Level up ไปกับระบบวิเศษ 【จบ】

    เล่ม 2 ตอนที่ 48 สวนดอกไม้หมื่นดอกที่เหี่ยวเฉา

           “อืม?” หวางเฉิงเทียนฟังอย่างนี้แล้วก็ขมวดคิ้ว

           ซ่งโชงเจ้าพ่อมาเฟียของอี้โจว เป็นคนอันตรายและเจ้าเล่ห์อยู่ระหว่างอี้โจวกับหลินไห่ แต่เขาควบคุมธุรกิจเขตทะเลร้อยละเจ็ดสิบนี่จึงทำให้เขากลายเป็นเศรษฐีอันดับหนึ่งของอี้โจวอยู่ในอี้โจวก็เรียกได้ว่าเรียกลมเรียกฝนได้

           ช่วงหลายปีมานี้เขาใช้ประโยชน์จากอำนาจและเงินทองเชื่อมความสัมพันธ์และซื้อใจคนอย่างไม่หยุด รวมทั้งจัดการคนที่ขัดขวางเขาถือว่านั่งตำแหน่งเจ้าพ่อมาเฟียของอี้โจวอย่างมั่นคงแล้ว

           ที่มีค่าพอจะพูดถึงคือที่ดินในเขตทะเลของกลุ่มบริษัทเทียนเฉินผืนหนึ่งก็มีการพัวพัน ก็เพราะเหตุนี้เขากับซ่งโชงจึงมีความขัดแย้งกัน เบื้องหน้าจะไม่พูดอะไรแต่ลับหลังทั้งสองฝ่ายล้วนกำลังวางแผนร้ายกับอีกฝ่าย

           เวลานี้ซ่งโชงเดินทางไกลจากอี้โจวมาถึงฉวนโจว โดยเฉพาะยังมาหาตนเองคิดดูแล้วก็ไม่ใช่เรื่องดีอะไร

           หวางเฉิงเทียนมองซูฮ่าวแล้วก็มองหม่าปิง พลางถามด้วยเสียงหนักอึ้งว่า“ซ่งโชงมาหาฉันทำไม?”

           “เขาพูดว่ามีวิธีการจัดการสวนดอกไม้หมื่นดอกที่เหี่ยวเฉาของศูนย์กลางเขตหลินไห่แห่งนั้นเวลานี้เขากับผู้ดูแลเขตหลินไห่กำลังอยู่ที่สวนดอกไม้หมื่นดอก”

           “อะไร?” หวางเฉิงเทียนตกใจ และครุ่นคิดหลายวินาทีหลังจากนั้นก็พูดขอโทษซูฮ่าวว่า “คุณซู ผมไปพบคนก่อนรบกวนคุณรอผมอยู่ที่นี่สักพัก”

           “รออยู่ที่ดาดฟ้าคนเดียวก็น่าเบื่อ ให้ผมไปด้วยกันกับคุณเถอะ” ซูฮ่าวโบกมือและลุกขึ้นทันที

           จนตอนนี้ เขาเคยเห็นเจ้าพ่อมาเฟียแค่หวางเฉิงเทียนคนเดียวสำหรับเจ้าพ่อมาเฟียของเขตอื่นๆ เขากลับไม่รู้

           ถือโอกาสนี้ไปรู้จักสักหน่อย สำหรับเขาแล้วก็คือเรื่องดีเรื่องหนึ่ง

           หวางเฉิงเทียนเห็นอย่างนี้แล้วก็ไม่พูดมาก แค่พยักหน้า และให้ซูฮ่าวไปด้วย

           “ใช่แล้ว สวนดอกไม้หมื่นดอกเหี่ยวเฉาที่พวกคุณพูดถึงเมื่อครู่เป็นมาอย่างไร?”ระหว่างทาง ซูฮ่าวเหมือนจะคิดอะไรออกแล้ว จึงถามขึ้นมาทันที

           หวางเฉิงเทียนไม่ลังเลแม้แต่น้อย และเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ซูฮ่าวฟังแล้ว

