เวลานี้แหวนมิติสี่วงที่ภายในอัดแน่นไปด้วยเหรียญทองนับล้านเหรียญนวางอยู่เบื้องหน้าพวกมัน
ขณะเดียวกันจ้าวหยางพลันก้าวออกไปหยุดอยู่ที่หน้ากระดานเหล็กหยินหยางก่อนจะกล่าวออกแก่หนิงเทียน “เจ้าขยะยังรีรออันใดอีก ยังไม่รีบมาอีก”
หนิงเทียนที่นั่งเงียบไม่เคลื่อนไหวอันใด มันไม่มีแม้แต่ความคิดที่จะลุกขึ้นยืน “การประลองจะเริ่มได้อย่างไร ในเมื่อฝ่ายเจ้านำของเดิมพันออกมาไม่ครบ”
“บัดซบ เจ้าโง่นี่ไม่มีตาดูหรือไง”จ้าวหยางก่นด่าหนิงเทียนก่อนจะหันไปกล่าวแก่เกาซุน “ท่านอาเขยสั่งให้ทหารนับมันต่อหน้าผู้คน ให้ไอ้เด็กโง่นี้ดู”
เกาซุนถึงกับระบายลมหายใจออกมา “ในเมื่อน้องชายหนิงยังไม่วางใจ ข้าจะให้คนนำมันออกมาดู”
หนิงเทียนส่ายศีรษะแล้วจึงกล่าวออกด้วยน้ำเสียงเย็น“ฝ่ายข้าเดิมพันเหรียญทอง3แสนเหรียญและยังมีแกนอสูรลมปราณขั้น3ถูกต้องหรือไม่
มันไม่รอคำตอบใดๆ หนิงเทียนกล่าวต่อทันที "แล้วเหตุใดพวกเจ้าถึงวางเดิมพันออกมาเพียง13แสนเหรียญทอง
ด้วยอัตรา1ต่อ10ที่พวกเจ้ากล่าวกันเองนั้น ไม่ใช่ว่าข้าต้องเห็นเหรียญทอง 13ล้านเหรียญหรืออย่างไร”
เมื่อได้ยินถึงเหรียญทองจำนวนมหาศาลเช่นนั้น พวกมันถึงกับตกตะลึง 13ล้านเหรียญทองนั้นเป็นงบประมาณหนึ่งเดือนของเมืองฉางผิงทั้งเมืองเลยทีเดียว
เดิมทีผู้คนโดยรอบนั้นคิดว่าครั้งนี้เป็นการเดิมพันกันเล็กน้อยของเด็กๆเท่านั้น แต่ในเวลานี้พวกมันนั้นแปรเปลี่ยนความคิดทันที
“เจ้า...” จ้าวหยางไม่สามารถกล่าวอันใดออกมาได้ ในเวลานี้แค่เหรียญทอง1ล้านเหรียญมันยังต้องหยิบยืมซินเฉามาใช้ก่อนเลย แล้วนี้13ล้านเหรียญทองพวกมันจะไปหาที่ใดกัน
ด้วยความมั่นใจอย่างสูงของจ้าวหยาง มันนั้นไม่คิดจะพ่ายแพ้แก่หนิงเทียนอยู่แล้ว
มันจึงกล้าที่จะเดิมพัน1ต่อ10อย่างไม่ใส่ใจ แต่มันไม่คิดว่า เจ้าเด็กนี้จะใช้คำพูดนั้นมาบังคับให้พวกมันแสดงทรัพย์สินที่มากมายเช่นนี้ออกมา
ซินเฉาดวงตาหรี่แคบเมื่อได้ยินคำพูดของหนิงเทียน
มันพิจารณาท่าทีของหนิงเทียนอยู่ชั่วครู่ก่อนจะเอ่ยออก “ท่านเกา เห็นได้ชัดว่าเด็กคนนี้กำลังบ่ายเบี่ยงการประลองอยู่”
เกาซุนนั้นเวลานี้มันเต็มไปด้วยความลำบากใจไม่คิดว่าสิ่งที่มันกล่าวออกไปนั้นจะกลับมาสร้างปัญหาที่วุ่นวายเช่นนี้
มันเพียงคิดถึงการเดิมพันที่ยุติธรรมแต่มันไม่ได้คาดคิดว่าเจ้าเด็กนี้จะเอาความยุติธรรมของมันมาเป็นเครื่องมือเล่นงานฝ่ายตรงข้าม
หนิงเทียนกล่าวออกอย่างไม่ใส่ใจ “ข้านั้นบ่ายเบี่ยงอย่างไรเป็นพวกเจ้าที่ไม่สามารถนำเงินออกมาเดิมพันได้
เอาเถอะข้าเองก็อยากออกกำลังกายเล็กน้อยอยู่บ้าง อย่างนั้นข้าจะยอมให้พวกเจ้าร่างสัญญาหนี้เป็นอย่างไร?
