เช้าวันนี้ไป่ฉีกับเมิ่งชิงชิงเดินทางไปยังเมืองหลวงเพื่อถ่ายซีรีส์ในสถานที่ที่เป็นฉากภายในบริษัทของพระเอก และมีบางส่วนใช้เป็นฉากภายในบริษัทของตัวร้ายของเรื่องเช่นกัน ไป่ฉีจึงต้องเข้าฉากกับนักแสดงรุ่นพี่จำนวนหนึ่ง อย่างน้อยมีหานชิงที่เขาพอจะรู้จัก ส่วนที่เหลือเขาหาข้อมูลเตรียมไว้ในสมองเรียบร้อยแล้ว
หากต้องการเป็นที่เอ็นดูของนักแสดงอาวุโส ควรจำผลงานที่โดดเด่นและสร้างชื่อให้กับคนเหล่านั้นเอาไว้ แล้วนำมันออกมาพูดคุยกับพวกเขาเพื่อสร้างความประทับใจ แต่ต้องใช้คำพูดให้ดี ไม่ให้เหมือนกับกำลังประจบพวกเขาอยู่ ดารานักแสดงทุกคนอยากเป็นที่จดจำ หากคน ๆ หนึ่งที่เพิ่งเข้าวงการมาสามารถจดจำผลงานของพวกเขาได้ ความรู้สึกประทับใจก็จะเกิดขึ้น และมันจะลบเลือนยากพอ ๆ กับความไม่ชอบหน้าตั้งแต่แรกเห็น
ไป่ฉีไม่ลืมแวะซื้อของกินระหว่างทางสำหรับนำไปให้ทีมงานและนักแสดงที่ร่วมงานวันนี้ด้วย เพราะเขาถือว่าค่าน้ำร้อนน้ำชานี้จะช่วยให้เขาสามารถสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับคนอื่น ๆ ในกองถ่ายได้ระดับหนึ่ง
เมื่อรถขับมาถึงที่หมายแล้วไป่ฉีกับเมิ่งชิงชิงรีบเดินลงมาพร้อมกับขนมมากมาย
“สวัสดีครับพี่ ๆ วันนี้ผมซื้อขนมมาฝากครับ ทานได้เลยนะครับ วันนี้ขอฝากตัวด้วยนะครับ” ไป่ฉีกล่าวก่อนจะหันไปถามทีมงานใกล้ ๆ เพื่อถามว่าจะวางขนมไว้ตรงไหนได้บ้าง แต่สิ่งที่ทำให้ทีมงานประทับใจไป่ฉีคือเขาสามารถจำชื่อทีมงานทุกคนที่เขาเคยเจอเมื่อตอนถ่ายทำครั้งก่อนได้หมดทุกคน
“นั่นน่ะเหรอหน้าใหม่ที่เขาลือกันว่ามีฝีมือการแสดงร้ายกาจ” นักแสดงหญิงวัย 40 เอามือป้องปากกระซิบกับนักแสดงหญิงอีกคนที่อยู่ข้าง ๆ
“เจี่ยเจีย (พี่สาว) วันนี้ต้องเข้าฉากกับเขา ระวังไว้ด้วยก็ดีนะครับ” หานชิงโผล่มาข้าง ๆ ทำให้ทั้ง 2 คนตกใจเล็กน้อย
“เฮอะ ฉันจะสอนให้เขารู้ว่ามืออาชีพเขาทำกันยังไง ฉันไม่เชื่อหรอกว่าฉากวันนี้ที่มีการเปลี่ยนอารมณ์สลับไปมาจะไม่ทำให้เขาเบลอได้” นักแสดงหญิงวัย 40 กล่าว เธอรับบทเป็นผู้บริหารในบริษัทของพระเอกที่คอยจ้องจะแย่งตำแหน่งประธานจากพระเอกอยู่ แต่ในขณะเดียวกันเธอก็คอยจ้องจับผิดนางเอก เพื่อเล่นงานพระเอกเช่นกัน
