17.บทที่ 17
หลี่เฟยหย่าใช้ชีวิตวัยทารกที่ผ่านมาอย่างราบรื่น และมีความสุขมาก ครอบครัวของเธอทุกคนทุ่มเทความรักมาที่เธออย่างมากมาย มีเล่นสนุกกับพี่ชายทั้งสองและเฉินหวงช่างที่มาหาที่บ้านบ่อยๆ ด้วย
ที่ผ่านมาเธอได้แอบนำ น้ำตกมรกตแช่ดอกกล้วยไม้ให้ทุกคนรอบตัวกินทุกคนแล้ว รวมถึงครอบครัวของคุณแม่เธอและครอบครัวเฉินด้วย ยามที่พวกเขามาหาที่บ้าน
และได้บอกเื่มิติของเธอ ให้ครอบครัวได้รู้แล้ว ในวันเกิดอายุครบสิบปีของพี่ชายทั้งสอง ในตอนที่เธออายุหนึ่งขวบ และพาพวกเขาท่องเที่ยวในมิติอย่างสนุกสนานเลยทีเดียว คุณพ่อคุณแม่และคุณปู่คุณย่าชอบที่นั่นมาก
แต่ที่ที่คุณปู่และคุณพ่อชอบที่สุดคือ ห้องลับในห้องทำงานพ่อคนเก่าของเธอ ที่นั่นคือห้องสุดโปรดของพวกเขาทั้งสองเลยทีเดียว เพราะชอบมาทำสายตาสื่อความหมาย ขอเข้ามิติโดยไม่กล้าพูดออกมาบ่อยๆ ในวันหยุด
คุณย่าและคุณแม่ดูจะชอบห้องของห้างสรรพสินค้า ที่สุด ตามประสาสาวๆ ชอบการช็อปปิ้ง
ส่วนพี่ชายทั้งสอง เธอได้ทำตามความคิดครั้งนั้น ตอนที่ได้มิติมาครั้งแรก คือการพาพวกเขาไปล่องเรือในห้องสุดท้ายห้องโปรดของเธอ
และแน่นอนว่านี่คือ ของขวัญวันเกิดแสนวิเศษสำหรับพี่ชายทั้งสองคนของเธอ และสุดท้ายเธอได้พาทุกคนเข้าไปพักผ่อนในมิติ ในทุกวันหยุดที่ทุกคนอยู่พร้อมหน้ากัน ั้แ่ตอนนั้นจนถึงปัจจุบัน ที่ตอนนี้เธออายุครบห้าขวบแล้ว
ปีนี้เป็ปี1965 ปลายๆ ปีแล้ว เธอไม่แน่ใจว่าเหตุการณ์ปฏิวัติวัฒนธรรม เริ่มต้นจริงๆ คือั้แ่เมื่อไรรู้แต่เหตุการณ์สำคัญ และวันที่ปฏิวัติคือต้นปีหน้า
และบุคคลในประวัติศาสตร์ ที่ทำการปลุกปั่นยุวชนปัญญาชนในตอนนั้น จะมีตัวตนอยู่ในโลกใบนี้ด้วยรึเปล่า แต่เธอจะไม่ประมาทเด็ดขาด ถึงจะไม่มีบุคคลเ่าั้ แต่เหตุการณ์ต่างๆ ในตอนนี้ มันก็มีเคล้าว่าจะเกิด กันไว้ก่อนดีกว่า
“คุณปู่ ท่านเทพมีสิ่งนี้ส่งมาให้คุณปู่และคุณพ่อด้วยค่ะ ท่านเทพบอกว่าสิ่งนี้สำคัญมาก”
และแน่นอนการป้องกันที่ดีที่สุด คือการบอกคุณปู่และคุณพ่อของเธอ หลังจากที่ทุกคนทานอาหารเย็นกันเรียบร้อยแล้ว ก่อนมารวมกันในห้องนั่งเล่น โดยการอ้างท่านเทพพวกเขาเชื่อแน่นอน ด้วยเหตุการณ์น่าเหลือเชื่อในมิติของเธอด้วย
