【Perfect Life】

    43 – หมู่บ้านอูมิรา

    43 – หมู่บ้านอูมิรา

            ก่อนเดินทางพริสทีนต้องตื่นก่อนเพ่อเตรียมอาหารไม่เช่นนั้นระหว่างทางคงได้มีหิวไส้กิ่วการเตรียมอาหารทำเอานึกถึงตอนเดินทางออกจากอาณาเขตต้องห้ามครั้งแรกตอนนั้นมีแค่ปลากับเห็ดย่าง ตอนนี้พัฒนาทักษะ [การทำอาหาร] อยู่ในขั้นสูงสุดการทำอาหารไซส์ยักษไม่ใช่ปัญหาสำหรับเธออีกต่อไป

            มื้อเช้าเป็นข้าวต้มเนื้อแบบใส่เนื้อไม่ยั้ง ถ้าวัตถุดิบหมดเมื่อไหร่ก็สั่งให้เจ้าคนกินเยอะสุดไปล่ามาเพิ่ม

            ส่วนมื้อกลางวันระหว่างเดินทางสำหรับวันนี้เป็นซาลาเปาขาวๆอวบๆไส้หมูแบบล้นทะลัก

            ระหว่างเดฟไกส์ยังทานข้าวอยู่พริสทีนก็มีตัดเย็บชุดใหม่เพราะจู่ๆก็อยากใส่กระโปรงพองๆพริ้วๆกว่ากระโปรงตัวปัจจุบันแต่ก็ตั้งมั่นไว้ว่าจะเอาไว้ใส่ช่วงหลังจึงทำได้แค่นิดเดียว และนำสมุนไพรที่เก็บได้ระหว่างทางมาแปรรูป

            “[แยกชิ้นส่วน]” แยกพิษออกจากวัตถุดิบพวกพิษเก็บใส่ขวดแยกไว้สำหรับทำอย่างอื่น มีสัมผัสเล็กน้อยเพิ่มระดับให้ [ต้านพิษ]กับ [เวทย์พิษ] แยกน้ำกับเกลือจากน้ำทะเล

            “[อบแห้ง] [บดละเอียด]” วัตถุดิบแยกออกมาถูกอบบดให้ละเอียดก่อนบรรจุใส่ขวดแยก ได้พริกไทยธรรมดา, พริกไทยดำและเกลือ

            “อ๊ะ จริงด้วย มีนั่นอยู่นี่” หยิบดอกไม้หลากหลายสีสันที่เก็บได้ระหว่างทางเมื่อวานออกมาจากกระเป๋าและน้ำเมือกของสไลม์ตัวน้อยที่ดันตกใจเพราะเดฟไกส์ยังไม่ทันจะทำอะไรก็นึกว่าจะตายซะแล้ว... ช่างน่าสงสารซะจริง

            “เก็บเมือกมันมาทำไม?”ถามเธอแต่ก็ยังไม่หยุดกินข้าวต้มในหม้อนั่น “เอาไปทำอะไรก็ไม่ได้ด้วยซ้ำ”

            “ไม่หรอก จากที่ไนกีวิเคราะห์มามันใช้แทนกาวได้นะค่อนข้างเหนียวกว่าด้วยซ้ำ”

            “กาว?”

            “ก็ของเหนียวที่ทนๆแล้วแปะใส่อะไรก็ติดไปหมดประมาณนั้นน่ะถ้าแปะกับจดหมาย จดหมายก็จะแน่นหนาเปิดแบบปกติไม่ได้ ใช้ปิดได้มิดชิดกว่าขี้ผึ้งที่ต้องเหยาะปิดจดหมายอีกนะเอาล่ะ... [แยกชิ้นส่วน]”

            แยกชิ้นส่วนดอกไม้กับพิษออกจากเมือกสไลม์ คั้นน้ำจากดอกไม้ด้วยเวทย์วารีนำใส่ถ้วยแยกเอาไว้ นำขวดเล็กๆที่เตรียมมาวางข้างกันให้เรียบร้อย

            “ไม่ได้พูดคำนี้นานเลยน๊า [คราฟ]”

            กิ๊ง! ได้ยาทาเล็บหลากหลายสีสันมา

            “สำเร็จ~!”