“ใช่แล้ว แต่ถือว่าอยู่เป็นล่ะนะ รู้จักค่าน้ำร้อนน้ำชาด้วย อ้อ จะว่าไปหน้าใหม่วันนี้ที่ต้องเข้าฉากด้วยมีนักร้องหญิงวัยรุ่นที่ชื่อปิงเยว่ด้วยใช่ไหม ฝีมือการแสดงเป็นยังไงบ้าง” นักแสดงหญิงอีกคนถาม
“ปิงเยว่ไม่น่ากลัวเท่าไหร่หรอกครับ ผมได้ยินทีมงานคุยกันว่าการถ่ายทำเมื่อวันก่อน ไป่ฉีเป็นคนลากเธอไปปรับอารมณ์ก่อนถ่ายแต่ละฉากทุกครั้ง” หานชิงตอบ
“สวัสดีครับ คุณจวี๋ฮวา คุณมู่ตาน ผมชื่อไป่ฉี เพิ่งเข้าวงการเมื่อไม่นานมานี้ ขอฝากตัวด้วยนะครับ” ไป่ฉีก้มตัวทำความเคารพทั้ง 2 คน แต่ด้วยความที่มีทิฏฐิ ทำให้ทั้งสองทำเป็นไม่สนใจไป่ฉี หากคิดว่าไป่ฉีจะโกรธล่ะก็ หึ หึ คิดผิด ไป่ฉีล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อของเขา มันเป็นถุงผ้าใบเล็กขนาด 2X3 ซม. เท่านั้น เขายื่นมันให้กับนักแสดงทั้ง 2 คน
“นี่คือ.....” จวี๋ฮวาถาม
“ข้างในมียันต์ที่ทำให้โชคดีครับ วันนี้ล็อตเตอรี่ออกนี่ครับ ไม่แน่ว่าเจี่ยเจียทั้ง 2 หลังจากรับมันไปอาจจะถูกรางวัลก็ได้นะ” ไป่ฉีกล่าว
“จะเป็นไปได้ยังไงกันล่ะ” ทั้ง 2 คนถึงจะพูดแบบนั้นแต่ก็รับเอาไป ไป่ฉียิ้ม เขารู้ว่าทั้ง 2 คนเชื่อเรื่องดวงมาก แถมยังชอบเสี่ยงโชคอีกด้วย เมื่อมีเวลาว่าง ทั้ง 2 คนมักจะไปที่คาสิโนเป็นประจำ ซึ่งสมัยก่อนมีข่าวออกมาบ่อย ๆ จนกลายเป็นเรื่องปกติไปแล้วที่จะเห็นทั้ง 2 คนนี้เข้าคาสิโน ส่วนจวี๋ฮวากับมู่ตานทั้ง 2 คนมองถุงผ้าใบเล็กที่ใส่ยันต์ด้วยตาเป็นประกาย แม้ใบหน้ายังนิ่งอยู่
“อ๊ะ โทรศัพท์ ฉันขอตัวไปรับก่อนนะ” จวี๋ฮวาขอตัวไปคุยโทรศัพท์ ไม่นานก็มีเสียงของเธอดังขึ้น
“เอ๋” เสียงของจวี๋ฮวาดังมาก ก่อนเธอจะวิ่งมาหามู่ตานด้วยสีหน้าดีใจมาก
“เป็นอะไรจวี๋ฮวา” มู่ตานถาม
“เธอเอาล็อตเตอรี่ที่พวกเราซื้อไว้ออกมาหน่อยสิ คนขายที่เราไปเหมาเขามาโทรมาบอกว่าเลขที่เราซื้อไปถูกรางวัลล่ะ” จวี๋ฮวากล่าว เมื่อมู่ตานได้ยิน เธอรีบหยิบเอาล็อตเตอรี่ออกมาจากกระเป๋าสะพายของเธอทันที
“เยส อ๊ะ ขอโทษค่ะ” เธอกระโดดชูมือด้วยความดีใจ ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าเธออยู่ในกองถ่ายละคร จึงได้กล่าวขอโทษที่ส่งเสียงดังเป็นเด็ก ๆ
“ว่าแต่คิดว่าวันนี้ปิงเยว่จะมาสายอีกไหมนะ” หานชิงเปลี่ยนประเด็นเพื่อไม่ให้มู่ตานอับอายไปมากกว่านี้ ขณะที่ไป่ฉีขอตัวไปเตรียมตัว
