มหาวิทยาลัย NT (ห้องบรรยายตึกบริหาร)
13.05 น.
“โผล่มาสักทีนะยัยอัญ นี่แกไปซื้อชาเชียวหรือแกมัวแต่ไปปลูกชากันแน่”มาริสา รีบเอ่ยถามทันทีที่เห็นเพื่อนวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาในห้องเรียน
“เหอะน่า มันมาทันก็ดีแล้ว มาช้าดีกว่ามันไม่มานะย่ะแล้วแกไปทำอะไรมาหน้าตาหอบเหมือนหมาขาดน้ำเลย” เสียงของฟ้าใสแทรกขึ้นมา
“หยุด!!! อย่าเพิ่งถาม ขอหายใจก่อน... ฟู่วววว!!”อัญญาวีณ์รีบห้ามเพื่อน เพราะตอนนี้เธอเหนื่อยมากหลังจากที่ใส่เกียร์หมาวิ่งมาให้ทันเข้าเรียนในคาบบ่ายคลาสวันนี้จะมีวิทยากรมาบรรยายพิเศษให้นักศึกษาซึ่งทางอาจารย์ที่ปรึกษาได้บังคับให้ทุกคนเข้าร่วมฟัง......เสียงฮือฮาดังขึ้นเรียกสายทั้งสามสาวต้องหันไปมอง
“พระเ้า!!! อย่างเท่” ฟ้าใสตะลึงในความหล่อคน
“เบ้าหน้า ฟ้าประทานสุดๆ”
“เฮ้ย! มาได้ไงเนี่ยะ” มาริสาทำหน้าแปลกใจแต่ก็ส่งยิ้มให้ร่างสูงใหญ่ใส่สูทเนี้ยบตามฉบับของนักธุรกิจหนุ่มใหม่ไฟแรง
“ซวยแล้ว O_O” อัญญาวีณ์สบถออกมาอารมณ์เหมือนเด็กน้อยกำลังจะโดนจับได้ว่าทำผิดมาเธอทำท่าจะลุกจากที่นั่งแต่ก็ไม่ทันเสียแล้ว…
“ถ้านักศึกษามาครบแล้วเราจะเริ่มบรรยายหัวข้อพิเศษกันเลยนะครับ”เสียงทุ้มต่ำสะกดให้ทุกคนในห้องเรียนเงียบพร้อมที่จะตั้งใจฟังการบรรยายกันทุกคน
“ยังไงเนี่ยะ...ทำไมถึงเป็อีตาบ้านี่ไปได้เขาเป็อาจารย์ด้วยเหรอ โอ๊ยตายๆ ยัยอัญ นะ ยัยอัญ”
“แกบ่นอะไรของแกยัยอัญ” มาริสาเอียงคอไปกระซิบถามเพื่อน
“ช่างเหอะ! วันนี้น่าจะซวย”
“ซวยไรว่ะ” ฟ้าใสยื่นหน้าเข้ามาหา“แต่ฉันว่าน่าจะโชคดีมากกว่า ดูสิมีอปป้ามายืนทำหน้าหล่อให้ดูทั้งชั่วโมงวันนี้ฟ้าใสจะตั้งใจเรียนเลยค่ะ”
“ดีกับผีนะสิ”อัญญาวีณ์กรอกตามองบนทำปากเบ้ใส่คนที่กล่าวถึง
“ฮึ่ม..นักศึกษาคนนั้นจะเริ่มเรียนได้รึยังครับถ้าไม่พร้อมเชิญออกไปจากห้องได้เลยนะครับ” รณชัชพูดพร้อมผายมือออกไปทางประตูทางออกของห้องเรียน
“เอ่อ...พะ พร้อมค่ะ” คนถูกตำหนิพูดจบก็หลบสายตาเข้มนั่นทันที
