาเจ้าไปกับข้า!! ระเบิดอสูร”

                    “บรึ้มม!!”


                    แสงสีแดงเพลิงสว่างสาดส่องพร้อมกับเสียงระเบิดจนดังสนั่น ม่านพลังของอินคิวบัสสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงก่อนจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆ ส่งให้ร่างของซักคิวบัสที่อยู่ใกล้ปลิวกระเด็นไปชนกับกำแพงอย่างจังทำให้กำแพงถล่มมาทับร่างของซักคิวบัส ไม่เพียงแค่นั้นแรงระเบิดยังส่งผลให้ม่านพลังของอลันสั่นไหวและเกิดรอยร้าวลามไปทั่ว ทำให้อลันรวบรวมพลังเวททั้งหมดที่มีเสริมม่านพลังอย่างต่อเนื่องพร้อมกับเลือดที่ไหลออกมาจากมุมปากของเขา


                    ปรากฏกลุ่มควันหนาฟุ้งจนแน่นขนัด ไม่นานก็จางหายไปตามสายลมที่ลอดผ่านกำแพงที่เป็นรูโหว่ขนาดใหญ่ อลันทรุดเข่าลงไปกับพื้นพร้อมกับลมหายใจเหนื่อยหอบอย่างรุนแรงแม้แต่มังกรดินก็มีสภาพไม่ต่างจากอลัน เมื่อทั้งสองเหลือบมองไปยังด้านหน้าภาพที่ปรากฏคือเศษเนื้อสีแดงที่กระจายไปทั่วพื้นพร้อมกับคราบเลือดที่เจิ่งนองไปทั่วบริเวณ ยังมีร่างของมนุษย์หมาป่าที่ทรุดนั่งไปกับพื้นพร้อมกับควันสีดำที่ลอยออกมาจากปาก แขนข้างหนึ่งของมันแหลกเละจนไม่เหลือซากขนสีน้ำเงินที่สวยงามของมันถูกเผาไหม้จนไม่มีเหลือ ดวงตาของมังกรดินเบิกโพลงกว้างพุ่งทะยานไปอย่างรวดเร็ว แต่อลันกลับคว้าจับมันได้อย่างทันท่วงที


                    “ไรเซ็น~!!!!”

                    “อย่าออกไปเจ้าบ้า!!”

                    “แต่...แต่ไรเซ็น”

                    “หากเจ้าออกไป ม่านพลังที่ข้าคอยรักษามาจนถึงตอนนี้ต้องพังทลาย แล้วหากเกิดสิ่งใดกับนายของเจ้า เจ้าจะทำอย่างไรกันเจ้าโง่! ด้วยแรงระเบิดขนาดนี้ข้าคิดว่าเจ้าโทริต้องรีบมาอย่างแน่นอนรีบถ่ายพลังเวทให้ข้าเร็วเข้า!”


                    มังกรดินนั่งนิ่งไม่เคลื่อนไหวพยายามใช้ความคิดอย่างหนัก หากมันพุ่งทะยานออกไปนายของมันอาจได้รับอันตรายตามที่อลันกล่าว จึงเหลือบมองไรเซ็นก่อนหนึ่งครั้งก่อนจะหันกลับไปถ่ายพลังเวทให้อลัน ในขณะที่มังกรดินกำลังถ่ายพลังเวทให้อลันนั้นประตูห้องขังก็เปิดออกทันที ทำให้ทั้งสองตกใจเป็นอย่างมากเพราะคนที่เปิดประตูห้องเข้ามานั้นคือโทรินั่นเอง มันมองสำรวจไปทั่วทั้งห้องขังอย่างรวดเร็วก่อนจะค่อยๆ นั่งลงหยิบเศษเนื้อชิ้นหนึ่งที่พื้นมาสูดดมอย่างช้าๆ


                    “หึ! ข้านึกแล้วเชียวเพราะเหตุใด จู่ๆ ร่างแยกของอินคิวบัสก็หายไป เพราะมันตายแล้วนี่เอง หืม! อย่าบอกนะว่าร่างหมาตนนั้นที่ดำเป็นถ่านไม้นั่นคือเจ้าไรเซ็น ฮ่าฮ่าฮ่า ข้านึกว่าหมาขี้เรื้อนซะอีก ฮ่าฮ่าฮ่า!”

                    “หน็อย..ยย! หุบปากเดียวนี้โทริ!!”

                    “หึ! สัตว์ชั้นต่ำอย่างเจ้าไม่มีสิทธิ์มาพูดกับข้า!”