พูดถึงโจโฉ โจโฉก็มาจริง ๆ ปิงเยว่ที่กำลังตกเป็นหัวข้อในการสนทนาได้เดินทางมาถึงสถานที่ถ่ายละครแล้ว เพราะคราวที่แล้วเธอมาสาย ครั้งนี้จึงได้ยกเลิกงานที่กระชั้นชิดไป 1 งานเพื่อไม่ให้สายอีก เนื่องจากวันนี้เธอต้องเข้าฉากกับนักแสดงอาวุโสหลายคน การให้พวกเขารอไม่เป็นผลดีกับเธอเลยแม้แต่น้อย
“สวัสดีค่ะ ทุกคน ฉันปิงเยว่ วันนี้ขอฝากตัวด้วยนะคะ” ปิงเยว่พูดเสียงดังฟังชัดพร้อมกับก้มตัวลงอย่างนอบน้อม เธอเดินไปทักทายเหล่านักแสดงอาวุโสหลายคน เมื่อผู้กำกับเห็นเธอ เขารีบเดินเข้ามาหาปิงเยว่ทันที แล้วคว้าบ่าของนักร้องสาว จากนั้นลากตัวเธอไปทันที
“ไปเตรียมตัว เสร็จแล้วไปหาไป่ฉีเลย พวกเธอจะต้องแสดงในฉากแรก” ผู้กำกับกล่าว
“ให้ไปหาไป่ฉีอีกแล้วเหรอคะ” ปิงเยว่เดินตามการลากของผู้กำกับไปยังห้องแต่งตัวนักแสดงหญิง สุดท้ายเธอก็มานั่งแหมะตรงหน้าไป่ฉีที่กำลังจิบชาสมุนไพรชิว ๆ เหมือนไม่เครียดเลยที่ต้องแสดงกับนักแสดงมากฝีมือที่มาเข้าฉากในวันนี้
“ไป่ฉี ฉันฝากจัดการเรื่องอารมณ์ของปิงเยว่ก่อนเข้าฉากด้วยนะ อีก 10 นาทีเจอกัน” ผู้กำกับพูดจบก็เดินกลับไปสั่งงานทีมงานให้เตรียมตัวให้พร้อม
“งั้นเรามาเริ่มกันเลยนะครับ” ไป่ฉียกยิ้มขึ้น ปิงเยว่สะดุ้งตัวลอยหลังจากได้ยินไป่ฉีพูด
“ม่ายยยยยยยยย” เสียงกรีดร้องของปิงเยว่ดังออกมาจากห้องที่ผู้กำกับเตรียมไว้ให้ไป่ฉีกับปิงเยว่เป็นพิเศษ ทีมงานที่เคยร่วมงานกับทั้ง 2 คนมาก่อนมีอาการสะดุ้งเล็กน้อย แต่ทีมงานที่มาใหม่กับนักแสดงคนอื่นที่เพิ่งเคยเจอเหตุการณ์นี้เป็นครั้งแรก บางคนตกใจทำสิ่งของหล่น บางคนสะดุ้งสุดตัวก็มี
“อะไรน่ะ” ทีมงานคนหนึ่งถาม
“อ้อ ไป่ฉีกำลังปรับอารมณ์ให้ปิงเยว่น่ะ แต่ใช้วิธีการไหนพวกเราไม่รู้หรอก แค่คิดก็สยองแล้วล่ะ” ทีมงานอีกคนยิ้มแห้ง ๆ
“เด็กนั่นเสียงดังเกินไปแล้วนะ” จวี๋ฮวากล่าว
“นั่นสิ” มู่ตานเห็นด้วยกับจวี๋ฮวา
“ทำไมปิงเยว่ถึงกรีดร้องอย่างนั้นกันนะ” หานชิงทำท่าทางสงสัย
10 นาทีต่อมา ปิงเยว่เดินก้มหน้าออกมา ซึ่งผู้กำกับได้สั่งไว้ว่าไม่ให้ใครพูดคุยกับเธอเด็ดขาด ส่วนไป่ฉีตอนนี้เขาเดินไปเข้าฉากเรียบร้อยแล้ว ฉากนี้เป็นห้องประชุมที่ผู้บริหารหญิงคนหนึ่งต้องการทำลายเครดิตของพระเอกต่อหน้าผู้บริหารคนอื่น โดยผู้บริหารหญิงนี้รับบทโดยจวี๋ฮวาที่สบประหม่าไป่ฉีไว้เมื่อตอนที่ไป่ฉีมาถึงสถานที่ถ่ายทำใหม่ ๆ
