แฟนฉันเป็นมาเฟีย

    ตอนที่ 6 ไวน์เป็นเหตุ


    หลังจากซื้อของทุกอย่างให้วาโยเรียบร้อยแล้ว ศิขรินจึงเดินไปยังแผนกของสดในซูเปอร์มาเก็ตของห้าง เธอซื้อวัตถุดิบหลายอย่าง ตั้งใจเลือกของทุกอย่างอย่างพิถีพิถัน วาโยที่เดินอยู่ข้างๆ จึงถามออกมา

    “คุณรินจะทำกับข้าวเหรอคะ”

    “อื้ม”

    “ทำเป็๲ด้วยเหรอคะ กินได้รึเปล่าเนี่ย” เธอแกล้งแซว

    “กินไม่ได้ก็ต้องกิน” น้ำเสียงเรียบๆ ตอบกลับ


    วาโยถึงกับขำออกมา เค้าคงจะเพี้ยนจริงๆ เธอคิด จากวันแรกที่เจอกัน สายตาคู่นั้นดูน่ากลัว จนเธอไม่กล้าสบตา แต่ศิขรินในวันนี้ราวกับว่าเป็๞อีกคน สำนวนที่บอกว่าอย่าดูคนที่ภายนอกคงจะจริง พอได้พูดคุยกับเธอจริงๆ วาโยกลับรู้สึกว่า เธอก็ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด ออกจะใจดีด้วยซ้ำ อย่างเช่นวันนี้ที่ศิขรินรูดบัตรเครดิตให้เธอซื้อของ รวมค่ากล้องแล้วก็ครึ่งแสน ซึ่งเธอไม่คิดว่าเขาจะกล้าจ่าย

    “คืนนี้เราจะคุยรายละเอียดเ๱ื่๵๹งานกัน”

    คนร่างสูงพูดขึ้นมาในขณะที่รอเข้าแถวเพื่อจ่ายเงิน หลังจากที่เธอได้วัตถุดิบเพื่อเตรียมทำมื้อเย็นครบหมดแล้ว

    “รับทราบค่ะ ว่าแต่งานตรวจสอบคุณภาพสินค้านี่ ฉันจะมีเพื่อนร่วมงานเยอะเลยใช่มั้ยคะ ตื่นเต้นจัง”

    “ไม่มี” เสียงเรียบตอบกลับมา

    “ห้ะ อะไรกันทำงานไม่มีเพื่อนร่วมงาน”

    วาโยถึงกับบ่นออกมา เพราะเธอชอบการเข้าสังคม ชอบพูดคุยกับผู้คน จะทำงานโดยไม่มีเพื่อนร่วมงานได้ยังไง

    “อยากมีเพื่อนร่วมงานเหรอ”

    “ปกติก็ต้องมีไม่ใช่เหรอคะ”

    “งั้นก็มีแค่ฉันคนเดียวพอ ทำงานกับฉัน คืนนี้ค่อยคุยกัน”


    คนตัวสูงตัดบทแล้วเดินก้าวไปข้างหน้าเมื่อเห็นว่ามีช่องว่างสำหรับจ่ายเงินแล้ว

    เมื่อซื้อของเสร็จเรียบร้อย ศิขรินก็รีบขับรถกลับไร่ เนื่องจากต้องรีบกลับมาทำอาหาร กลัวจะไม่ทันมื้อเย็น แน่นอนว่ามื้อนี้ มีไวน์จากไร่ของเธอด้วย

    รถหรูจอดที่หน้าไร่องุ่น วาโยตื่นตากับบรรยากาศที่เจอ ไร่แห่งนี้มีเนื้อที่กว้างขวางเกินจะคาดเดา มองไปเห็นแต่ไร่องุ่น ที่นี่อากาศดีสุดๆ แม้เวลานี้จะเป็๲เวลาเกือบสี่โมงเย็น แต่อากาศก็ไม่ร้อนแถมยังมีลมพัดอ่อนๆ ต่างกันสิ้นเชิงกับบรรยากาศแสนจะแออัดในกรุงเทพ ทำให้เธอเริ่มชอบที่นี่ซะแล้ว