            “อะไรเนี่ย พวกสีทารูปเรอะ?” หยิบขวดขึ้นมามองดมกลิ่น กลิ่นหอมของดอกไม้เบาๆ “หรือน้ำหอม?”

            “ยาทาเล็บต่างหากล่ะ”

            “ยาทาเล็บ? อะไรอีกล่ะนั่น?”

            “ก็เอาไว้ใช้ทำแบบนี้... แบบนี้ แล้วก็แบบนี้...” หยิบขวดยาทาเล็บสีน้ำเงินกับสีขาวขึ้นมาทาสลับอย่างละเล็บเล็บสีน้ำเงินไล่เฉดสีจนคลายกับขนไลแคนสีคราม ใช้ขวดสีขาวกับสีทองสะบัดให้เหมือนเป็นประกายสีขาวก็ติดดอกไม้ดอกเล็กเคลือบด้วยยาทาเล็บสีใส ตกแต่งด้วยไข่มุกครึ่งซีกอันเล็ก ปิดท้ายด้วยการ[อบแห้ง] “เป็นไง น่ารักมั้ย?”

            จับมือเจ้าหล่อนเข้ามาดูใกล้ๆ “ไม่เลวดูเหมาะกับเจ้าดี”

            “ขอบคุณจ้ะ” ยิ้มกว้าง

            “แต่งเล็บแล้วจะทำผมด้วยมั้ย?”

            “ผมเหรอ?”

            “ก็ตอนเรียนเห็นชอบถักเปียมัดรวบไม่ใช่รึไง?”

            “อ่อ... สเตลล่าเป็นคนทำให้น่ะฉันถักเปียให้ตัวเองไม่เป็นหรอก...” ความจริงอันแสนโหดร้ายจนถึงตอนนี้ก็ถักเปียให้ตัวเองไม่เป็น เป็นแต่ถักให้คนอื่น...

            เดฟไกส์พยักหน้าเป็นเชิงเข้าใจก่อนจะลูบหัวปลอบไปทีหนึ่ง แยกย้ายกันเก็บของและออกเดินทางกันต่อ

            คราวนี้พริสทีนขึ้นหลังเดฟไกส์ได้อย่างสบาย แถมยังร้องเพลงไปพลางดูเหมือนเธอจะไม่กลัวตกแล้ว

            เป้าหมายวันนี้ต้องถึงหมู่บ้านแถวนั้นเพื่อเอาวัตถุดิบที่เก็บได้ระหว่างทางไปขายถึงจะไม่ได้ใหญ่โตมากนัก แต่เป็นทางผ่านสำหรับนักผจญภัยทุกคน และใกล้กับทะเลสาบซึ่งมีงูยักษ์ขนาดใหญ่หลับใหลอยู่

            “ต้องผ่านป่าเข้าไปด้วยแฮะ...”

            ‘ไม่ต้องกลัว ตรงนี้ไม่อันตรายหรอก เขตที่เจ้าอยู่ก่อหน้านี้อันตรายกว่าตั้งเยอะ’

            “เห...ถ้างั้นก็เดินเรื่อยเปื่อยน่ะสิ?”

            ‘ได้อยู่แล้วตื่นเช้าขนาดนี้มีเวลามากพอไปเก็บของมาประดิษฐ์ประดอยอย่างที่เจ้าต้องการได้สบายเลย’

            “งั้นฝากด้วยนะเดฟ”ยิ้มหวานพลางลูบแผงคออีกฝ่ายไปมา มองภายในป่า ใช้ [ตรวจสอบ]เชื่อมกับดวงตาของเธอเอง “ทางนั้น”

            พริสทีนชี้ไปอีกทาง เขาวิ่งไปโดยไม่ลังเลเมื่อถึงจุดหมายเจ้าหล่อนรีบหลงจากหลังวิ่งไปเก็บวัตถุดิบทันทีไม่รอให้เขากลับร่างมนุษย์บางชนิดเดฟไกส์รู้จักจากหนังสือกับเทียร่าเลยพอช่วยอธิบายให้พริสทีนฟังได้