           เดิมทีเขตหลินไห่ของชานเมืองฉวนโจวคือสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของเมืองไห่เป่ยที่นี่มีสวนผีเสื้อ หุบเขาช้างบวกกับสวนดอกไม้หมื่นดอกเป็นเขตชมวิวซึ่งเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ

           ในที่นี่สวนดอกไม้หมื่นดอกดังที่สุด ด้านในมีดอกไม้นับหมื่นชนิด หลากหลายสีสันและต่างชนิดกัน ซึ่งก็ดึงดูดผู้คนให้มาเที่ยวชมมากมาย

           ทุกๆ วันล้วนมีนักท่องเที่ยวมาจากสถานที่ต่างๆ จากทั่วโลกมาท่องเที่ยวเขตหลินไห่ของฉวนโจวโดยเฉพาะคนหนุ่มสาวล้วนมาถ่ายรูปที่สวนดอกไม้หมื่นดอกกลายเป็นความทรงจำเบื้องหลังของการแต่งงาน

           ก็เพราะเหตุนี้ เขตหลินไห่แค่อาศัยสวนดอกไม้หมื่นดอก รายรับในทุกๆปีสูงสุดก็ถึงพันล้าน

           แต่ช่วงหนึ่งเดือนมานี้ สวนดอกไม้หมื่นดอกเกิดการเปลี่ยนแปลงดอกไม้ชื่อดังหลายๆ ชนิดกลับไม่เบ่งบาน โดยเฉพาะยังเริ่มเหี่ยวเฉาทำให้รายรับด้านเศรษฐกิจของเขตหลินไห่ลดลงมาก

           ผู้ดูแลของเขตหลินไห่ร้อนใจดั่งมดบนกระทะร้อน เชิญนักพฤกษศาสตร์ที่มีชื่อเสียงในประเทศมาตรวจสอบติดๆกันจำนวนไม่น้อย แต่ถึงเป็นเช่นนี้ ก็ยังคงแก้ไขปัญหาจากแก่นแท้ไม่ได้ดอกไม้ยังคงเหี่ยวเฉาลงไปทุกวัน

           หวางเฉิงเทียนในฐานะเจ้าพ่อมาเฟียของฉวนโจวลงทุนเงินกับสวนดอกไม้หมื่นดอกไปไม่น้อยเป็นธรรมดาที่จะปล่อยให้ดอกไม้เหี่ยวเฉาไม่ได้ดังนั้นจึงประกาศไปทั้งเมืองไห่เป่ยว่าใครแก้ไขปัญหาการเหี่ยวเฉาของดอกไม้ในสวนดอกไม้หมื่นดอกได้ จะต้องขอบคุณเป็นอย่างมาก

           คำพูดของเขามีน้ำหนักมากพอ ก็มีคนมาช่วยจำนวนไม่น้อย แต่ที่น่าเสียใจมากคือคนพวกนี้ล้วนไม่มีทางแก้ไขปัญหาการเหี่ยวเฉาของดอกไม้ได้

           “คุณไม่เคยเชิญปรมาจารย์ฮวงจุ้ยมาดูหรือ?” ซูฮ่าวหรี่ตาและถาม

           ดอกไม้เหี่ยวเฉา ส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับพื้นที่ปลูกพูดอีกอย่างก็คือเขตฮวงจุ้ยเกิดปัญหาแล้ว

           หวางเฉิงเทียนพยักหน้าแล้ว “เคยเชิญแต่ปรมาจารย์ฮวงจุ้ยพวกนี้ล้วนไม่มีความสามารถที่แท้จริงอะไรรู้แค่จะใช้ความรู้ด้านฮวงจุ้ยที่ลึกลับมาหลอกคนสุดท้ายล้วนถูกผมหักขาโยนออกไปแล้ว”

           ซูฮ่าวฟังแล้วก็รู้สึกว่าไม่มีอะไรพอที่จะวิจารณ์ได้

           ตอนนี้ปรมาจารย์ฮวงจุ้ยส่วนใหญ่รู้แค่ผิวเผิน สวมชุดเครื่องแบบฮวงจุ้ยมือถือเครื่องมือเกี่ยวกับฮวงจุ้ย ปากพูดคำศัพท์เฉพาะไม่กี่ประโยคก็ปลอมแปลงเป็นปรมาจารย์ฮวงจุ้ยออกมาต้มตุ๋นได้คนที่มีความสามารถอย่างแท้จริงมีไม่มาก

