ผมเป็นสมาชิกเว็บเทพบรรพกาล

    EP-91 คำสั่งฆ่า

    “จับมือ...เหรอ” หลินอู๋เฉินจ้องตาใสแป๋วของนางจิ้งจอกที่นอนเปลือยกายบนที่นอน โดยมีเข็ม 8 เล่มปักไว้ตามจุดชีพจร

    “ชะ...ใช่ ตอนนี้ร่างกายของฉันร้อนรุ่มแปลกๆ ถ้าหากได้จับมือกับสามีละก็ มันคงดีไม่น้อย” หยางลู่ซือรู้แค่การจับมือเท่านั้น เธอไม่รู้ว่าจูบคืออะไรดังนั้นจึงขอแค่จับมือ อยากจับมือหนาใหญ่ของเขาเท่านั้นเอง

    แต่ถ้าหากเปลี่ยนเป็นซ่งจื่อจิงหรือลู่ซินหยี ก็คงจะขอให้จูบอย่างไม่ต้องสงสัย

    หลินอู๋เฉินพยักหน้า สัมผัสมือเรียวเล็กของเธอที่ชุ่มด้วยเหงื่อ หยางลู่ซือค่อยรู้สึกสบายใจขึ้นมา ไม่รู้เพราะมีเขาอยู่ด้วยหรือเปล่า การนอนฝังเข็มของเธอถึงหลับไปทั้งอย่างนั้น

    หลินอู๋เฉินเก็บเข็มเงินหยินหยางใส่ไว้ในกระเป๋า ใช้’เนตรอัตตา’มองดูเส้นลมปราณของเธอที่ถูกซ่อมแซม ก็พยักหน้าพึงพอใจ

    คืนนั้นนอนที่ฉู่หลง แต่ไม่ได้นอนเตียงเดียวกับหยางลู่ซือ เนื่องจากอดีตเธอยังเป็นปริศนา มีความสัมพันธ์ตอนนี้ไปใช่ว่าจะเป็นเรื่องดี คงต้องรอให้ความทรงจำกลับมาก่อน

    เช้าวันต่อมาเสียงกริ่งดังหน้าบ้าน

    หลินอู๋เฉินที่ตื่นขึ้นมามองผ่านกล้องวงจรปิด เห็นหยางลู่ซือกำลังโวยวายกับใครคนหนึ่ง จึงเดินออกไปดูในสภาพเพิ่งตื่น

    “นี่เธอ กล้าดียังไงถึงได้ขโมยไก่ของฉัน!” ผู้ชายคนนั้นโวยวาย หน้าตาเอาเรื่องขีดสุด และจากคำพูดของเขาดูเหมือนว่าจะเป็นเจ้าของไก่ตัวเมื่อวานที่หยางลู่ซือแอบขโมยมา เขาถึงได้โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ

    “ก็ไก่ไม่มีเจ้าของ ฉันจับมากินไม่ได้เหรอ นอกจากนั้นขอแล้วนะ แต่คุณไม่ยอมตอบต่างหาก ฉันผิดตรงไหนเหรอ?” หยางลู่ซือกรอกตา มองว่ายังไงตัวเองก็เป็นฝ่ายที่ถูก

    “นี่เธอ รู้ไหมว่าไก่ของฉันตัวนั้นราคาเท่าไหร่ มันไม่ใช่ว่าใครก็ซื้อได้นะ ไก่ของฉัน...”

    “พูดมากน่ารำคาญ” หลินอู๋เฉินพูดตัดบท

    “นี่นาย เป็นแฟนของเธอเหรอ งั้นก็ดีช่วยบอกผู้หญิงคนนี้หน่อย ว่าการเข้าไปในบ้านคนอื่นแล้วขโมยของคนอื่นออกมาแบบนี้ มันถือว่าเป็นอาชญากรรมเชียวนะ!”

    “ขอโทษทีละกัน หวังว่าสิ่งนี้จะช่วยนายได้” ใจจริงหลินอู๋เฉินก็อยากจะสั่งสอนหมอนี่ ที่กล้ามาชี้หน้าด่า แต่พอคิดได้ว่าเป็นฝ่ายหยางลู่ซื่อที่ผิด เขาก็พร้อมจะแสดงความรับผิดชอบ

    บัตรทานอาหาร 1 ปีที่โรงแรมการ์เด้นกรีนถูกโยนใส่มือของชายคนนั้น เขารับมาด้วยความไม่สบอารมณ์ คิดว่าเป็นบัตรลดราคาของห้างสรรพสินค้าตอนรีเซลล์ แต่พอเบิ่งตามองให้ละเอียดค่อยเห็นว่าเป็นบัตรทานอาหารฟรี 1 ปี ใบหน้าถึงกับร้อนรน

    “พี่ชาย พี่ให้บัตรนี้จริงเหรอ!”

