4
หลังจากนั้นสองสามีภรรยาก็กลับเข้าไปในบ้านตนเอง
เสวี่ยหงถอนหายใจด้วยความโล่งอก ก่อนจะลุกขึ้นมาเก็บกวาดกองเืบนพื้น และเมื่อทำเสร็จ เธอก็ได้ยินเสียงระบบดังขึ้น
ติ๊ง!
ยินดีด้วยค่ะ โฮสต์ได้ปลดล็อกทักษะการปิดบัง และทักษะทำความสะอาดแล้วค่ะ
‘หือ? มันคืออะไร ขอดูหน่อยสิหลิงปา’
‘ได้ค่ะ’
แล้วหน้าจอโฮโลแกรมก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าเสวี่ยหง บนนั้นมีข้อมูลเกี่ยวกับตัวเธออยู่
โฮสต์: หลี่เสวี่ยหง
สภาพร่างกาย: กำลังขับของเสียและบำรุงกำลัง
ทักษะปลดล็อก:
ทักษะปิดบัง: 2/10
ทักษะทำความสะอาด: 1/10
“อย่างกับหน้าโปรไฟล์ตัวละครในเกมเลยแฮะ แต่แบบนี้ก็ดี ว่าแต่ หลิงปา คะแนนที่ได้มาจากไหนงั้นเหรอ”
‘มาจาการกระทำของโฮสต์ค่ะ วันนี้โฮสต์ทำการปิดบังและบ่ายเบี่ยงประเด็นถึง 2 ครั้ง และทำความสะอาดบ้าน 1 ครั้ง จึงปลดล็อกทักษะและได้คะแนนอย่างที่เห็นค่ะ’
“อ้อ เข้าใจล่ะ แล้วจะมีรางวัลไหม” เธอถามอย่างตื่นเต้น
‘มีค่ะ เมื่อโฮสต์ใช้ทักษะด้านต่างๆ ครบตามจำนวนที่กำหนด โฮสต์จะได้รับแต้มคูณสิบจากจำนวนครั้ง พร้อมกับรางวัลพิเศษค่ะ เช่น ถ้าทักษะปิดบังทำครบ 10 ครั้ง คูณ 10 โฮสต์ก็จะได้ 100 แต้ม ส่วนรางวัลพิเศษจะมาจากการสุ่มค่ะ’
เสวี่ยหงทำหน้ายู่ รางวัลพิเศษน่ะไม่เป็ไรหรอก สุ่มก็สุ่มไปเถอะ แต่แต้มที่ได้นี่สิ ทำไมมันถึงน้อยสวนทางกับที่ต้องใช้เพื่อแลกของจากซูเปอร์มาร์เก็ตในระบบกันล่ะ!
แต่คิดไปคิดมา เสวี่ยหงก็พอเข้าใจได้ ถ้าให้คะแนนเยอะในคราวเดียว ตัวเธอก็คงจะหมดความกระตือรือร้นที่จะปลดล็อกทักษะและทำสิ่งต่างๆ เพื่อให้ได้คะแนนเพิ่ม
เอาเถอะ ถือเสียว่าเป็การเล่นเกมฆ่าเวลา
ถึงมันจะเป็เกมชีวิตก็เถอะ
ปีนี้เป็ปี 1964 เพิ่งผ่านพ้น 3 ปีแห่งความอดอยากมาได้ไม่นาน แต่ในหลายๆ พื้นที่ยังคงขาดแคลนอาหาร ซึ่งนั่นรวมถึงหมู่บ้านหลี่ซวนของเธอด้วย
