สวรรค์นิรันดร์กาล

    ทำข้อตกลงกับจักรพรรดิสุรา

            เมื่อเห็นว่าผู้อาวุโสดาบเล่มที่6 ปรากฎตัวชายชราขี้เมาก็หาได้แสดงความหวาดกลัวออกมายังยกสุราขึ้นมาดื่มก่อนจะกล่าวออกไป

            “จะมีเรื่องอะไรซะอีกศิษย์และผู้อาวุโสนิกายของเจ้าต้องการจะจับหญิงสาวผู้นั้นไปเป็นผู้หญิงให้กับหลานชายของมันนั่นก็คือสวะที่อยู่ตรงนั้นและเขายังต้องการให้ชายหนุ่มคนนั้นไปเป็นทาสอีกด้วยน่าเสียดายที่อีกฝ่ายกลับแข็งแกร่งกว่าจึงถูกสังหารลงเท่านั้นเอง” ชายชราขี้เมากล่าว

            “ถึงกับมีเรื่องแบบนี้บัดซบเจ้าเป็นผู้อาวุโสของนิกายทำไมถึงยอมให้เกิดเรื่องเลวร้ายแบบนี้ชื่อเสียงที่ท่านบรรพชนสะสมมานับพันปีถูกทำลายเพราะพวกเจ้า” ผู้อาวุโสดาบเล่มที่หกคำรามด้วยความโกรธก่อนจะซัดฝ่ามือออกไป

            ร่างของเว่ยหยางและเว่ยซงถูกพลังดาบทำลายตันเถียนลงพร้อมกับกลายเป็นคนพิการทันทีส่วนผู้อาวุโสของนิกายดาบก็ถูกฝ่ามือตบลงไปที่หน้าทำให้ร่างกระเด็นออกไป

            “เรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดเป็นความผิดของนิกายดาบเองพวกเราได้ทำโทษผู้ที่ทำผิดแล้วขอให้ทุกท่านให้อภัยในสิ่งที่เกิดขึ้นด้วย” ดาบเล่มที่ 6 กล่าว

            “ลงมือรวดเร็วเสียจริงแต่ก็สมแล้วละนะเป็นการแสดงที่ดี”ผู้อาวุโสของนิกายสัตว์ร้ายและนิกายมารโลหิตเห็นว่าไม่สามารถเล่นงานได้มากกว่านี้จึงถอยออกไป

            “ส่วนพวกท่านทั้งสองพวกเราต้องขออภัยด้วยจริงข้าอยากจะเชิญทั้งสองไปเป็นแขกของนิกายดาบและเลี้ยงอาหารสักมื้อ” ดาบเล่มที่ 6 กล่าวกับพวกฉางเฟิง

            “ไม่เป็นไรในเมื่อคนทำผิดได้รับการลงโทษแล้วข้าก็จะไม่ถือสา” ฉางเฟิงกล่าวและจูงมือมู่หลานจากไปเช่นกัน

            “การแสดงอันอ่อนหัดพวกเจ้าคิดจะตบตาคนอื่นได้แต่ตบตาข้าคนนี้ไม่ได้หรอกนะ” ชายชราขี้เมาหัวเราะและเดินจากไปเช่นกัน

            ดาบที่6 มองไปที่ชายชราขี้เมาแต่ก็ไม่สามารถสัมผัสได้ถึงพลังของอีกฝ่ายเลยแต่ดาบที่ 6 ก็รู้ว่าอีกฝ่ายย่อมไม่ธรรมดาแน่ไม่งั้นคงไม่กล้าหาเรื่องนิกายดาบแบบนี้

            “ไปสืบมาว่าสองคนนั้นเป็นใครถ้าอีกฝ่ายไม่มีผู้แข็งแกร่งหนุนหลังพวกเราจะปล่อยให้พวกมันมีชีวิตอยู่ไม่ได้ ใครก็ตามที่กล้ามาทำให้นิกายดาบเสียชื่อข้าจะไม่ปล่อยเอาไว้”ดาบเล่มที่ 6 กล่าวขึ้น

