
ตอนที่57 "อัม?!! ..ข้าละงงกับเจ้าจริงๆ ..เฮ้อ! "
"หลานรักใช้ประหยัดหน่อยก็แล้วกันนะ.."
อาสาวพูดขึ้นพร้อมกับพาชายหนุ่มและลูกสาวเดินออกไปหาของที่ต้องการ
กริชเพชรหยุดยืน รู้สึกว่ากล่องนิลกาฬในถุงนิมิตของเขามันเริ่มสั่นไหวอาการแบบนี้ชายหนุ่มรู้ได้ทันทีว่ามันได้พบของวิเศษอีกแล้วเหมือนกับเขาได้พบไข่สัตว์เลี้ยงบรรพกาล
ชายหนุ่มหันไปมองร้านแบกับดินที่อยู่ด้านข้างมีคนขายตัวเล็กๆ นั่งขดตัว หัวของเขาซุกอยู่ใต้ซอกเข่าที่ตั้งชัน เขาสังเกตผ้าที่ปูบนพื้นมันเก่าคร่ำคร่ามีของสองสามชิ้นวางขายอยู่
กริชเพชรเดินลงไปนั่งกล่องนิลกาฬในถุง นิมิตของเขา สั่นไหวแรงขึ้นหนักกว่าเก่าเหมือนมันได้พบของสำคัญบางอย่าง มันเป็นแท่งสีดำสามอันวางเรียงกันอยู่
"อันนี้อะไรเหรอท่าน.."
เสียงกริชเพชรถามชายคนขายที่นั่งก้มหน้า เขาเงยศีรษะขึ้นมองชายหนุ่ม คนผู้นี้มีสายตาแดงก่ำส่องประกายวาววับแสดงว่ากายอสูรของเขา อยู่ในระดับสูงพอสมควรแม้แต่ดวงตาจะมีข้างเดียวก็ตาม
"มันเป็นตำราเรียกอาวุธประจำกายระดับเจ็ดระดับเก้า และระดับสิบ ข้าได้มาจากแดนอสูรวารีแดนหิมะเมื่อสามเดือนก่อนของสามชิ้นนี้ค่อนข้างราคาสูง ข้ามานั่งขายอยู่ห้าวันเหลือมันสามชิ้นนี่แหละ..."
เสียงแหบแห้งของพ่อค้าทำให้ชายหนุ่มต้องขมวดคิ้ว องค์หญิงเจ้าเฟิงหยิบแท่งสีดำทั้งสามแท่งขึ้นมาพิจารณา ดูมันผนึกคาถาไว้ จริงๆ มีแท่งหนึ่งหักไปเกือบครึ่ง
"นี่มันเป็นคาถาเรียกกายอสูรระดับเก้าระดับ สิบยังสมบูรณ์อยู่ ส่วนระดับเจ็ดมันหักไปเกือบครึ่งมันไม่น่าจะมีประโยชน์อะไรกับองค์ชายแล้วล่ะ..."
เสียงขององค์หญิงเจ้าเฟิงบอกกริชเพชรเบาๆ
ชายหนุ่มก้มมองแท่งสีดำทั้งสามแท่งเขาหยิบแท่งสีดำสองแท่ง ที่สมบูรณ์ขึ้นมาดูมันไม่มีปฏิกิริยา ที่ตอบสนองกับกล่องนิลกาฬของเขา แต่พอเขาจับแท่งที่หักขึ้นมากล่องนิลกาฬ ก็ส่งพลังออกมาจากกล่องวิ่งพล่านไปสู่ร่างกายของชายหนุ่ม ส่งกระแสสายฟ้าเข้าไปห่อหุ้มกับแท่งสีดำทำให้ กายของชายหนุ่มสั่นสะเทือนขึ้นมามันต้องมีความลับของคาถาอะไร ที่อยู่ในแท่งนี้แน่นอน
"ข้าซื้อแท่งที่หักนี้เจ้าขายเท่าไหร่หรือ..."