นั่นเป็เพราะสภาพอากาศที่ไม่เอื้ออำนวย ทั้งลมฝนและความหนาวเย็นทำให้ผลผลิตได้น้อยกว่าเป้า ทั้งยังส่งมอบผลผลิตได้ไม่ทันกำหนด การจัดสรรอาหารจึงทำได้ยาก และชาวบ้านก็ต้องรอรับการเยียวยาจากทางรัฐ
หมู่บ้านของเสวี่ยหงเป็พื้นที่ราบสูง อากาศแห้งและเย็นตลอดปี มีหิมะตกหนัก่ฤดูหนาวและอุณหภูมิอาจลดต่ำมากถึงลบยี่สิบหรือสามสิบ เรียกได้ว่าหนาวเสียดกระดูกและอาจแข็งตายได้หากไม่ระวังให้ดี
เสวี่ยหงจึงเป็กังวลเื่ที่อยู่อาศัยขึ้นมา เพราะห้องเก็บฟืนที่เธออาศัยอยู่มันไม่มีเตียงเตาที่จะให้ความอบอุ่นตลอดฤดูหนาวแสนสาหัส
จริงอยู่ว่าเธอนำผ้านวมหนัก 7 ชั่งมาด้วย ทั้งยังมีกระติกน้ำร้อนอยู่ในมิติ แต่มันก็ไม่อาจเทียบได้กับเตียงเตาที่จุดฟืนไฟไว้ข้างใต้
หากเธอแก้ปัญหานี้ไม่ได้ การใช้ชีวิตให้ผ่านพ้นฤดูหนาวไปให้ได้คงเป็เื่ยากมากทีเดียว
แต่เื่นี้ถึงรีบร้อนไปก็ทำอะไรไม่ได้
อย่างไรเธอก็ต้องขอความช่วยเหลือจากพ่อของเธอ ซึ่งกว่าเขาจะว่างอีกทีก็คือหลังการเก็บเกี่ยวฤดูใบไม้ผลิแล้วเสร็จ และเธอก็ไม่แน่ใจว่าหวังอวี้จะยินยอมให้เธอสร้างเตียงเตา เพราะมันต้องใช้กำลังคนในการสร้าง
นั่นหมายความว่าต้องให้เงินหรืออาหารตอบแทนคนที่มาช่วยอย่างไรล่ะ
สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับตอนนี้คือ...อาบน้ำ
เธอได้กลิ่นคาวเืชัดเจนและรู้สึกเหนียวตัวไม่น้อย แต่หม้อ ฟืน และน้ำอยู่ในบ้านใหญ่ เธอจึงไม่สามารถทำอะไรได้ในตอนนี้
หลี่เสวี่ยหงเอ๋ย เธอนี่ช่างโชคร้ายจริงๆ แม้แต่น้ำดื่มก็ยังไม่มี ไม่ต้องพูดถึงการอาบน้ำเลย
หญิงสาวคิดอย่างทอดถอนใจ ก่อนจะเงี่ยหูฟังคนในบ้าน เมื่อแน่ใจแล้วว่าจะไม่มีใครออกมาจากบ้านอีกอย่างน้อย 20 นาที เธอจึงรีบนำกระติกเก็บน้ำอุ่นออกมาล้างหน้าเล็กน้อย ก่อนจะจิบไปอึกหนึ่งแล้วนำอาหารปรุงสำเร็จที่เหลือจากคราวก่อนออกมาสวาปาม
ร่างกายนี้ไม่ได้กินอะไรมาเกือบ 2 วันแล้ว