                    โทริเหลือบมองมังกรดินด้วยสายตาอันดูถูกเหยียดหยาม ก่อนจะโบกสะบัดฝ่ามือซัดคลื่นพลังโจมตีออกไปอย่างรวดเร็ว แต่กลับถูกหยุดไว้ด้วยม่านพลังเวทของอลัน


                    “เปรี้ยงง~~!!”

                    “ม่านพลัง!?”

                    “อั๊ก~!!”


                    เสียงปะทะดังสนั่นคลื่นพลังของโทริซัดใส่ปะทะกับม่านพลังจนสั่นไหว พร้อมกับเลือดที่พุ่งออกมาจากปากของอลัน ทำให้ปรากฏรอยยิ้มบนใบหน้าของโทริทันทีพร้อมกับเดินมาหยุดที่หน้าม่านพลังเวทใช้มือของมันลูบบนม่านพลังอย่างช้าๆ ที่เบื้องหน้าของอลัน


                    “อ้อ! ที่แท้ก็เป็นม่านพลังของเจ้านั่นเอง คงจะใกล้ถึงขีดสุดแล้วซินะถึงกระอักเลือดแบบนั้น”

                    “เหอะ! เจ้ากำลังเพ้อเจ้ออะไรเจ้าเด็กเมื่อวานซืน ข้าเพียงแต่ดื่มเลือดเยอะเกินไปจนสำรอกออกมาเท่านั้น”


                    รอยยิ้มของโทริหุบลงทันทีราวกับพึ่งคิดออกว่าคนในกลุ่มของอลันหายไปคนหนึ่ง และสถานที่แห่งนี้คือที่กักขังเบียคโกะที่กำลังจะตกเป็นของเขาในเวลาไม่ช้า ก่อนจะเหลือบไปเห็นด้านหลังของอลันและมังกรดินที่มีม่านพลังสีดำที่กำลังสั่นไหวอย่างต่อเนื่อง เม็ดเหงื่อปรากฏขึ้นบนใบหน้าโทริแยกเขี้ยวที่แหลมคมจนเห็นได้ชัด ก่อนจะทะยานถอยมาตั้งหลักพร้อมกับรวบรวมพลังเวทที่มือทั้งสองข้าง


                    “ไอ้พวกบัดซบ! กล้ามาขโมยปลาย่างของข้างั้นรึ”

                    “หึหึหึ! ปลาย่างกำลังสุกได้ทีหากไม่กินตอนนี้จะกินตอนไหน เจ้าพลาดเองโทริที่ย่างปลามันไว้แต่กลับไม่เฝ้ามัน”

                    “หน็อยย...ยย! ไอ้แก่!! อย่าอยู่เลย ย้าก~!!”

                    “เปรี้ยง! เปรี้ยง!! เปรี้ยงง~!!!”


                    บอลพลังเวทถูกปลดปล่อยออกมาจากฝ่ามือทั้งสองข้างของโทริไม่ขาดสาย ม่านพลังเวทของอลันสั่นไหวอย่างต่อเนื่องพร้อมกับเลือดที่กระอักออกมาไม่ขาดสาย ดวงตาของอลันสั่นไหวคล้ายกับคนหมดแรงเหลือบมองมังกรดินด้วยความหวังที่เขาเชื่อใจในตัวมัน


                    “อย่าลืมเด็ดขาด~!! พานายเจ้าหนีไปให้ไกลที่สุด อั๊กก!!”

                    “เหอะ! ไม่มีใครหนีรอดไปได้หรอกเจ้าแก่ ข้าจะดูว่าเจ้าจะทนได้อีกนานเท่าไร”


                    โทริยังคงปลดปล่อยพลังอย่างต่อเนื่องจนเกิดเสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว โดยที่ไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังมีสายตาของคนผู้หนึ่งกำลังจับจ้องมาที่รูโหว่ของปราสาทที่เกิดจากการระเบิดร่างของอินคิวบัส จากบริเวณชายป่าลวงตา


                    “กองกำลังนักรบศักดิ์สิทธิ์ฟังข้า! จงแบ่งกันเป็นกลุ่มกลุ่มละ 10 นาย กระจายให้ทั่วป่า ข้าให้เวลาก่อนรุ่งเช้าต้องหาทางเข้าปราสาทให้จงได้”

                    “รับทราบ!!”

    คล้ายกับเรื่อง(จบ) Guardian and Demon ข้านี่แหละราชาปีศาจ ที่คุณอ่าน