วรยุทธอสูรทะยานฟ้าผ่าปฐพี!!

    บทที่ 38 ห่าวหราน ปะทะ ยงซัน

            ณ ลานกว้าง หน้ากระท่อมของซือคงอี้หวงยามนี้ได้ปราฏร่างของเหล่าวานรอัคคีราว ๆ สิบกว่าตัวกำลังยืนอยู่ และ ตัวที่อยู่ด้านสุดก็คือ เจ้ายงซันนั้นเอง ส่วนตรงข้ามกับมันก็ห่าวหราน ยืนประจันหน้าอยู่ โดยที่ทางด้านหลังมีซือคงอี้หวงยืนเอามือไพร่หลัง ด้วยท่าทางสบายใจ และห่างออกไปอีกเล็กน้อยใต้โคนต้นไม้ใหญ่ ก็มีหลานสาวของเขา เย่เหม่ย ยืนกอดอกทำหน้าไม่สบอารมณ์อยู่ด้วย

            

            "ข้าน้อยขอพระคุณท่านผู้อาวุโวยิ่งนัก ที่รักษาคำพูด" เจ้ายงซันแสยะยิ้มที่มุมปาก ก่อนจะเอ่ยขึ้น พร้อมค่อมตัว ประสานสองมือให้ซือคงอี้หวง

            

            "ย่อมรักษาคำ ยงซันเอย ข้าอายุปูนนี้ ขืนพูดจากลับกลอก แล้วจะมีผู้ใดนับถือ ว่าแต่เจ้าเถิด ได้นำของที่ข้าเอ่ยขอไว้มาด้วยหรือไม่"

            

            "หึ ในเมื่อผู้อาวุโสรักษาคำมั่น แล้วไยข้าถึงจะไม่ทำตามเล่า เอามา..." เจ้ายงซันเอ่ยปากพร้อมกับแบมือขวา จากนั้นวานรอัคคีอีกตัวก็นำกระบี่ยาวเล่มหนึ่งมาวางใส่มือให้

            

            "นี่อย่างไรเล่า กระบี่ไร้ค่าที่จะใช้เป็นเดิมพัน หากเจ้ามนุษย์ผู้นี้… เอาชนะข้าได้"

            

            ซือคงอี้หวงเพ่งมองไปที่กระบี่ฟ้าเมฆาม่วง ก่อนจะแย้มยิ้ม และพยักหน้าอย่างพึงพอใจ ห่าวหรานเองก็มองไปที่กระบี่เล่นนั้นเช่นกัน ก่อนจะพลางนึกถึงเรื่องเมื่อคืน ยามที่ซือคงอี้หวงอธิบายให้มันฟัง ถึงเรื่องกระบี่ที่จะได้รับเมื่อมีชัยเหนือเจ้ายงซัน

            

            "กระบี่เล่นนั้นหรือ...? ที่ผู้อาวุโสจะให้ข้านำไปมอบให้นักพรตหลันอวี้แทนดาบเขี้ยวหมาทมิฬ ดูยังไงก็เป็นแค่กระบี่ชั้นปฐพีระดับกลางมิใช่หรือ และเท่าที่ข้าทราบ หากเทียบกันแล้ว ดาบเขี้ยวหมาป่าทมิฬน่าจะอยู่ในชั้นนภาระดับกลาง ซึ่งสูงกว่าถึงสามขั้นแล้วเหตุใด ผู้อาวุโสถึง…"

            

            "จงอย่าได้เคลือบแคลงสงสัยไปเลย พ่อหนุ่ม จงเชื่อเถิด ว่าหากนำกระบี่เล่มนั้น ไปมอบคนผู้นั้นแล้ว เขาจะต้องพึงพอใจอย่างมากเป็นแน่" 

            

            ในยามนั้น จู่ ๆ ซือคงอี้หวงก็ส่งจิตปราณเสียงเข้ามาในหัวของห่าวหราน ราวกับอ่านความคิดของเขาออก ห่าวหรานจึงหันไปพยักหน้ากับซือคงอี้หวงอย่างแช่มช้า ก่อนจะหันกลับไปจ้องตากับเจ้ายงซันอีกครั้ง มันเองก็จ้องกลับก่อนจะแยกเขี้ยวขาว แล้วเอ่ยขึ้นด้วยท่าทางหยิ่งผยอง

            

            