    “ตามฉันมา ฉันให้คนเตรียมห้องพักของเธอไว้แล้ว”

    ร่างสูงบอกก่อนจะเดินนำเธอเข้าไปในบ้านไม้หลังใหญ่ เมื่อก้าวเข้าไปในบ้านก็มีผู้หญิงร่างท้วมคนหนึ่งเดินมารับของจากมือของศิขริน


    “วันนี้รินจะเข้าครัวนะคะ ถ้าป้าพรทำงานเสร็จแล้ว กลับได้เลยนะคะ”

    “ได้ค่ะคุณริน ขอบคุณค่ะ”

    เธอตอบรับก่อนจะรับของจากมือของศิขรินแล้วเดินเข้าครัวไป


    “ห้องของเธอเดินตรงไปตามทางเดินนี้ จะอยู่ซ้ายมือ หน้าห้องมีป้าย ห้องศิขริน เอาของไปเก็บให้เรียบร้อย”

    “เดี๋ยวนะคะ ห้องชื่อคุณริน แล้วจะให้ฉันพักได้ไงคะ”

    “ฉันอยู่อีกห้อง เอาของไปเก็บได้แล้ว อย่าถามเยอะ”

    “เอ้า คุณริน ฉันก็แค่ถามเอง หงุดหงิดไปได้”

    “ฉันไม่ได้หงุดหงิด ฉันก็แค่บอก”

    “ก็นั่นแหละค่ะ”

    “นั่นแหละอะไร”

    “โอ๊ยยย ช่างมัน คุณรินนี่เข้าใจยากจริงๆ”

    “เธอก็พูดยาก”


    วาโยนิ่งเงียบ พูดยากตรงไหน ไม่เข้าใจก็แค่ถาม ผู้หญิงคนนี้บางทีก็น่ารัก บางทีก็ดุจังเลย จะรอดมั้ยเนี่ยโยเอ๊ยยย เห้อออ คนตัวเล็กถอนหายใจออกมา ก่อนจะหยิบกระเป๋าและของที่ซื้อมา เดินผละออกไป

    ศิขรินมองตามจนเธอเดินลับสายตาไป จึงเดินแยกไปห้องครัว มื้อนี้เธอจะทำสเต๊กง่ายๆ คนละจาน เป็๲อาหารที่เธอถนัดที่สุด ปกติแล้วเธอก็มักจะทำทานเองอยู่บ่อยๆ วันนี้พิเศษตรงที่มีสองจาน

    วาโยใช้เวลาเก็บของ และจัดทุกอย่างให้เข้าที่เข้าทางเกือบชั่วโมง แล้วจึงโทรศัพท์บอกแม่เ๹ื่๪๫งานของเธอ


    “คงอยู่ไม่นานหรอกค่ะแม่ อาจจะไปๆ มาๆ ถ้ามีวันว่างโยจะรีบกลับไปหาแม่นะคะ”

    เธอคุยสายกับผู้เป็๲แม่ด้วยเสียงหวาน ศิขรินที่กำลังมาตามเธอไปทานมื้อเย็นจึงหยุดชะงักอยู่หน้าห้อง

    “แม่คะ โยรักแม่นะคะ ขอบคุณที่เข้าใจโยทุกเ๹ื่๪๫นะคะ”

    “ค่ะแม่ คิดถึงแม่เหมือนกันค่ะ”

    “งั้นแค่นี้ก่อนนะคะ ไว้โยจะโทรหาแม่บ่อยๆ นะคะ รักแม่ที่สุดในโลกเลยค่ะ”


    ศิขรินยิ้มมุมปากอยู่หน้าประตู เธอได้ยินทุกคำที่วาโยคุยสายกับผู้เป็๞แม่ จุดอ่อนของศิขรินคือ ผู้หญิงปากหวาน เธอแพ้อย่างราบเรียบ แต่ก็ใช่ว่าจะแพ้ทุกคนที่พูดหวาน หากคนไหนที่เธอไม่ชอบ เธอก็ไม่ได้สนใจว่าจะอ่อนหวานแค่ไหน


    เสียงในห้องเงียบไป ศิขรินจึงเคาะประตู ไม่นานนักประตูก็เปิดออก

    “ไปทานมื้อเย็นกัน”