            “ข้าจะรีบดำเนินการเดี๋ยวนี้”ผู้อาวุโสนิกายดาบกล่าว

            ชายชราขี้เมาที่กำลังเดินไปยกยิ้มอย่างชั่วร้ายก่อนจะเปลี่ยนเส้นทางตรงไปทางฉางเฟิงฉางเฟิงเองก็เดินหาซื้อสมุนไพรหายากเพื่อนำไปปลูกในภาพสวรรค์นิรันดร์

            “นายน้อยชายชราคนนั้นกำลังตามมา”เสี่ยวเฉ่ยกล่าว

            “ข้ามองเขาไม่ออกเขาอยู่ระดับจักรพรรดิงั้นหรือ” ฉางเฟิงกล่าว

            “ไม่ผิดนายน้อยต้องการให้ข้าลงมือหรือไม่”

            “ยังไม่ต้องรอดูก่อนว่าเขามาดีหรือมาร้าย” ฉางเฟิงกล่าว

            “มีอะไรอย่างงั้นเหรอ”มู่หลานสงสัยเมื่อเห็นฉางเฟิงและเสี่ยวเฮ่ยกระซิบกัน

            “ไม่มีอะไรมากหรอกพวกเราไปเถอะข้าได้สมุนไพรที่ต้องการแล้ว”ฉางเฟิงกล่าว

            ฉางเฟิงและมู่หลานเดินไปยังจุดที่ลับตาคนของเมืองดาบและหยุดลงมู่หลานไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นแต่ย่อมรู้สึกได้ว่ามีบางอย่างไม่ปกติ

            “ผู้อาวุโสออกมาเถอะ”ฉางเฟิงกล่าว

            “สมแล้วละนะที่มีพลังจิตถึงระดับราชันขั้นที่9 สามารถสัมผัสถึงตัวตนของข้าได้” ชายชราถือไหเหล้าเดินออกมาจากเงามืด

            “ไม่ทราบว่าท่านตามข้ามาตลอดทางมีธุระอะไรงั้นเหรอ”ฉางเฟิงกล่าว

            “แล้วเจ้าคิดว่าไงละ”ชายชราขี้เมายิ้มออกมาขณะดื่มเหล้าลงไป

            “คงไม่ได้มาเพื่อขอซื้อเหล่าจากข้าหรอกนะ”ฉางเฟิงกล่าว

            “ไม่ผิดข้ามาซื้อเหล้าจากเจ้า เหล่าหวนคำนึกของเจ้ามันยังเหลืออยู่อีกหรือเปล่า” ชายชราชี้เมากล่าว

            “เหล้าหวนคำนึกนอกจากอาจารย์ของข้าแล้วก็มีเพียงองค์หญิงเย่เฉียนที่ได้รับไปจากข้าท่านคืออาจารย์ของนาง จักรพรรดิสุรางั้นเหรอ” ฉางเฟิงกล่าว

            “ยอดเยี่ยมสมแล้วที่เป็นศิษย์ของตาแก่ซงเทียนเจ้าฉลาดและแข็งแกร่งตามที่ตาแก่นั่นโม้มาจริงๆ”จักรพรรดิสุราหัวเราะ

            “แล้วผู้อาวุโสต้องการอะไรจากข้า”ฉางเฟิงกล่าว

            “ข้าก็บอกไปแล้วนี่ว่าต้องการซื้อสุราจากเจ้าสุราหวนคำนึงของเจ้ามันยอดเยี่ยมมากเป็นสุราที่ข้าไม่เคยเจอมาก่อนในชีวิตแน่นอนถ้าเจ้าขายสูตรหมักให้กับข้า ข้าจะจ่ายให้กับเจ้าอย่างงาม” จักรพรรดิสุรากล่าว

            “ข้าสามารถให้ท่านได้แต่ท่านจะต้องหาสมุนไพรโกลาหลมาแลก” ฉางเฟิงกล่าว

            “สุราโกลาหลงั้นเหรอเจ้าจะเอาสมุนไรพวกนั้นไปทำไม สมุนไพรไร้ค่าแบบนั้นไม่มีใครเขาอยากจะได้หรอกนะ”จักรพรรดิสุรากล่าว

            “ทำไมถึงไร้ค่า”ฉางเฟิงงุนงง

            สมุนไพรโกลาหลนั้นเป็นสมุนไพรหายากและยังมีคุณค่าอย่างมากแต่จักรพรรดิสุรากลับบอกไร้ค่า