            ก้อนขรุขระสีน้ำตาลเงาสะท้อนสีเหลืองทองในพื้นดินแข็งโป๊กเหมือนก้อนหินธรรมดาไม่ว่ามนุษย์คนไหนก็คิดว่าเป็นหิน หารู้ไม่ว่าหากนำมันไปอบจะได้เป็นขนมปังกลิ่นหอมกรุ่น [เบรสโตน] ถ้ามีสีเข้มเป็นไส้ช็อกโกแลตสีอ่อนออกชมพูไส้สตรอเบอร์รี่ ถ้าไม่มีเงาสะท้อนเป็นขนมปังธรรมดาๆ

            แถมเป็น 1ในอาหารอันโอชะของหมู่บ้านลับแลที่อีกฝ่ายชอบนำมาฝากเธอ

            ผลไม้รูปร่างคล้ายพุทราจีนเหมือนทานได้แต่กลับทานไม่ได้ใช้เป็นวัตุดิบปรุงยาหรือเติมเชื้อเพลิงอุปกรณ์เวทมนตร์ [จูเลตทริก]

            กระต่ายมีเขาอยู่กลางหน้าผาก [ฮอร์นแรบบิท]

            พันธุ์ปกติทั่วไปเป็นเขาสีครีม มีโอกาส 1ในล้านจะได้เจอตัวมีเขาเหมือนคริสตัล เขามันสามารถขายได้ถึง 200 เหรียญทอง

            ต้นผลไม้หลากหลายสีสันส่องประกายสวยงาม  [ครีสพอชชั่น] ถือคติสวยแต่รูป เพราะมันไม่สามารถกินได้มีพิษร้ายแรงถึงขั้นคร่าชีวิตได้ และให้อารมณ์คล้ายไฟประดับต้นคริสมาสต์

            แต่มันมีความลับซ่อนอยู่...

            “ก็กินได้นี่?”

            แอบผงะกับสิ่งที่ได้ยินเล็กน้อย “จริงดิ?”

            “อื้อ ไนกีช่วยวิเคราะห์มาน่ะ ถ้าทำแบบนี้...”หยิบมีดพกหินเวทย์ขึ้นมาแงะจุกของมันที่เชื่อมกับกิ่งออก ผ่าครึ่งจนเห็นเนื้อสีชมพูและสีแดงคว้านส่วนเนื้อสีชมพูตรงใจกลางออกจนเนื้อสีแดงมีประกายเล็กๆ “นี่ไง เสร็จละ”

            เดฟไกส์ใช้ [ตรวจสอบ] กับผลครีสพอยชั่นในมือเธอมันไม่มีพิษอย่างที่ว่าไว้ “......เจ้าไปรู้มาจากไหนเนี่ย”

            “ไนกีบอกน่ะ”

            แอบหงุดหงิดเล็กๆ“เจ้าไนกีอะไรนั่นรู้ไปหมดเลยรึไงห๊ะ!”

            “อย่าพูดแบบนั้นสิเดฟ”

            เอาเข้าจริงตอนเขารู้ว่าคนอยู่กับพริสทีนมานานกว่าตนคือไนกีก็แอบหงุดหงิดมาตลอด แถมยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าไนกี...เป็นผู้ชายหรือผู้หญิง

            “แล้วเจ้าไนกีนั่นเพศอะไร”

            “เพศเหรอ?”

            “ใช่ เพศ ว่าไง?”

            “....”

            “....”

            “....”

            “......อย่าบอกนะว่าเจ้าไม่รู้น่ะห๊ะ!!!!”

            “....อื้อ” พยักหน้า จะว่าไม่สนใจก็ไม่เชิง เรียกว่าลืมนึกเรื่องเพศไปดีกว่าเพราะไนกีเองก็ไม่เคยตอบลงท้ายครับหรือค่ะเลยสักครั้ง

            > ไนกี • ทำการวิเคราะห์ • คำตอบ: ในตอนแรกเริ่มข้าไม่มีเพศตายตัวไม่ใช่ทั้งชายไม่ใช่ทั้งหญิง แต่เมื่อท่านพริสทีนตื่นขึ้น ข้าได้ถูกกำหนดไว้ว่าเป็นหญิง

            “เห็นบอกว่าเป็นผู้หญิงน่ะ”

            “ผู้หญิง? .....ก็แล้วไป” โล่งใจพอสมควร หยิบเจ้าครีสพอสชั่นมากินรสหวานต่างจากที่เคยทาน

            ตอนนั้นลองกัดคำเดียวได้ [ต้านพิษ] มาในระดับหนึ่ง

            โชคดีที่เป็นไลแคนสีครามไม่งั้นตายตั้งแต่กัดเข้าไปแล้ว!

