ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    เล่มที่1 ตอนที่37 บทเสริม 1 เหล่านักผจญภัย (2)

            ดูเหมือนเขารู้สึกลังเลที่จะใช้ดาบฟันอีกฝ่ายอย่างผมก็เลยปล่อยกำปั้นใหญ่ๆ จากแขนซ้ายเล็งมาที่ใบหน้า

            อืมมองเห็นแฮะ ผมเอียงคอไปทางขวา หลบกำปั้นนั้นไปได้

            ผมใช้ประโยชน์จากแรงของอีกฝ่ายจับแขนแล้วดึงไปทั้งๆ อย่างนั้น ตามด้วยเตะขัดขาในจังหวะที่เขาเสียสมดุล

            หนวดโล้นที่ต่อยเข้ามาจึงพุ่งเข้าไปจูบพื้นดินอย่างงดงามโอ้ ทำได้แล้ว ดีนะที่ให้ยาเอะสอนให้

            “แก!”

            คราวนี้หัวโมฮอว์คใช้ดาบฟันใส่ผมอันตรายแฮะ

            “【สลิป】”

            “อั่ก!?”

            หัวโมฮอว์คล้มลงไปเพราะเวทล้มกลิ้งแรงกระแทกนั้นทำให้หมอนั่นปล่อยดาบหลุดมือ ผมจึงใช้【โมเดลลิ่ง】โดยไม่ให้เสียเวลาเปล่าทำให้ดาบเล่มนั้นบิดงอราวกับลูกกวาดถึงการเปลี่ยนแปลงและสร้างรูปร่างวัตถุจะต้องใช้เวลา แต่ถ้าแค่บิดงอล่ะก็สบายมาก

            ก๊องผมโยนดาบที่หงิกงอไปตรงหน้าของหัวโมฮอว์ค

            “ฮิฮี้!?”

            โมฮอว์คส่งเสียงหวาดกลัวพร้อมถอยหลังไปทั้งๆ ที่ยังนั่งอยู่ คงคิดว่าผมเป็นเจ้าของพลังช้างสาร

            ล่ะมั้ง

            “ย้าก!”

            คราวนี้หนวดโล้นที่ลุกขึ้นมาได้อีกครั้งเหวี่ยงดาบลงมาอย่างไร้ความปราณีจากข้างหลังโอ๊ะ อันตราย ผมหมุนตัวครึ่งรอบหลบดาบนั้นไปได้ พร้อมกับใช้แรงส่งนั้นเตะกวาดไปที่ด้านหลังขาทั้งสองของหนวดโล้น

            “อั่ก!?”

            หนวดโล้นที่ล้มท้ายทอยฟาดพื้นร้องครวญครางอยู่ตรงนั้นคงสมองกระทบกระเทือนนิดหน่อยล่ะมั้ง หัวถึงได้ส่ายไปส่ายมาแบบนั้นก็เมาเป็นทุนเดิมอยู่ด้วยนี่นะ

            ดาบของหนวดโล้นที่ล้มอยู่ผมใช้【โมเดลลิ่ง】ทำให้งอเช่นกันหน้าของหนวดโล้นจึงซีดลงทันที

            “นะหนอย! จำไว้เลยนะเฟ้ย!”

            หลังถ่มบทพูดของตัวกระจอกทั้งสองคนก็หนีไปจากสถานที่นั้น

            ให้ตายสิรบกวนชาวบ้านชะมัด อย่าเมาหัวราน้ำตั้งแต่กลางวันแสกๆ สิ

            “เฮ้นายไม่เป็นไรเหรอน่ะ?”

            “อ่าไม่เป็นไรครับ ไม่มีบาดแผลเลย”

            ชายที่เป็นผู้ชมท่าทางจะเป็นห่วงผมจึงโบกมือให้นิดหน่อย

            “เปล่าไม่ใช่แบบนั้น... เจ้าพวกนั้นเป็นคนของ ‘เขี้ยวเหล็กกล้า’ กับ ‘งูพิษ’ นะ? คิดว่ามันอาจจะไปพาพรรคพวกมาเอาคืนก็ได้”

            “เขี้ยวเหล็กกล้า”? “งูพิษ” ?อะไรกันล่ะนั้น?