           คนสองสามคนออกมาจากบ้านเดี่ยวไห่เชิ่งแล้ว จากนั้นก็นั่งรถประมาณห้านาที จึงมาถึงสวนดอกไม้ที่มีเนื้อที่กว้างใหญ่ไพศาลแห่งหนึ่งแล้ว

           สวนดอกไม้ใช้รั้วสูงล้อมไว้ บนรั้วมีหนามกุหลาบที่สวยสดใสพันอยู่ขอบเขตด้านในกว้างขวางมาก ทุกๆ หลายสิบก้าวจะมีเก้าอี้ให้นักท่องเที่ยวได้นั่งพักผ่อน

           ด้านหน้าประตูสวนดอกไม้หมื่นดอกมีป้ายเตือนตั้งไว้หนึ่งป้ายด้านบนเขียนว่า : สวนดอกไม้หมื่นดอกกำลังขนย้ายเพื่อปลูกดอกไม้ชนิดใหม่และจะเปิดในอีกไม่นาน เพราะเหตุนี้ทำให้ทุกท่านเกิดความไม่สะดวกโปรดให้อภัยและเข้าใจ

           เห็นได้ชัดว่านี่คือคำพูดถ่อมตนที่แต่งมาเพื่อปกปิดเรื่องเหี่ยวเฉาของดอกไม้ในสวนดอกไม้หมื่นดอก

           เวลานี้ในสวนดอกไม้หมื่นดอก มีคนที่มีสถานะสูงส่งจำนวนไม่น้อยอยู่ที่นี่รวมถึงผู้ดูแลของเขตหลินไห่ ทั้งบุคคลที่มีอำนาจบวกกับนักพฤกษศาสตร์จำนวนหนึ่ง

           หลังจากที่หวางเฉิงเทียนเข้ามาที่สวนดอกไม้หมื่นดอกแล้วคนวัยกลางคนที่ไว้ผมยาวท่านหนึ่งเดินเข้ามาด้วยอากัปกิริยาที่ไม่เรียบร้อยเขาสวมใส่ไม่ธรรมดา เสื้อผ้ามีความพิเศษเฉพาะ แต่ถึงเป็นเช่นนี้กลับไม่มีทางปกปิดภาพลักษณ์ที่เหมือนคางคกขึ้นวอของเขาได้

           “หวางเฉิงเทียน บ้านเดี่ยวไห่เชิ่งของนายอยู่ไม่ไกลจากที่นี่ทำไมมาสายอย่างนี้ วางอำนาจสูงมาก!”

           หวางเฉิงเทียนมองท่าทางที่อยากจะโดนซัดของซ่งโชงแล้ว สีหน้าก็บูดบึ้ง“นายอยากจะทะเลาะใช่ไหม?”

           “เฮ้ คำพูดนี้ของนายแทบจะทำให้ฉันขำแทบตาย แค่ร่างที่เป็นไตบกพร่องอย่างนายฉันยอมให้นายหนึ่งมือก็ล้วนกดนายซัดกับพื้นได้” ซ่งโชงหัวเราะอย่างดูถูกล้วนไม่เห็นหวางเฉิงเทียนอยู่ในสายตาโดยสิ้นเชิง

           “แม่ง นาย … ”

           “พี่เทียน อย่าวู่วาม มีอะไรก็คุยกันดีๆ !”หวางเฉิงเทียนเพิ่งอยากจะโมโห เหว่ยเหอผู้ดูแลของเขตหลินไห่ก็รีบเข้ามาพูดเพื่อผ่อนคลายบรรยากาศ

           “พี่โชงมีอุปนิสัยตรงไปตรงมา ดังนั้นพูดจาค่อนข้างตรงไปตรงมา พี่อย่าถือสาวันนี้ที่พวกเรามาที่สำคัญคือมาหารือและแก้ไขเรื่องของสวนดอกไม้หมื่นดอกอย่าโมโหเลย!”