    “จริง นายพอใจหรือเปล่า”

    “พอใจสิ พอใจมากเลยล่ะ” เขารีบเก็บบัตรไว้ในกระเป๋าด้วยความหวงแหน กลัวว่าหลินอู๋เฉินจะขอคืน “พี่ชาย ไก่ที่บ้านผมมีอีกเยอะเลย ถ้าหากแฟนของพี่อยากได้อีกตัวจะเข้าไปจับก็ได้นะ ผมยินดี”

    แหงละ ไก่ราคาไม่กี่หยวนแต่ได้ของดีเป็นบัตรทานอาหารฟรีในโรงแรม 1 ปี ใครบ้างไม่อยากได้อีก

    “ไม่สนใจ เอาล่ะนายรีบกลับบ้านไปได้แล้ว” หลินอู๋เฉินโบกมือ ไล่แขกชนิดที่ว่าไม่อยากทำความรู้จักหรือคบค้าสมาคม

    “ครับ ครับ ผมจะรีบไปเดี๋ยวนี้แหละ พี่ชายผมชื่อว่าเฉียนหวังเปานะ ยินดีที่ได้รู้จัก” เขาแนะนำตัวแล้วรีบวิ่งกลับไปที่บ้านอย่างมีความสุข

    หยางลู่ซือย่นจมูกไม่พอใจ “ผู้ชายคนนี้เจ้าเล่ห์ บัตรทานอาหารนั้นของสามีมีค่ามาก ไม่ควรให้เขาไปเลย”

    “ไม่เป็นไร ถึงยังไงฝ่ายที่ผิดก็เป็นเรา เพราะงั้นยอมๆ ไปเถอะ” สำหรับหลินอู๋เฉินก็แค่เงินไม่กี่หนยวน จึงไม่ได้ทุกข์ร้อนหรือเป็นกังวลเหมือนกับหยางลู่ซือ

    เขาทานข้าวฝีมือหยางลู่ซือและไปมหาลัยตามปกติ พอมาถึงมหาลัยก็ได้รับสายจากซ่งจื่อจิง

    “คุณหลิน คุณรู้ข่าวหรือยังคะ”

    “ข่าวอะไร”

    “เรื่องของเฉียวเจิ้นอวี่ไงคะ ตอนนี้ทางตำรวจได้ออกมายืนยันแล้วว่าเขาตาย”

    “เหรอ...ก็ดีแล้วนี่ จะได้กลับไปทำงานได้อย่างสบายใจ”

    “นั่นสินะคะ ตำรวจนี่ทำงานเร็วดีจริงๆ เฉียวเจิ้นอวี่เป็นฆาตกรร้ายกาจ ดีแล้วที่ถูกตำรวจฆ่าตาย”

    หลินอู๋เฉินไม่ได้บอกว่าตัวเองเป็นคนฆ่าเฉียวเจิ้นอวี่ บางเรื่องไม่ต้องพูดก็ดีกว่า สำหรับปลาทองน้อยให้เธอรู้แบบนี้ไปน่ะดีแล้ว ไม่งั้นคงทำตัวกร่าง ก่อเรื่องไปเรื่อย

    วางสายเสร็จเขาเข้าไปในตัวอาคารเรียน พบกับเย่หานที่มีใบหน้าเบิกบาน

    “ลูกพี่ ผมขอบคุณมากนะครับ ที่ให้ยืมรถ”

    “โอ้...ดูยิ้มร่าเริงขนาดนี้ แสดงว่านายคงทำสำเร็จสินะ”

    เย่หานเกาศีรษะเก้อเขิน “ใช่ครับ เธอตกลงยอมคบผมเป็นแฟน”

    “ดีใจด้วยนะ แล้วนายถึงขั้นไหนกันแล้วล่ะ” หลินอู๋เฉินตบบ่าให้กำลังใจเขา

    “หมายความว่ายังไงครับ”

    “จับมือ จูบ แล้วมีอะไรกัน”

