ในตลาดหุ้นทั่วโลก หุ้นกลุ่มโรงพยาบาลจะถูกจัดเป็นหุ้นดีเฟนส์ซีฟ สต็อค (Defensive Stock) เพราะหุ้นกลุ่มนี้มักจะไม่ได้รับผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจ ไม่ว่าเศรษฐกิจจะเป็นขาขึ้นหรือขาลง ก็แทบไม่ได้กระทบกับรายได้หรือกำไรของกิจการเท่าไหร่นัก และนั่นจึงทำให้หุ้นกลุ่มนี้ไม่เหมาะที่จะเป็นหุ้นสำหรับการเก็งกำไร
แต่หุ้นกลุ่มโรงพยาบาลของบ้านเรานั้นจะแตกต่างจากตลาดหุ้นประเทศอื่นๆ อยู่มาก
เพราะช่วงก่อนปี 2537 ที่ประเทศมีตัวเลขเศรษฐกิจที่ดีมาก ตัวเลขจีดีพีสูงถึงปีละ 12 - 13 เปอร์เซ็นต์ นักลงทุนทุกคนจึงมองเป็นขาขึ้นของเศรษฐกิจประเทศ
แต่หุ้นในตลาดหุ้นยุคนั้นไม่ได้มีหุ้นมากมายให้นักลงทุนซื้อขายมากนัก ดังนั้นหุ้นกลุ่มโรงพยาบาลที่ควรมีการเคลื่อนไหวของราคาไม่มาก กลับถูกนักลงทุนแห่เข้ามาซื้อขายเก็งกำไรกัน
เนื่องจากทุกคนล้วนมองว่าเมื่อเศรษฐกิจของประเทศเฟื่องฟู คนที่มีรายได้มากขึ้นก็ย่อมคิดถึงการดูแลสุขภาพที่ดีขึ้น การใช้บริการโรงพยาบาลรัฐจึงไม่ตอบโจทย์ของคนมีฐานะยุคใหม่ที่เริ่มหันไปใช้บริการโรงพยาบาลเอกชน และส่งผลให้ตัวเลขการขยายตัวของจำนวนเตียง และจำนวนโรงพยาบาลเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิมมาก
เมื่อธุรกิจโรงพยาบาลเอกชนมีแนวโน้มขยายตัวมาก หุ้นกลุ่มโรงพยาบาลจึงถูกนักลงทุนซื้อขายเก็งกำไรกันอย่างหนัก ทำให้ราคาหุ้นกลุ่มนี้ในตัวหลัก ๆ มีราคาขึ้นลงกันอย่างรุนแรง
และจากการถูกคาดหวังจากนักลงทุนที่เข้ามาซื้อหุ้นของกลุ่มนี้กันคึกคัก
ผู้บริหารโรงพยาบาลเอกชนเหล่านี้ย่อมถูกคาดหวังจากนักลงทุนว่าจะบริหารกิจการให้เติบโตขยายตัวได้อย่างรวดเร็วและคุ้มค่าต่อการลงทุนของเหล่านักลงทุน (เก็งกำไร)
แต่ธรรมชาติของธุรกิจโรงพยาบาลไม่ใช่กิจการที่จะสามารถเติบโตแบบพรวดพราดได้ เพราะค่าบริการของโรงพยาบาลส่วนใหญ่จะค่อย ๆ ถูกปรับขึ้นเป็นรายปีเท่านั้น ดังนั้นวิธีที่จะทำให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างรวดเร็วตอบสนองนักลงทุนจึงมีแต่การขยายโรงพยาบาลเพิ่ม หรือไม่ก็ขยายสาขาใหม่ออกไปตามที่ต่าง ๆ แทน