            "ครั้งก่อนเจ้าโชคดีรอดตาย เพราะข้าออมมือให้ แต่หนนี้ ข้ารับรองเจ้าจะไม่โชคดีเหมือนเดิมเป็นแน่ ตายซะไอ้มนุษย์ต่ำต้อย…!!" เจ้ายงซันเอ่ยจบ มันก็พุ่งทะยานเข้าหาห่าวหรานด้วยความรวดเร็ว และน่าสะพรึงกลัว 

            

            พลองในมือของมันห่อหุ้มไปด้วยเปลวเพลิงอันร้อนระอุ ด้วยพละกำลัง และความแข็งแกร่งของมันแค่ถูกฟาดใส่ธรรมดาก็บาดเจ็บจะแย่แล้ว นี่มีเพลิงกาฬผสานเข้าไปด้วย คงไม่ต้องบอกว่า หากโดนเข้าจะเป็นเช่นไร…

            

            ดวงตาของเจ้ายงซันสาดประกายแห่งความโหดเหี้ยมแดงก่ำ มันไม่คิดจะออมมือ หรือไว้ไมตรี ซือคงอี้หวงแม้แต่น้อย ด้วยถือว่านี้เป็นการประลองฝีมือที่ได้รับการอนุญาติแล้ว พลองในมือของยงซัน ฟาดใส่กลางลำตัวของเป้าหมายตรงหน้าสุดแรง ทว่า…ก็พลันเกิดสิ่งที่มันไม่คาดคิดขึ้น

            

            พลองเพลิงถูกหยุดไว้ด้วยฝ่ามือที่ห่อหุ้มไปด้วยจิตปราณสีฟ้า

            

            "นะ นี่มัน...!"

            

            "ตกใจหรือ ใช่แล้วนี่คือวิชาที่เจ้าคิดเพลงหมัดมังกรวารีทลายเก้าขุนเขาอย่างไรเล่า" ห่าวหรานเอ่ยขึ้น ก่อนจะออกแรงที่มือดันพลองเพลิงของยงซันให้ถอยออก ก่อนที่มันจะปล่อยหมัดราว ๆ สองสามมันที่ดุดันน่าเกรงขามราวกับมังกรพุ่งตามไปติด ๆ เจ้ายงซันถึงกับตื่นตะลึงไปชั่วขณะ แต่มันก็รีบควงพลองปัดป้องการโจมตีออกไปได้ทั้งหมด

            

            "บ้าน่า.! เพียงชั่วข้ามคืน เจ้าฝึกวิชานี้จนถึงขั้นห้าได้อย่างไร ข้าไม่เชื่อ..!!" เจ้ายงซันคำรามลั่นพร้อมโคจรจิตปราณสีแดงให้เพิ่มขึ้นจนยามนี้ ดวงตาสองข้างของมันมีไฟลุกท่วม ต้นไม้ใบหญ้ารอบกายถูกแผดเผาจนไหม้เกรียม จากนั้นมันก็แยกเขี้ยวพุ่งทะยานใส่ห่านหรานอีกครั้งพร้อมพลองในมือ

            

            

            ทว่า…ถึงในยามนี้เจ้ายงซันจะดูดุดัน น่าหวาดหวั่นยิ่งกว่าเดิมมากกแค่ไหน แต่ห่าวหรานก็มิได้รู้ตื่นตกใจ แม้แต่น้อย เขายังคงสงบนิ่งดุจสายน้ำ

            

            "เพลงหมัดมังกรวารีทลายเก้าขุนเขากระบวนท่าที่ หก มังกรวารีกลืนภูผา...!!"

            

            ห่าวหรานเคลื่อนไหวสองแขนเป็นวงไปมาก่อนจะพลันบังเกิดเป็นวงน้ำขนาดใหญ่ ไหลวนไปเวียนมาราวกับเลขแปด และเมื่อพลองเพลิงในมือของเจ้ายงซันฟาดลงมาแรงกระแทกอันรุนแรงนั้นก็ถูกกลืนหายไป ราวกับก้อนหินก้อนน้อยที่ถูกโยนลงในมหาสมุทร

            

            "กระบวนท่านั้นมัน…!!" เย่เหม่ยที่ยืนกอดอกผิงต้นไม้มองดูอยู่ห่าง ๆ ที่กับตกตะลึง ก่อนจะอุทานออกมา เพราะกระบวนท่าเป็นกระท่าที่นางยังฝึกไม่ถึง แม้ว่าจะฝึกมานานกว่าหลายปี แต่ห่าวหรานกลับใช้ได้โดยง่ายเพียงแค่ข้ามคืน

