ยอดคุณชายอันดับหนึ่ง

    บทที่ 56 การเคลื่อนไหวของตระกูลหวัง I

    บทที่ 56 การเคลื่อนไหวของตระกูลหวังI

     

            

            เพราะได้รับคำเตือนจากหวังเฟิงมาก่อน ในตอนที่เฉียวคุนตามไปถึงร่างชายชุดดำที่นอนนิ่งอยู่บนพื้นนั้นก็รีบง้างปากอีกฝ่ายออกพร้อมกับออกแรงถอนฟันกรามออกมา หลังจากถอนฝั่งซ้ายออกมาจนหมด เฉียวคุนก็พบว่าฟันกรามซี่แรกด้านล่างขวามีแคปซูลพิษฝังอยู่เม็ดหนึ่งจริงๆ


            “รีบพาตัวไปให้นายน้อยเถอะเดี๋ยวฉันอยู่จัดการเอง” เฉียวลี่พูดขึ้นขณะที่สายตามองออกไปยังเจ้าหน้าที่ภาคพื้นดินที่กำลังวิ่งตรงมา


            คล้อยหลังเฉียวคุนพาคนไปได้ไม่นานเจ้าหน้าที่ภาคสนามสามคน ถือกระบองไฟสีแดงกระพริบก็วิ่งมาถึงหนึ่งในนั้นที่ดูเหมือนจะเป็นหัวหน้า รีบถามเฉียวลี่ขึ้นทันที


            “สวัสดีครับเมื่อสักครูเราเหมือนเห็นวัตถุบางอย่างลอยออกมาจากเครื่องบินส่วนตัวที่คุณโดยสารมาไม่ทราบว่ามีอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่าครับ?”


            เฉียวลี่ยิ้มอย่างสุภาพตอบกลับไป “ต้องขออภัยด้วยค่ะ พอดีว่าเมื่อครู่มีผู้โดยสารหล่นระหว่างเปิดประตูตอนนี้ทางเราเก็บไปเรียบร้อยแล้วค่ะ”


            หัวหน้าเจ้าหน้าที่ภาคสนามรีบแคะหูนึกว่าตัวเองฟังผิดไป “คุณว่าอะไรนะ?”


            “ฉันล้อเล่นๆ มีกระเป๋าตกลงมาตอนเปิดประตูค่ะ ตอนนี้เราให้คนเก็บไปแล้ว” เฉียวลี่แสร้งพูดทีเล่นทีจริง 


            “ได้ยินแบบนี้ผมก็สบายใจหากคุณต้องการความช่วยเหลืออะไร สามารถแจ้งทางผมได้ตลอดเลยนะครับ”หัวหน้าเจ้าหน้าที่ภาคสนามพูดเสร็จก็หมุนตัวเดินจากไป


            เฉียวลี่มองส่งคนทั้งสามไปจนลับตาแล้วถึงจะรีบกลับไปยังบนเครื่องบิน พอเฉียวลี่ขึ้นมาบนเครื่องบินแล้วประตูที่เคยเปิดก็ถูกปิดลงอีกครั้งภาพที่เฉียวลี่เห็นในตอนนี้คือชายชุดดำทั้งสองคนต่างถูกมัดไว้อย่างแน่นหนาเหมือนกันแถมขากรรไกรที่ปากยังแตกเหมือนกันด้วย


            “อีกประมาณยี่สิบนาทีรถจะมาถึงครับนายน้อย”


            เมื่อสักครู่นี้หวังเฟิงได้สั่งให้เฉียวคุนหารถมาสองคัน คันแรกใช้ส่งหวังซินกลับบ้านส่วนอีกคันใช้ขนคนร้ายสองคนนี้ไปสอบสวน ตามปกติแล้วหากเป็นสถานการณ์ทั่วไปรถยนต์จะไม่สามารถเข้ามาในรันเวย์ของสนามบินได้ แต่ตระกูลหวังธรรมดาที่ไหนกันล่ะ? แถมยังมีอำนาจจากสมาชิกหน่วยพยัคฆ์กดดันอีกทาง ด้วยอำนาจของผู้อำนวยการสนามบินแล้วย่อมต้องทำตามแต่โดยดี


            หวังเฟิงนั่งหลับตาลงรวกับต้องการพักผ่อนตัดขาดจากโลกภายนอก แล้วพอเขาลืมตาขึ้นอีกครั้งก็เป็นเวลาเดียวกันกับที่รถของตระกูลหวังทั้งสองคันมาถึงพอดี