ถ้าพวกเจ้ายอมตกลงการประลองกระดานอะไรนี้จะได้เริ่มขึ้นสักที” เวลานี้แววตาของหนิงเทียนนั้นมองผ่านจ้าวหยางไป คำพูดของมันเจตนากล่าวถึงซินเฉาอย่างชัดเจน
คิ้วทั้งสองข้างของซินเฉาเวลานี้มันย่นลงมาชนกัน ใบหน้าที่ราบเรียบอยู่ตลอดเวลาเวลานี้กลับบิดเบี้ยวขึ้นมาทันใด ก่อนที่ซินเฉาจะได้กล่าวอะไรออกมา
เสียงคำรามลั่นของจ้าวหยางได้ดังขึ้น “ทำไมจะไม่กล้ารีบไปนำสัญญามา ข้าจะเป็นคนเขียนเองทั้งหมด” มันกล่าวออกด้วยความหยิ่งยโส
มุมปากของเกาซุนกระตุกทันที มันไม่คิดว่าเรื่องจะบานปลายถึงเพียงนี้
ถ้าจ้าวหยางชนะก็แล้วไป แต่ถ้าเกิดแพ้ขึ้นมาด้วยเงิน13ล้านเหรียญทองแล้วละก็เรื่องนี้คงจะไม่จบที่จ้าวหยางอีกต่อไป
มันจะสะเทือนไปถึงตระกูลจ้าวอย่างแน่ อีกทั้งสัญญาที่มาจากการประลองสามกฎฟ้า มันไม่ใช่สิ่งที่จะบอกว่าไม่จ่ายแล้วจะทำได้
เวลานี้ความเป็นกลางของเกาซุนแปรเปลี่ยนไปทันที ไม่ว่าอย่างไรการประลองกระดานเหล็กหยินหยางนี้ จ้าวหยางต้องเป็นฝ่ายชนะ
หนิงเทียนเวลานี้มันจับจ้องไปยังเกาซุนที่กำลังครุ่นคิดอยู่ มุมปากของมันยกออก
มันนั้นคาดเดาได้ว่าเกาซุนนั้นจะทำอย่างไร “ตราบใดที่ความเป็นกลางของมันหมดไป มันจะต้องเสียใจอย่างแน่นอน”
หนิงเทียนลุกยืนอย่างเกียจคร้านเดินออกไปยังเบื้องหน้าของจ้าวหยาง “รีบๆเริ่มกันเถอะ”
ได้ยินเช่นนั้น เกาซุนได้ประกาศเริ่ม ในขณะที่แววตาของมันเปลี่ยนแปลงไป
ผู้คนทั้งหมดเงียบสงบไม่ส่งเสียงใดออกมา สายตาของพวกมันจับจ้องไปยังการประลองครั้งนี้อย่างตั้งใจ
“เจ้าสารเลวน้อย ข้าจะต่อให้เจ้า จงเลือกออกมาว่าจะเดินก่อนหรือหลัง”แม้ครั้งนี้จะเป็นการเดิมพันที่สูงมากแต่จ้าวหยางยังคงประมาทเหมือนเช่นทุกครั้ง
ทำให้เกาซุนที่มองดูถึงกับส่ายศีรษะ มันเอื้อมระอากับจ้าวหยางเป็นอย่างยิ่ง
“ไม่จำเป็น” เมื่อสิ้นเสียง หนิงเทียนวาดมือพลางตะปบเม็ดหมากล้อมที่สร้างด้วยศิลาสีดำขึ้นมา พร้อมกล่าวออกว่า “ด้านนูนที่ขรุขระเป็นรูนี้ช่างคล้ายหนังหน้าของเจ้าเสียจริง”
“บัดซบ”จ้าวหยางตะโกนอย่างเดือดดาน มือขวาของมันพุ่งเร็วราวอสรพิษหมายจะหยิบแย่งเม็ดหมากสีดำในมือของอีกฝ่าย