           เขาพูดๆ อยู่ก็รู้สึกจนปัญญา ไม่ว่าจะเป็นหวางเฉิงเทียนหรือซ่งโชงล้วนคือบุคคลที่เขาทำได้แค่ปลอบเท่านั้น

           หากทั้งสองคนเกิดความขัดแย้งกันจริงๆ เขาก็คงจะไม่มีชีวิตอะไรหลังจากนี้อย่างแน่นอน

           คำพูดของเหว่ยเหอทำให้ความโกรธของหวางเฉิงเทียนบรรเทาลง เขามองซ่งโชงและพูดพลางขมวดคิ้วว่า “นายมีวิธีการอะไรที่จะแก้ไขปัญหาการเหี่ยวเฉาของดอกไม้ในสวนดอกไม้หมื่นดอกได้?”

           “ฉันไม่มีวิธีการ” ซ่งโชงแบมือแล้ว

           หวางเฉิงเทียนโมโหมาก “แม่ง นายหลอกฉันหรือ?”

           “พี่เทียน อย่าโมโห ถึงแม้ฉันไม่มีวิธีการ แต่คนที่ฉันเชิญมา ก็ไม่แน่ว่าจะไม่มีทาง!” ซ่งโชงเหมือนจะหัวเราะและไม่หัวเราะ และปรบมือแล้ว

           แค่ฉับพลัน คนแก่ที่สวมเสื้อกันลมสีดำค่อยๆเดินออกมาจากด้านหลังของเขาแล้ว ผมขาวโพลน แต่มีชีวิตชีวาอิ่มเอิบโดยเฉพาะดวงตาที่สดใสคู่นั้น ราวกับมองแก่นแท้ของสรรพสิ่งทุกอย่างทะลุปรุโปร่ง

           หลังจากที่เขาออกมาแล้ว ก็แค่กวาดตามองทั้งหมดเงียบๆ หลังจากนั้นเก็บสายตากลับมาท่าทางหยิ่งผยองมาก

           “ท่านนี้คือปรมาจารย์อู๋ ปรมาจารย์ฮวงจุ้ยอย่างแท้จริงช่ำชองเอกสารและอักษรที่พิเศษในสมัยโบราณ ชำนาญการดูดวงทางดาราศาสตร์สืบทอดความรู้ด้านโหราศาสตร์ภาคคำนวณของลัทธิเต๋าหนังสืออวัยวะภายในของคนและศึกษาทุกอย่าง ช่ำชองทางภูมิศาสตร์ได้รับการถ่ายทอดจากเสวียนคงอย่างแท้จริง” ซ่งโชงชี้ไปที่ชายแก่ และพูดแนะนำกับคนทั้งหมด

           เสียงดังมา มีคนจำชายแก่ได้ทันที จึงพูดกับคนข้างๆ เบาๆ ว่า“ปรมาจารย์อู๋คนนี้ชื่อเดิมคืออู๋เต๋อเย่ คือปรมาจารย์ฮวงจุ้ยที่มีชื่อเสียงมากของเมืองหยุนซีของมณฑลจินหลิงแค่แวบเดียวก็สามารถแยกแยะฮวงจุ้ยบริเวณรอบๆ ที่ดิน ที่อยู่อาศัย และสุสานได้สำหรับเขาแล้วก็ง่ายเหมือนปอกกล้วยเข้าปาก”

           “อู๋เต๋อเย่?” นักวิชาการการเกษตรหยุดชะงักและตกใจทันที “ผมคิดออกแล้วเพื่อนคนหนึ่งของผมเหมือนจะเคยเชิญเขาไปดูฮวงจุ้ยที่บ้านหลังจากผ่านการชี้แนะด้านฮวงจุ้ยจากเขาแล้ว สิบปีมานี้ก็ราบรื่นครอบครัวมีความสุข”

