ฮวาหยุ่ยถิงสั่งให้ลูกน้องบางคนเข้าไปในร้านเพื่อประเมินความเสียหายจากนั้นจึงกล่าว “ถ้าท่านทั้งสองพอจะมีเวลาว่างท่านสามารถมายังคฤหาสน์สมุนไพรดันเซี่ยงในฐานะแขกของเราได้ตลอดเวลา พวกเราพร้อมต้อนรับท่านเสมอ”
หลังจากฮวาหยุ่ยถิงจากไป เฉินหลู่ซ่งเอามือเท้าสะเอวพลางกล่าวด้วยรอยยิ้ม“เจ้าคิดว่านางน่าสนใจใช่มั้ยหล่ะ?”
เฉินเซี่ยงกระซิบขณะชายตามองไปยังรถม้าที่อยู่ห่างออกไป“แผนการของนางช่างลึกล้ำข้าสัมผัสได้ว่านางต้องการเอาชนะเรา”
“เจ้าคิดมากเกินไป แม้นางจะเป็นสตรี แต่นางยังคงเป็นผู้นำแห่งขุมอำนาจนักปรุงยาขนาดใหญ่นางคุ้นเคยกับการแทะเล็มกระดูกจนไม่หลงเหลืออะไรมานานแล้ว เหตุใดนางต้องใช้เล่ห์กลในการเอาชนะเราด้วย?”
ห้าวันผ่านไปอย่างรวดเร็ว ร้านได้รับการซ่อมแซมใหม่เอี่ยมโดยที่ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆคฤหาสน์สมุนไพรดันเซี่ยงได้ส่งคนมาซ่อมแซมร้านให้ ตราบใดที่ร้านมีเม็ดยาและนักปรุงยามากพอพวกเขาก็สามารถเปิดร้านได้ในอีกไม่นาน
เฉินเซี่ยงมาที่เมืองโหวหวางด้วยจุดประสงค์2 อย่าง หนึ่งคือมาเพื่อเปิดร้านขายเม็ดยา สองคือเข้าร่วมประลองทักษะการต่อสู้ของเมืองโหวหวาง
งานประลองของเมืองโหวหวางเริ่มเปิดการรับสมัครแล้วแม้จะเหลือเวลาอีกสองเดือนก่อนการแข่งขันจะเริ่ม แต่เฉินเซี่ยงก็รีบไปสมัครเข้าแข่งขันอย่างรวดเร็วนอกจากนี้เฉินเซี่ยงยังได้รู้ข้อมูลบางอย่างไปพร้อมๆ กัน ลูกศิษย์ของนิกายจะปรากฏตัวในงานแข่งขันอย่างแน่นอนแต่พวกเขาไม่ได้เข้าร่วมการแข่งขันด้วย พวกเขามาเพียงแค่สังเกตการณ์เท่านั้น
หลายวันผ่านไป เฉินเซี่ยงและเฉินหลู่ซ่งต่างยุ่งวุ่นวายกับการสกัดกลั่นเม็ดยาเพื่อให้กิจการของพวกเขาเดินหน้าอย่างราบรื่น...พวกเขาต้องสกัดกลั่นเม็ดยาจำนวนมาก
“ท่านปู่ ด้วยการสกัดกลั่นเม็ดยาของพวกเราทั้งสองคนย่อมไม่มีทางเป็นไปได้...ข้าไม่คิดว่าพวกเราจะทำเช่นนี้ต่อไปได้” เฉินเซี่ยงเพิ่งสกัดกลั่นเม็ดยาชำระไขกระดูกแล้วเสร็จแต่สมุนไพรเขาต้องไปซื้อหาที่คฤหาสน์สมุนไพรดันเซี่ยง
“ไอ้หนู เจ้าคิดว่าการเปิดร้านเป็นเรื่องง่ายเช่นนั้นรึ? ถ้าเรามีนักปรุงยาไม่ถึงห้าคนมันย่อมเป็นเรื่องยากที่จะประคับประคองกิจการ นอกจากนี้ หลังจากเปิดร้านแล้ว เรายังต้องรอคอยให้ลูกค้าเข้ามาซื้อหาจากที่ข้าเห็น มันต้องใช้เวลาอย่างน้อยๆ 2 ปีเพื่อที่จะให้กิจการของเราดำเนินไปอย่างราบรื่น” คำกล่าวของเฉินหลู่ซ่งทำให้เฉินเซี่ยงกระทืบเท้าด้วยความร้อนรนเขาไม่สามารถรอคอยได้นานขนาดนั้น
การที่จะดึงดูดใจนักปรุงยา พวกเขาเขาทำได้เพียงใช้สมุนไพรที่ล้ำค่าเท่านั้นเฉินเซี่ยงวางแผนที่จะเร่งการเจริญเติบโตสมุนไพรสักชุด ดังนั้นเขาจึงออกจากห้องปรุงยาทันทีแต่เมื่อเขามาถึงภายในร้าน เขากลับเห็นคนหลายคนยืนอยู่
คนเหล่านี้ประกอบไปด้วยหนึ่งชายชราและสี่ผู้เยาว์หน้าตาดีปราณที่แผ่ออกมาจากร่างกายของพวกเขาเป็นปราณที่บริสุทธิ์อย่างมาก ส่งผลให้ทุกคนได้รับความรู้สึกแปลกประหลาดปราณแท้จริงที่บริสุทธิ์เช่นนี้ไม่อาจบ่มเพาะได้ในโลกมนุษย์
“ท่านคือ…..”
