เส้นทางอสนีบาต - The Road Lightning

    ตอนที่ 40 การต่อสู้กลางทุ่งหิมะ 2

    ท่ามกลางสภาพอากาศที่มีหิมะโปรยปรายลงมา พื้นที่รอบๆ บริเวณที่เกิดการต่อสู้จากหิมะขาวโพลนพลันละลายจนเห็นพื้นหญ้าที่ถูกหิมะทับถมไว้ ทันทีที่พายุเพลิงสลายไป อากาศร้อนระอุก็กลับกลายเป็นหนาวเย็นลงทันที ร่างของชายชราที่ล้มลงพยายามพยุงตัวเองลุกขึ้นจากพื้นหลังจากที่พายุเพลิงสลาย เสื้อผ้าของเขามีรอยไหม้และรอยตัดเหมือนโดนดาบฟันขาดรุ่งริ่งจากทางด้านหลัง ในตอนนี้มิคาเอลถูกรุมล้อมไว้ทุกด้าน ทันทีที่เขาตัดสินใจที่จะโจมตีไปยังทิศทางใด ผู้ที่ล้อมอยู่จุดอื่นๆ ก็พร้อมที่จะแทงข้างหลังทันที ทั้งตอนนี้พลังของชายชราเองก็ลดลงไปอย่างมาก การสู้กับแกรนด์เมื่อครู่ทำให้เขาเสียพลังไปมากมาย ทั้งพลังส่วนใหญ่ที่ใช้กลับมิใช่การโจมตี แต่เป็นการใช้ป้องกันตนเองเสียมากกว่า นี่เป็นสถานการณ์ที่ผิดจากที่คาดเอาไว้อย่างมาก นอกจากจะจัดการเด็กพวกนี้ไม่ได้ง่ายๆ แล้วยังถูกพวกมันไล่ต้อนอีกต่างหาก

    “ยมทูตกลืนวิญญาณ!”

    ชายชรายื่นมือออกไปด้านหน้าในทิศทางที่ไคลน์และเวนไฮร์ยืนอยู่ ออร่าพลังสีดำควบแน่นเกิดเป็นหลุมสีดำกว้างกว่า 5 เมตร ที่มีคลื่นพลังสีดำหมุนวนที่ปากหลุมอย่างรวดเร็ว หลุมนี้ดูดกลืนทุกสิ่งให้พัดเข้าไปข้างในความมืดนั้น ทั้งพื้นหิมะ เศษไม้เศษหินเล็กๆ พลันถูกดูดกลืนเข้าไปในนั้นสิ้น ทั้งสองพยายามขัดขืนสุดกำลังเพื่อไม่ให้ถูกดูดเข้าไป แต่เพราะข้อจำกัดที่ทั้งสองมีพลังฝึกอ่อนด้อยที่สุดจึงเหมือนเป็นการดิ้นรนที่เปล่าประโยชน์

    “เสาเหมันต์ทัณฑ์สวรรค์!”

    เอเลน่าใช้เวทย์ทำให้น้ำแข็งก่อตัวกันบนท้องฟ้าอย่างรวดเร็ว เกิดเป็นเสาน้ำแข็งขนาดใหญ่พุ่งตกลงมายังจุดที่มิคาเอลยืนอยู่ หลุมสีดำที่ชายชรากำลังใช้นั้นมีข้อจำกัดคือเมื่อเปิดใช้จะไม่สามารถเคลื่อนที่ไปไหนได้ ทักษะนี้ของเอเลน่ารุนแรงมากก็จริงแต่มันหลบได้ง่ายเช่นกัน นี่จึงเป็นโอกาสดีที่มีช่องว่างโจมตีเมื่อศัตรูอยู่เป็นเป้านิ่ง มิคาเอลสลัดมือจากทักษะยมทูตกลืนวิญญาณและสร้างหอกสีดำขึ้นมาแทนด้วยพลังสูงสุด

    “หอกนรกทมิฬ!”

    เฟี้ยว!

