“คุณพ่อ โทรศัพท์ดังเดี๋ยวผมจะรับให้นะครับ” ลูกชายที่อยู่ข้างๆ กล่าว
หวังหม่าพยักหน้า คิดว่าคงเป็นหนึ่งในลูกค้าที่โทรมาร่วมแสดงความยินดีนั่นแหละ แต่เมื่อลูกชายเห็นเบอร์ผู้โทร ใบหน้าของเขาถึงกลับเปลี่ยนไป รีบยื่นโทรศัพท์ให้หวังหม่าแทน
“เป็นอะไรไปหวังเปียว ใครกันที่โทรมา” หวังหม่าหงุดหงิด เขาอยากถามเหลือเกินว่าเกิดอะไรขึ้นทำไมต้องทำหน้าตื่น
“เลขาของคุณเนี่ยเหอครับ”
“อะไรนะ!”
แม้จะเป็นแค่เลขาแต่อำนาจของเลขาก็ไม่ได้เล็กอย่างที่คิด
หวังหม่ารีบคว้าโทรศัพท์จากมือของลูกชาย แล้วคุยกับปลายสายด้วยน้ำเสียงประจบสอพลอ
“คุณหม่า พอดีนายน้อยเนี่ยลูกชายคนเล็กของคุณเนี่ยบังเอิญอยู่ที่โรงแรมเซ็นเบิร์ก เขาเห็นว่าคุณกำลังจัดงานเลี้ยงวันเกิดจึงอยากเข้าไปร่วมแสดงความยินดีด้วย ตอนนี้ผมอยากให้คุณออกไปต้อนรับนายน้อยเนี่ย”
ข้อมูลนี้เหมือนกับมีสายฟ้าเส้นหนึ่งฟาดเข้าที่ศีรษะของหวังหม่า
ลูกชายของเนี่ยเหอ!
ลูกชายคนที่สาม แม้ว่าจะไม่ค่อยได้ออกงานเหมือนกับพี่สาวพี่ชายคนโต แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่านี่คือเลือดเนื้อสกุลเนี่ย
สกุลอันดับหนึ่งแห่งหยูโจว!
“เข้าใจแล้วครับ ผมจะรีบออกไปต้อนรับนายน้อยเนี่ยด้วยตัวเอง” หวังหม่ารีบเน้นย้ำ เพราะเกรงว่าจะทำให้เนี่ยฝานรอนาน
“คุณหวังไม่ต้องลำบากขนาดนั้น แค่ส่งตัวแทนออกไปรับนายน้อยเนี่ยก็พอ”
“อย่างนี้นี่เอง ผมจะรีบจัดการทันทีครับ” หวังหม่าวางโทรศัพท์ลง ใบหน้าของเขาเห่อร้อน ราวกลับไปเป็นเด็กที่มีกำลังวังชาแข็งแรง
“คุณพ่อ...” หวังเฉาที่อยู่ข้างๆ เป็นห่วง กลัวว่าผู้นำสกุลคนปัจจุบันจะเป็นอะไรไป
“ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง พ่อแค่รู้สึกมีความสุขเท่านั้นเอง ดูเหมือนว่าโชคจะเข้าข้างสกุลหวังเรา ฮ่าฮ่า หวังเฉาไปบอกให้ลูกสาวของนายและเด็กๆ ออกไปต้อนรับนายน้อยเนี่ย จำไว้ว่าต้องเคารพถึงที่สุดเหมือนกับตอนพบพ่อ หากใครมันทำให้นายน้อยเนี่ยไม่พอใจละก็พ่อจะไล่มันออกจากสกุลหวัง!”
“เข้าใจแล้วครับพ่อ”
หวังเฉารีบย้ายก้นออกไปพบกับลูกสาว และหลานชายอีกสองคน
“หวังหมิง หวังจูซิน หวังเทียนตู จำไว้ว่าเมื่อพบหน้านายน้อยเนี่ยต้องเคารพเหมือนกับพบท่านบรรพบุรุษ หากทำให้นายน้อยเนี่ยไม่พอใจนอกจากพวกเธอจะถูกไล่ออกจากสกุลหวังแล้ว บางทีสกุลหวังเราก็อาจจะจบสิ้นเหมือนกัน!”