            

            "ยอดเยี่ยม ยอดเยี่ยมเจ้าหนุ่มผู้นี้นับว่ามีพรสวรรค์จริง ๆ" ซือคงอี้หวงแย้มยิ้ม ก่อนจะพยักหน้าอย่างแช่มช้าด้วยความพึงพอใจ ซึ่งนั้นก็ทำให้หลานสาวของเขาหน้าบูดบึ้งหนักขึ้นกว่าเดิมอีกหลายส่วน

            

            ห่าวหรานได้ทีรุกเข้าใส่เจ้ายงซันด้วยเพลงหมัดที่พุ่งออกมาราวกับเป็นมังกรวารีที่น่าเกรงขามหลายตัว เจ้ายงซันทั้งก้าวถอย ทั้งหลบเป็นพัลวัน บางทีก็หลบไม่พ้น โดนปราณมังกรวารีกระแทกใส่จนกระเด็น แต่บางครั้งก็โหมเพลิงที่ลุกท่วมพลองฟาดคืนจน น้ำกับไฟปะทะกันเกิดเป็นไอน้ำลอยคละคลุ้ง

            

            สองฝ่ายพลัดกันรุกผลัดกันรับอย่างดุเดือด ทว่า…เหมือนจิตปราณวารีของห่าวหรานจะเหนือกว่าจิตปราณอัคคีของยงซันอยู่เล็กน้อย เพราะสุดท้ายปราณมังกรวารีสายหนึ่งก็พุ่งเข้ากลางลำตัวของมัน จนยงซันกระเด็นไปกระแทกต้นไม้เกิดเสียงดังโครมใหญ่

            

            เจ้ายงซันรู้สึกเจ็บ และเสียหน้ามาก มันรีบลุกขึ้นมา ก่อนจะยิ่งเร่งจิตปราณอัคคีให้ถึงขั้นสูงสุด จากนั้นจึงโหมกระหน่ำเล่นงานห่าวหรานด้วยทุกกระบวนท่าที่มันมี ทุกท่วงท่านั้นรวดเร็ว และรุนแรง และรุนแรงขึ้นเรื่อย ห่าวหรานที่รับมืออย่างสบาย ๆ ก็ถูกบังคับให้เปลี่ยนไปใช้ท่าอื่นรับมือแทน

            

            ความเสียหายเริ่มแผ่กระจายไปวงกว้างขึ้นเรื่อย ยกเว้นส่วนกระท่อมที่ซือคงอี้หวงยืนอยู่ บริเวณนี้ดูคล้ายมีม่านบาง ๆ ป้องกัน ตัวกระท่อมไม้จึงไร้ซึ่งรอยขีดข่วน หรือรอยเผาไหม้แม้แต่นิดเดียว ทว่า…สีหน้าของซือคงอี้หวงจากที่แย้มยิ้ม ก็เริ่มยิ้มไม่ออกเสียแล้ว…

            

            "วิชาที่เจ้ายงซันใช่หรือว่าจะเป็น…. มันแอบฝึกวิชานั้นมากระนั้นรึไม่ได้การล่ะ ข้าประมาทเลินเล่อไปหน่อย ไม่คิดเลยว่าเรื่องจะลุกลามมาถึงขั้นนี้" ซือคงอี้หวงเอ่ยพึมพำเบา ๆ ด้วยท่าทางวิตกกังวล และกำลังจะก้าวเท้าไปด้านหน้าเพื่อทำบางอย่างแต่แล้ว เขาก็ต้องหยุดชะงักเมื่อได้เห็นภาพบางอย่างขึ้นมาเสียก่อน…

            

            "ฮ่า ๆ ๆ ๆ ๆ เป็นไงล่ะไอ้มนุษย์ต่ำต้อย มังกรวารีตัวจ้อยของเจ้าถูกเปลวเพลิงของข้าเผาจนระเหยกลายเป็นไอไปหมดแล้ว ต่อไปเจ้าก็เป็นเช่นนั้นเหมือนกัน วิชาพลองวานรอัคคีโลกันต์ผลาญพินาศ…!!"