    หอกสีดำถูกขว้างขึ้นไปบนท้องฟ้าสุดแรง มันเข้าปะทะกับเสาน้ำแข็งและเจาะทะลวงผ่านทำลายเสาน้ำแข็งทั้งแท่งได้ ยังไม่ทันที่จะยินดีกับผลงานที่อยู่ตรงหน้าข้างกายของชายชราก็ปรากฏสิ่งมีชีวิตร่างกายใหญ่โตดวงตาแดงฉานพุ่งเข้ามาอย่างไม่บอกกล่าว

    “หนอยยยยยย!”

    ชายชรากัดฟันแน่น เขาใช้แขนที่ขว้างหอกเมื่อครู่ยกขึ้นตั้งการ์ดป้องกันการโจมตีของบ็อบไว้ ด้วยแขนที่เหลือข้างเดียวการจะป้องกันจึงเป็นไปอย่างทุลักทุเล

    “อิมแพคชาร์ต!”

    หมัดคลื่นกระแทกของบ็อบโจมตีโดนแขนที่ตั้งการ์ดอยู่ของมิคาเอลอย่างจัง ในครั้งนี้ชายชรายังไม่ทันที่จะใช้พลังเป็นเกราะป้องกันแขนเหมือนตอนที่ป้องกันหมัดของแกรนด์ด้วยซ้ำ ผลคือแขนที่ป้องกันเอาไว้ถูกแรงอันมหาศาลของบ็อบที่อยู่ในโหมดสงครามและพลังคลื่นกระแทกที่อัดแน่นในหมัดบดขยี้จนแขนหักบิดงอไปหลายท่อน ร่างของชายชราปลิวไปตามแรงหมัดล้มกลิ้งไถลไปกลางทุ่งหิมะหลายสิบเมตร เขาลุกขึ้นมาด้วยความทุลักทุเล และใช้แวมไพร์รีเวิร์สรักษาแขนอีกครั้ง ทีมของแกรนด์ตามร่างของชายชราที่ปลิวออกมากลางทุ่ง พวกเขาต้องรักษาความได้เปรียบในการโจมตีนี้เอาไว้ และอีกอย่างที่สำคัญคือ อย่าให้มันรักษาแขนของมันได้ ร่างกายของมิคาเอลนั้นเป็นร่างกายของผู้ใช้เวทย์ พลังป้องกันทางกายภาพจึงอ่อนด้อยและเสียเปรียบมากเมื่อคู่ต่อสู้สามารถทะลวงเข้ามาโจมตีระยะประชิดได้

    “แฮ่ก แฮ่ก แฮ่ก แฮ่ก”

    มิคาเอลหอบจากการที่ใช้พลังในการต่อสู้ไปเยอะ ทักษะที่กินพลังมากที่สุดของเขาก็คือแวมไพร์รีเวิร์สที่ใช้เพื่อฟื้นฟูตัวเองอย่างรวดเร็วนั้นเอง มันเป็นทักษะที่ใช่ของมนุษย์แต่เป็นของเผ่าอันเดธ การใช้งานถึงแม้จะได้ผลแต่เพราะต่างเผ่าพันธุ์มันจึงไม่เสถียรด้านการเปลี่ยนพลังให้ไปฟื้นฟู ซึ่งถ้าผู้ใช้เป็นเผ่าอันเดธจะไม่กินพลังมากมายขนาดนี้ การต่อสู้กับแกรนด์รอบที่แล้วยังใช้พลังไปมากกว่า 60% ร่างกายของเขาก็ไม่ฟิตละแข็งแรงเหมือนวัยหนุ่มสาว ทั้งยังสูญเสียพลังเพิ่มอีกจากการโจมตีของบ็อบทำให้ตอนนี้เขาคิดหาลู่ทางที่จะหนีเผื่อไว้แล้ว ถ้าไอ้เด็กนั่นมันเบื่อที่จะดูแล้วลุกขึ้นมาจัดการข้าจะไม่แย่เอาหรือ?

    “อิมแพคพิสทอลส์!”

    วูมมมมมม!!!!