           “ตำแหน่งฮวงจุ้ยที่ปรมาจารย์อู๋ทำนายแม่นยำเป็นอย่างมากชำนาญการนับปฏิทินและดาราศาสตร์ “ภูเขาแม่น้ำสองดินแดน” ที่เสนอมีผลกระทบต่อทฤษฎีแม่น้ำแบ่งเขตเป็นอย่างมาก”

           “นอกจากนี้แล้ว เขายังเคยสร้างผลงานฮวงจุ้ยจำนวนไม่น้อย ทั้งสารานุกรมของต้องห้ามการสนทนาฮวงจุ้ยเสาสี่ต้นล่าสุด บันทึกสงครามด้วยการผูกดวง เป็นต้น หลักแห่งฮวงจุ้ยกับเคล็ดลับฮวงจุ้ยหนังสือทั้งสองเล่มของเขาอยู่ในรายการผลงานชิ้นเอกที่ขายดีที่สุดของร้านหนังสือในสนามบินมายาวนานมีชื่อเสียงโด่งดัง โดยเฉพาะดังไปถึงต่างประเทศแล้ว”

           นักวิชาการด้านดินอีกท่านพูดว่า“เมื่อหนึ่งปีก่อนผมเคยไปเก็บรวบรวมดินที่เมืองหยุนซี เคยเห็นเศรษฐีบางท่านเคลื่อนย้ายสุสานบรรพชนคนคนนี้เชิญปรมาจารย์อู๋กับปรมาจารย์ฮวงจุ้ยที่มีชื่อเสียงทั้งในประเทศและต่างประเทศอีกห้าหกท่านมาเลือกสถานที่ที่ดี

           แต่ต่างฝ่ายต่างยืนหยัดในข้อคิดเห็นของตนเองอย่างยุ่งเหยิงตำแหน่งที่เลือกมีมาก ไม่รู้ว่าตำแหน่งไหนถูกต้อง ภายใต้สถานการณ์ที่เลี่ยงไม่ได้คนคนนั้นทำได้แค่ส่งลูกน้องไปยังสถานที่ฝังศพ และนำดินตัวอย่างมาเปรียบเทียบกันนำตำแหน่งที่ตั้งและภูมิศาสตร์บันทึกไว้ในปฏิทิน ปิดผนึกหลังจากนั้นก็แสดงดินตัวอย่างต่อสาธารณชนเพื่อให้นักวิชาการด้านฮวงจุ้ยสองสามท่านตัดสิน

           เวลานั้นต่างคนต่างมีความคิดเห็นของตนเอง มีแค่ปรมาจารย์อู๋ที่พูดจาไม่ผิดพลาดไม่ใช่แค่นี้ ปรมาจารย์อู๋ยังทำนายว่า ห่างออกไปจากที่ดินห้าแห่งมีห้าหุบเขาหากได้ครอบครองจะคือดินแดนแห่งโชคลาภ ทุกๆ รุ่นคือคนมั่งคั่ง

           เพื่อพิสูจน์คำพูดนี้คนคนนั้นกับปรมาจารย์ฮวงจุ้ยสองสามท่านไปขุดที่ดินแห่งนั้น ตอนขุดถึงเจ็ดฟุตก็พบหลุมหนึ่งหลุม ราวกับกระเบื้องใหญ่ห้าแผ่น มีเสบียงอาหารเจ็ดสิบแปดสิบลิตรเดิมทีในอดีตสถานที่แห่งนี้เคยเป็นที่นา และเพราะมดทำรังในที่ดินเดิมจึงมีเม็ดข้าว

           รู้ว่าการทำนายไม่ผิดพลาด คนคนนั้นก็ตกใจจึงเน้นคำพูดของปรมาจารย์อู๋เป็นหลัก เคลื่อนย้ายสุสานบรรพชนหนึ่งปีมานี้ก็ราบรื่น เงินทองไหลมาเทมา มั่งคั่งอย่างที่สุดเวลานั้นชื่อเสียงของปรมาจารย์อู๋ดังกระฉ่อนในแถบนั้น ถูกยกให้เป็นเทพเจ้า”