หวังจูซินและอีกสองคนที่เหลือรับรู้ถึงความร้ายแรง หลังจากรับปากจึงรีบเดินออกไปหน้าประตูห้องจัดเลี้ยงทันที
“นี่นี่ เคยได้ยินเกี่ยวกับนายน้อยเนี่ยหรือเปล่า เห็นเขาว่าสมองมีปัญหาแน่ะ” หวังเทียนตูกล่าวระหว่างเดิน แต่กลับถูกตบหัวโดยหวังหมิง
“โอ๊ย..ทำอะไรเนี่ยเจ้าบ้า”
“นายนั่นแหละเป็นบ้าอะไร คุณอาเพิ่งจะเตือนพวกเรามาหยกๆ ว่าให้เคารพนายน้อยเนี่ย ดังนั้นนายควรระวังปากนะ”
“เข้าใจแล้ว ฉันก็แค่สงสัยน่ะ”
“เงียบ หากพูดไปปากนายก็จะไม่หุบแบบนี้ เดี๋ยวฉันจะเป็นคนพูดกับนายน้อยเนี่ยเอง” หวังจูซินตำหนิเสียงกร้าว
“ฮิฮิ หากพี่สาวว่าอย่างนั้นก็ได้” หวังเทียนตูไม่คัดค้าน หากพูดถึงใครมีวุฒิภาวะสูงสุดในที่นี้ก็คงจะเป็นหวังจูซิน
ไม่นานพวกเขาสามคนจึงพบกับเนี่ยฝาน คำแรกที่โผล่ออกมาจากหัวคือ ‘ตัวเล็ก’ แต่นอกจากนั้นหน้าตาเขากลับดีมาก เหมือนกับตุ๊กตา ดวงตาสีฟ้า ผมดำตัดสั้น ผิวขาวราวกับแวมไพร์ นี่คือสิ่งที่น่าค้นหาสำหรับเขา หากมองข้ามเรื่องที่สมองเพี้ยนหรือตัวเล็กไป ชายหนุ่มคนนี้ก็ไม่ได้แย่
“นายน้อยเนี่ยยินดีต้อนรับค่ะ ฉันหวังจูซินเป็นหลานของคุณปู่หวัง จะให้การบริการนายน้อยหลังจากนี้เองนะคะ อ้อ...อีกสองคนคือลูกพี่ลูกน้องของฉัน ชื่อว่าหวังเทียนตู หวังหมิงค่ะ”
“ฮี่ฮี่ ยินดีที่ได้รู้จัก” เนี่ยฝานเหลือบมองวายร้ายสองคนข้างหลัง พวกเขามักจะถูกเทพสงครามทหารจัดการหลายครั้งหลายคราว แต่ไม่ถูกฆ่าตาย เพราะมองว่ายังเป็นประโยชน์อยู่
ส่วนหวังจูซินคนนี้เป็นหนึ่งในนางเอกของเรื่อง ในตอนแรกเธอไม่ชอบทหารกากเดน แต่เมื่อได้มีโอกาสพูดคุยกับเขาเกี่ยวกับอดีตที่ผ่านมา หญิงสาวจึงเริ่มเห็นใจ หลังจากนั้นจึงมีอะไรกันเพราะความผิดพลาด
ฉากดังกล่าวทำให้ชาวเน็ตท้วงติงพอสมควร
พวกเขาอยากจะรู้ว่าเพราะความรักหรือความสงสาร หวังจูซินถึงได้มีอะไรกับทหารกากเดน หรือว่าเพียงชดใช้เรื่องในอดีตของสกุลหวัง
“ฮี่ฮี่ พี่สาวไม่ต้องประหม่า วันนี้ผมมาร่วมยินดีกับทางสกุลหวังและนำของขวัญมาด้วย” เนี่ยฝานดีดนิ้ว รัมและวอดก้าที่อยู่ข้างหลังหยิบกล่องของขวัญชิ้นเล็กออกมานำเสนอ
หวังจูซินไม่กล้าดูถูก แม้ว่ากล่องจะดูเล็กมากแต่ของข้างในต้องไม่ต่ำ
“พี่สาว เข้าไปข้างในงานกันเถอะ อ้ออีกอย่างหนึ่งผมเดินเองไม่ได้เดี๋ยวจะหลง รบกวนขอมือพี่สาวหน่อย”
“เอ๋...”