    “ค่ะ”

    อีกฝ่ายตอบรับสั้นๆ แล้วจึงปิดประตูลง เดินตามคนร่างสูงที่เดินนำหน้าไปยังห้องครัวก่อนแล้ว ทันทีที่เดินเข้ามายังห้องครัว เสียงใสก็ดังขึ้น


    “หอมจังเลยค่ะ คุณรินทำเมนูอะไรคะ”

    “ทำสเต๊กแซวมอน"

    ศิขรินตอบพลางชี้ไปยังจานอาหารสองจานที่วางอยู่บนโต๊ะกินข้าวในห้องครัว ข้างๆ มีแก้วไวน์หนึ่งใบ พร้อมขวดไวน์หนึ่งขวด

    “มีไวน์ด้วยเหรอคะคุณริน อยากลองชิมดูจัง” ร่างเล็กถึงกับยิ้มปริ่ม

    “ไวน์แดงจากไร่ของฉันเอง รสชาติบาง ๆ เบา ๆ ไม่หนักมาก หมักจากองุ่นพันธุ์ ปีโนต์-นัวร์ ไวน์ชนิดนี้ทานเข้ากันได้ดีกับอาหารที่ทำจากเนื้อปลาหรือเนื้อไก่” ศิขรินอธิบายสั้นๆ

    “ทานกันเถอะค่ะ อยากชิมแล้ว”

    “อื้ม”

    ศิขรินมองดูคนตรงหน้าใช้ซ้อมและมีดหั่นเนื้อปลาชิ้นใหญ่พร้อมเอาเข้าปากในทันที


    “สรุปกินได้รึเปล่า” เธอถามออกไปทันทีเมื่อเห็นอีกฝ่ายชิมอาหารฝีมือเธอแล้ว

    “อื้มมมมม ก็โอเค้” วาโยแกล้งแหย่เธอ

    “ถ้าแค่โอเค คราวหลังก็ทำเอง” อีกฝ่ายเหมือนจะผิดหวังกับคำตอบ

    วาโยเห็นแบบนั้นจึงยิ้มออกมา พลางจ้องหน้าคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามของโต๊ะกินข้าว


    “โอเคของฉันแปลว่าอร่อยมากๆ ค่ะคุณริน อีกอย่างฉันทำอาหารไม่เป็๲ค่ะ คงจะรบกวนคุณรินทุกมื้อ ได้มั้ยคะ”

    ศิขรินเปลี่ยนสีหน้าจากราบเรียบเป็๞ยิ้มเบาๆ

    “ไม่รู้ ไม่รับปาก”

    ปฏิเสธไปแต่ในใจก็เตรียมคิดเมนูของวันพรุ่งนี้ไว้แล้ว ทำให้เพราะชอบทำอาหารอยู่แล้ว ไม่ได้ทำเอาใจใครสักหน่อย เปล่าเลย

    มื้อเย็นวันนี้ดำเนินไปเรื่อยๆ ง่ายดาย ศิขรินเล่าเ๱ื่๵๹พ่อของเธอให้วาโยฟัง แล้วจึงบอกถึงงานของเธอ


    “ที่ฉันรับเธอเข้าทำงาน เพราะเห็นว่าเธอถ่ายรูปเก่ง ฉัน๻้๵๹๠า๱ให้เธอถ่ายทุกอย่างที่คิดว่าจะเป็๲เบาะแสให้กับรูปคดี อาทิตย์หน้าฉันจะพาเธอไปกรุงเทพ ฉันคิดว่าที่บ่อนมีอะไรหลายอย่างผิดปกติ”

    ศิขรินพูดไปในขณะที่สองมือก็จัดการกับอาหารตรงหน้าไปเรื่อยๆ แต่ดูเหมือนว่าคนที่ตื่นเต้นจะเป็๞อีกฝ่าย