เวลาผ่านไปร่วมชั่วโมงการบรรยายดำเนินมาถึงถึง่ท้ายผู้บรรยายพิเศษเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้สอบถามแสดงความคิดเห็นหลังจากที่ได้ฟังการบรรยาย
“มีใครสงสัยจะสงสัยอะไรไหมครับ อ่อ!ยกเว้นคำถามเื่ส่วนตัวผมไม่ขอตอบนะครับ” พูดจบเสียงฮือฮาก็ดังขึ้นสายตาคมจดจ้องไปยังหญิงสาวที่เอาแต่ก้มหน้าก้มตาเขียนอะไรสักอย่างลงบนสมุดโน้ตเขาจึงเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าโต๊ะโดยที่เ้าตัวยังไม่รู้
‘คนเฮงซวย คนเฮงซวย คนเฮงซวย’
หญิงสาวก้มหน้าไม่ได้สนใจใครตรงหน้าเลยปากขมุบขมิบมือก็เขียนประโยคเดิม ๆ ซ้ำๆ ลงในสมุดโน๊ต
“แก....”มาริสาที่นั่งติดกันกระทุ้งศอกใส่อัญญาวีณ์ทันที
“ว่าาาาา”
“แก หยุดก่อนดิ๊!” ฟ้าใสเอ่ยห้ามเพื่อน
“นี่ก็ อะไร!” อัญญาวีณ์หันไปถามเพื่อนเสียงแข็ง
“ถ้าไม่มีใครสงสัยอะไรทุกคนเลิกคลาสได้ ยกเว้นอัญญาวีณ์ อยู่ก่อน”
“ห๊ะ......เพื่อ? ” นักศึกษาต่างแยกย้ายพากันออกจากห้องบรรยายมาริสาสบตามองอาจารย์หนุ่ม จากนั้นเธอจึงสะกิดฟ้าใสให้ลุกออกไปทันที
“ดะ เดี๋ยวสิพวกแก ไม่รอกันเหรอ” สองสาวเพื่อนสนิททำมือชี้นกชี้ไม้ออกไปทางประตู ร่างบางนั่งก้มหน้ามือทั้งสองกำไว้แน่นเหมือนกลัวความผิดอะไรบางอย่าง
“เงยหน้าขึ้นมาครับ”
“อะ อาจารย์เรียกหนูไว้ทำไมคะ” อัญญาวีณ์เอ่ยถามเสียงตะกุกตะกักเผลอเรียกแทนตัวเองว่า ‘หนู’ กับเขา
“ฟังบรรยายรู้เื่ไหมวันนี้?”
“รู้ค่ะ”
“แน่ใจว่ารู้เื่ ทำไมไม่เห็นจดอะไรลงในสมุดเลย”
“พอดีเป็คนหัวไว ฟังแล้วก็เข้าใจเลยค่ะ”
“คนเฮงซวย นี่ใคร” ชายหนุ่ม ดึงสมุดบนโต๊ะของเธอพร้อมเอ่ยถามทันที
“ผมถามว่าใคร”
“จะใครละก็คุณไง อ๊ะ....มะ ไม่ใช่ๆ ”หญิงสาวรีบแก้ตัวที่ปากไว >_<? ก็ใครใช้ให้ถามย้ำอยู่นั่นแหละ
“ยังไม่หายโกรธสินะ”เขาไม่พูดเปล่าแต่โน้มตัวลงไปพูดเบาๆ จนใบหน้าทั้งสองห่างกันนิดเดียวก็จะชนกันแล้ว
“นี่คุณ ขยับออกไปห่างๆ ฉันเดี๋ยวหน่อยสิ”
“บอกมาก่อนให้ผมทำยังไง คุณถึงจะหายโกรธผม”
“ไม่!”
“ถ้าไม่บอกก็ไม่ขยับ”ชายหนุ่มเอาแขนสองข้างยันลงไว้กับโต๊ะ
Rrrrrr!