หนิงเทียนใช้มือซ้ายของมันตบออกความเย็นชั่วขณะบังเกิดขึ้นภายในร่างของจ้าวหยาง มันจึงเร่งลมปราณเข้าปกคลุมเพื่อคลายความเย็นลง
ขณะเดียวกันมือขวาของจ้าวหยางแปรเปลี่ยนเป็นนิ้วชีสกัดไปที่มือซ้ายของหนิงเทียน หมายจะยื้อแย่งเม็ดหมากคืนมา
หนิงเทียนหาได้ใส่ใจไม่ มันใช้เพียงนิ้วก้อยซ้ายสกัดการจู่โจมของเจ้าหยาง พลางดีดเม็ดหมากสีดำกระเด็นออกไปหมุนอยู่บนแผ่นศิลา
ก่อนจะกล่าวออก “ถ้าด้านขรุขระคล้ายหน้าเจ้าหงายขึ้น ข้าจะให้เจ้าเป็นผู้วางหมากแรก”
***ในการเดินหมากแต่ละครั้ง ก่อนเริ่มพวกมันจะต้องทำการเสี่ยงทางหมากก่อนเสมอ ผู้ที่ทำการเดินหมากก่อนนั้นจะมีความได้เปรียบกว่ามาก จนทำให้เหวยฉีในยุคปัจจุบันมีการให้แต้มต่อแก่ผู้ที่วางหมากเริ่ม
เมื่อจ้าวหยางมองดูเม็ดหมากที่หนิงเทียนดีดออกมา ตกลงบนศิลาเหล็ก มันจึงหวนนึกขึ้นได้ว่าการเดิมพันนี้ สำคัญมากเพียงใด และ ผู้ที่วางหมากก่อนนั้นจะกุมความได้เปรียบกว่า
จ้าวหยางเห็นเม็ดหมากล้อมที่กำลังใกล้หยุดนิ่ง ส่วนหงายที่เป็นรูขรุขระกำลังคว่ำลงกับพื้นกระดานเหล็ก มันจึงกราดฝ่ามือฟาดออกด้วยลมปราณแผ่พุ่งพลังบังคับเม็ดหมากให้พลิกตลบ
กลายเป็นด้านเรียบเสมอคว่ำลงเผยให้เห็นด้านขรุขระเป็นรูขึ้นมาแทนที่เป็นสัญญาบ่งบอกแก่ทุกสายตาว่า มันนั้นจะเป็นผู้ที่เริ่มวางหมากก่อน
หนิงเทียนเห็นเช่นนั้นมันไม่ได้ให้ความสนใจใดๆ มันเพียงแต่กล่าวออกอย่างขบขัน
“เจ้านั้นชอบด้านดำขรุขระเหมือนหน้าเจ้าเสียจริง ถึงขนาดยอมทำให้มันพลิกกลับขึ้นมา ฮ่าๆ”
เมื่อได้ยินคำกล่าวออกของหนิงเทียน เสียงหัวเราะดังลั่นออกจากกลุ่มผู้ชมทั้งหมด ราวกับได้ฟังเรื่องที่น่าขบขัน
เวลานี้ใบหน้าที่ขาวซีดประกอบกับดวงตาจิ้งจอกของจ้าวหยางแปรเปลี่ยนสีขึ้นมาด้วยความโกรธ ภายในจิตใจของมันไม่ได้คำนึกถึงการวางหมากแรกเลยแม้แต่น้อย
มันหมายต้องการจะใช้ฝ่ามือกระแทกไปยังศีรษะของไอ้เด็กบ้าหนิงเทียนอยู่เต็มอก
ขณะเดียวกันเสียงผ่านลมปราณของซินเฉาได้ดังขึ้นมาเตือนสติของจ้าวหยาง
“เด็กนี้เป็นพวก กลอกกลิ้งจนกลมเกลี้ยง มันตั้งใจกล่าววาจากระตุ้นโทสะของเจ้า อย่าได้หลงกลมันจนไม่มีสมาธิเด็ดขาด”