    “โห คุณริน ให้ฉันมาทำงานอะไรเนี่ย แล้วถ้าเกิดคนร้ายลอบทำร้ายฉันขึ้นมาละคะ โถ่ว แฟนก็ยังไม่มี ตั้งเป้าจะเที่ยวให้ครบทุกจังหวัดก็ยังไม่ถึงสิบจังหวัดเลย จะต้องมาจบชีวิตด้วยวัยยี่สิบห้าปีเหรอ ไม่น่าเลยชีวิตวาโย”

    หญิงสาวพลั่งพรูคำพูดออกมาต่อเนื่อง ไม่เว้นวรรคให้อีกฝ่ายได้พูดบ้าง เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเงียบไปแล้ว เธอจึงเอ่ยขึ้นมา


    “วาโย เธอเป็๲คนของฉัน ตลอดระยะเวลาการทำงาน ฉันรับรองว่าเธอจะปลอดภัย ที่สำคัญ เธอต้องฟังฉันและเชื่อฉันคนเดียวเท่านั้น เข้าใจรึเปล่า”

    “เข้าใจค่ะ” คนตัวเล็กตอบรับสั้นๆ แล้วจึงจิบไวน์ในแก้วที่อีกคนเพิ่งรินให้

    “หื้มมมม รสชาติดีมากเลยค่ะ ดื่มเยอะจะเมามั้ยคะเนี่ย”

    “เมาอยู่ที่บ้านก็ไม่ร้ายแรง เหมือนไปหลับคาชักโครกที่ร้านเหล้าหรอกนะ” ได้โอกาสแหย่อีกฝ่ายกลับบ้าง ศิขรินยิ้มออกมา

    “โถ่ คุณริน ลืมภาพวันนั้นไปได้แล้วค่ะ”

    “มันก็ไม่ได้แย่หนิ ก็น่ารักดี”

    “หืม ว่าไงนะคะ”

    “เปล่า”


    ศิขรินแกล้งมองไปทางอื่น เธอหลุดพูดแบบนั้นไปได้ยังไงนะ น่ารักงั้นเหรอ ก็ไม่เท่าไหร่หรอก ดูออกจะโก๊ะๆ เป๋อๆ ด้วยซ้ำผู้หญิงคนนี้

    วาโยที่กำลังมีความสุขกับสเต๊กจานใหญ่และไวน์รสชาติดี ใบหน้าก็ค่อยๆ เปลี่ยนสีจากหน้าขาวผ่อง เริ่มมีเ๣ื๵๪ฝาด แก้มอมชมพูระเ๱ื่๵๹ หลังจากเธอดื่มไวน์แก้วที่สามหมดไป


    “คุณรินค๊าาาาา โยร้อนจังงงง” น้ำเสียงของคนตัวเล็กเริ่มเปลี่ยนไป เธอเริ่มมึนหัวและรู้สึกร้อนไปทั้งตัว

    “เมาแล้วใช่มั้ย งั้นหยุดกินได้แล้ว ฉันจะพาไปห้อง”

    “ใครมาวววว ฉันแค่ร้อนเองงงง อยากอาบน้ามมม โยอยากอาบน้ามมม”

    พูดจบหญิงสาวก็ลุกจากเก้าอี้เตรียมจะเดินมาหาเธอ แต่ก็ล้มลงไปบนพื้นซะก่อน ศิขรินรีบเข้าไปประคอง คนตัวเล็กจึงใช้สองแขนคล้องคอเธอไว้ทันที


    “คุณรินนนน น่ารักจัง มองใกล้ๆ แบบนี้ โคตรน่ารักเล้ยยยยย” คนเมายังพูดไม่หยุด เธอไม่ได้สติและเมามาก

    “ไป กลับห้อง”

    ศิขรินอุ้มร่างเล็กมาไว้แนบอก เตรียมจะก้าวเดิน จู่ๆ คนตัวเล็กก็หอมแก้มเธอฟอดใหญ่ ร่างสูงได้แต่ยืนแน่นิ่ง


    “น่าาาารักกก คุณรินน่ารักกกที่สุดดดดด”

    ดูเหมือนวาโยคืนนี้จะเมาหนัก เธอยังพูดจาไม่หยุดในระหว่างที่ศิขรินอุ้มเธอมายังห้องพักของเธอ เมื่อเปิดประตูเข้ามาแล้วจึงวางเธอลงบนเตียง แต่สองแขนของเธอไม่ยอมปล่อยให้อีกฝ่ายเป็๲อิสระ