เสียงของกริชเพชรถามขึ้น ทำให้หญิงสาวทั้งสองแปลกใจ
"องค์ชายจะซื้อไปทำไม? มันเป็นคาถาที่ไม่สมบูรณ์และอยู่ในระดับต่ำด้วย มันอยู่ในขั้นที่เจ็ดเท่านั้น ร่ายเวทดึงอาวุธกายอสูรออกมามันก็มีประสิทธิภาพที่ด้อยกว่า ระดับเจ็ดลงเกือบครึ่งคุณค่าของมันน่าจะเพียงกายอาวุธอสูรระดับสี่แค่นั้น ข้าว่าเราไปหาคาถาเรียกอาวุธอสูรที่ร้านอื่นเถอะนี่มันใช้ไม่ได้หรอก..."
หญิงสาวเตือนชายหนุ่มคนขายไม่ได้ว่าอะไรเขาก็คงรู้แล้วว่าของในมือของชายหนุ่มมันชำรุด อาวุธที่เขาต้องการขายจริงๆ ก็คือคาถาระดับเก้ากับระดับสิบซึ่งชายหนุ่มกับไม่สนใจไปสนใจกับคาถา ที่หักเขาคาดคะเนว่าชายผู้นี้คงจะไม่มีเงินซื้อจึงอยากได้คาถาที่ไม่สมบูรณ์นี้ ชายคนขายจึงไม่ค่อยจะสนใจเขาสักเท่าไหร่
"แล้วท่านขายเท่าไหร่ ท่านยังไม่ตอบข้าเลย.."เสียงกริชเพชรดังขึ้นนิดหน่อยเจ้าของเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง
"คาถานี้ข้าขอห้าร้อยดอร์ก็แล้วกัน ส่วนคาถาสองแท่งนั้น ข้าขายแท่งละห้าพันดอร์เพราะข้าซื้อมาค่อนข้างแพง ไอ้ที่หักนี้เขาแถมมา ข้าก็หยวนๆ ให้ท่านไป..."
ชายหนุ่มควักเงินห้าร้อยดอร์ ออกมาจากกระเป๋านิมิตแล้วส่งให้กับคนขาย
เขารู้ดีว่ากล่องนิลกาฬมันพบของวิเศษที่อยู่ในผลึกสีดำนี้แน่ๆ ถ้าไม่อย่างนั้นมันจะไม่ส่งกระแสพลังไฟฟ้า เข้าควบคุมคาถาชุดนี้
"องค์ชายเจ้าจิงโจวท่านไม่ต่อสักคำเลยเหรอท่านจะซื้อมันไปทำไม? ถ้าจะซื้อก็น่าจะถูกกว่านี้เอาอย่างนี้สิเดี๋ยวข้าจะซื้อวิชา สองแท่งนั้นแล้วเจ้าแถมวิชาแท่งนี้ให้กับข้าดีไหม.."เสียงเจ้าเฟยถามคนขายชายคนขายส่งประกายตาวาว
"ได้สิท่านซื้อ สองแท่งนี้ ข้ายินดีแถมคาถาครึ่งท่อนนี้ให้ท่านแน่นอน..."
เสียงของเขาลิงโลดขึ้นกริชเพชรมองหน้าหญิงสาว
"ข้าไม่ต้องการคาถาสองแท่งนั้นหรอกข้าซื้อแท่งนี้แหละ ห้าร้อยเองมันไม่ได้แพงอะไร...."
เสียงของชายหนุ่มหันไปบอกอาหญิงของเขา
"เจ้าอย่ารู้ดีข้าซื้อคาถาสองแท่งนี้แล้วแถมแท่งนั้น ข้าจะเอาแท่งนั้นเป็นของขวัญให้เจ้าถ้าเจ้าอยากได้ ข้ารู้สึกว่าท่านซื้อมันไม่ค่อยมีคุณค่าเท่าไหร่ คาถาสองแท่งนี้ข้าจะเก็บไว้เรียนเองเมื่อกายอสูรของข้า ถึงขั้นระดับเก้าระดับสิบมันก็ไม่เสียหายอะไร.."