ซาลาเปาไส้หมูลูกเท่าฝ่ามือแค่ลูกเดียวก็เพียงพอจะทำให้ท้องเธออิ่มจนตื้อ นั่นเป็เพราะร่างกายนี้ไม่เคยได้กินอิ่มเต็มท้องเลยสักครั้งนับแต่ที่มีแม่เลี้ยงเข้ามาอยู่ร่วมบ้าน
ปกติแล้วเธอจะได้กินเพียงแป้งจี่ที่ทำจากธัญพืชหยาบเคียงกับซุบผักร้อนๆ ไข่หรือเนื้อนั้นไม่ต้องไปนึกถึงเลย เพราะมันไม่เคยตกมาถึงเธอเลยสักครั้ง ไข่และเนื้อส่วนใหญ่จะไปอยู่ในถ้วยของพ่อกับน้องชายทั้งสองคน ส่วนแม่เลี้ยงกับน้องสาวนั้นยังพอได้กินเศษๆ อยู่บ้าง
เสวี่ยหงรีบกินให้เสร็จภายใน 5 นาที หลังจากนั้นก็นั่งรอคนเป็พ่อที่ให้สัญญาว่าจะนำข้าวของจำเป็มาให้
รอไม่นานนัก เธอก็เห็นว่าหลี่ตงเหอเดินแบกหม้อออกมาจากตัวบ้าน การก้าวเดินของเขาทำให้หม้อส่งเสียงดังก๊องแก๊ง เสวี่ยหงจึงพอจะเดาได้ว่า ผู้เป็พ่อคงจะหยิบเอาถ้วยชามช้อนส้อมในส่วนของเธอมาให้ด้วย
‘ก็ยังดีที่พอจะมีความเป็คนอยู่บ้าง’ เสวี่ยหงนึกค่อนขอดในใจ
“อะ นี่ หม้อใบนี้ถึงจะเก่ามากแล้ว แต่มันก็ยังใช้การได้ พวกถ้วยชามอะไรนี่พ่อหยิบส่วนของแกมาให้แล้ว ส่วนถังอาบน้ำกับฟืน เดี๋ยวแม่แกจะเอามาให้ ฉันไปตัดไม้ไผ่ก่อนล่ะ”
“ขอบคุณค่ะพ่อ” เธอแสร้งแสดงท่าทางซาบซึ้ง
หลี่ตงเหอยกมือขึ้นโบก ก่อนจะหมุนกายจากไป ทิ้งหม้อไว้ห่างจากประตูห้องเก็บฟืนพอสมควร
“เหอๆ ไหนบอกว่าไม่น่าจะใช่โรคติดต่อไง” เสวี่ยหงรู้สึกขบขันจนอยากจะหัวเราะออกมาดังๆ แต่ก็ต้องสะกดกลั้นเอาไว้แล้วลุกขึ้นไปหยิบหม้อเข้ามาในห้อง
หม้อใบนี้เป็หม้อขนาดกลาง มีรูอยู่บริเวณปากหม้อหลายรู แต่ก็ยังพอใช้ต้มน้ำและทำอาหารได้
“ดีนะที่ในมิติยังมีกระทะกับหม้อที่เอาจากในห้องพักมาด้วย ไม่อย่างนั้นจะกินอะไรทีคงยากมากทีเดียว” เสวี่ยหงพึมพำกับตัวเองเสียงแ่ ก่อนจะนึกถึงขั้นตอนการทำอาหาร
หากเธอทำอาหารที่มีกลิ่นหอม หรือใช้น้ำมันเยอะจนส่งกลิ่น คนในบ้านย่อมต้องรับรู้ได้ ถ้าอย่างนั้นเธอคงต้องทำทีเป็เข้าป่าไปเก็บของป่าและฟืน แล้วไปหาจุดที่เหมาะสำหรับทำอาหารโดยไม่มีใครเห็น
คงจะต้องเดินเข้าไปในป่าลึกพอสมควร...