“การประชุมคราวนี้มีขึ้นเพื่ออยากจะให้ผู้ถือหุ้นทุกคนทราบว่าฉันไม่ไว้ใจให้ท่านประธานคนปัจจุบันบริหารงานต่อ ทำไมน่ะเหรอ ยอดขายของบริษัทเราตกลงเรื่อย ๆ นอกจากนี้ยังมีข้อมูลของบริษัทเรารั่วไหลไปยังบริษัทคู่แข่ง เหตุการณ์แบบนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในบริษัทของเรา จนกระทั่งประธานจ้างเลขาใหม่เข้ามา” จวี๋ฮวากล่าว สีหน้าที่แสดงออกมาของจวี๋ฮวาในบทผู้บริหารหญิงถือว่าทำได้ดีทีเดียว ทั้งน้ำเสียงและการสื่ออารมณ์ทางสายตา ตอนนี้เธอกำลังจะดูว่าไป่ฉีในบทพระเอกของเรื่องจะโต้กลับมาด้วยการแสดงแบบไหน
“ทำไมถึงต้องเป็นเลขาของผมล่ะ พนักงานคนอื่นก็สามารถทำได้เช่นกัน ช่วงที่ผมรับเลขาคนนี้เข้ามาก็มีพนักงานเข้ามาในบริษัทอีก 3-4 คนเสียด้วยซ้ำ แล้วหนึ่งในนั้นก็เป็นคนที่อยู่ในความดูแลของคุณ แทนที่จะมาโทษว่าเป็นความผิดใครลอย ๆ คุณควรมีหลักฐานมาแสดงให้ทุกคนได้เห็นจะดีกว่า อย่างเช่นสิ่งนี้” ชายหนุ่มเปิดไฟล์จากโน้ตบุ๊กเพื่อฉายเข้าไปยังจอใหญ่ด้านหน้า ในภาพเป็นภาพจากกล้องวงจรปิด เผยให้เห็นว่าพนักงานในแผนกของผู้บริหารหญิงแอบทำการถ่ายรูปเอกสารในแฟ้มเอกสารสำคัญของบริษัทไป ฉากนี้ไป่ฉีนั่งหลังตั้งตรง แผ่กลิ่นอายของผู้มีอำนาจและน่ายำเกรง นักแสดงอาวุโสที่ร่วมในฉากนี้ต่างก็รู้สึกกันได้
'เด็กอะไรกัน สามารถแสดงจนเกิดบรรยากาศที่อึดอัดแบบนี้ได้ด้วยเรอะ'
'ดูยังไงก็ไม่เหมือนเด็กมัธยม เขาสามารถแสดงจนเราเห็นว่าเขาเป็นชายหนุ่มเจ้าของบริษัทยักษ์ใหญ่ได้อย่างสมบูรณ์แบบจริง ๆ'
'สายตาที่จ้องมาที่ฉันดูเย็นชามาก แถมยังส่งความประสงค์ร้ายมาจนรู้สึกได้ชัด นี่ฉันกำลังแสดงกับนักแสดงหน้าใหม่จริง ๆ เหรอ ไม่ได้ฉันจะต้องทดสอบดูซะหน่อย เดี๋ยวเจี่ยเจียคนนี้จะเล่นใหญ่ให้ดู' จวี๋ฮวาคิด
“ไม่จริง พนักงานของฉันไม่ทำแบบนั้นแน่ นี่มันภาพตัดต่อที่เตรียมมาใส่ร้ายพนักงานของฉันสินะ” จวี๋ฮวากล่าว แสดงสีหน้าลนลาน ไม่คิดว่าประธานจะมีไฟล์วิดีโอจากกล้องวงจรปิดเป็นหลักฐาน นั่นกลายเป็นว่าสิ่งที่เธอกล่าวหาประธานไป กลับย้อนมาเข้าตัวเธอเอง ตรงนี้จวี๋ฮวาชี้หน้าไป่ฉีที่สวมบทบาทประธาน พร้อมกับตะคอกใส่ โดยหวังให้ไป่ฉีสะดุ้งและหลุดจากบทที่แสดงอยู่ แต่มันไม่เป็นอย่างนั้น ไป่ฉีมองมานิ่ง ๆ สีหน้าดูมืดครึ้มลง แถมการมองของเขายังทำให้จวี๋ฮวาถึงกับเย็นที่สันหลัง ขาอ่อน จนเธอทรุดตัวลงไปกับพื้น