            พอลองถามดูก็ดูเหมือนจะเป็นปาร์ตี้นักผจญภัยที่มีชื่อเสียงในแถบนี้ไม่รู้จักแฮะ... เพราะผมไม่เคยติดต่อกับปาร์ตี้อื่นเลยน่ะนะไม่ชอบดื่มเหล้าด้วยสิ เป็นพวกไม่ยอมดื่มเพื่อเข้าสังคมสินะ?

            ยังไงก็ตาม“เขี้ยวเหล็กกล้า” คือปาร์ตี้ที่แข็งแกร่งอยู่ในแรงค์สีฟ้า ส่วน “งูพิษ” ก็ท่าทางจะอยู่ในแรงค์เดียวกัน

            เพราะว่าพวกผมเป็นสีเขียวก็เลยกลายเป็นว่าทั้งสองปาร์ตี้อยู่แรงค์สูงกว่าพวกผม

            กิลด์แรงค์สามารถเลื่อนขึ้นได้ตามลำดับสีดำม่วง เขียว ฟ้า แดง เงิน และทอง โดยใช้แต้มคำร้อง ถึงแรงค์สูงกว่าจะไม่ได้หมายความว่าเก่งกว่าแต่แน่นอนว่าการเลื่อนขั้นไปจนถึงแรงค์สูงๆ มันเป็นอะไรที่ยากมาก

            อย่างเช่นการเลื่อนจากแรงค์สีเงินไปเป็นแรงค์สีทองนั้นแทบจะไม่มีเลย ในความเป็นจริงนักผจญภัยแรงค์สีทองในโลกนี้มีอยู่แค่คนเดียวเท่านั้น ดูเหมือนว่าการเลื่อนจากสีแดงขึ้นเป็นสีเงินจะไม่ได้ใช้แต้มครึ่งๆ กลางๆ ด้วย

            ดังนั้นโดยทั่วไป แค่แรงค์สีแดงก็เรียกได้ว่าเป็นนักผจญภัยชั้นยอดได้แล้วส่วนแรงค์สีฟ้าที่ต่ำลงมาขั้นหนึ่งเรียกว่าเป็นนักผจญภัยผู้เชี่ยวชาญสินะ

            ดูแล้วไม่เห็นเป็นแบบนั้นเลยน้าสองคนนั้นน่ะ อ่อนแอด้วยสิ เอาเถอะ ไม่ได้ตัดสินกันที่แรงค์สูงแล้วจะเก่งซะหน่อย

            ทางโน้นเองก็คงไม่ได้ว่างถึงขนาดมาเที่ยวล้างแค้นหรอกมั้งการทะเลาะเบาะแว้งของนักผจญภัยด้วยกันก็เป็นเรื่องธรรมดาด้วยสิแถมผมไม่ได้ทำร้ายหนักหนาอะไรด้วย

            ผมในตอนนั้นคิดแบบนั้นอยู่เล็กน้อย

            “ไปทำอะไรมากันแน่คะท่านโทยะ”

            “เอ่อจะว่าไม่ได้ทำอะไร...ก็คงไม่ได้ แต่นี่มันอะไรเนี่ย?”

            วันต่อมาเนื่องจากลินเซ่เองก็ “สภาพร่างกายไม่ค่อยดี” ตามเอลเซ่ไป ทำให้มีแค่ผม ยูมิน่าและยาเอะ รวมเป็นสามคนที่รับคำร้องกำจัดแล้วมุ่งหน้าไปยังป่าทางทิศตะวันออก

            ตัวสุนัขจิ้งจอกสามารถจัดการได้ไม่มีปัญหาแต่หลังจากตัดหางตามจำนวนที่ต้องกำจัด แล้วกำลังจะกลับกันพวกผมก็โดนนักผจญภัยหน้าตาชั่วร้ายหลายคนล้อมเอาไว้

            “ไงเมื่อวานดูแลกันได้ดีนะ”