ถึงจะกลัวอันตราย แต่เธอก็ไม่มีทางเลือก
อย่างน้อยการเข้าป่าก็ยังมีพืชผักให้เก็บกิน ไม่แน่ว่าเธออาจจะเจอสมุนไพรดีๆ แล้วอ้างว่าเธอหายจากไข้เพราะสมุนไพรพวกนั้นก็ได้
เสวี่ยหงคิดแล้วก็รู้สึกพึงพอใจกับแผนการ
‘เอ๊ะ! สมุนไพร หลิงปาๆ ในระบบมีทักษะหาสมุนไพรไหม’
‘มีค่ะโฮสต์’
‘เยี่ยม! รอแค่เข้าป่าแล้วลองหาสมุนไพรดู ฉันก็จะปลดล็อกทักษะได้แล้วใช่ไหม’ เสวี่ยหงพลันมีท่าทางตื่นเต้น
‘ใช่แล้วค่ะโฮสต์’
‘แล้วนอกจากนี้ยังมีทักษะอะไรอีกไหมที่จะช่วยเื่การเอาตัวรอดในป่าน่ะ’
‘มีหลายทักษะเลยค่ะ ทั้งแกะรอย วางกับดัก สำรวจ และตรวจจับ ล้วนเป็ทักษะสายพรานป่าที่ปลดล็อกได้ยากมาก โฮสต์ต้องพยายามทำกิจกรรมให้ตรงตามเงื่อนไขเพื่อปลดล็อกให้ได้ แต่ระบบไม่สามารถบอกเงื่อนไขที่ว่าให้โฮสต์ทราบ’
เสวี่ยหงพลูลมหายจออกทางปากด้วยความไม่พอใจ
‘เอาเถอะ แค่รู้ว่ามีก็พอแล้ว ไว้ได้เข้าป่าฉันจะลองทำดู ขอบใจนะหลิงปา’
‘ยินดีค่ะ’
ปึก!
“เอ้า! มัวแต่นั่งเหม่ออะไร”
หวังอวี้วางถังไม้ที่ใช้สำหรับผสมน้ำเพื่ออาบลงอย่างกระแทกกระทั้น ในถังนั้นมีเศษไม้แห้งที่ไม่สมควรถูกเรียกว่า ‘ฟืน’ อยู่กำหนึ่ง
เสวี่ยหงเหลือบมองอีกฝ่ายแล้วได้แต่ถอนหายใจด้วยความสลด
เก็บทุกเม็ดจริงๆ เอาเปรียบตอนไหนได้ก็จะทำ!
“หนูยังรู้สึกมึนๆ อยู่น่ะค่ะ” เธอตอบออกไปเสียงแ่
หวังอวี้เบ้ปากพร้อมกับถอยร่น “นี่ของของแก ฉันจะไปช่วยพ่อแกตัดไม้ไผ่ก่อนล่ะ จะได้ทำรั้วให้เสร็จภายในวันนี้”
เสวี่ยหงพยักหน้ารับน้อยๆ และเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายจากไปจนลับตาแล้ว เธอจึงลุกขึ้นไปหยิบของเข้ามาในห้อง
“เฮ้อ ฟืนแค่นี้ ต้มน้ำครั้งเดียวก็หมดแล้วมั้ง หรือไม่ก็อาจไม่พอด้วยซ้ำ”
เสวี่ยหงเก็บข้าวของไปบ่นไป จากนั้นเธอก็ปิดประตู แล้วนำผ้านวมออกมาห่มไล่ความหนาว
‘หลิงปา ฉันอยากนอนพักอีกหน่อย ถ้ามีใครเข้ามาใกล้ๆ ห้องฉัน เธอช่วยเตือนฉันหน่อยได้ไหม’ เธอลองถามดู
‘ได้ค่ะโฮสต์’
‘โอเค งั้นฝากด้วยนะ’ ว่าจบ เธอก็ล้มตัวลงนอนทันที
ช่วยไม่ได้ เพราะร่างกายนี้ยังอยู่ใน่ฟื้นฟู ความอ่อนล้าจึงยังมีอยู่ เสวี่ยหงได้แต่หวังว่าการนอนพักจะทำให้ดีขึ้น เธอจะได้เข้าป่าหาสมุนไพรดู