พอได้ฟังเช่นนั้น จ้าวหยางจึงสงบสติลง มันกล่าวออกว่า “สารเลว เมื่อข้าชนะการประลองนี้ เจ้าจะได้พบเจอนรกที่อยู่บนพื้นดิน”
เมื่อกล่าวจบจ้าวหยางล้วงมือหยิบศิลาสีดำที่สร้างมาเพื่อเป็นเม็ดหมากในการประลองขึ้นมา พิจารณาอยู่ชั่วครู่ มันจึงเปิดฉากรบของหมากกระดานทันที
หมากตานี้ของจ้าวหยางส่งเสียงฮือฮาในกลุ่มผู้ชมไม่น้อย ผู้คนส่วนมากที่เดิมพันฝ่ายจ้าวหยางนั้นยิ้มออกมาด้วยความพอใจ พวกมันพึงพอใจอย่างมากที่จ้าวหยางนั้นเริ่มจู่โจมตั้งแต่แรกเริ่มของกระดาน
ในส่วนของหนิงเทียนยังคงแสดงความเยือกเย็นเอาไว้ ไม่ได้สนใจหมากที่เดินบุกเข้ามา มันเพียงวางศิลาขาว ร่างโครงสร้างตามหลักพื้นฐานเอาไว้แน่นหนาหมายที่จะตั้งรับอยู่ที่กระดานฝั่งซ้าย
ช่วงต้นกระดาน หนิงเทียนยังคงตั้งรับแน่นอย่างเยือกเย็น มันเน้นการขยายพื้นที่หมายรออีกฝ่ายบุกเข้ามาอย่างเพลี่ยงพล้ำ
ส่วนหมากดำของจ้าวหยางนั้นเคลื่อนที่บุกทะลวงอย่างเดือดดาน มันโหมกระหน่ำบุกทั้งซ้ายและขวาอย่างบ้าคลั่งราวกับพายุ ทางหมากของจ้าวหยางนั้นตรงตามภาพลักษณ์และนิสัยของมันอย่างชัดเจน
ในการเริ่มวางเม็ดหมากรุกรับเพียงไม่นาน สีหน้าและสายตาของ ทั้งเกาซุนและซินเฉานั้นผิดแปลกออกไป
หมากขาวของหนิงเทียนที่โดนรุกไล่ราวพายุโหมกระหนำนั้นแต่ก็ยังไม่แสดงความเพลี่ยงพล้ำออกมาแต่อย่างใด
ภายในใจของพวกมันทั้งคู่นั้นคิดตรงกันเป็นเสียงเดียวว่า ‘เด็กนี้ไม่ใช่มือใหม่ที่พึ่งจะเล่นกระดานเหล็กหยินหยางเป็นครั้งแรก’
ในขณะที่หมากขาวของหนิงเทียน สร้างพื้นที่อย่างมั่นคงมันกลับถูกหมากดำรุกไล่ที่ละคืบจนต้องถอยร่นไปยังท้ายกระดาน
หนิงเทียนนั้นต้องถอยหมากขาวออกเพื่อยอมสละพื้นที่เพื่อรักษาจำนวนเม็ดหมากขาวให้เหลือรอด
แม้มันจะเสียพื้นที่ไปบ้าง แต่หมากขาวนั้นยังไม่ได้ถูกหมากดำฆ่าเลยแม้แต่เพียงเม็ดเดียว
“ไม่ดีแน่ ถ้าน้องชายหนิงยังคงถอยร่นอยู่เช่นนี้ จะต้องพบจุดตันของลมหายใจเข้าสักตา” หลานเหลียงพึมพำอย่างวิตก
“เจ้าโง่นั้น เสียจำนวนหมากในพื้นที่ด้านซ้ายอย่างเสียเปล่า”เหลียวเหยียนกล่าวออกกับพี่ใหญ่ของมัน
“ตัดลมหายใจมันให้สะบั่น”เสียงอันราบเรียบของซินเฉาตะโกนดังออกมาเตือนสติจ้าวหยาง