            หวังเฟิงจัดการส่งคนร้ายสองคนขึ้นรถคันแรกออกไปก่อนจากนั้นค่อยไปปลุกหวังซิน เพื่อส่งน้องสาวขึ้นรถคันที่สองกลับบ้านในวันนี้หากยังไม่ถึงบ้านเขาจะไม่มีทางอยู่ห่างจากน้องสาวเด็ดขาด


            โชคดีที่ระหว่างทางไม่มีอะไรเกิดขึ้นพอสองพี่น้องเข้ามาในบ้าน ก็พบว่าเฟิงเสวียกำลังนั่งจิบชาอยู่ตรงห้องนั่งเล่นชั้นในพอดีหวังเฟิงเห็นดังนั้นจึงเดินเข้าไปบอกเสียงแผ่วเบาว่า “แม่ครับ มีคนคิดวางยาพวกเรา”


            ทันทีที่ได้ยินประโยคนี้กระแสเย็นเยียบสายหนึ่งพลันกระจายออกไปรอบด้านถึงขนาดแม่บ้านที่อยู่ห่างออกไปหลายสิบเมตรยังรู้สึกหนาวสั่นขึ้นมาโดยที่ไม่รู้ตัวเฟิงเสวียรีบคว้ามือของหวังซินมาเพื่อตรวจสอบอาการบาดเจ็บพอรู้ว่าลูกสาวไม่ได้เป็นอะไรมากก็วางใจ


            “ดีที่พื้นฐานของลูกแข็งแกร่งไม่อย่างนั้นคงบาดเจ็บมากกว่านี้ ขึ้นไปพักผ่อนสักหน่อยเถอะ”


            หวังซินได้ยินแม่บอกให้ไปนอนก็รีบปลีกตัวไปทันทีเพราะเธอรู้ดีว่าเวลานี้พี่กับแม่คงมีเรื่องอยากคุยกัน “หนูขึ้นไปก่อนนะคะ”


            เฟิงเสวียเองก็ลุกขึ้นพร้อมพูดว่า“ไปห้องหนังสือกับแม่”


            หวังเฟิงพยักหน้าเดินตามไปอย่างว่าง่าย พอทั้งสองคนเข้ามาในห้องหนังสือหวังมู่ที่นั่งเคลียร์เอกสารอยู่ก่อนก็อดแปลกใจจนถามขึ้นมาไม่ได้ว่า


            “แม่ลูกคู่นี่อยู่ ๆ ก็บุกเข้ามา คงไม่ได้เกิดเรื่องอะไรใช่ไหม?”


            เฟิงเสวียนั่งลงตอบด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ “เกิดเรื่องจริง ๆ นั่นแหล่ะค่ะ”จากนั้นเธอก็หันมามองลูกชายแล้วพูดว่า “เกิดอะไรขึ้นเล่าให้พ่อกับแม่ฟับหน่อย”


            หวังเฟิงที่ยืนอยู่รีบเล่าเรื่องราวทั้งหมดขึ้นทันทีตั้งแต่พนักงานต้อนรับวางยาอย่างไร จับกุมคนร้ายยังไง ตอนนี้คนร้ายอยู่ที่ไหนรวมถึงอาการบาดเจ็บของหวังซินด้วย


            หลังได้รู้ว่าลูกสาวบาดเจ็บหัวใจของหวังมู่ก็รู้สึกเจ็บแปล๊บขึ้นมา“ตอนนี้พวกมันอยู่ที่เซฟเฮาส์หมายเลขสามใช่ไหม”


            “ครับพ่อ”หวังเฟิงพยักหน้า


            ในตอนนี้เองหวังมู่ก็ลุกขึ้นยืนแล้วพูดว่า“เดี๋ยวลูกไปกับพ่อแล้วกัน” จากนั้นก็หันไปบอกเฟิงเสวียว่า “ส่วนซินซินฝากคุณช่วยดูหน่อยนะ”


            “วางใจเถอะค่ะ”เฟิงเสวียยิ้ม เมื่อครู่นี้เธอตรวจสอบสภาพร่างกายของหวังซินแล้วพบว่าไม่มีอาการตกค้างของยาพิษเหลืออยู่อีกแล้วแค่กินยาบำรุงสักหน่อยก็จะดีขึ้นเอง


            เรื่องนี้เป็นเรื่องเร่งด่วนหวังมู่ กับหวังเฟิง หลังออกมาจากห้องหนังสือก็รีบเดินทางไปยังเซฟเฮาส์หมายเลขสามทันทีระหว่างทางหวังมู่ตั้งปณิธานว่าต้องเค้นข้อมูลให้ได้ว่าคนร้ายเป็นใครกล้าดียังไงมาลงมือกับลูกสาวสุดที่รักของเขา

             

            

    คล้ายกับเรื่องยอดคุณชายอันดับหนึ่ง ที่คุณอ่าน