หนึ่งชั่วโมงต่อมา หลิงปาก็ไม่ต้องทำหน้าที่นาฬิกาปลุก เพราะเสวี่ยหงสะดุ้งตื่นขึ้นเอง และรีบโน้มตัวออกห่างจากผ้านวมแล้วอาเจียนเืออกมาอีกกองโต
เืที่ออกมาครั้งนี้มีสีคล้ำจนเกือบดำ ทั้งยังส่งกลิ่นเหม็นรุนแรงจนเสวี่ยหงต้องปิดจมูก
แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า หลังจากอาเจียนเอาของเสียออกมาแล้ว เธอก็รู้สึกตัวเบาขึ้นเล็กน้อย อาการอ่อนล้าเมื่อชั่วโมงก่อนก็หายไปแล้วเช่นกัน
เสวี่ยหงมองไปทางกองเืด้วยความรังเกียจ ก่อนจะจำใจเก็บผ้านวมเข้ามิติและลุกขึ้นไปหยิบเศษผ้าเพื่อทำความสะอาดพื้น
‘อี๋ เป็ก้อนๆ แถมมีเมือกด้วย แหวะ จะอ้วกอีกแล้ว’ เสวี่ยหงพยายามกลั้นหายใจและหันหน้าหนีจากภาพตรงหน้า แต่แค่ััที่ได้รับผ่านเศษผ้าก็ทำให้เธอรู้สึกไม่สบายท้องแล้ว
เธอเก็บกวาดด้วยความทรมาน หลังจากนำของเสียนั้นไปทิ้งหลังบ้านแล้ว เธอก็หยิบถังไม้ขึ้นมา ตั้งใจจะไปตักน้ำที่ลำธารใกล้ๆ นี้ แต่หลี่ตงเหอกับหวังอวี้ก็กลับมาพอดี
“นั่นแกจะไปไหนน่ะ” หลี่ตงเหอเอ่ยถามผู้เป็ลูก
“หนูจะไปตักน้ำที่ลำธารมาใช้น่ะค่ะ พอดีเมื่อกี้หนูอาเจียนเป็เือีกแล้ว เลยอยากต้มน้ำไว้เช็ดพื้นสักหน่อย”
เสวี่ยหงเหลือบมองทั้งสองเพื่อดูปฏิกิริยา และก็เป็ไปตามคาด สองสามีภรรยาเบิกตาโพลงทันที และแทบจะอยากวิ่งหนีไปให้ไกล
“ไปๆ รีบไปเลย ฉันกับพ่อแกจะรีบสร้างรั้วให้เสร็จ ถ้าเป็ไปได้ ค่ำๆ แกค่อยกลับมาก็แล้วกัน” หวังอวี้โบกมือไล่ รู้สึกดีใจที่อีกฝ่ายไม่ก่อปัญหาเพิ่ม ทั้งยังยินยอมออกไปนอกบ้านด้วยตัวเอง
“ได้ค่ะ...” เสวี่ยหงแสร้งทำสีหน้าสลด ก่อนจะหมุนกายจากไป
หลี่ตงเหอเพียงมองแผ่นหลังเล็กๆ ของลูกสาวเดินจากไปโดยไม่พูดอะไร จากนั้นจึงหันกลับมาเร่งลงมือผ่าไม้ไผ้เพื่อทำเป็ระแนงรั้วกั้นระหว่างตัวบ้านกับห้องเก็บฟืน
“ถ้าจะให้ดี เรารื้อรั้วทางด้านหลังห้องเก็บฟืนให้เป็ทางเข้าออกของเสวี่ยหงกันเถอะค่ะ จะได้ไม่ต้องเจอหน้ากันให้เสี่ยงติดโรค” หวังอวี้ออกความเห็นหยั่งเชิงสามี
หลี่ตงเหอนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหันกลับมามองภรรยา
“ถ้าอย่างนั้นเกรงว่าไม้ไผ่ที่เราตัดมาจะไม่พอใช้นะ”
หวังอวี้ดีใจจนเนื้อเต้นเมื่อได้ยินคำตอบเชิงยอมรับกลายๆ ของเขา
“งั้นคุณไปตัดมาเพิ่มเถอะค่ะ เดี๋ยวฉันจะผ่ากองนี้เอง”
“ได้ ฝากด้วยล่ะ” เขารับคำแล้วรีบเดินกลับไปทางป่าไผ่