องค์หญิงเจ้าเฟยพูดพร้อมกับพลิกข้อมือขึ้น เงินดอร์ที่อยู่ในถุงนิมิตชั้นเยี่ยมของนางก็ปรากฏขึ้นหนึ่งหมื่นดอร์แล้วส่งให้คนขาย นางหยิบผลึกสีดำมาวางไว้บนมือ
"องค์ชายถ้าอยากเปิดผนึกคาถาบนแท่งวิชานี้ เจ้าต้องผูกสัญญาด้วยเลือด เพียงแค่กรีดเลือดออกมาหยดบนแท่งดำนี้ ก็สามารถเปิดผนึกคาถาส่งให้หลานเรียนได้แล้ว เจ้าลองทำดูสิ..."
เสียงของพระนางเจ้าเฟยบอกกริชเพชร
'มันจะเรียนกันง่ายๆ ขนาดนี้เลยเหรอ..'
ชายหนุ่มคิดในใจ เขาใช้ปลายเล็บอสูรกรีดบนนิ้วชี้ข้างซ้ายเบาๆ เลือดก็หยดลงบนผนึกสีดำมันส่องประกายวาววับฉายแสงเข้าไปในดวงตาทั้งคู่เป็นภาพ สามมิติเหมือนดูยูทูปเป็นคาถาเรียกอาวุธออกมา จากเล็บมือมันช่างเหมาะสมกับกายอสูรของกริชเพชรเหลือเกิน
"คาถาชิ้นนี้มันเป็นภาพ ที่เรียกเล็บอสูรยื่นออกมาสุดท้ายก็กลายเป็นรูปง้าวสีทองแต่มันมีแค่ ส่วนใบมีดเท่านั้นอาจจะเป็นเพราะว่าคาถาเรียกอาวุธอสูรยังไม่สมบูรณ์ แท่งคาถาก็ปรากฏเป็นตัวอักษรสลักคำว่า ง้าวอสูรพลิกฟ้า
'โอ้โห.!! เรียนคาถากันกลางตลาดแบบนี้เลยเหรอ..'ชายหนุ่มคิดในใจ
"เป็นยังไงบ้างองค์ชายสิบสี่ สถานะมันยอดเยี่ยมหรือไม่..."
องค์หญิงเจ้าเฟยถาม เบาๆ ขณะที่กริชเพชรยืนเหม่อมองแสงสีทองวาววับ ที่พุ่งเข้าไปในดวงตาของเขานางรู้ได้ทันที ว่าสมองชายหนุ่มได้บันทึกคาถาเรียกอาวุธประจำตัว ออกมาสำเร็จแล้ว
"ดีเหมือนกันนะมันเรียกว่าง้าวอสูรพลิกฟ้าแต่ก็เห็นเพียงแต่ปลายมีดเท่านั้น ไม่รู้ด้ามมันหายไปไหน..."
เสียงชายหนุ่มพึมพำเบาๆ คนขายยกยิ้มสูง
"ก็มันหักไปครึ่งท่อนส่วนคาถาด้านด้ามของมันท่านก็คงต้องเสาะแสวงหาต่อไปล่ะคิดว่าวันหน้าถ้าพบมันข้าจะนำมาขายให้ท่าน ข้าจะกลับไปดินแดนอสูรวารีหิมะหามันก่อนนะ..."