            “ในดินแดนเซียนสมุนไพรโกลาหลถือว่ามีค่าก็จริงแต่ที่นี่มันไร้ค่าเพราะไม่มีนักปรุงยาคนใหนสามารถกลั่นมันได้แม้ต่อให้กลั่นมันได้เจ้าคิดว่าใครจะดูดซับมันได้ละ” จักรพรรดิสุราส่ายหัว

            “คุณสมบัติของโกลาหลคือสับสนวุ่นวายไม่แน่นอนหากดูดซับก็จะทำให้พลังในร่างวุ่นวายเช่นกันและหากไม่สามารถควบคุมพลังในร่างได้ธาตุไฟจะเข้าแทรกและอาจจะบาดเจ็บถึงชีวิต”มู่หลานกล่าว

            “มีเรื่องแบบนี้ด้วย”ฉางเฟิงแปลกใจ

            “มีเพียงฝึกฝนกลายเป็นเซียนที่ยกระดับร่างกายสายเลือดและวิญญาณให้เหนือขอบเขตมนุษย์ไปแล้วเท่านั้นถึงจะใช้สมุนไพรโกลาหลได้”จักรพรรดิสุรากล่าว

            “แต่สำหรับข้านั้นไม่ใช่ข้าต้องการมัน” ฉางเฟิงกล่าว

            “ข้าไม่มีมันหรอกแต่ข้ารู้ว่ามันอยู่ที่ใหน” จักรพรรดิสุรากล่าว

            “ที่ใหน”

            “ในมิติลับที่กำลังจะเปิดในสวนสมุนไพรนั่นมีสมุนไพรโกลาหลอยู่หลายต้นทีเดียว”

            “แล้วข้างในนั้นมีศิลาโกลาหลหรือไม่”

            “นั่นข้าก็ไม่รู้หรอกแต่ภายในคลังสมบัติน่าจะมีแต่หากเจ้าอยากจะเข้าไปต้องทำการทดสอบแห่งความตายให้ได้เสียก่อน”

            “การทดสอบแห่งความตาย???”

            “มันก็ไม่ได้ซับซ้อนอะไรถ้าไม่ผ่านก็คือตายถ้าผ่านเจ้าจะได้รับมรดกทั้งหมดของที่นั่นแต่หลายพันปีมานี้ไม่มีใครทำสำเร็จในอดีตลูกหลานของเซียนได้เดินทางมาเพื่อลองท้าทายแต่ผลสุดท้ายเหอะ แม้แต่ศพก็ยังเก็บไปไม่ได้” จักรพรรดิสุรากล่าว

            “ถ้าผู้อาวุโสนำทางข้าไปได้ข้าจะมอบสุตณการหมักให้” ฉางเฟิงกล่าว

            “ข้าสามารถพาเจ้าไปได้แต่ข้าจะไม่ช่วยเหลือในการเก็บเกี่ยวสมุนไพรหรือมรดกเด็ดขาด”

            “ไม่มีปัญหาขอแค่ท่านคอยปกป้องข้าและนางในตอนที่ข้ากำลังทดสอบก็พอ”

            “เจ้าหมายถึงนิกายดาบและอีกสองนิกาย”

            “ใช่”

            “ฮ่าฮ่า ดูเหมือนเจ้าเองก็รู้สินะว่าพวกมันไม่คิดจะปล่อยเจ้าไป” จักรพรรดิสุราชื่นชมในตัวฉางเฟิงมากขึ้น

            “ปากอ้างคุณธรรมแต่แววตากลับโหดเหี้ยมแล้วแบบนี้ข้าจะไปเชื่อใจพวกเขาได้อย่างไร”ฉางเฟิงกล่าว

            “ดีข้าจะคอยปกป้องพวกเจ้าสองคนจากเจ้าพวกนั้นเอง” จักรพรรดิสุรารับปากทันที

            ขอแค่ได้รับสูตรหมักสุรามาจักรพรรดิสุราคิดว่าเรื่องนี้มันคุ้มค่ามาก

    คล้ายกับเรื่องสวรรค์นิรันดร์กาล ที่คุณอ่าน