“ฮึ่ม.. เจ้าคือเฉินเซี่ยง?” ชายชราผมขาวตะโกนขึ้นใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยพลังอำนาจและความเกรี้ยวกราด นอกจากนี้ชายหนุ่มทั้งสี่คนยังวางท่าทีสูงส่งขณะจ้องมองเฉินเซี่ยง
เฉินเซี่ยงขมวดคิ้ว เขากำหมัดแน่นพร้อมกล่าวอย่างเย็นชา“ใช่เจ้ามาที่นี่เพื่อก่อเรื่องเช่นนั้นรึ?”
ทันใดนั้นเฉินหลู่ซ่งก็เดินเข้ามา เมื่อที่เขาเห็นชายชราคนนั้นร่างกายของเขาพลันสั่นสะท้าน เห็นได้ชัดว่าเขาหวาดกลัวชายชราคนนั้น
“เจ้า...เจ้าคือ….” เฉินหลู่ซ่งกล่าวไม่ออกแน่นอนว่าเขารู้จักชายชราคนนี้
ชายชรากล่าว “ถูกต้อง...ข้าเฉินฟู่หลงห้าสิบปีที่แล้วข้าปลีกตัวออกจากตระกูลเฉินเข้าร่วมกับนิกายแห่งหนึ่ง ตอนนี้ข้ากลับมาเพื่อคัดเลือกลูกศิษย์ของนิกายแต่ข้ากลับได้ยินข่าวร้ายบางอย่าง”
เฉินเซี่ยงตกใจ คนผู้นี้รับผิดชอบการคัดเลือกศิษย์ของนิกายนอกจากนั้นเขายังเป็นผู้อาวุโสของตระกูลเฉิน แต่ดูเหมือนผู้อาวุโสคนนี้จะไม่พอใจอะไรเขาสักอย่าง
“เจ้ากล้าเป็นศัตรูกับตระกูลเหยา เจ้าสมควรรู้ว่าเมื่อข้าเข้าสู่นิกายผู้ฝึกตนสมาชิกตระกูลเหยาได้ช่วยเหลือข้าไว้มากมาย” เฉินฟู่หลงจ้องเฉินเซี่ยงเขม็งพร้อมกับปลดปล่อยปราณแท้จริงเข้ากดดันเฉินเซี่ยง ทำให้เขารู้สึกว่าร่างกายโดนกดทับด้วยน้ำหนักห้าพันกิโลกรัม
ความประหลาดใจปรากฏบนใบหน้าเฉินหลู่ซ่งจากนั้นก็ถูกแทนที่ด้วยความเย็นชา“เขาคือเม็ดพันธุ์ชั้นดีที่เกิดขึ้นในตระกูลเฉินหนึ่งในพันปี แต่เจ้ากลับทำให้เขาลำบากใจด้วยเหตุผลส่วนตัวของเจ้า! ด้วยเหตุผลนี้เพียงข้อเดียวก็เพียงพอที่เจ้าจะไร้คุณสมบัติในการเป็นสมาชิกตระกูลเฉิน!”