    “เอ่อ...แค่จับมือครับ เรายังเพิ่งเริ่มคบหา ยังไม่กล้าถึงขนาดนั้นหรอกครับ” เย่หานหน้าร้อนผ่าว แค่ได้จับมือของผู้หญิงก็วิเศษมากแล้ว สำหรับเขาเวลานี้ไม่ต้องการสิ่งใดอีก

    หลินอู๋เฉินอมยิ้มหน่อยนึง เห็นปฏิกิริยาเพื่อนสนิทแล้วก็อดนึกถึงตัวเองเมื่อก่อนไม่ได้

    “ลูกพี่อู๋เฉินครับ เย่หานเองก็ได้ไปเดทกับสาวแล้ว พวกเราเองก็อยากไปเดทบ้าง...” เจ้าแว่นเกาหยุนเซียวถูไม้ถูมือไปมา ดูเหมือนว่าอยากไปมาก เมื่อคืนคงฟังเรื่องที่เย่หานเล่าจนอิจฉาน้ำลายไหล

    “นั่นสิครับลูกพี่ ผมเองก็อยากไปเดทนะ” คนที่ทำงานอย่างเดียวอย่างฉุนเซียวเข้ามาร่วมวง หลินอู๋เฉินหัวเราะหน่อยนึง ตอบว่า

    “ได้สิ แต่มายืมรถของฉันขึ้นทีละคนแบบนี้ เมื่อไหร่จะมีแฟนครบ 3 คนกันสักที”

    “เอ่อ...ซูเปอร์คาร์มันนั่งได้สองคน พวกเราก็ต้องผลัดกันไปคนละวันสิครับ” เกาหยุนเซียวบอก อีกสองคนพยักหน้าเห็นด้วย

    “ก็จริง แต่อีกสองวันรถซูเปอร์คาร์คันใหม่จะถูกจัดส่งมาให้ฉัน นั่งได้ถึง 4 คน ตอนนั้นพวกนายก็ไปเดทกับสาวๆ พร้อมกันก็ได้” หลินอู๋เฉินแนะนำ

    “อไรนะ...ลูกพี่ซื้อรถคันใหม่เหรอ!”

    “สุดยอดเลยลูกพี่ ว่าแต่รถอะไรเหรอ พอจะบอกพวกเราได้หรือเปล่า”

    ดวงตาของเกาหยุนเซียวสามคนเป็นประกาย ความร่ำรวยหลินอู๋เฉินไม่มีใครมาหยุดยั้งได้ แม้แต่ซูเปอร์คาร์ราคาหลักล้านยังซื้อได้หลายคันเหมือนกับขนมหวานในชั้นวางร้านสะดวกซื้อ

    “ไว้รอดูเองก็แล้วกัน ว่าแต่ที่อยากยืมรถกันเนี่ย มีผู้หญิงที่อยากเดทแล้วเหรอ”

    ได้ยินคำถามนั้น เกาหยุนเซียวสองคนทำได้เพียงยิ้มเขินอาย

    “ดูเหมือนว่ายังไม่มีสินะ งั้นให้ฉันช่วยหรือเปล่าล่ะ”

    “ไม่ต้องไม่ต้อง ผู้หญิงที่ลูกพี่เลือกให้คงเป็นคนรวยรุ่นที่สอง พวกเราเลี้ยงไม่ไหวหรอก ใช่ไหมฉุนเซียว” เกาหยุนเซียวรีบปฏิเสธ

    ฉุนเซียวพยักหน้าเห็นด้วย

    แต่ไหนแต่ไรมาลูกหลานคนรวยรุ่นที่สองก็อยู่คนละระดับกับพวกเขาอยู่แล้ว ไม่มีทางตกลงปลงใจคบหากันเป็นแฟน ด้วยช่องหว่างหลายอย่าง มันไม่ใช่สิ่งที่พวกเขาสามารถก้าวข้ามได้ ไม่เหมือนกับหลินอู๋เฉิน

    “โอเค ถ้าพวกนายว่างั้นละก็ ไว้ให้เย่หานหาให้ก็แล้วกัน” หลินอู๋เฉินไม่ได้เซ้าซี้ หลังจากนั้นทั้ง 4 คนก็เดินเข้าไปเรียน เที่ยงวันเขากินข้าวกับอาจารย์มู่สองต่อสอง แน่นอนว่ามันคงเป็นขี้ปากใครหลายคน แต่มู่เจาเจาไม่ได้สนใจ

    หลินอู๋เฉินกำลังจะกลับบ้าน ก็ถูกขวางไว้โดยใครคนหนึ่ง พอพินิจให้ละเอียดค่อยนึกได้ว่าเป็นคนจากสกุลหวังเมื่อวาน