คนขายพูดจบก็ลุกขึ้นเดินจากไปเขาขายของหมดพอดี องค์หญิงเก็บผนึกคาถาไว้ในถุงนิมิตของนาง
"ยังขาดคาถาสำหรับกลายร่างอีกชุดกับคาถาเกี่ยวกับการส่งภูตอสูรไปเกิด ข้าอยากได้คาถาทั้งสองนะอาหญิง..."ชายหนุ่มหันไปบอกหญิงสาว
"เจ้าอยากเป็นสัตว์ประเภทไหนเล่าเวลาเดินทาง...องค์หญิงเจ้าเฟย นางเรียนคาถางูนาคีพวกเราเป็นผู้หญิงก็เรียนพวกนี้ส่วนผู้ชายเขาก็เรียนคาถางูนาคา แล้วองค์ชายอยากเรียนประเภทใดเล่าประเภทนกก็มีนะ ส่วนมากพวกเราละอสูรวารีน้ำจืด จะไม่เรียนคาถาพวกนกส่วนมากจะเป็นพวกอสูรวารีหิมะเรียนกัน..."
พระนางบอกกริชเพชร
"คาถานาคีนาคาก็จะมีอยู่ในราชวัง เดี๋ยวข้าจะไปขอเสด็จพี่ให้ก็ได้ ถ้าหลานอยากเรียนก็ไม่ต้องซื้อหรอก สถานะนี้เป็นระดับสูงในการเดินทางระยะสั้น ได้รวดเร็วดีกว่าทุกคาถา..."
ชายหนุ่มยิ้มให้หญิงสาวที่เสนอแนะให้เขา
"ข้าไม่มีคุณความดีจะไปเอาคาถาในราชวังได้ยังไง ข้าขี้เกียจไปทำภารกิจหาซื้อแถวๆ นี้แหละพอแต่ไปไหนมาไหนได้ ก็พอไม่ต้องถึงกับเร็วเหมือนติดเทอร์โบหรอกนะ.."
ชายหนุ่มพูดพร้อมกับขยับตัวเดิน
"อะไรเหรอติดเทอร์โบ..."เสียงองค์หญิงจ้าวเฟิงถามขึ้นอย่างข้องใจ กริชเพชรยกยิ้มกว้าง เพราะเขาจะไปเอาศัพท์พวกนี้มาใช้ในดินแดนอสูรไม่ได้
"คือข้าหมายความว่าเร็วแบบพวกนาคีนาคาอะไรอย่างนั้นน่ะมันไม่จำเป็น..."
เสียงของชายหนุ่มแก้ตัวแบบเนียนๆ
"ไปเดี๋ยวเราไปดูแผงตรงนั้นกันมันเป็นแผงของตระกูลใหญ่ ที่นำของมาขายอาจจะมีของที่เจ้าต้องการก็ได้.."
ชายหนุ่มหันไปดูแผงที่ตั้งเหนือพื้นขึ้นมาระดับเอว มันกว้างยาวไปกินระยะทางหลายล็อคมันกลับเป็นเจ้าของเดียวกันทั้งแถบ ชายหนุ่มเดินเข้าไปในร้านขนาดใหญ่นั้น
"นี่นายท่านหาอะไรหรอข้าแนะนำได้นะ..."
เสียงคนขายในร้านถามเขาด้วยเสียงนุ่มนวล สมกับเป็นร้านขายของตระกูลใหญ่ ฝึกคนขายได้ดีเยี่ยมเหมือนร้านสะดวกซื้อไม่มีผิด
"คือเขาต้องการคาถาเอาไว้แปลงร่างเหาะเหินท่านมีชุดไหนที่น่าสนใจบ้างล่ะ.."
องค์หญิงเจ้าเฟยตอบเจตจำนงให้คนขายรู้
"อ๋อ..มีสินี่เป็นคาถาเหาะเหินต้องด้านนี้เลยท่านเลือกดูตามใจชอบราคาก็ไม่แพงมากถูกใจต่อรองกันได้..."
เสียงของคนขายนุ่มนวลสุภาพเขาเดินอ้อมไปด้านหลังหยิบผนึกทาสีดำขึ้นพร้อมกับอธิบายสรรพคุณ
"อันนี้เป็นคาถา กลายร่างพญาวิหคมาจากดินแดนหิมะ มันเดินทางได้รวดเร็ว แม้จะไปไม่ได้ไม่ไกลนัก แต่ก็คล่องแคล่วรวดเร็ว เปลืองพลังกายอสูรนิดหน่อย..."