เมื่อเฉินฟู่หลงได้ยินคำกล่าวนั่น มันพลันยับยั้งปราณและหันมองไปทางเฉินหลู่ซ่งเพื่อพิจารณาความแข็งแกร่งของเขาขณะที่มันไม่เห็นระดับความแข็งแกร่งของเฉินหลู่ซ่ง มันกล่าวอย่างเหยียดหยัน “เมล็ดพันธุ์ชั้นดีอะไร? เจ้าบ้าเนี่ยนะ? แค่คว้าจับใครสักคนในนิกายของข้าขึ้นมาพวกเขาก็แข็งแกร่งกว่ามันแล้ว ศิษย์ที่อยู่เบื้องหลังข้าทั้งสี่คนยังสามารถเขาชนะมันได้ง่ายๆเลย”
หลังจากเฉินฟู่หลงกล่าวจบ ร่างของเฉินเซี่ยงพลันเคลื่อนไหวราวกับสายฟ้ารัศมีสีครามทะลักออกมาจากหมัด พลันปรากฏรัศมีสายฟ้าประกายขึ้นพร้อมด้วยพลังสะกดข่มของสายฟ้าพุ่งตรงไปยังชายหนุ่มคนหนึ่ง
ด้วยการจู่โจมอย่างฉับพลัน ชายหนุ่มจึงไม่มีเวลาหลบหลีกหมัดของเฉินเซี่ยงกระแทกหน้าอกมันอย่างโหดเหี้ยม ส่งโลหิตกระจายออกจากปากพร้อมกับถอยหลังไปสองก้าวก่อนจะหยุดลง
“ก็งั้นๆ!” เฉินเซี่ยงกล่าวอย่างแผ่วเบา เขามองไปยังเฉินฟู่หลงในตอนนี้เขาทราบแล้วว่าผู้อาวุโสตระกูลเฉินผู้นี้ไม่มีความภักดีต่อตระกูลเฉิน ด้วยความที่มันสนิทสนมกับตระกูลเหยามันกล้าแม้กระทั่งทำร้ายพวกพ้องของตนเอง
การกระทำอย่างฉับพลันของเฉินเซี่ยงทำให้เฉินฟู่หลงตกใจและโกรธเกรี้ยวอย่างมากเขาได้ยินเรื่องราวความแข็งแกร่งของเฉินเซี่ยงมาแล้วแต่ยังไม่เคยได้เห็นมันกับตาตนเองแม้จะสามารถทำให้ศิษย์ของนิกายบาดเจ็บได้เล็กน้อย แต่ดูเหมือนความแข็งแกร่งของเขาจะน่าอัศจรรย์อย่างแท้จริง
“นี่คือความแข็งแกร่งของศิษย์นิกายเช่นนั้นรึ?” เฉินเซี่ยงกล่าวอย่างดูถูกพลางจ้องไปยังผู้เยาว์ทั้งสี่ซึ่งทำให้พวกมันโกรธเคืองอย่างมาก
“ถ้าเจ้าไม่ลอบจู่โจมข้า เจ้าย่อมไม่สามารถแตะต้องข้าได้” ชายหนุ่มเช็ดคราบเลือดที่มุมปากพร้อมตอบโต้อย่างเกรี้ยวกราด
“งั้น..ถ้าเราจะประลองกันสักเล็กน้อยหรือไม่?”