การจะสร้างตึกเพิ่มขยายจำนวนเตียง หรือสร้างสาขาใหม่เพิ่มย่อมต้องใช้เงิน โรงพยาบาลต่างๆ จึงกู้เงินมาลงทุนเพิ่ม และเพราะดอกเบี้ยเงินกู้นอกประเทศนั้นมีอัตราที่ต่ำมากเมื่อเทียบกับการกู้ในประเทศ โรงพยาบาลเหล่านี้จึงเลือกกู้เงินต่างประเทศเป็นหลัก
เมื่อมีการประกาศลอยตัวค่าเงินบาทมาถึงในปี 2540 โรงพยาบาลเอกชนเหล่านี้เกือบทุกแห่งจึงต้องประสบกับปัญหาฐานะทางการเงินทันทีจากตัวเลขหนี้สินที่เพิ่มขึ้นสูงลิบลิ่ว และในช่วงหลังเกิดวิกฤตเศรษฐกิจหลังปี 2540 ประชาชนมีรายได้ลดลง จนส่งผลให้ลูกค้าจำนวนไม่น้อยไม่สามารถใช้บริการจากโรงพยาบาลเอกชนได้ โรงพยาบาลเอกชนเหล่านี้จึงประสบปัญหาสองเด้ง ทั้งจากหนี้สินที่เป็นเงินกู้และรายได้จากผู้มาใช้บริการที่ลดลง
บางโรงพยาบาลต้องลดจำนวนเตียงลงเพื่อลดรายจ่ายเพื่อความอยู่รอด แต่หุ้นโรงพยาบาลขนาดใหญ่บางแห่งที่กู้เงินมาทำโปรเจคขยายตึกขยายสาขานั้น เมื่อไม่สามารถจ่ายหนี้ได้จึงต้องถูกย้ายเข้าไปอยู่ในหมวดหุ้นกลุ่มฟื้นฟูกิจการ และถูกสั่งห้ามการซื้อขายไปจนกว่าจะฟื้นฟูได้ ทำให้นักลงทุนถูกดองเงินไว้ในหุ้นโรงพยาบาลกันไม่น้อย
ส่วนตัวไหนที่ตลาดหลักทรัพย์ยังคงเปิดให้ซื้อขายต่อไปได้ อย่างเหล่าหุ้นที่ณรัชต์ซื้อไว้ตอนนี้ ราคาก็ลดลงมาต่ำมากเหลือประมาณ 10-20 เปอร์เซ็นต์จากราคาที่จุดสูงสุดในอดีต
แม้กระทั่งผ่านมาหลายปีแล้วจนโรงพยาบาลฟื้นตัวและเริ่มกลับมามีกำไร จนพีอี (PE) หุ้นโรงพยาบาลบางตัวไม่ถึง 10 ด้วยซ้ำ แต่นักลงทุนก็ยังมีการซื้อขายหุ้นกลุ่มนี้กันด้วยบรรยากาศที่เงียบเหงาอยู่ดี
---------------------------------------
วันนี้เป็นวันสุดท้ายของการแข่งกีฬาและเป็นวันจัดงานกิจกรรมกีฬาสี ณรัชต์จึงแต่งชุดไปรเวทออกจากห้องแต่เช้าเพื่อแวะไปดูความพร้อมของส่วนอื่น ๆ ของสีพวกเขา
เห็นเพื่อนที่เป็นฝ่ายสแตนด์กำลังเช็คสแตนด์ที่เพิ่งติดตั้งเรียบร้อยก่อนเช้าตรู่ไม่นาน มองหน้าแต่ละคนล้วนโทรมจากการอดนอนแล้วก็อดสงสารไม่ได้ ด้วยช่วงชีวิตที่แล้วเขาเป็นฝ่ายสแตนด์จึงรู้ว่าได้มีการแก้รายละเอียดของสแตนด์ในบางจุดในคืนก่อนวันงาน ฝ่ายทำสแตนด์จึงต้องอดนอนทำการแก้ไขกันทั้งคืนจนโต้รุ่ง