เมื่อคุณปู่หลี่รับเอกสารจากหลานสาวมาอ่านแล้วก็ได้แต่ใ ถึงรายชื่อบุคคลในกระดาษเหล่านี้เขาจะไม่รู้จัก แต่ก็มีบุคคลที่เข้าเคล้าว่าอาจจะก่อเหตุร้ายขึ้นกับประเทศเหมือนบุคคลเหล่านี้อยู่
เมื่ออ่านจบแล้วคุณปู่หลี่ก็รีบส่งต่อให้ลูกชายอ่านต่อ เพื่อให้เขารับรู้เื่สำคัญอย่างร้อนใจ
“แล้วท่านเทพได้บอกอะไรหลานอีกรึเปล่าหย่าเออร์”
คุณปู่หลี่ถามหลานสาว เผื่อท่านเทพจะบอกอะไรเพิ่มมาอีก
“ท่านฝากบอกคุณปู่ว่าอาจหยุดคนที่ปลุกปั่นไม่ได้แล้ว แต่ก็ยังสามารถหยุดเหตุการณ์รุนแรง ในหลายๆ เมืองได้ อย่างเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นที่ปักกิ่งค่ะ”
“ได้ปู่รับรู้แล้วฝากหลานบอกท่านเทพด้วย ว่าปู่ขอบคุณท่านด้วยที่มาเตือนสิ่งที่จะเกิดในอนาคตทั้งหมด”
ถูกต้องแล้วเธอได้บอกสิ่งที่เกิดขึ้นในอนาคตทั้งหมดกับคุณปู่ ด้วยการเข้ามิติใช้คอมพิวเตอร์ ที่อินเทอร์เน็ตยังใช้งานได้ปกติ เสิร์ชหาและปริ้นเอกสารแต่สิ่งสำคัญๆ ออกมาให้คุณปู่ได้อ่านมัน
เธอก็ทำได้แค่นี้ที่เหลือ ก็ส่งต่อให้คุณปู่และคุณพ่อวางแผนจัดการได้เต็มที่ พวกเขาที่เป็ทหารกองทัพปลดปล่อยประชาชน ที่ยศสูงขนาดนี้จะต้องจัดการได้แน่นอน
เพราะในโลกเดิมทหารกองทัพนี้ ก็เป็ส่วนช่วยในสมัยปฏิรูปประเทศเช่นกัน
สมาชิกครอบครัวที่เหลือ นอกจากคุณปู่คุณพ่อแล้วล้วนแต่ไม่เข้าใจ ว่าคุณปู่ทำไมดูร้อนใจมากขนาดนี้
“คุณแม่อ่านก่อนสิครับ แล้วให้คนที่เหลืออ่านต่อ แต่ทุกคนต้องอย่าพูดเื่นี้ ให้คนอื่นรู้เด็ดขาดนะครับ”
หลี่เฟยหรงที่อ่านจบแล้ว ส่งต่อเอกสารให้คุณย่าจางอ่านต่อ ไขข้อสงสัยได้ทันที
“แล้วพวกเราละคะคุณ ต้องย้ายออกจากปักกิ่งกันรึเปล่า เหตุการณ์พวกนี้นี่มันรุนแรงมาก ถ้าเหตุการณ์พวกนี้เกิดขึ้นจริง เราอยู่ที่นี่จะปลอดภัยรึเปล่า”
คุณย่าจางถามออกมาอย่างร้อนใจ เป็ห่วงความปลอดภัยของทุกคนเป็ที่สุด เมื่อทุกคนอ่านจนจบหมดแล้วก็มีความวิตกกังวลทันที
“อยู่ที่นี่น่ะปลอดภัยที่สุดแล้ว ถ้าย้ายไปที่อื่นก็เกิดเหตุการณ์แบบนี้เหมือนกัน ที่นี่มีเป็เขตพิเศษย่านนี้มีแต่บุคคลระดับสูง พวกเขาย่อมต้องปกป้องที่อยู่อาศัยของตัวเองให้ดีที่สุดอยู่แล้ว”
คุณปู่หลี่เอ่ยปลอบใจคุณย่าจาง บอกถึงความปลอดภัยของที่ตั้งของคฤหาสน์หลังนี้ และที่นี่ก็มีกำแพงสูงล้อมรอบด้านและมีคนเฝ้าหน้าประตูใหญ่ตรวจคนเข้าออกเป็ประจำอยู่ด้วย