เฉินเซี่ยงนวดหมัด ขณะที่ใบหน้าของเขาปรากฏเจตนาต่อสู้
“มาเริ่มกันเลย!” หัวใจของชายหนุ่มเต็มไปด้วยความโกรธแค้น มีเพียงการต่อสู้เท่านั้นที่สามารถระบายความคับแค้นที่ฝังอยู่ในใจของมันได้
เฉินฟู่หลงไม่ได้พยายามห้ามพวกเขา มันถอยไปอยู่ที่ว่างด้านข้างและเหลือพื้นที่เล็กน้อยให้ทั้งสองใช้ต่อสู้ทันใดนั้นชายหนุ่มและเฉินเซี่ยงต่างพุ่งเข้าหากัน
ย่างก้าวของชายหนุ่มแผ่วเบาอย่างมาก ราวกับใช้ปลายเท้าแตะลงบนพื้นอย่างแผ่วเบาไม่เพียงรวดเร็วเท่านั้น แต่ยังทำให้มันเคลื่อนไหวอย่างมั่นคง
“ระดับ 6 ขอบเขตนักสู้!” เฉินเซี่ยงระบุความแข็งแกร่งของมันได้ในทันที
ชายหนุ่มเห็นเฉินเซี่ยงยืนนิ่งอยู่กับที่พร้อมทั่วทั้งร่างยังปรากฏช่องโหว่มากมายขณะเฉินเซี่ยงพยายามตั้งท่าป้องกัน มันแอบภาคภูมิใจในตนเอง มันกระโดดขึ้นไปบนฟ้าพร้อมใช้เท้าทั้งสองข้างส่งเพลงเตะออกมาอย่างต่อเนื่องปรากฏเป็นภาพเท้านับไม่ถ้วนพุ่งเข้าใส่เฉินเซี่ยงพร้อมปราณแท้จริงแหวกอากาศลงมาเสียงดังสนั่นเห็นได้ชัดเจนว่าวิธีเตะของมันน่าประทับใจ
เฉินเซี่ยงไม่ได้จินตนาการถึงการโจมตีเช่นนี้เขาไม่สามารถหลบหนีออกจากเงาเท้านับไม่ถ้วนนี้ได้อย่างแน่นอน เขาไม่คิดว่าชายหนุ่มที่ดูอ่อนแอนี้จะรู้เพลงเตะที่ดุดัน
“ปัง ปัง ปัง”
เพียงพริบตา เฉินเซี่ยงถูกเตะนับสิบครั้งโต๊ะไม้ที่เขายืนอยู่ก่อนหน้านี้พลันถูกทำลายลงในทันที
“ฮึ่ม! เจ้าเองก็งั้นๆ!” ชายหนุ่มกล่าวอย่างเหยียดหยามทันใดนั้นเฉินเซี่ยงกระโดดขึ้นมา ปัดฝุ่นออกจากเสื้อผ้าราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ทั้งผู้เยาว์และเฉินฟู่หลงต่างรู้สึกประหลาดใจ
“เจ้า…...เมื่อกี้ข้าเตะเจ้าไปตั้งหลายครั้งเจ้าทนปราณแท้จริงอันทรงพลังของข้าได้อย่างไร? อย่างน้อยๆ ข้าก็เตะเจ้าไปกว่า 10 ครั้งหรืออาจจะมากกว่านั้นอีกอย่างลูกเตะแต่ละลูก..ข้าได้ถ่ายปราณแทนจริงอันทรงพลังเข้าไปด้วย” ชายหนุ่มกล่าวด้วยท่าทางจริงจังมีเพียงไม่กี่คนที่มีระดับความแข็งแกร่งเทียบเท่ากับมันที่สามารถรอดจากลูกเตะของมันได้
เฉินเซี่ยงยิ้มเล็กน้อยพร้อมกล่าว “การเคลื่อนไหวของเจ้าก็ใช้ได้แต่...มันก็งั้นๆ!”
ขณะที่กำลังกล่าว เฉินเซี่ยงได้พุ่งเข้าหาชายหนุ่มพร้อมด้วยหมัดของเขาการจู่โจมนั่นดูราวกับขวานยักษ์สะบั้นขุนเขา มันพุ่งออกมาอย่างต่อเนื่อง การเคลื่อนไหวของหมัดแต่ละหมัดราวกับคลื่นยักษ์ก่อให้เกิดการระเบิดอันรุนแรง หมัดแต่ละหมัดเปลี่ยนเป็นศีรษะของพยัคฆ์ร้ายที่กำลังคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยว
หมัดของเฉินเซี่ยงทำให้เกิดภาพติดตานับไม่ถ้วนดูคล้ายกับพายุที่รุนแรงจู่โจมไปยังชายหนุ่มการตอบสนองของมันก็รวดเร็วเช่นกัน ลมหมุนโคจรรอบๆ ตัวมันก่อนที่จะกลายเป็นชั้นปราณสีทองสดใสสิ่งนั้นคือคุณลักษณะโลหะแห่งปราณแท้จริงที่มันปลดปล่อยออกมาคุ้มกาย
…………….