            เป็นผู้ชายคงมีปัญหาหนักกว่านี้

            “เอาเป็นว่าหาวัตถุดิบกันต่อเถอะ”

            เดินหาพวกสมุนไพรกับวัตถุดิบต่อ อันไหนมีพิษแล้วทานไม่ได้ก็ทำการคัดแยกพิษออกคัดแยกสมุนไพรแยกสำหรับทำยารักษาธรรมดา ยาขับไล่มอนสเตอร์หรือยาแก้พิษพวกมอนสเตอร์ที่เจอแล้วตั้งใจจะทำร้ายก็จนต้องตอบโต้ กล่าวถึงมอนสเตอร์ทุกตัวเมื่อฆ่าจะมีอัญมณีซ่อนอยู่ในร่าง ต้องนำไปขายที่กิลด์ตามที่เดฟเคยบอกไว้สมัยเด็ก

            แต่กับพริสทีนนั้น... ตอนรับภารกิจในกิลด์ถึงจะกำหนดพลังลงจากS เป็น A และเมื่อกลับมาจากภารกิจเธอมักจะฝึกฝนพลังจนค่าพลังมากเกิน

            ไนกีเลยเสนอให้ปรับเป็นเปอร์เซ็นให้ง่ายต่อการคำนวน

            ดังนั้นในทุกภารกิจบางช่วงจำต้องใช้เวทย์ในการโจมตีเพื่อป้องกันตนจากพวกมอนสเตอร์เวลาตกใจจะเผลอใช้พลังมากเกินจนทำลายอัญมณีในร่างมอนสเตอร์แหลกละเอียดเพราะงั้นส่วนใหญ่เลยเป็นฝ่ายสนับสนุนให้เดฟไกส์เป็นคนจัดการแทน...

            เลยต้องกำหนดพลังไว้ โดยใช้แค่ 5% จาก 100% เมื่อใดที่แข็งแกร่งขึ้นจะปรับให้ลดลงทันที ไม่งั้นพวกมอนสเตอร์เละและเธอจะไม่มีโอกาสโจมตีหรือต่อสู้ในแนวหน้าอีกต่อไป

            ช่างน่าเศร้าใจนักสำหรับคนมีพลังเยอะ...

            เมื่อท้องฟ้าเปลี่ยนเป็นยามเย็นเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าถึงเวลาสำหรับการหยุดหาวัตถุดิบเดฟไกส์เปลี่ยนกลับเป็นหมาป่ามุ่งตรงไปยังหมู่บ้านก่อนเข้าไลแคนหนุ่มเปลี่ยนกลับเป็นคนอีกครั้งไม่ลืมร่ายเวทย์ป้องกันคนเห็น

            และปฏิกิริยาของคนเห็นผมสีเงินเธอก็ยังเหมือนเดิมหวาดระแวง กลัวจะถูกทำร้าย

            อา...เธอเริ่มชินกับสายตานั่นแหล่ะ

            “ยังพอมีเวลาอยู่ เอาของไปขายกันเถอะ”

            “เจ้าว่าไงก็ว่างั้นแหล่ะข้าขัดไม่ได้อยู่แล้วนี่”

            “ค่าๆ” หัวเราะเล็กๆ

            [หมู่บ้านอูมิรา] เป็นหมู่บ้านที่ก่อตั้งติดถนนหลักในการเดินทางมี 2 ทางออก ทางหนึ่งออกมาถนนหลักกับอีกทางเข้าป่าก่อตั้งขึ้นเพื่อให้นักเดินทางและนักผจญภัยเข้ามาพักผ่อนระหว่างทางเดินก่อนถึงเมืองถัดไป

            สิ่งหนึ่งที่เธอคิดหลังมาถึง ว่าทำไมเส้นทางไปทะเลสาบที่ควรใช้หมู่บ้านนี้ผ่านเข้าไปได้ทำไมถึงปิดตายแล้วต้องไปเมืองถัดไปแทน?