จ้าวหยางเห็นเช่นนั้นมันจึงวางหมากดุจ มังกรคะนองที่กำลังโบยบินเพื่อล่าเหยื่อ
ในส่วนหนิงเทียนพยามใช้กลวิธีซ่อนหมากราวกับพยัคฆ์หมอบ
น้ำเสียงที่เหยียดเย้ยของจ้าวหยางเปล่งออก“เจ้าโง่ มังกร กับ พยัคฆ์นั้นแค่เพียงเชื้อสายของเผ่าพันธุ์มันก็ไม่สามารถเทียบกันได้ ผลที่ออกมามันเห็นๆกันอยู่แล้ว”
หมากมังกรคะนองของจ้าวหยางนั้นมิได้จู่โจมเพียงแต่ในกระดาน มันกลับแฝงพลังแผ่พุ่งราวมังกรที่ทะยานขึ้นสู่ฟ้า เข้าใส่หนิงเทียนด้วยเช่นกัน
หนิงเทียนหาได้สนใจมังกรน้อยที่พุ่งออกมาไม่ มันพลันเร่งปราณเทพอสูรปกคลุมร่างกายไว้แน่น แต่ถึงร่างกายมันจะไม่ได้รับผลกระทบใด แต่ทางหมากในกระดานนั้นหาใช่เช่นนั้นไม่
หมากขาวของหนิงเทียนเริ่มที่จะถูกไล่ล่าฆ่าฟันไปทีละตัว จากตรงกลางและขวาถูกหมากดำทะลวงสิ้น
ถึงเช่นนั้นหนิงเทียนก็ยังถอยร่นหมากขาวลงมาอีก
เวลานี้หนิงเทียนต้องการเพียงสร้างพื้นที่รอดแก่หมากขาวให้ได้มากที่สุด กระดานเหล็กหยินหยางที่กว้างใหญ่เวลานี้มันกลับเหลือพื้นที่ให้หมากขาวเพียงไม่ถึงสิบตารางช่อง
เวลานี้หลี่เฟิงไร้ซึ่งเสียงพูดได้ มันเพียงแต่มองดูกระดานเหล็กหยินหยางอย่างเงียบเชียบ พลันกำนิ้วมือทั้งห้าแน่นอย่างลืมตัว
เกาซุนพยักหน้า แม้มันจะไม่ชอบนิสัยเอาแต่ใจของจ้าวหยางมากนักแต่ก็ยังอดไม่ได้ที่จะชื่นชมญาติผู้หลานของมัน
ถ้านี้เป็นการประลองอย่าเป็นทางการในเมืองฉางผิงละก็ กลหมากมังกรคะนองของจ้าวหยางต้องได้รับจาลึกไว้เป็นแน่
แม้ว่าจ้าวหยางจะไม่ได้มีพรสวรรค์ที่ในด้านการฝึกตนจนถูกเรียกเป็นอัจฉริยะก็ตาม แต่ในสำหรับกระดานเหล็กหยินหยางนั้นจ้าวหยางนับได้ว่าเป็นอัจฉริยะในฉางผิงคนหนึ่ง
มันสามารถเป็นแม่ทัพที่ช่วงชิงเมืองข้าศึกได้โดยเพียงนั่งบรรเลงเพลงหมากอยู่หน้ากระดานโดยมิต้องออกรบเสียด้วยซ้ำ
หลานเหลียงที่มองการประลองอย่างไม่กระพริบตานั้น เวลานี้มันปิดตาทั้งสองข้างลงราวกับมันกำลังทำใจยอมรับในสิ่งที่จะเกิดขึ้นภายหน้า
“เจ้าเด็กที่ถือหมากขาวเอาแต่ถอยเหมือนคนขี้ขลาด ข้านั้นไม่น่าหลงกลท่านเกาซุน วางเดิมพัน1ต่อ10ในข้างมันเลย” เสียงของผู้คุ้มกันอาวุโสในแดนแห่งปราชญ์คนหนึ่งดังขึ้น