            ในหมู่นักผจญภัยที่ล้อมพวกผมอยู่มีอยู่เพียงคนเดียวที่ผมเคยเห็นหน้าหนวดโล้นคนนั้นที่อาละวาดอยู่หน้าร้านเหล้าเมื่อวานนั่นเอง

            อ้าว? นี่มันไอ้นั่นสินะ? ที่เรียกว่ากลับมาตอบแทน

            “อ่า...ถ้าให้เดาอายที่โดนไปเมื่อวานนี้ ก็เลยพาพรรคพวกหลาย ๆ คนมาเอาคืนสินะ? ไม่เป็นผู้ใหญ่แล้วยังน่าสมเพชอีก”

            “หนวกหู!การโดนดูถูกแบบนั้นมันเกี่ยวพันกับเกียรติของ “เขี้ยวเหล็กกล้า” เฟ้ย!ขอชำระหนี้เลยละกัน”

            เหล่าชายที่กำลังแสยะยิ้มอยู่รอบๆ หนวดโล้นพากันเตรียมอาวุธ จำนวนเยอะเอาเรื่องแฮะ สอง ห้า หก แปด เก้าคนสินะดูเหมือน “เขี้ยวเหล็กกล้า” จะเป็นกลุ่มที่ใหญ่เอาการ

            “การจู่โจมอีกฝ่ายที่เคยมีเรื่องกันโดยใช้คนจำนวนมากเนี่ยในฐานะผู้ชาย ไม่สิ ในฐานะมนุษย์แล้ว ฉันคิดว่าน่าจะจัดอยู่ในหมวดขยะนะคิดว่าไงบ้างคะ? คุณโทยะ”

            ขนาดยูมิน่าเองยังพ่นพิษใส่เลยแฮะพอโดนเด็กอายุสิบสองประณาม ผมก็รู้สึกได้เลยว่าพวกหนวดโล้นโกรธจัดโกรธจนหน้าแดงแล้วนะครับ?

            แต่ว่าใจเย็นผิดคาดเลยแฮะ นึกว่าจะกลัวซะอีก สมแล้วที่เป็นเจ้าหญิงของอาณาจักรแห่งหนึ่ง

            “เอาเถอะกรณีนี้ถือว่าป้องกันตัวอย่างถูกต้อง ถึงจะทำรุนแรงเกินไปก็ไม่เป็นปัญหาหรอกมั้ง?”

            “นั่นสินะเจ้าคะข้าน้อยเองก็เกลียดคนประเภทนี้อยู่แล้วเจ้าค่ะ”

            ยาเอะชักคาตานะออกมาแล้วพลิกกลับด้านสิ่งนั้นเป็นตัวจุดชนวนให้เจ้าพวก “เขี้ยวเหล็กกล้า” จู่โจมเข้ามาพร้อมกันลูกธนูของยูมิน่าถูกยิงออกไปอย่างรวดเร็วแทงทะลุมือขวาของชายคนหนึ่งที่จู่โจมเข้ามา

            “อุก!?”

            ผมพุ่งพรวดเดียวเข้าไปใกล้แล้วใช้ปลายนิ้วสัมผัสร่างของเจ้าคนที่ทำอาวุธร่วง

            “【พาราไลซ์】”

            “ว้ากกก!?”

            พอร่างกายไร้ซึ่งเรี่ยวแรงเพราะอาการเหน็บชาจากเวทมนตร์ชายคนนั้นจึงทรุดลงไปตรงนั้นเลย

            “ไอ้เวรนี่!”

            ชายที่ถือขวานเล็กไว้ในมือทั้งสองเหวี่ยงขวานไปมาดังวืดๆ แต่ก็ไม่ได้มีความเฉียบคมซะเลย เพราะผมได้ฝึกฝนกับยาเอะมามั้งทำให้เห็นเขาเคลื่อนไหวเชื่องช้าอืดอาดมาก

            ผมต่อยหมัดเบาๆ เข้าไปตรงบริเวณอกที่เห็นช่องว่าง แล้วใช้งาน【พาราไลซ์】หมอนั่นจึงล้มลงไปบนพื้นทันทีเหมือนกับชายคนเมื่อกี้