หวังจูซินเม้มปาก แต่สุดท้ายยังเลือกยื่นมือให้เนี่ยฝานจับ แล้วทั้งสองคนก็เดินเข้าไปในงานเลี้ยง
หวังเทียนตูที่เห็นภาพดังกล่าวหันไปกระซิบกับลูกพี่ลูกน้อง “หวังหมิง ดูพี่สาวของเราสิถูกจัดการซะอยู่หมัด ฉันเองเคยได้ยินเรื่องของสกุลเนี่ยมามาก นอกจากนั้นดูแล้วนายน้อยเนี่ยก็ไม่ได้แย่ หากพี่สาวของเราได้แต่งงาน...”
“เลิกฝัน! ถ้าจำไม่ผิดนายน้อยเนี่ยมีคู้หมั้นแล้ว นั่นคือสกุลโอวหยาง เราไม่สามารถเทียบกับพวกเขาได้ ดังนั้นลืมเรื่องที่พูดไปเถอะ” หวังหมิงไม่ได้มองโลกในแง่ดี เพียงมองว่าตอนนี้นายน้อยเนี่ยแค่อยากสนุกเท่านั้นเอง
.....
งานเลี้ยงไม่เพียงมีครอบครัวสกุลหวังเป็นหลักซะส่วนใหญ่ แต่ยังมีผู้ร่วมงานคนอื่นบ้าง ดังเช่นเนี่ยฝานที่มาร่วมยินดี ดังนั้นตัวตนของเขาจึงไม่แปลกแยกนัก
หวังจูซินมีใบหน้าแดงพร่า ท่าเดินของเธอค่อนข้างเงอะงะ จนเนี่ยฝานอดไม่ได้ต้องถาม
“พี่สาวเป็นอะไรไป หรือว่าปวดเท้า”
“อ้อเปล่าหรอก แค่ตื่นเต้นที่เห็นคนเยอะในงานเท่านั้นเอง”
หวังจูซินโกหก ความจริงเธอกำลังประหม่าที่ต้องจับมือเนี่ยฝานเดินต่างหาก
ชายหนุ่มไม่ได้กล่าวเสริม เพียงยิ้มมุมปาก ไม่นานพวกเขาก็มาถึงโต๊ะของหวังหม่า ชายชราลุกขึ้นยืน ต้อนรับเนี่ยฝานด้วยตัวเอง การกระทำนี้ทำให้ใครหลายคนเริ่มเดาตัวตนของเนี่ยฝาน แต่น้อยนักที่จะรู้
“นายน้อยเนี่ย เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่นายน้อยเนี่ยมาพบชายชราวันนี้ ฮ่าฮ่า แค่นี้ชายชราก็ตายตาหลับแล้ว”
“ฮี่ฮี่ อย่าพูดอะไรที่เป็นลางแบบนั้นสิครับ วันนี้ผมมาอวยพร”
บอดี้การ์ดยื่นกล่องของขวัญให้ หลังจากรับมาแล้วหวังหม่าเปิดทันที เพราะเขาเองก็อยากจะรู้ว่ามันคืออะไร นอกจากนั้นนี่คือกล่องของขวัญจากสกุลเนี่ย ต้องมีราคาแพงลิ่วเป็นแน่แท้
เมื่อกล่องถูกเปิดจะพบกับหยกข้างใน โดยสลักคำว่า ‘หวัง’ ล้อมรอบด้วยนกที่เหินบินบนท้องฟ้า
“นี่คือหยกน้ำอุดร ราคาในตลาดอยู่ที่กรัมละห้าแสนหยวน ผมเห็นว่ามันสวยดีจึงสั่งให้ช่างทำขึ้นมาเป็นพิเศษโดยเฉพาะสำหรับวันนี้ ไม่ทราบว่าลุงหวังชอบหรือเปล่า”