เสียงสั่นของมือถือเขาดังขึ้นเขาจึงยกมือถือมารับสายอัญญาวีณ์ได้จังหวะจึงรีบดันตัวเองออกจากโต๊ะพร้อมวิ่งออกไปอย่างไวชายหนุ่มแอบยกยิ้มมุมปากชอบใจที่เห็นหญิงสาวทั้งเขินทั้งกลัวที่โดนเขาแกล้ง
“อืม ฉันกำลังจะลงไป”
ชายหนุ่มกรอกเสียงเข้มให้ปลายสาย ‘คิดว่าจะหนีพ้นเหรอ ยัยตัวแสบ’
[ใต้ตึกคณะบริหาร]
สามสาวมารวมตัวกันที่ใต้ตึกคณะบริหารโต๊ะไม้ยาวขาไขว้ติดม้านั่งถูกจับจองเป็ที่นั่งประจำเมื่อมาเรียน
“แก เมื่อกี้อาจารย์หน้าหล่อคนนั้นเขาเรียกแกไว้ทำไมอะ”
“ฟ้าใส อย่าไปเรียกว่าอาจารย์เลยเ้าเล่ห์เสียขนาดนั้นหน้าไม่ให้เลยสักนิดะไรหรอก”
“เดี๋ยว ๆแกไปมีอคติกับคนที่เพิ่งเจอครั้งแรกแบบนั้นได้ไง”
“ครั้งแรกอะไรละ ไอ่คนบ้า-คนเฮงซวย วันนี้ฉันเจอเขามาสองครั้งแล้ว”
“ถ้าฉันรู้ว่าเขาคือคนที่จะมาบรรยายพิเศษวันนี้ฉันขอชิ่งไม่เข้ามานั่งฟังให้ระคายหูหรอก”
“หมายความว่าไง เจอสองครั้ง” ฟ้าใสทำหน้าสงสัย
“ก็ที่ฉันเข้าเรียนสายก็เพราะมัวแต่ไปยืนเสียเวลาทะเลาะกับอีตาอาจารย์พิเศษใส่ไข่อะไรนั่นที่ร้านกาแฟไงละ”
“ยังไง...ไหนเล่า” มาริสาที่จู่ ๆ ก็วางมือถือลงทันทีเพราะเธอสนใจประเด็นที่เพื่อนสาวพูดออกมาอัญญาวีณ์เล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นใน่เที่ยงก่อนเข้าห้องเรียนให้เพื่อนรักทั้งสองฟัง
“ฮ่าฮ่าฮ่า....ยัยอัญ แกเจอบุพเพอาละวาด เข้าแล้วแน่ ๆจังหวะแบบนี้ฉันเห็นในซีรีย์บ่อย ๆ” ฟ้าใสเอ่ยขึ้นมา
“ใช่แก แล้วพระเอกก็ตกหลุมรักนางเอกทันทีอารมณ์แบบอะไรนะนึกก่อน อ่อ Love at first bite (เลิฟ แอทเฟิร์ท ไบท์) รักั้แ่กัดครั้งแรก ฮ่าฮ่าฮ่า” มาริสาเอ่ยแซวเพื่อนจนเพื่อนน่าแดงเป็ลูกตำลึงสุก
“ไอ้บ้า love at first sight (เลิฟแอท เฟิร์ท ไซท์) โว้ย! มากง มากัด ครั้งแรกอะไร”
“แหม.... แก้เองเสียด้วย แล้วแกใจสั่นไหมตอนที่โดนจู่โจมใกล้ๆ แบบนั้น” มาริสาย้ำเข้าไปอีก
“...”
“แหนะ เขิน เขินจนหน้าแดงเลย”สีหน้าของหญิงสาวทั้งเขินทั้งอายจนหน้าแดงเป็ลูกตำลึงสุก
“ไอ้เพื่อนบ้า ขง เขิน อะไร ใคร เขิน ไม่มี๊!”
“จ๊ะ ไม่เขินเนอะ แต่หน้านี่แดงไปแล้ว”ฟ้าใสแซวจบก็หัวเราะเยาะทันที
“ว่าแต่วันนี้ ที่นัดกันไว้คอนเฟิร์มมะ”มาริสาเอ่ยถามเพื่อนสาวถึงนัดที่เคยพูดไว้เมื่อสองสามวันก่อนว่าสุดสัปดาห์ก่อนสอบไฟนอลจะไปหาที่ผ่อนคลายสมองก่อนอ่านหนังสือสอบแบบจริงจังทุกคนตกลงกันไว้ว่าจะไปผับของพี่ชายมาริสาที่เป็หุ้นส่วนอยู่ที่นั่น
“อืม ตามนั้น ว่าแต่คุณหนูฟ้าใสยังไงละคะ จะไปไหม”
“คนสวยพลาดได้ไง ว่าแต่แกจองโต๊ะไว่รึยังยัยริสาไปถึงแล้วไม่มีโต๊ะให้นั่ง ก็ไม่ไหวปะ”
“แหม ระดับนี้แล้ว VVIP ไปเลยสิจ๊ะสาว”เสียงกรี้ดกร้าดชอบใจดังขึ้น
“กรี๊ดดดด สุดยอดจ้าเพื่อน สวย รวย มากแม่”สามสาวนั่งหัวเราะขึ้นมาพร้อมกัน
พวกเธอถกเถียงเื่ชุดที่จะใส่ไปเที่ยวคืนนี้แน่นอนว่าคงจัดใหญ่จัดเต็มขิงใส่กันสุดๆ
+++++++++++++++++++++