    กระสุนเหล็กพุ่งเข้ามาใส่แต่ชายชราหลบได้ทันอย่างฉิวเฉียด ถึงกระนั้นพลังที่หุ้มอยู่รอบๆ ตัวกระสุนก็กระแทกเฉียดฟันหน้าไปนิดเดียว มิคาเอลบ้วนปากพร้อมกับถ่มน้ำลายที่มีเลือดปนกว่าครึ่งออกมา ฟันหน้าที่เฉียดกระสุนเหล็กเมื่อครู่หลุดร่วงออกมาปนกับน้ำลายที่ถ่มลงพื้นกว่า 4 ซี่

    “ตาเฒ่า ข้าได้ยินเจ้าพูดถึงหลายครั้งก็นึกสงสัยอยู่ นายท่านที่เจ้าพูดถึงนี่ใคร? ทำไมเจ้าละทิ้งทุกอย่างไปรับใช้ไอ้ตัวบัดซบแบบนั้น?”

    แกรนด์ที่นั่งกระดิกนิ้วแท้อยู่เอ่ยปากถามชายชราที่กำลังอยู่กลางวงล้อมทีมของเขา แกรนด์นึกสงสัยถึงเรื่องนี้มาตั้งแต่ตอนอยู่ป่ามรณะแล้ว มิคาเอลเป็นบุคคลระดับสูงและมีอำนาจที่สุดคนหนึ่งในเมืองกลอเซน ทั้งยังเป็นผู้ใช้เวทย์ถึงคลาส 7 แต่มันกลับทำงานมอบกายถวายชีวิต สละทุกสิ่งทุกอย่างที่สร้างมาเพื่อรับใช้คนที่มันเรียกว่านายท่าน? ทั้งในตอนแรกที่เห็นนั้นมันกำลังทำพิธีประหลาดและสังเวยมนุษย์ เมื่อเจอกันที่ป่ามรณะท่าทางของมันในตอนแรกก็อยากจะจับพวกเขาไปสังเวยเช่นเดียวกัน แบบนี้มันต้องมีเบื้องหลังที่ไม่ปกติแล้ว ในตอนที่ไปหาข่าวเกี่ยวกับโบสถ์ใหญ่กลางเมืองกับสาวกลัทธิของมิคาเอล ทั้งแกรนด์และสายสืบคนอื่นๆ ที่เขาให้แฝงตัวหาข่าวก็ไม่มีใครเลยที่รู้ข้อมูลที่มิคาเอลใช้เวทย์แห่งความตาย แม้กระทั่งสาวกระดับสูงเองก็ตามที เมื่อปะติดปะต่อเรื่องดูแล้วมันก็มีเค้าลางของความเป็นไปได้บางอย่างอยู่ บางอย่างที่มิคาเอลไม่สามารถบอกกับคนอื่นได้ เมื่อแผนการที่มันวางเอาไว้สำเร็จมันก็ไม่สามารถที่จะบอกกับคนอื่นได้อยู่ดี

    “พวกเจ้าไม่คู่ควรที่จะรู้!”

    ชายชราตอบไปอย่างเด็ดขาด สายตาของเขาเด็ดเดี่ยวและบ่งบอกว่าพร้อมที่จะสู้ตายและไม่คายความลับแน่นอน

    “เอาคำถามที่ง่ายกว่านั้นแล้วกัน แหวนที่เหลือเจ้าเอาไปซ่อนไว้ที่ไหน?”

    แกรนด์คิดจะถามอีกคำถามหนึ่งแต่ดันเผลอหลุดปากถามคำถามนี้ไปเอง ถึงจะดูนอกประเด็นไปบ้างแต่เหมือนนี่จะเป็นคำถามที่เขาอยากรู้คำตอบมากที่สุด

    “แหวน? เจ้า!!!”

    ตาของชายชราแดงก่ำขึ้นมาทันทีที่ได้ยินเรื่องแหวนอีกครั้ง คลื่นพลังเวทย์แห่งความตายสีดำพวยพุ่งออกมาจากร่างกายอย่างรุนแรง ในตอนนี้มิคาเอลฟิลล์ขาดแล้ว เขาถูกบีบให้จนตรอกจนในที่สุดก็ไม่มีอะไรให้เสียและได้ระเบิดพลังออกมา แกรนด์ที่นั่งรวบรวมพลังอยู่เบิกตากว้างขึ้นทันที ความเข้มข้นของพลังที่ตาเฒ่านี่ปลอดปล่อยออกมาเทียบเท่าได้กับตอนที่มันมีพลังเต็มในป่ามรณะ!