คนขายพูดพร้อมกับหยิบผนึกอีกอันหนึ่งขึ้นมา
"อันนี้เป็นคาถากลายร่างงูหลามมันเดินทางค่อนข้างช้า แต่ใช้พลังการจำแลงน้อยหน่อย.."เขาอธิบายถึงสรรพคุณคาถาอีกอย่าง กริชเพชรก็ไม่รู้ว่าจะเอาอะไรดี
"แล้วนี่มันเป็นคาถาแบบไหนเหรอ..วางไว้สูงขนาดนี้..."
องค์หญิงเจ้าเฟยถามคนขายเพราะสังเกตมีผลึกชิ้นหนึ่ง ที่วางอยู่สูงกว่าเพื่อนและอยู่ด้านในลึกมาก
"อ๋อนี่..เป็นคาถามังกรดำเป็นของดินแดน วารีทะเลใต้ มันค่อนข้างแพงหน่อยนะแต่ที่สำคัญ มันใช้พลังกายอสูรระดับสูงถึงขั้นเจ็ด และต้องมีพลังบอลดวงจิตแก่นแท้ที่สูงเสมอกัน จึงจะสามารถร่ายเวทย์เปิดผนึกทำสัญญากับมันได้ จึงไม่ค่อยมีใครนำไปฝึกเพราะว่า มันเปลืองพลังบอลแก่นแท้
ที่บริสุทธิ์ขณะร่ายเวทย์ แต่ที่มันค่อนข้างแพง คือมันมีออฟชั่นเสริมคือขณะกลายร่างเป็นมังกรดำ สามารถเพิ่มพลังโจมตีศัตรูได้ ตามระดับพลังบอลดวงจิตแก่นแท้ของเจ้าของซึ่งมันเหมาะกับนักรบ คนส่วนมากจึงไม่ค่อยซื้อคาถาชุดนี้ไปฝึก เพราะมันสิ้นเปลืองโดยไม่จำเป็น..."คนขายอธิบายอย่างละเอียด
"แล้วคาถานี้ราคาเท่าไหร่.."
องค์หญิงเจ้าเฟิงถามด้วยความสนใจนางคิดว่ามันเหมาะกับชายหนุ่ม
"คาถาชุดนี้ขายแค่สามหมื่นดอร์.."
คนขายตอบด้วยเสียงราบเรียบ
"อะไรนะ..คาถาใช้เหาะเหินตั้งสามหมื่นดอร์เชียวเหรอข้าไม่เอาหรอก..."
เสียงกริชเพชรพูดพร้อมกับส่ายหัวมันช่างไร้สาระเหมือน ซื้อรถแลมโบกินี่มาวิ่งบนถนนในกรุงเทพมันช่างไม่มีประโยชน์อะไรเสียเลย
"มันเหมาะมากนะเวลาเดินทางออกไปหาของวิเศษ หรือออกสนามรบทุกคนต่างใฝ่ฝันที่จะครอบครองคาถาประเภทนี้ มันช่วยเสริมการรบเจ้าเป็นลูกผู้ชาย เรียนรู้ไว้ไม่เสียหาย..."องค์หญิงเจ้าเฟิงหันไปบอกชายหนุ่ม
"ข้าไม่เอาหรอก ข้าไม่รู้จะเรียนไปทำไม? ข้าไม่คิดอยากจะเป็นทหารหรอกนะ ข้าจะเป็นหมอดีกว่า และข้าก็ซื้อตำราผสมยามาแล้วไม่เห็นหรอ ข้าจะเรียนรู้ไว้เพื่อรักษาส่งเสริมคนบาดเจ็บดีกว่า..."
ชายหนุ่มพูดเบาๆ พร้อมกับยิ้มให้หญิงสาว
"อัมมม?!! ..ข้าละงงกับเจ้าจริงๆ ..เฮ่อ! "
............................................................................................................................................................................................................................................................