            แปลก....

            ทั้งคู่นำวัตถุดิบที่ได้ในวันนี้บางส่วนไปขายที่ร้านค้าแต่จากประสบการณ์ที่ผ่านมาและคำสั่งสอนของการ์เน็ต เธอนำของพวกนั้นไปขายร้านเฉพาะทางจะได้ราคาดีกว่าร้านทั่วไปขณะเดฟไกส์รออยู่นอกกิลด์พริสทีนก็ได้โอกาสถามข้อสงสัยนั่นระหว่างพนักงานนับเงินให้

            “ขอโทษนะคะ คือ...ทำไมถึงไปทะเลสาบผ่านทางหมู่บ้านนี้ไม่ได้เหรอคะ?”

            “!! คคือท่านหัวหน้าหมู่บ้านสร้างรั้วกั้นไว้น่ะค่ะ น นี่เงินค่าอัญมณีของท่านขอบคุณที่แวะมานะคะ!!” ก้มโค้งขอบคุณจนหัวแทบโขกโต๊ะ

            ยอดโดยรวมของเงินครั้งนี้คือ 748 ซิลเวอร์

            ขายของเสร็จตรงไปโรงเตี๊ยมเช่าห้องพักชั้นสูงแบบเตียงแยกมีห้องอาบน้ำส่วนตัวให้และมีอาหารเสิร์ฟในตอนเช้าให้ถ้าเป็นชั้นปกติกับกลางจะต่างแค่ขนาดห้อง

            ก่อนจะขึ้นไปพักผ่อนก็แวะทานข้าวที่ห้องอาหารเนื้อหมูป่าผัดกับสูตว์ผักสำหรับพริสทีน และเนื้อย่างติดกระดูของเดฟไกส์

            อาหารธรรมดาแต่เสียเงิน 1 โกลด์กับอีก 700ซิลเวอร์ ในการกินอาหารมื้อนี้

            ไลแคนเลี้ยงยาก(?)ตรงค่าอาหารนี่แหล่ะ!

             

            จ๋อม... เสียงคลื่นน้ำไหวไปมาไอน้ำลอยคละคลุ้งไปทั่วห้อง ผมสีเงินลอยบนผิวน้ำ ร่างกายเหมือนได้เกิดใหม่ถึงจะมีทักษะในการอาบน้ำได้โดยไม่ต้องอาบ แต่การอาบน้ำจากอ่างแบบนี้ถือว่ายอดเยี่ยมที่สุด

            แต่ปัญหาหนักใจก็คงไม่พ้นท่านไลแคนสีคราม

            ด้วยความหูดีเกินไป แค่เสียงน้ำไหวก็ทำเอาสะดุ้งหลายครั้งหัวสมองเหมือนจินตนาการไปเอง

            อ๊ากกกกกกก!!!! หยุดคิดเดี๋ยวนี้นะเว้ย!!!!!แบบนี้ข้าก็เหมือนไ-อโรคจิตคนหนึ่งเลยน่ะสิวะ!!!! ถ้าตะโกนได้คงตะโกนไปแล้ว

            “นี่ เดฟ”

            “!!” สะดุ้งโหยง “อ อะไร!”

            “นาย...คิดว่าแปลกมั้ย?”

            “แปลก อะไรแปลก?”

            “ก็...เรื่องที่พวกเขาสร้างรั้วไว้เพื่อป้องกันไม่ให้คนเข้าไปรบกวนผู้รับใช้วารีที่กำลังหลับอยู่น่ะ?”