    “มันโกรธอีกแล้ว นี่ก็คงเป็นไปตามแผนอีกสินะ”

    บ็อบเอ่ยขึ้นอย่างไม่วิตก เพราะเขาคิดว่าแกรนด์แค่จะลองให้พวกเขามาสู้กับศัตรูที่แข็งแกร่งเพื่อเป็นการฝึกฝนเท่านั้น แม้พวกเขาที่ใช้พลังเต็มที่จะสู้ไม่ได้ยังไงซะวันนี้ตาเฒ่านี่ต้องตายอยู่ที่นี่ด้วยพลังของแกรนด์อยู่ดี

    “ข้าว่ามันแปลกๆ แล้วนะ หมอนั่นจะไปยั่วมันให้โกรธจนขาดสติแบบนี้ทำไม”

    เอเลน่าเริ่มจะเอะใจกับท่าทีของชายชราที่ปล่อยพลังออกมาเต็มที่ พลังที่ปลดปล่อยออกมานั้นน่าจะใช้ได้อีกไม่นานและมันก็คงหมดแรงไปเอง แต่ก่อนที่พลังของมันจะหมดพวกเขาไม่ตายไปหมดทุกคนก่อนหรือ?

    “ตายไปให้หมดซะ!!!”

    มิคาเอลทะยานขึ้นท้องฟ้าพร้อมกับปลดปล่อยพลังออกมาเกิดเป็นคลื่นความมืดที่เมื่อรวมกับความมืดยามค่ำคืนเข้าด้วยแล้วยิ่งทำให้แทบจะมองอะไรไม่เห็นไปชั่วขณะ

    “ฝนทมิฬปลิดวิญญาณ!”

    แท่งพลังสีดำขนาดเท่านิ้วโป้ง ยาว 5 นิ้วตกลงมาจากท้องฟ้า จำนวนของมันนั้นมีกว่าพันแท่งที่กำลังร่วงลงมาเหมือนห่าฝน

    “ปราการน้ำแข็ง 10 ชั้น!”

    เอเลน่าสร้างกำแพงน้ำแข็ง 10 ชั้นป้องกันฝนสีดำที่ตกลงมา ทุกคนที่รุมล้อมมิคาเอลอยู่ต่างหลบเข้ามาอยู่ภายใต้กำแพงน้ำแข็งของเอเลน่ากันหมด

    “ไม่ดีแล้ว!”

    แกรนด์ลุกขึ้นจากเก้าอี้ทันที สถานการณ์ตอนนี้ตาเฒ่านั่นมันต้องการที่จะล่อทุกคนไปรวมจุดเดียวกันแล้วมันจะจัดการในทีเดียวต่างหาก แกรนด์รีดพลังออกมาและบังคับเปิดวอริเออร์ฟอร์ซในขณะที่พลังยังไม่พร้อม ถ้าพลังยังไม่พร้อมการฝืนเปิดจะทำให้พลังของวอริเออร์ฟอร์ซไม่เสถียรและใช้ได้ไม่กี่วินาที ทั้งยังจะส่งผลอาจทำให้ให้พลังตีกลับใส่ผู้ใช้ได้ นี่เป็นความเสี่ยงที่ต้องแบกรับแต่ในสถานการณ์แบบนี้แกรนด์จำเป็นต้องเสี่ยงเปิดใช้มันในทันที

    “ฮ้ากกกกกกกกกกกก!!!!!”

    มิคาเอลพยายามรีดพลังทั้งหมดเพื่อรวบรวมพลังในการโจมตีเฮือกสุดท้าย ที่ฝ่ามือของชายชรามีพลังสีดำทมิฬเข้มขึ้นอัดแน่นอยู่

    “อสูรนรกกลืนกิน!”

    พลังสีดำถูกปลดปล่อยออกมาจากฝ่ามือข้างกลายเป็นหัวอสูรคล้ายสิงโตสีดำขนาดใหญ่อ้าปากพุ่งเข้าไปเหมือนมันกำลังจะกลืนกินเหยื่อของมัน แต่ทันใดนั้นเอง แกรนด์ที่มีออร่าวอริเออร์ฟอร์ซหุ้มอยู่ก็พุ่งตัวเข้ามาสุดกำลังและอยู่ห่างจากมิคาเอลไม่ไกล คนที่หลบอยู่ด้านล่างกำแพงน้ำแข็งที่ซ้อนตัวหนาเมื่อเห็นท่าทีของแกรนด์แบบนั้นก็รู้ได้อัตโนมัติ ทุกคนนำเอาจุกปิดหูออกมาพร้อมกับเสียบเข้าในรูหูอย่างรวดเร็ว

    “โฮกกกกกกกกกกกกกกกกกก!!!!!!!”