สำหรับเนี่ยฝานก็แค่หยกดาษๆ หาได้ทั่วไปในโลกของหนี่ฉาง แต่ที่นี่กลับไม่เป็นอย่างนั้น
“ชอบ ชอบมากๆ เลยนายน้อยเนี่ย หยกประจำตระกูล ฮ่าฮ่า หลังจากนี้มันจะเป็นหยกประจำตระกูลหวังเรา”
ไม่มีใครคัดค้านความคิดของหวังหม่า นี่คือหยกจากสกุลเนี่ย ไม่ว่าใครรู้เป็นต้องอิจฉา โดยเมื่อเทียบกับไวน์ราคาแพงแล้วหยกนั้นมีค่ามากกว่า เป็นต้นว่าคุณสามารถนำมันออกมาระหว่างการเจรจาบนโต๊ะธุรกิจ แล้วกล่าวถึงว่าได้หยกมาจากไหน แค่นี้เองคู่ค้าจะเกิดความเชื่อถือต่อแบรนด์ โดยสิ่งนี้ไม่ใช่การพึ่งพาบารมีคนอื่นแต่เป็นคอนเนคชั่นต่างหาก
คราวแรกหวังหม่าอยากจะให้เนี่ยฝานนั่งโต๊ะด้วย แต่ชายหนุ่มรีบปฏิเสธ ข้อแรกโต๊ะนั้นจะถูกทหารกากเดนโจมตี ข้อสองกลิ่นคนแก่มันเหม็น ดังนั้นเขาจึงเลือกโต๊ะใหม่ โดยคนที่นั่งร่วมด้วยก็มีแค่หวังจูซินและอีกสองคนที่ไปรับเขาหน้าประตูงาน
“นายน้อยเนี่ย ฟังว่าคุณชายสองชอบเปิดผับบาร์ใช่ไหมครับ ผมเองก็อยากไปที่นั่นเหมือนกัน ไม่รู้ว่านายน้อยเนี่ยจะแนะนำให้ผมได้บ้างไหม” หวังเทียนตูก็แค่ผู้ชายที่คุยผ่านอวัยวะเพศส่วนล่างเท่านั้น คนคนนี้ควบคุมได้ง่าย เพียงยื่นผลประโยชน์เล็กน้อย คุณก็จะมีสุนัขผู้ซื่อสัตย์ไว้ใช้งาน
“เทียนตู นี่นาย...” หวังหมิงผงะจึงรีบเตือน แต่เนี่ยฝานกลับยกมือขึ้นมาห้าม
“ไม่เป็นไร เรื่องนี้สามารถพูดคุยบนโต๊ะได้ ยังไงซะมันก็เป็นสถานที่บันเทิงที่พี่ชายผมเปิด หากสนใจพวกนายสามารถไปได้ เดี๋ยวผมจะให้ส่วนลดพิเศษ 20 %”
“ฮ่าฮ่า ขอบคุณ ขอบคุณนายน้อยเนี่ย” หวังเทียนตูใช้สอกกระทุ้งคนข้างๆ หวังหมิงกรอกตา พยายามจะไม่โกรธแล้วกัน
ระหว่างนั้นเนี่ยฝานเริ่มคุยกับหวังจูซิน
หวังเทียนตูไม่ได้โง่ เขาไม่ได้ขัดจังหวะแค่นั่งดื่มไวน์ไปเงียบๆ แต่ในตอนนั้นเองงานเลี้ยงวันเกิดกลับเต็มไปด้วยเสียงร่ำไห้ มีโลงศพขนาดใหญ่บินเข้ามาในงาน โต๊ะอาหารที่ขวางทางต่างถูกบดขยี้ โดยจุดสิ้นสุดของโลงศพได้หยุดอยู่ที่กลางงานเลี้ยง มีคนคนหนึ่งเดินตามมาด้านหลังโลงศพ สวมชุดทหารกากเดน ใบหน้าถมึงดุร้าย
หวังสงไป๋!