“ใช่ครับที่นี่ต้องปลอดภัยที่สุดแน่นอนครับ คุณแม่วางใจได้ ผมจะจัดการให้ดีที่สุดครับ”
หลี่เฟยหรงบอกคุณแม่ของเขา ก่อนที่จะกุมมือภรรยาที่นั่งอยู่ข้างๆ อย่างปลอบใจ
พวกเด็กๆ เมื่อได้ยินผู้ใหญ่บอกว่าปลอดภัยแน่ๆแล้ว จึงไม่อยากจะกลัวมากจนเกินไป พวกเขายังเด็กยังทำอะไรไม่ได้มากนัก ทำดีที่สุดคือ่นี้จะไม่ออกไปนอกเขตพิเศษนี้ หากไม่มีเื่จำเป็
เมื่อทุกคนวางใจแล้วก็แยกย้ายกันไปนอน เ้าน้อยหลี่เฟยหย่าที่ห้าขวบแล้ว แต่พ่อแม่ที่รักลูกสาวประดุจดวงใจนั้น ในทีแรกไม่ยอมให้แยกห้องสักที จนเ้าตัวน้อยต้องร้องไห้งอแง ถึงได้ยอมจัดห้องใหม่ให้เพื่อแยกห้องนอนกันเมื่อสองเดือนก่อน
จะไม่ให้เธอแยกห้องนอนั้แ่ห้าขวบได้ยังไงไหว พ่อแม่เธอที่รักกันมากขนาดนี้ พวกเขาแสดงความรักกันบ่อยจนเธอทนนอนด้วยต่อไปไม่ไหว เธอทนมาหลายปีแล้ว คนโสดแบบเธอจะไม่ยอมอีกต่อไป!
่นี้เป็่ปิดเทอม แต่อีกสองสัปดาห์โรงเรียนก็จะเปิดแล้วเช่นกัน หลี่เฟยหย่าจึงอยู่บ้านอย่างไม่เงียบเหงากับคุณแม่ของเธอแค่สองคน ส่วนคุณย่านั้นจะมีสังคมแม่บ้านทหารด้วยกัน บางทีก็จะชวนเธอกับคุณแม่ไปด้วยกันบ่อยๆ
วันนี้อากาศดีจึงชวนกันไปเล่นที่สวนสาธารณะในเขตพิเศษนี้ ที่ตั้งอยู่กลางย่านเป็สวนใหญ่มาก พวกเด็กๆ จึงชอบชวนกันไปเล่นบ่อยๆ ที่นั่นมีกลุ่มเด็กเล็ก หรือกลุ่มเด็กวัยรุ่นมาที่นี่ด้วย แต่เพราะสวนมันใหญ่และมีต้นไม้เยอะ จึงไม่ค่อยได้เจอกันบ่อยนัก
“พี่ใหญ่ พี่รอง หย่าเออร์พร้อมแล้วค่ะ เราไปชวนพี่ช่างไปเล่นด้วยกันด้วยนะคะ”
หลี่เฟยหย่าที่แต่งตัวเตรียมออกไปเล่นข้างนอกเรียบร้อยแล้ว ก็วิ่งตุบตับเข้ามาในห้องประจำที่พี่ชายทั้งสองรออยู่
“ตกลง เราไปหาอาช่างที่บ้านของเขากันก่อนแล้วค่อยไปที่สวน”
เมื่อตกลงกันได้แล้ว ก็พากันเดินไปที่คฤหาสน์ตระกูลเฉิน ที่อยู่อีกฟากฝั่งของถนนตรงข้ามกันกับบ้านของพวกเธอ
“ไปหาพี่ช่างกัน!”
พูดจบเ้าตัวน้อยแสนคึกคักก็วิ่งอย่างร่าเริงนำหน้าพี่ชายไปทันที โดยไม่รอพี่ชายที่ต้องขนตะกร้าอาหาร และผ้าปูไปด้วยอีก
“หย่าเออร์น้องอย่ารีบวิ่งขนาดนั้นเดียวก็ล้มเอาหรอก!”
หลี่เฟยฮุ้ยะโบอกน้องสาว เมื่อเห็นเ้าตัวน้อยวิ่งตื๋อนำหน้าไป
**********************