    “เธอมาทำอะไรที่นี่ สกุลหวังต้องการอะไรอีก หรืออยากจะขอโทษฉัน...เสียใจด้วยทุกอย่างมันสายเกินไปแล้ว” เขาตอบด้วยน้ำเสียงหน่ายใจ

    หวังปี่ถงส่ายหน้าปฏิเสธ “ฉันไม่ได้มาเพราะเรื่องนั้น แค่นำเรื่องบางอย่างมาบอกคุณ”

    “โอ้...ว่ามาสิ” หลินอู๋เฉินเริ่มสนใจขึ้นมาแล้ว

    หวังปี่ถงขยับเข้ามาใกล้ กระซิบเสียงแผ่วข้างหูเขา “สกุลหวังต้องการกำจัดคุณ ตอนนี้พวกเขาได้ดำเนินการแล้ว ฉันไม่รู้ว่านักฆ่าเป็นใคร รู้เพียงแค่ว่าคุณกำลังตกอยู่ในอันตราย”

    หลินอู๋เฉินเลิกคิ้วข้างหนึ่ง มองเธอด้วยความประหลาดใจ “เธอเป็นคนสกุลหวัง นำเรื่องนี้มาบอกฉันทำไม”

    “เพราะมันไม่ใช่วิธีของฉัน วิธีนี้เป็นของคนขี้แพ้ ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่ฉันชอบ”

    หลินอู๋เฉินพยักหน้า ดูเหมือนว่าเขาจะเข้าใจความคิดของเธอมากขึ้น

    “ขอบใจแล้วกันที่นำข่าวมาบอก แต่ไม่ต้องกังวล ฉันไม่เป็นไรหรอก”

    “ฉันก็ได้แต่หวังให้คุณมีชีวิตอยู่”

    “แน่นอน การสู้กับคนที่สกุลหวังส่งมามันเป็นเรื่องไร้สาระ แม้แต่ตระกูลเย่ยังแพ้ฉันราบคาบ นับประสาอะไรกับสกุลหวังที่อยู่ในระดับเดียวกัน”

    “อะไรนะ...ตระกูลเย่แพ้ราบคาบ...มิน่าพวกเขาถึงกลัวคุณ ตัดสัมพันธ์กับสกุลหวังเราทันทีที่รู้ว่าทำให้คุณไม่พอใจ”

    ตระกูลเย่ปิดเรื่องของหลินอู๋เฉินมิดชิด ไม่มีคนนอกรู้ ดังนั้นจึงไม่แปลกกับปฏิกิริยาของหวังปี่ถงจะตกใจหลังจากได้ฟังคำพูดของเขา

    ...............

    หยางลู่ซือเดินทางมาที่สำนักกระบี่ต้าเทียน

    เพียงแค่เธอจับกระบี่ไม้ไว้ในมือ ท่วงท่าก็เปลี่ยนไป การฟัน การแทง การเฉือน ทุกย่างก้าวเฉียบคมและทำได้ดีกว่าเจ้าสำนักอย่างต้าเทียน กระทั่งตัวเขาอายเลยล่ะ

    “พ่อ สำนักชิวหานกินเลี้ยงกันใหญ่เลย ดูเหมือนว่าพวกเขากำลังฉลองบางอย่าง แปลกชะมัด เจ้าสำนักขี้งกแบบนั้น อยู่ๆ ทำไมถึงมือเติบ กินเลี้ยงแบบไม่กลัวเสียดายเงินกันนะ” ต้าหยงเป็นพวกสอดรู้สอดเห็น อีกทั้งสำนักยังอยู่แค่ใกล้ๆ กัน แค่มองออกไปก็เห็นแล้วว่าทางนั้นกำลังทำอะไรอยู่

    ต้าเทียนที่กำลังเหลาไม้ทำเป็นกระบี่ หยุดมือครู่หนึ่ง พูดเสียงเบาว่า “ไม่แปลก ได้ยินว่าชิวหานได้รับค่าจ้างให้ฆ่าคน งานนี้ลูกค้าจ่ายหนักไม่เบา เขาถึงได้กล้ากินเลี้ยงมือเติบ”

    “สายข่าวของพ่อเร็วมาก ว่าแต่ใครเหรอที่ชิวหานได้รับคำสั่ง” ต้าหยงถามด้วยความสนใจ

    “คนแซ่หลิน!”