ผู้คุ้มกันที่อยู่ในดินแดนแห่งปราชญ์อีกคนหนึ่งกล่าวตอบ “เด็กน้อยสกุลจ้าวนั้น เก่งกาจเกินเด็กไปแล้ว”
เสียงของผู้คนนับสิบดังขึ้นอย่างไม่หยุดหย่อน จับใจความได้เป็นเสียงเดียวว่า จ้าวหยางผู้นี้ในอนาคตต้องกลายเป็นแม้ทัพที่ยิ่งใหญ่ได้แน่นอน
ตอนนี้สถานการณ์เข้าสู่ช่วงกลางกระดานก็จริงแต่ทางหมากของหนิงเทียนนั้นเห็นได้ชัดว่ามันสามารถเดินได้อีกไม่ถึงสามตาเท่านั้น
หนิงเทียนไม่ได้ใส่ใจกับเสียงรอบข้างที่ดังขึ้น มันเพียงแต่ตั้งสมาธิมองไปยังกระดานเหล็กเท่านั้น
แต่ที่น่าแปลก ถ้ามีผู้ใดสังเกตเห็นนัยน์ตาสีดำที่กลอกกลิ้งไปมาของหนิงเทียนได้ มันจะต้องสงสัยว่าเหตุใด
เด็กคนนี้ถึงไม่มองไปยังหมากขาวของมันเลยแม้แต่น้อย มันกลับเพียงแต่จับจ้องหมากดำที่อยู่เบื้องหลังเท่านั้น
เพี้ยะ!! เสียงของศิลาขาวถูกวางลง หมากเม็ดนี้ก็ยังเป็นเช่นเดิม หนิงเทียนยังคงใช้มันเป็นทางถอยอีกครั้ง
ในการวางหมากเช่นนี้ จ้าวหยางที่ตั้งสมาธิอยู่แต่กับการประลองในกระดานยังอดยิ้มหยามออกมาไม่ได้ มันกล่าวอย่างถือดี
“เจ้าขยะ เจ้าไม่กล้าเผชิญหน้ากับหมากดำของข้าเลยสักครั้งจนถึงคราวสุดท้ายเจ้าก็ยังคงล่าถอยเหมือนสุนัข”
หนิงเทียนหาได้สนใจไม่ เพี้ยะ!! เสียงของศิลาขาวถูกวางลงอีกเป็นครั้งนี้สอง
หนิงเทียนเหลือทางเดินอีกเพียงก้าวเดียว ก่อนที่กองทัพสีขาวของมันจะถูกบีบบังคับให้ล่วงลงสู่หน้าผา
เพี้ยะ!!! เสียงหมากสีดำในมือจ้าวหยางถูกวางลง
กองทัพสีดำของจ้าวหยางก้าวมาด้านหน้าราวกับว่า อีกแค่เพียงก้าวเดียว มันจะได้เข่นฆ่าทัพสีขาวของหนิงเทียนให้สิ้นซาก
ผู้คนที่กำลังมองดูอย่างไม่กระพริบตา บัดนี้มันแปรเปลี่ยนเป็นถอนหายใจออก แม้ว่าพวกมันจะไม่ได้เห็นการปะทะของสองทัพดำขาวอย่างสนุกสนาน
แต่ส่วนใหญ่ก็อดที่จะชื่นชมหนิงเทียนไม่ได้ การที่แดนมนุษย์ทนกับความกดดันและพลังปราณที่แฝงออกมาจากเม็ดหมากแต่ละเม็ดได้และยังคงครองสติจนถึงหมากสุดท้ายของการประลองได้นับว่าเป็นเรื่องที่อัศจรรย์ใจมากพอแล้ว
ผู้ที่เดิมพันข้างหนิงเทียนยัง อดไม่ได้ที่จะชื่นชมออกแม้ว่าพวกมันจะต้องสูญเสียเหรียญทองไปบ้างก็ตาม