แต่ก็สมความพยายามและตั้งใจ เพราะสุดท้ายสีของพวกเขาก็ชนะเลิศเรื่องความสวยงามของสแตนด์เชียร์
เดินดูเพื่อนฝ่ายขบวนแห่ ที่กำลังจัดเตรียมขบวนกันอย่างคึกคักเพื่อเตรียมเดินขบวนแห่ออกนอกโรงเรียน ดูเพื่อน ๆ ฝ่ายนี้จะสนุกกันไม่น้อยกับชุดราชปะแตนของฝ่ายชายและชุดซิ่นพื้นเมืองของฝ่ายหญิงในขบวนที่เพิ่งจะเคยได้ใส่กัน
ก่อนจะเดินเลยขบวนของสี เขาก็มองเห็น ส้ม ที่ยืนถือป้ายของสีอยู่หน้าขบวนส่งสายตาหงุดหงิดมา สงสัยจะรำคาญที่เป็นหลีดแล้วยังต้องมาถือป้ายอีก
ขณะเดินผ่านเขาก็อดมองชุดของส้มไม่ได้ ไม่ยักกะเป็นเสื้อแขนกระบอก เหมือนสาวๆ ในขบวน ทั้งที่ก็ใส่ซิ่นเหมือนกัน เหลือบมองดูเกาะอกสีเหลืองที่เป็นสีของพวกเขา
'แม่ให้มาเยอะนะเนี่ย'ณรัชต์คิดในใจก่อนเดินผ่านไป
ณรัชต์เดินผ่านดูขบวนของสีต่าง ๆ ที่กำลังเตรียมขบวนกันอยู่ด้วยความสนใจ
ในช่วงชีวิตที่แล้วเขาไม่ได้เห็นขบวนพวกนี้เลย เพราะหลังจากโต้รุ่งแก้แบบแสตนทั้งคืน เขาก็หลับ สลบไสลจนถึงเวลางานกีฬาสีจบในตอนเย็น ไม่ทันจะตื่นขึ้นมาฟังผลการประกวดด้วยซ้ำ
เดินผ่านสีชมพู ไม่เห็นไอซ์หรือบีน่า สงสัยว่าจะเป็นเชียร์ลีดเดอร์อย่างเดียว
มองเห็นวิทย์ห้อยกล้องเดินเข้ามาทัก เขาก็ทักตอบ
"ว่าไง มาแต่เช้าเลย สนใจขบวนแห่ด้วยเหรอ"เขาถาม
"นิดหน่อย"วิทย์ตอบก่อนเดินพร้อมเขาไปทางหน้าขบวนที่มีวงโยธวาทิตกำลังเตรียมตัวกันอยู่ เดินผ่านวงโยธวาทิตที่มีหมวกเป็นพู่ไป เขาก็เห็นสาเหตุที่ทำให้วิทย์สนใจขบวนแห่และ'พกกล้อง'มาด้วย
ที่หน้าวงโยธวาทิตเขาเห็นหญิงสาวสองคนในชุดไทยทรงเครื่องสีทองอร่าม สวยสง่า สะดุดตาทุกคนที่ได้มองเห็น
"ไอซ์กับบีน่าถือป้ายโรงเรียนด้วย"เขาหันมาทางวิทย์
"อือ ตอนแรกไอซ์ถูกขอให้เป็นดรัมฯ แต่ไอซ์ไม่รับอ่ะเพราะไม่มีเวลาซ้อม" วิทย์ตอบ
"เลยต้องมาช่วยถือป้ายแทนนี่ล่ะ หนีบน้องบีน่ามาช่วยด้วยอีกคน" วิทย์อธิบายเพิ่มเติม