            

            เจ้ายงซันคำรามลั่นก่อนจะฝาดพลองในมือใส่ห่าวหรานสุดแรง ทว่า…เปลวเพลิงสีแดงฉานในตอนแรกกลับพลันเปลี่ยนเป็นสีน้ำงานคราม ซึ่งถือเป็นสีของไฟที่ร้อนแรงที่สุด ความร้อนของมันสามารถแผดเผาได้ทุกสรรพสิ่ง แม้แต่มังกรวารีของผู้ที่ฝึกถึงขั้น 7 ซึ่งไม่ต้องพูดถึงห่าวหราน แม้นเขาจะฝึกได้เหนือกว่าเย่เหม่ยก็จริง แต่ก็สำเร็จแค่เพียงขั้น 6 เท่านั้น ยามนี้จึงยังมิใช่คู่ต่อกรของวิชาที่เจ้ายงซันกำลังใช้อยู่

            

            "จงกลายเป็นเถ้าธุลีไปซะเจ้ามนุษย์…!! ฮ่า ๆ ๆ ๆ ๆ หือ..!!? อันใดกันเป็นไปไม่ได้นี่เจ้า…!!!"

            

            ยงซันที่หัวร่ออย่างลิงโลดเพราะคิดว่าตนเองคงจะมีชัยเหนือคู่ต่อสู้ กลับพลันเบิกตากว้างด้วยความตื่นตะลึงเมื่อได้พบกับภาพที่อยู่ตรงหน้า ภาพแขนสองข้างของห่าวหรานที่ห่อหุ้มไปด้วยเปลวเพลิงสีแดงฉาน มันไม่ใช่เปลวเพลิงที่เกิดจากเจ้ายงซัน หากแต่เป็นเปลวเพลิงที่ออกมาจากร่างของห่าวหรานนั้นเอง

            

            "เปลวไฟมิอาจเผาผลาญเปลวไฟด้วยกันได้สินะ ถึงแม้วิชาอัคคีของข้าจะด้อยกว่าของเจ้าอยู่หลายขั้น แต่มันก็พอจะใช่ป้องกันตัวจากไฟของเจ้าได้" ห่าวหรานเอ่ยขึ้น ก่อนจะออกแรงดันยงซันให้ถอยออกไปสองสามก้าว 

            

            "ปะ เป็นไม่ได้นี่เจ้าเป็นมนุษย์พิเศษที่สามารถใช้จิตปราณได้มากกว่าหนึ่งธาตุกระนั้นรึ..."

            

            "มากกว่าหนึ่งหรือ...? เรื่องนั้นข้าไม่ขอตอบเจ้าหรอกนะ แต่ถ้าอยากรู้ ก็เข้ามาคำตอบเอาเองก็แล้วกัน เจ้าลิงเพลิง"

            

            "กรอดดด…ดดด ไอ้มนุษย์หยิ่งยโส เช่นนั้นข้าก็ขอรับคำท้า"

            

            เจ้ายงซันแยกเขี้ยวควงพลองเพลิงไปมาก่อนที่เตรียมจะพุ่งกระโจนใส่ห่าวหรานอีกครั้ง ทว่า…เพียงแค่มันถีบตัวขึ้นจากพื้น จู่ ๆ ก็มีเสียงหนึ่งตวาดขึ้นจนทั่วพื้นป่าสะเทือน เจ้ายงซันที่ได้ยินถึงกับตกใจจนสองตาเบิกกว้าง หน้าซีดเผือด เปลวไฟทั่วร่างพลันมอดดับหายไปอย่างรวดเร็ว

            

            "ไอ้ลิงหัวดื้อ เจ้าจะสร้างความอับอายให้ข้าไปถึงไหน...!!!!!"

            

            จากนั้นก็พลันปรากฏร่างมหึมาของวานรขนสีเทาตัวหนึ่งกระโจนจากกลางป่าขึ้นไปบนท้องฟ้า ก่อนจะทิ้งตัวลงมาบนพื้นดิน จนเกิดแรงสั่นสะเทือนมหาศาล เหล่าวานรอัคคีทุกที่ที่เห็นถึงกับเข่าทรุดหน้าซีด ตัวสั่นระริก

            

            "ทะ ทะ ทะ ท่านผู้อาวุโส…!!!!"

            

            ใช่แล้ววานรเฒ่าตัวคือผู้อาวุโสของเผ่าวนรอัคคี มีนามว่า ซุนหยางเฟยฟง มันถือเป็นสองผู้ยิ่งใหญ่ แห่งป่าแถบนี้ แถมยังเป็นสหายของ ซือคงอี้หวงอีกด้วย...

            

            จบตอน


    คล้ายกับเรื่องวรยุทธอสูรทะยานฟ้าผ่าปฐพี!! ที่คุณอ่าน