'อะไรกัน ความรู้สึกที่เจ้าเด็กนี่จ้องฉัน ราวกับฉันเป็นเหยื่ออย่างนั้นล่ะ ไม่เคยเจอใครที่แค่จ้องด้วยสายตาแล้วจะน่ากลัวขนาดนี้มาก่อนเลย' จวี๋ฮวาคิด
“คลิปนี้ได้รับการยืนยันจากผู้เชี่ยวชาญของภาครัฐแล้วว่าไม่มีการตัดต่อ” ไป่ฉีหยิบเอกสารรับรองขึ้นมาให้กับผู้บริหารคนอื่นดู
“ตอนนี้คุณช่วยอธิบายให้ผมฟังหน่อยสิครับ ว่าผมควรจะต้องให้คุณรับผิดชอบเหมือนกับที่คุณอยากให้ผมรับผิดชอบรึเปล่า” แม้หน้าตาของไป่ฉีที่รับบทเป็นประธานจะยังคงยิ้มอยู่ แต่บรรยากาศที่แผ่ออกมาทำให้ผู้บริหารหญิง(จวี๋ฮวา) ถึงกับกลัวสุดขีดขึ้นมาจริง ๆ จนน้ำใส ๆ ไหลออกมาจากระหว่างขาของเธอโดยที่เธอควบคุมไม่ได้
ตอนนี้รอบ ๆ ทั้งทีมงาน นักแสดงคนอื่นที่ไม่ได้เข้าฉาก รวมถึงผู้กำกับถึงกับอ้าปากค้าง แค่มองไป่ฉีจากระยะไกลพวกเขาคิดว่าคน ๆ นี้ไม่ควรไปยั่วโทสะเป็นอันขาด แต่คิดไม่ถึงว่าจวี๋ฮวาที่อยู่ใกล้จะกลัวถึงกับปัสสาวะราดออกมา
“ผู้กำกับ จะสั่งคัทไหมครับ” ทีมงานคนหนึ่งเข้ามากระซิบถาม
“ไม่ต้อง อารมณ์มาเต็มแบบนี้แหละ ละครมันถึงจะแรงส์ หึหึ” ผู้กำกับแม้จะตะลึงกับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่เขาไม่ยอมปล่อยให้สิ่งที่ไป่ฉีทำเสียเปล่าแน่
ในห้องประชุมชายหนุ่มที่เป็นประธานเดินเข้ามาพร้อมกับยื่นมือให้ เขามองผู้บริหารหญิงด้วยสายตาเพียงอย่างเดียว ก็ทำให้เธอถึงกับเย็นสันหลังวาบขึ้นมาอีกครั้ง
'ไงล่ะ เด็กน้อย ลองของข้าแบบนี้ ข้าคืนให้ทั้งต้นทั้งดอกเลยนะ หึหึ' ไป่ฉียังคงส่งแรงกดดันอย่างต่อเนื่องใส่จวี๋ฮวาที่นั่งกองอยู่ที่พื้น
เมื่อไป่ฉีเห็นว่าจวี๋ฮวาไม่ยอมจับมือกับตน จึงได้เดินกลับไปนั่งลงที่เก้าอี้ของเขา เขาผายมือทั้งสองข้างไปข้างหน้า
'ดูเหมือนจะแรงไปแฮะ เด็กนั่นดูเหมือนจะช็อกไปแล้ว' ไป่ฉีรู้สึกผิดหน่อย ๆ คิดได้แบบนั้นเขาจึงรีบให้จบฉากนี้ แล้วให้ทีมงานช่วยพาจวี๋ฮวาไปจัดการ เอ่อ นั่นล่ะ
“งั้นเรามาโหวตกัน” ไป่ฉีกล่าวขึ้นเป็นสัญญาณให้ผู้บริหารคนอื่น (นักแสดงคนอื่น) ดำเนินการแสดงต่อเพื่อไม่ให้ฉากนี้เสียไป โดยที่ในใจของนักแสดงที่ร่วมฉากคนอื่นต่างคิดเหมือนกันคือ ไป่ฉีเป็นหน้าใหม่ที่น่าสะพรึงกลัว