           เหว่ยเหอฟังคำพูดของคนสองสามคนนี้ ก็ล้วนตื่นตระหนกตกใจสายตาที่มองอู๋เต๋อเย่เต็มไปด้วยความเลื่อมใสและชื่นชม

           วันนี้มีปรมาจารย์ฮวงจุ้ยระดับนี้มาช่วย สวนดอกไม้หมื่นดอกจะต้องมีความหวัง

           หวางเฉิงเทียนกลับไม่เคยได้ยินชื่อเสียงของอู๋เต๋อเย่สำหรับความสามารถของอู๋เต๋อเย่ก็ยังคงสงสัย เขาหยุดชะงัก และพูดหยั่งเชิงว่า“ขอถามท่านอาจารย์อู๋หน่อย สาเหตุที่ทำให้สวนดอกไม้หมื่นดอกเหี่ยวเฉาคืออะไร?”

           ผู้คนต่างมองปรมาจารย์อู๋ ในสายตาล้วนแฝงด้วยความสงสัย

           “แน่นอนว่าสรรพสิ่งกำเนิดขึ้นต้องขึ้นอยู่กับหลักความสมดุลของหยินหยางด้านฮวงจุ้ย หยินแสดงถึงพลังหยิน หยางแสดงถึงพลังหยาง ผมมาที่สวนดอกไม้หมื่นดอกแห่งนี้กวาดตามองไปหนึ่งรอบพบว่าพลังหยางในที่นี่เข้มข้น อุณหภูมิสูงกว่าด้านนอกอย่างน้อย 3-5 องศา” อู๋เต๋อเย่เอามือไขว้หลังทั้งสองข้างและค่อยๆ พูด

           “แน่นอนว่า นี่ก็แค่หนึ่งในเหตุผลที่ทำให้ดอกไม้เหี่ยวเฉาที่สำคัญที่สุดคือเขตนี้ขาดแคลนพลังฟ้าดินการเติบโตของสรรพสิ่งต้องการพลังในฟ้าดินบำรุง พลังขาดแคลนจึงทำให้สิ่งมีชีวิตในเขตนี้ค่อยๆ ดับสูญ”

           “พลังหยางเข้มข้น พลังน้อยมาก ภายใต้สถานการณ์ที่ทั้งสองอย่างมีบทบาทต่อกันเป็นธรรมดาที่จะทำให้ดอกไม้ในสวนดอกไม้หมื่นดอกมีอายุสั้น และค่อยๆ เหี่ยวเฉา”

           หวางเฉิงเทียนฟังอย่างนี้แล้วก็หรี่ตา“เช่นนั้นทำไมสวนดอกไม้หมื่นดอกถึงมีพลังหยางเข้มข้น และพลังขาดแคลนล่ะ?”

           “พลังหยางเข้มข้น ก็เพราะห่างจากสวนดอกไม้หมื่นดอกมีการก่อตั้งน้ำพุร้อนขึ้นใหม่แล้วเดิมทีหยินหยางของสวนดอกไม้หมื่นดอกคือหนึ่งร่างสองด้าน อำพรางกันเหนี่ยวนำกันแทนที่กัน แต่ตามด้วยการปรากฏขึ้นของน้ำพุร้อนทำให้พลังหยางแข็งแกร่งกว่าพลังหยิน พอนานๆเข้าเป็นธรรมดาที่จะทำให้พลังหยินถูกกดดัน ทำให้พลังหยางเข้มข้นเกินไป”

           “พลังขาดแคลน ก็เพราะคนที่มาชมจุดชมวิวในทุกๆ วันมีค่อนข้างมากยึดเอาพลังไปในปริมาณมาก ในขณะเดียวกันควันรถกับมลพิษทางน้ำทะเลทำให้พลังที่อยู่บริเวณใกล้ๆ ลดลงไปมาก”

           เสียงดังมา พวกเหว่ยเหอที่อยู่ข้างๆ ก็เข้าใจทันทีและชูนิ้วโป้งให้ทั้งหมด เพื่อแสดงความเลื่อมใสจากใจ

           หวางเฉิงเทียนฟังแล้วถึงแม้จะงงงวยแต่ก็รู้ว่าเรื่องนี้มีความเป็นไปได้มาก จึงถามว่า“เช่นนั้นวิธีการแก้ไขของท่านอาจารย์อู๋คืออะไร?”