“ฮ่าฮ่าๆๆ”เสียงหัวเราะอย่างบ้าคลั่งของจ้าวหยางดังขึ้น มันกล่าวออกแก่หนิงเทียน
“ถึงแม้ข้าจะเกลียดหน้าเจ้าอยู่มากมายนั้น แต่ข้าก็คงต้องขอบคุณเจ้าที่ทำให้กลศึกมังกรคะนองของข้าสมบูรณ์แบบ
ถ้าการประลองนี้เกิดขึ้นภายในเมืองฉางผิง ผู้คนทั่วหล้าจะต้องกล่าวสรรเสริญยกย่องตัวข้าเป็นแม่ทัพผู้ชาญศึก
แต่เรื่องนั้นช่างมันเถอะ ข้าให้สัญญากับเจ้าแล้วกันว่าข้าจะใช้1ล้านเหรียญทองของเจ้าอย่างมีความสุข”สิ้นเสียงกล่าวมันระเบิดเสียงหัวเราะออกมาอีกคร่าใหญ่
ในกลุ่มของผู้คนนับร้อยที่มุงมองอยู่นั้น จู่ๆมีเสียงดังขึ้นมา โดยไม่สามารถบอกได้ว่ามันดังมาจากผู้ใดกันแน่ “เฮ้ เจ้าว่าหมากดำดูแปลกๆหรือไม่”
“เจ้าโง่ มังกรคะนองที่สมบูรณ์แบบเช่นนี้จะแปลกอันใดได้” เสียงตะโกนตอบดังขึ้นมา
นี้เป็นการสนทนา ที่ต่างฝ่ายต่างไม่รู้จักกัน มันเป็นแค่เพียงเสียงที่ตะโกนลั่นออกมาเท่านั้น
“ก็จริงของเจ้า ข้าก็ว่าหมากดำนั้นดูแปลกๆไป”
“หืมม์ เหตุใดทัพหมากดำ ถึงมีแต่ทัพหน้าและทัพหลัง? พวกมันไม่ได้มีทัพกลางคอยเชื่อมหรืออย่างไร”
“ไม่เพียงแต่หมากดำดูแปลกไปเท่านั้น ลองดูหมากขาวที่เจ้าหนุ่มนั้นวางไว้ในตอนเริ่มกระดาน เหตุใดถึงเกาะกลุ่มกันอย่างโดดเดี่ยวเช่นนั้น”
เมื่อได้ยินเสียงสนทนาของผู้คนแปลกหน้ามากมาย
ซินเฉา หลี่เฟิงและหลานเหลียง ทั้งสามหันกลับไปมองยังกระดานหมากอีกคร่าหนึ่ง
ใบหน้าของพวกมันปรากฏอาการที่ต่างออกไปอย่างชัดเจน บนกระดานเหล็กหยินหยางนั้น ปรากฏภาพทัพสีดำของจ้าวหยางบุกไล่จนทัพสีขาวของหนิงเทียนหมดซึ่งทางถอย
แม้ว่าทัพขาวนั้นจะเข้าปะทะกับทัพดำอย่างไร้ซึ่งสามัญสำนึกใดก็ตาม ด้วยจำนวนเพียงเล็กน้อยนั้นจะทำให้ผลของการประลองถูกตัดสินโดยทันที
แต่ถ้ามองไปในภาพรวมหมากสีขาวของหนิงเทียนที่วางไว้ในด้านซ้ายอย่างไร้ประโยชน์ตั้งแต่แรกเริ่มของกระดาน
แม้มันจะเป็นเพียงจำนวนที่น้อยนิดก็ตามกลับแต่ตอนนี้มันได้แปรเปลี่ยนเป็นกระบี่ที่แหลมคมขึ้นมาทันที
ลดราคาพิเศษสุด ติดต่อ Facebook ภพทนันท์ นักเขียน ข้ามกำแพง เพิ่มเพื่อนแล้ว ทักมาหาผมได้เลย
ตัวหนังสือในกลุ่มอ่านง่ายกว่านี้ และ สนุกกว่านี้ รับประกัน100%