            “อ่อ....เพราะไ-อเรื่องนี้สินะถึงได้คิ้วขมวดมาตั้งแต่ตอนกินข้าวเมื่อกี้น่ะห๊ะ? เท่าที่จำได้ตอนไปตรวจแถวนั้นครั้งล่าสุดเจ้ารั้วนั่นเคลือบยาขับไล่มอนสเตอร์เอาไว้ แล้วก็สร้างขึ้นเพื่อบอกพวกนักผจญภัยว่าถ้าหากข้ามรั้วไปนั่นหมายถึง‘ตาย’ นั่นแหล่ะ อย่างที่ข้าบอกไปตอนเด็ก ทุกเขตมีความอันตรายต่างกันบริเวณรอบทะเลสาบนั่นมีแต่ตัวอันตราย ถึงมันจะขายได้ในราคาสูงพอจะตั้งตัวตั้งชีวิตใหม่แต่ถ้าเทียบกับการสูญเสียอวัยวะหรือคนไปก็ไม่คุ้มค่าเท่าไหร่หรอกแต่บางครั้งรั้วนั่นก็ใช้กับมอนสเตอร์บางตัวไม่ได้ เหมือนกับเจ้าหมู่บ้านน้ำผึ้งนั่นน่ะ”

            “งั้นเหรอ...”

            “ตรงที่เจ้าคิดว่ามันแปลกไม่ควรเป็นเรื่องนั้นแต่เป็นเรื่องบ้านนั่นต่างหาก”

            “บ้าน? ...จริงสิ!” คิดไปคิดมาตอนดูแผนที่ ตรงใกล้ทะเลสาบมีบ้านหลังหนึ่งตั้งอยู่ในเมื่อสร้างขึ้นเพื่อให้คนไม่ไปรบกวน...

            ทำไมถึงมีบ้านอยู่ในเขตอันตรายแบบนั้น!

            “ตอนข้าไปสมัยเด็กกับก่อนจะเข้าเรียนยังไม่มีด้วยซ้ำใครมาอุตริสร้างในเขตอันตรายแถมใกล้กับเจ้างูนั่นแหล่ะที่อยากรู้ที่สุดตอนนี้แถมเสียงพิณนั่นด้วย”

            “เสียงพิณงั้นเหรอ...?”

            “อาตอนอยู่ในห้องอาหารนั่นได้ยินพวกนักผจญภัยคุยกันว่าได้ยินเสียงพิณออกมาจากป่าแทบทุกคืน...”

            “!!!” พริสทีนถึงกับขนลุกเฮือก

            คล้ายคลึงกับตอนลงไปห้องใต้ดินบ้านตนเองและได้ยินเสียงร้องไห้นั่นต่างกันตรงเป็นเสียงพิณแทน

            “อ่ะ ลืมไป เจ้าไม่ค่อยถนัดเรื่องนี้สินะไหวไหมนั่น?” เพราะได้ยินเสียงน้ำกระเพื่อมเหมือนกับว่ากำลังสั่นอยู่ไม่ผิด

            “ว ไหว ไหวอยู่แล้วล่ะ! ฮ...ฮะๆ..”

            ไลแคนหนุ่มหัวเราะชอบใจตั้งแต่เล็กยันโตก็ยังคงกลัววิญญาณหรือผีไม่มีเปลี่ยน โดยเฉพาะเรื่องเล่าคล้ายผีเสียงร้องไห้ตอนกลางคืนไร้ที่มาก็แอบตัวสั่นแล้วปากบอกว่าปกติดีทุกรอบ

            อดคิดไม่ได้ว่าถ้าไปถึง [เมืองผีลึกลับ]ที่เคยอ่านในหนังสือนั่นเจ้าหล่อนจะไหวไหมนะ?

            ~~♪

            “?”

            เสียงพิณลอยมาตามลมนั่นจำต้องเดินไปเปิดหน้าต่างบทเพลงราวกับเพลงกล่อมให้เด็กทุกคน... ให้คนตรากตรำทำงานจนเหน็ดเหนื่อย...ให้นอนหลับฝันดีไร้ซึ่งเรื่องเลวร้าย

            จากการ [ตรวจสอบ] มันเป็นบทเพลงธรรมดาไม่มีเวทย์ควบคุมจิตใจแฝง

            แน่นอน ที่มาของเพลงมาจากเขตอันตรายริมทะเลสาบ

            ที่บ้านหลังเล็กนั่น...

            “น่าสงสัยซะจริง...”