           “ตั้งค่ายกลฮวงจุ้ย บำรุงหยิงหยาง แหกกฎฟ้า เพื่อรับพลัง”อู๋เต๋อเย่เงยหน้า และพูดอย่างมีการพิจารณาอย่างถี่ถ้วน

           “หลังจากที่ค่ายกลนี้ขยายออกมาแล้วก็จะแก้ปัญหาดอกไม้เหี่ยวเฉาของสวนดอกไม้หมื่นดอกได้ยังจะรวบรวมสารอาหารให้ดอกไม้ได้และทำให้ทั้งสวนดอกไม้หมื่นดอกล้วนคือฤดูใบไม้ผลิตลอดทั้งสี่ฤดู”

           “ท่านอาจารย์อู๋ เช่นนั้นขอให้ท่านตั้งค่ายกลเถอะ!”หวางเฉิงเทียนยังไม่ทันได้ปริปาก เหว่ยเหอก็รีบพูดขอร้อง

           เพราะเรื่องที่สวนดอกไม้หมื่นดอกปรากฏดอกไม้เหี่ยวเฉาทำให้เศรษฐกิจของเขตหลินไห่ในหนึ่งเดือนมานี้ถดถอยเป็นอย่างมากความกดดันของเบื้องบนล้วนตกมาอยู่ที่เขา เหมือนน้ำท่วมปาก

           วันนี้มีโชคพบกับวิธีการแก้ไข เขาก็ถือว่าโล่งใจได้แล้ว

           “ค่ายกลฮวงจุ้ยหากจัดตั้งก็ไม่ยาก แต่ว่า … ”

           “แต่ว่าอะไร?” เหว่ยเหอเห็นอู๋เต๋อเย่พูดแล้วก็หยุดไปก็เลยตื่นเต้นแล้ว

           อู๋เต๋อเย่ไม่พูด กลับเป็นซ่งโชงที่อยู่ข้างๆ เผยรอยยิ้มทางธุรกิจออกมาแล้ว“ท่านอาจารย์อู๋เดินทางมาไกลจนมาถึงเขตหลินไห่ของชานเมืองฉวนโจวเพื่อแก้ไขปัญหาสวนดอกไม้หมื่นดอกให้ทุกคนแน่นอนว่าก็ต้องการค่าตอบแทนจึงจะได้”

           “ไม่ทราบว่าท่านอาจารย์อู๋ต้องการเงินเท่าไร?” เหว่ยเหอได้ยินแล้วก็รีบถามทันที

           “คุณเหอคือคนมีความรู้จริงๆ ” ซ่งโชงหัวเราะเสียงดังและยื่นนิ้วมือออกมาสองนิ้ว “อย่างน้อยก็จำนวนนี้”

           เหว่ยเหอตกตะลึง “สองล้าน?”

           “คุณเหว่ยคิดว่าค่าลงมือของอาจารย์อู๋ช่างถูกเช่นนี้หรือ?” ซ่งโชงจ้องเหว่ยเหอ พลางหัวเราะอย่างดูถูก

           สีหน้าของเหว่ยเหอแดงก่ำ และลูบหัวอย่างเคอะเขิน “ความหมายของพี่โชงคือ?”

           “พวกเราต้องการสองพันล้าน!” ซ่งโชงเรียกราคาสูงมาก

           “ซี้ด!” คำพูดนี้พูดออกมาผู้คนจำนวนไม่น้อยล้วนสูดหายใจเข้าแล้ว

           สองพันล้าน นี่ก็ล้วนเท่ากับรายรับสองปีของสวนดอกไม้หมื่นดอกแล้ว

           “ซ่งโชง ราคานี้ของนายก็เสนออย่างหน้าไม่อายเกินไปแล้ว?” หวางเฉิงเทียนหน้าดำคร่ำเครียดทันที สายตาดูไม่พอใจมาก

           จากที่เขาดูแล้ว ค่าตอบแทนการตั้งค่ายกลมากสุดก็ยี่สิบล้าน แต่เรียกราคาสองพันล้านจะต่างอะไรกับการแบล็กเมล์?