"ฮั่นแน่ รู้ละเอียดเชียว จากเจ้าตัวเลยสินะ"ณรัชต์แซวเพื่อน วิทย์ไม่ตอบแต่ยกมือเกาแก้มอย่างเขินๆ
เดินมาถึงจุดที่คนถือป้ายของโรงเรียนยืนอยู่ทั้งสองคน เขากับวิทย์ก็ทักทายกับไอซ์ตามประสาคนรู้จักเรียนชุมนุมเดียวกัน ก่อนหันไปยกมือรับไหว้รุ่นน้องที่ยืนอยู่ข้าง ๆ
'ลูกครึ่งนี่ก็มืออ่อนแฮะ' ณรัชต์คิดในใจ
ทักทายกันได้นิดหน่อยอาจารย์ก็เดินมาบอกให้ทุกคนเตรียมพร้อมเพื่อเริ่มเดินขบวน ณรัชต์กับวิทย์จึงถอยออกมาจากขบวนมายืนข้าง ๆ
ระหว่างที่วงโยธวาทิตเริ่มเทสเสียงเครื่องดนตรี วิทย์ที่ยืนอยู่ข้างๆเขา ก็เริ่มยกกล้องที่คล้องคออยู่ ขึ้นมาถ่ายคนถือป้ายโรงเรียนรัว ๆ
ณรัชต์กลัวเพื่อนไม่ได้ภาพสวย ๆ จึงร้องบอกให้คนถือป้ายทั้งสองที่ยืนว่างๆอยู่ ให้ยกป้ายขึ้นจะได้ถ่ายได้ชัด ๆ
"ไอซ์ บีน่า ยกป้ายขึ้นให้ถ่ายรูปหน่อย" เพราะเป็นป้ายโรงเรียนแบบที่ต้องยกสองคนระดับเอวคนละด้าน
ณรัชต์เห็นไอซ์ที่หน้าแดงเล็กน้อยหันไปบอกรุ่นน้องให้ยกป้ายขึ้นหันมาทางตากล้องที่ทำหน้าเขิน ๆ
'น้องบีน่าก็เขินไปกับเขาด้วย'เขาเห็นรุ่นน้องก็ทำหน้าเขิน
ขบวนแห่ยังไม่ทันเริ่ม งานกีฬาที่สนามยังไม่ทันเปิด เพื่อนเขาก็หมดฟิล์มไปหนึ่งม้วนแล้ว เมื่อตากล้องถ่ายจนจุใจแล้วเขาก็โบกมือให้นางแบบวางป้ายลงได้
"เดินตามขบวนกันไหม"วิทย์เอ่ยปากถามขณะกำลังเกี่ยวหางฟิล์มม้วนใหม่เข้าล้อหนามเตยในกล้อง
"ตามสบายเลย ขอไปหาอะไรกินก่อน ยังไม่ได้กินข้าวเช้าเลย"เขาบอก
ณรัชต์พยักหน้าลาเพื่อนก่อนเดินไปทางโรงอาหาร ปล่อยเพื่อนเดิมตามถ่ายรูปขบวนแห่งานกีฬาสีของโรงเรียน แต่เขาคิดว่าคงจะมีแต่รูปคนถือป้ายโรงเรียนเป็นหลักนั่นล่ะ
กินข้าวเสร็จเขาก็ตระเวนดูสแตนด์ของสีต่าง ๆ ที่ตอนนี้ยังไม่ได้เริ่มขึ้นเชียร์ เหลือบดูเวลาขบวนแห่น่าจะใกล้วกกลับมาโรงเรียนแล้ว ณรัชต์จึงเดินไปรอดูขบวนแห่ที่แถวหน้าโรงเรียน
เริ่มสายจึงมีคนทั่วไปออกมาดูขบวนแห่กันไม่น้อย
ยืนรอพักหนึ่งเสียงวงโยธวาทิตก็นำมา ก่อนขบวนแห่เริ่มเคลื่อนมา แถวด้านหน้าณรัชต์มีคนยืนถ่ายรูปกันอยู่ไม่น้อย มีฝรั่งคนหนึ่งถอยมาเหยียบเท้าเขาขณะถ่ายรูป เมื่อรู้ตัวก็หันมาขอโทษ เขาย่อมบอกว่าไม่เป็นไร