            【พาราไลซ์】คือเวทมนตร์แสนสะดวกที่ทำให้อีกฝ่ายหมดสภาพได้แต่มันก็มีจุดอ่อนอยู่ อย่างแรกคือจำเป็นต้องต้องสัมผัสให้ได้และในกรณีที่อีกฝ่ายมีเครื่องป้องกันซึ่งทำให้ผลของเวทมนตร์อ่อนลง

            เวทนี้ก็จะใช้งานไม่ได้ไปเลยโดยไม่สนใจว่าผลการป้องกันนั้นจะแข็งแกร่งหรือไม่

            ถึงแม้ว่าเดิมทีจะไม่ค่อยมีใครพกของแบบนั้นเพราะแค่เครื่องป้องกันที่มีผลขั้นต่ำสุดก็แพงหูฉี่แล้วก็เถอะ

            “【พสุธาเอ๋ยจงแยกนรกคนเขลา พิทฟอลล์】”

            “เหวอออออออออ...!”

            “อี๋~~~~~~~~...!”

            พอหันไปมองข้างหลังก็พบว่า ยูมิน่าได้สร้างหลุมพรางด้วยเวทดินเอาไว้ ฟังจากเสียงที่ตกลงไปท่าทางจะลึกมากเลยแฮะ...จะเป็นไรไหมนะ?

            “แอ๊ก!?”

            “อั่ก!?”

            ทางด้านยาเอะก็ใช้สันดาบจัดการไปสองคนและกำลังรับมืออีกคนหนึ่งอยู่ ณ เวลานี้ “เขี้ยวเหล็กกล้า” ก็เหลืออยู่เพียงสามคนรวมหนวดโล้นด้วยไม่ได้เปรียบเรื่องจำนวนอีกต่อไปแล้ว

            “นะนี่มันบ้าไปแล้ว...! พวกเราเป็นนักผจญภัยแรงค์สีฟ้าเชียวนะ!แล้วทำไมถึงได้แพ้ไอ้เด็กพวกนี้...”

            ถึงจะบอกว่าแรงค์สีฟ้าก็เถอะน้าก็ไม่รู้หรอกว่าพวกลุงเป็นนักผจญภัยมากี่ปีแล้ว แต่เรื่องมันก็แค่ว่า แม้จะเป็นมานานแล้วแต่ก็ยังเลื่อนแรงค์มาได้แค่นี้ไม่ใช่หรือไง?

            ถ้ารับคำร้องง่ายๆ โดยใช้คนจำนวนมาก ถึงจะได้แต้มน้อยแต่ก็ปลอดภัยสินะ แต่ว่า ถ้าพูดในทางกลับกันหากตั้งเป้าจะไปให้สูงกว่านั้นล่ะก็ คงไม่มามัวใช้วิธีการพรรค์นี้หรอกเนอะ

            เอาเถอะแรงค์กับความแข็งแกร่งมันไม่ได้เกี่ยวข้องกันเลย อย่างน้อยๆก็สำหรับแรงค์ที่ต่ำกว่าสีแดงล่ะนะเรพราะการจะขึ้นไปสูงขนาดนั้นได้ก็จำเป็นต้องมีความสามารถที่เหมาะสมอยู่แล้วด้วย

            “อั่ก!”

            “โอ๊ก!?”

            ยาเอะจัดการเพิ่มอีกสองคนทำให้เหลือหนวดโล้นอยู่เพียงคนเดียวเท่านั้น

            “ให้ตายสิน่ารำคาญจริง ยังไงพวกคุณก็เป็นนักผจญภัยมีชื่อจริงไหม? มาทำเรื่องพรรค์นี้ไม่รู้สึกอายบ้างเหรอ?”

            “หนวกหู!เป็นแค่เด็กอย่ามาทำเป็นเบ่งนะโว้ย! แก ซักวันจะต้องฆ่าให้ได้...!”

            “พอแล้วไม่ต้องพูดแล้ว【พาราไลซ์】”

            “อุ๊บ............!”


    คล้ายกับเรื่องไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni) ที่คุณอ่าน