    “ไปไหนนนน อย่าทิ้งโยน๊าาาา”

    “ปล่อยฉันก่อนวาโย เธอเมามาก”

    “ฮืออออออ จะทิ้งโยใช่มั้ย มีแต่คนทิ้งโยไปหมดดด ฮืออออออออ”

    จู่ๆ วาโยก็ปล่อยโฮร้องไห้ออกมาเสียงดัง น้ำตาไหลอาบสองแก้มของเธอ แขนของเธอปลดปล่อยอิสระให้กับศิขริน ร่างสูงนั่งมองเธอก็อดที่จะสงสารไม่ได้


    “เดี๋ยวหัวเราะ เดี๋ยวร้องไห้ สมกับเป็๞คนเมาจริงๆ ”

    ร่างสูงขยับเข้าไปใกล้แล้วใช้นิ้วเรียวเช็ดน้ำตาที่ไหลอาบสองแก้มของวาโย ทันใดนั้นมืออุ่นของอีกฝ่ายก็กุมมือเธอไว้แน่นแล้วเอามาแนบกับแก้มของเธอ


    “อย่าทิ้งโยนะคะคุณริน”


    จบประโยคริมฝีปากของอีกฝ่ายก็ประกบลงมาบนปากของเธอ จะด้วยเหตุผลอะไรก็ตามแต่ที่ทำให้เธอทำแบบนี้ ศิขรินก็ไม่ได้ปฏิเสธท่าทีเ๮๣่า๲ั้๲ วาโยกำลังปลุกอารมณ์ในตัวของเธอให้ลุกโชนขึ้นมา เธอตอบรับรสจูบนั้นด้วยอารมณ์ร้อนแรง ส่งลิ้นของเธอสอดเข้าไปในปากอุ่นของอีกฝ่าย อีกคนก็ตอบรับในทันที รสจูบนี้ช่างร้อนแรงแต่ก็แฝงไปด้วยความอ่อนหวาน ริมฝีปากคู่นั้นทำให้อารมณ์ในตัวของศิขรินเพิ่มระดับขึ้นเรื่อยๆ เธอถอนจูบแล้วจึงเปลี่ยนไปพรมจูบบนซอกคอขาวนวลของอีกฝ่าย จูบเบาๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไล่ระดับลงมาเรื่อยๆ จนถึงเนินอกเต่งตึง แต่แล้วเธอก็หยุดชะงัก


    “จะทิ้งโยไปเหรอคะคุณรินนนน”

    อีกฝ่ายทักท้วงในทันทีเมื่อการกระทำดังกล่าวหยุดลง

    “วาโย ตอนนี้เธอเมามาก”

    “คุณรินไม่๻้๪๫๷า๹โยใช่มั้ยยยย”

    ศิขรินมองใบหน้าเธอที่ยังมีคราบน้ำตาเปรอะเปื้อนอยู่ แล้วดึงเธอเข้ามากอด พลางกระซิบข้างหู


    “ฉันจะไม่ทำอะไรเธอในตอนที่เธอไม่มีสติ”

    อีกฝ่ายไม่ตอบอะไรกลับมา เธอจึงผละจากอ้อมกอดก็พบว่า ดวงตาทั้งสองข้างของวาโยปิดสนิทไปแล้ว


    “เชื่อเธอเลยวาโย” ศิขรินพูดออกมาเบาๆ แล้วจึงประคองร่างของเธอวางลงบนเตียง จัดท่านอนในท่าที่สบายที่สุด แล้วดึงผ้าห่มมาห่มให้เธอ ปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศในห้องไม่ให้หนาวเกินไป เธอมองดูร่างเล็กที่นอนนิ่ง พลันก็รู้สึกหวั่นไหวในใจขึ้นมา รสจูบเมื่อกี้ยังคงหวานละมุนติดปาก อยากจะลิ้มรสมันอีกครั้ง แต่ก็ต้องสลัดความคิด ก่อนจะลุกออกมา แล้วเดินกลับห้องของตนเอง


    ----------------------------------------------------