ขบวนค่อย ๆ ทยอยเข้าโรงเรียนมา เพื่อเคลื่อนตัวไปสู่สนามกีฬา เขาก็ไม่สนใจจะตามไป เพราะก็รู้ ๆ กันอยู่ว่าพิธีการนั้นน่าเบื่อ เดี๋ยว ผอ.ก็คงขึ้นกล่าวเปิดงานกีฬายาวเหยียดอีกเหมือนเดิม
ณรัชต์เดินกลับไปจุดนัดพบของสตาฟกับนักกีฬาพวกเขา
วันนี้ช่วงเช้าพวกเขามีกีฬาที่ยังต้องรับผิดชอบดูแลอยู่ ทั้งชิงที่สามแบดมินตันหญิงคู่ และชิงเหรียญทองตะกร้อหญิง
ขณะเดินผ่านโรงอาหารเขาก็แวะเข้าไปดูโทรทัศน์ในโรงอาหาร เพื่อดูราคาหุ้นซักเล็กน้อย เพราะตอนนี้เป็นเวลาที่ตลาดหุ้นเปิดแล้ว และเขาสนใจเรื่องที่ราคาหุ้น โรงพยาบาล R ขึ้นเกือบซิลลิ่งก่อนตลาดปิดเมื่อวาน
เลยอยากจะดูราคาเปิดตลาดของวันนี้ เขารู้ว่า โรงพยาบาล R มีจำนวนหุ้นที่ขายอยู่ในตลาดหุ้นไม่มาก ซึ่งหุ้นพวกนี้เวลามีคนเข้ามาซื้อที จึงทำให้ราคาหุ้นขยับขึ้นได้สูงอย่างรวดเร็วเพราะไม่มีคนขาย (เปรียบเหมือนร้านลาบหมูมีสิบหุ้นในตลาด เทียบกับร้านก๋วยเตี๋ยวที่มีร้อยหุ้น ย่อมทำให้ซื้อหุ้นร้านลาบหมูได้ยากกว่า เป็นต้น)
ณรัชต์แหงนหน้ามองโทรทัศน์ เขาเห็นชื่อหุ้นโรงพยาบาล R แล้ว วันนี้เปิดตลาดมาก็ขึ้นไปที่ราคาซิลลิ่ง 72 บาททันที!!!
นั่นดูเหมือนว่าจะมีคนต้องการซื้อหุ้นอย่างรวดเร็วในปริมาณมากโดยไม่เกี่ยงราคาแล้ว
ท่าจะไม่ใช่การเข้ามาซื้อของนักลงทุนธรรมดาตามที่เขาคิดไว้เมื่อวาน
----------------------------------------
Name : ณรัชต์
Asset : เงินสดในบัญชีหุ้น 48,400 บาท
:ตึกแถว 2 ห้อง ราคาปัจจุบัน 850,000 บาท
: เงินสดในบัญชีธนาคาร 100,000 บาท
-หุ้นโรงพยาบาล K จำนวน 60,000 หุ้น จากราคา 14 บาท ราคาปัจจุบัน 14.5 บาท
-หุ้นโรงพยาบาล M จำนวน 72,000 หุ้น จากราคา 15 บาท ราคาปัจจุบัน 16 บาท
-หุ้นโรงพยาบาล N จำนวน 28,800 หุ้น จากราคา 28 บาท ราคาปัจจุบัน 29 บาท
-หุ้นโรงพยาบาล R จำนวน 18,000 หุ้น จากราคา 56 บาท ราคาปัจจุบัน 72 บาท
มูลค่าสินทรัพย์รวม : 48,400 + 850,000 + 100,000 + 870,000 + 1,152,000 + 835,200 + 1,296,000
= จาก 4,732,800 บาท ปัจจุบัน 5,151,600 บาท