           “ในเมื่อทุกท่านไม่ยินยอม เช่นนั้นผมก็ทำได้แค่ลาก่อนแล้ว”ซ่งโชงทำท่าทางไม่ยี่หระเพราะมีคนหนุนหลัง เขาโบกมือและเดินออกไปจากสวนดอกไม้หมื่นดอกพร้อมกับอู๋เต๋อเย่และลูกน้องกลุ่มหนึ่ง

            เหว่ยเหอเห็นว่าซ่งโชงพูดว่าจะไปก็ไปทันที จึงรีบเข้าไปหา “พี่โชงอย่าเพิ่งไป ราคาพวกเรายังคุยกันได้”

            “เช่นนั้นความหมายของนายคือจะยอมจ่ายสองพันล้านหรือ?” ซ่งโชงมองเหว่ยเหออย่างจะหัวเราะแต่ไม่หัวเราะ

            เหว่ยเหอสำลักคำพูดทันที “นี่ … ลดหน่อยได้ไหม?”

            “สองพันล้าน ไม่มากไม่น้อย ฉันให้เวลานายคิดหนึ่งนาที!” ซ่งโชงหยิบซิการ์ออกมาหนึ่งมวน หลังจากจุดไฟแล้วก็สูบพลางพูด

            อู๋เต๋อเย่มือทั้งคู่กอดอก พิงอยู่บนราวกั้นด้วยท่าทางที่ให้ซ่งโชงเป็นคนตัดสินใจ

            พวกเหว่ยเหอมองหวางเฉิงเทียน ราวกับขอความคิดเห็นจากเขา

            หวางเฉิงเทียนไม่พูด ในดวงตามีความเยือกเย็นส่งมา

            เขารู้ว่า ซ่งโชงคนนี้ถือโอกาสปล้นตามไฟ อยากจะอาศัยเหตุการณ์ที่ดอกไม้ในสวนดอกไม้หมื่นดอกเหี่ยวเฉาช้อนเอาเงินจากตนเองสักก้อน

            หากคือธุรกิจอื่น เขาก็ต้องปฏิเสธแต่กำไรที่สวนดอกไม้หมื่นดอกแห่งนี้นำมาให้ไม่ใช่แค่สองพันล้านปริมาณคนที่นำเข้ามาในทุกๆ วัน ก็กระตุ้นกำไรโดยรอบแล้ว

            หากล้มเลิก เช่นนั้นยอดรายรับต่อปีของทางเขตหลินไห่ก็จะลดลงอย่างมหาศาล

            เขาครุ่นคิดอย่างลึกๆ และมองซ่งโชงอย่างลึกๆ แล้วก็พูดเสียงหนักอึ้งว่า“สองพันล้านให้นายได้ แต่ต้องแก้ไขปัญหาดอกไม้ของสวนดอกไม้หมื่นดอกที่เหี่ยวเฉาก่อนแล้วค่อยว่ากันอีกที”

            “เรื่องนี้แน่นอน!” ซ่งโชงหัวเราะอย่างเจ้าเล่ห์และทำมือคารวะอู๋เต๋อเย่ “อาจารย์อู๋ รบกวนคุณลงมือแล้ว”

            อู๋เต๋อเย่พยักหน้าแล้วก็ให้คนส่งกล่องเครื่องมือของตนเองออกมาให้และต้องการที่จะลงมือแล้ว

            แต่ในเวลานี้ ทันใดนั้นเสียงเสียงหนึ่งก็แทรกเข้ามาอย่างเงียบเชียบ

            “หลังจากถูกคนหลอกแล้วยังจะให้เงินเขาอีกสองพันล้าน ฉันก็จะเมาแล้ว!”

    คล้ายกับเรื่องLevel up ไปกับระบบวิเศษ 【จบ】 ที่คุณอ่าน