    แกรนด์ใช้มังกรสายฟ้าคำรามออกสุดเสียง แม้ว่าเสียงของมันจะมีความดังเท่าเดิม แต่เมื่อขึ้นคลาส 6 ทักษะแทบทุกอย่างของแกรนด์จะเน้นไปในด้านความรุนแรงและการข่มขวัญซึ่งทักษะนี้ก็ไม่มีข้อยกเว้น พลังที่ปล่อยออกมาถูกเพิ่มพลังเมื่ออยู่ในสภาวะวอริเออร์ฟอร์ซ ทำให้มันทรงพลังขึ้นมากกว่าเดิมแบบเป็นทวีคูณ

    พรวดดดด!!

    เลือดพุ่งออกจากปากและจมูกของแกรนด์ ออร่าวอริเออร์ฟอร์ซที่หุ้มไว้หายไปทันทีพร้อมกับร่างของชายหนุ่มที่ร่วงลงกระแทกพื้นหิมะ

    “ฉิบหาย! พลังตีกลับ!”

    แกรนด์พูดพลางเอามือกุมหน้าอกและสีหน้าไม่สู้ดี แม้ว่าเขาจะตกอยู่ในสภาพที่ถูกพลังตีกลับจนบาดเจ็บ แต่ผลลัพธ์ของการโจมตีครั้งนี้ก็ยังตรงตามที่คาดไว้ มิคาเอลถูกจู่โจมด้วยคลื่นเสียงสายฟ้าอย่างกะทันหันจนทำให้ทักษะอสูรนรกกลืนกินที่มันใช้ออกไปเมื่อครู่บังคับทิศทางไม่ได้และแฉลบเปลี่ยนทิศทางออกไประเบิดยังที่ห่างไกล ทั้งชายชรายังได้รับผลจากคลื่นเสียงเมื่อครู่เต็มๆ เขามีอาการมึนงงและปวดหัวจนแทบจะระเบิดออก มือเท้ารู้สึกชาแปล๊บๆ ไปหมด แม้จะมีพลังฝึกแค่ไหนแต่เมื่อถูกจู่โจมด้วยพลังเสียงอัดเข้าข้างๆ รูหูแบบนี้แล้วก็ยากที่จะรับมือ ยิ่งมีสภาพที่มือข้างหนึ่งปล่อยพลังและมืออีกข้างก็ไม่มีให้อุดหูแล้วด้วยยิ่งแย่เข้าไปใหญ่ แถมยิ่งมีพลังฝึกมากเท่าไหร่จะยิ่งมีประสาทการรับรู้เฉียบคมขึ้น โดยเฉพาะประสาทการได้ยิน แกรนด์กัดฟันเงยหน้าขึ้นมาพร้อมกับตะโกนสุดเสียง

    “บ็อบ! เอาเลย!”

    บ็อบที่ถอดจุกออกจากหูพร้อมอยู่แล้วก็กระโจนเข้าประชิดตัวมิคาเอลในขณะที่มันกำลังเหวออยู่ เขาจับขาของตาเฒ่าไว้แวะเหวี่ยงไปที่กลางทุ่งหิมะใกล้ๆ บริเวณที่ครีทยืนอยู่อย่างรุนแรง

    “กำลังรออยู่เลย หึหึ”

    ครีทยิ้มขึ้นที่มุมปากพร้อมกับพุ่งตัวถอยหลังออกห่างจากมิคาเอล

    “คุกน้ำแข็งขังวิญญาณ!”

    เอเลน่าสร้างคุกน้ำแข็งแปดเหลี่ยมขนาดใหญ่ขังมิคาเอลไว้ในนั้น ภาพความทรงจำในวันนั้นของชายชราหมุนกลับมาอีกครั้ง นี่มัน เหมือนกับวันนั้นไม่มีผิด วันที่อยู่ในป่ามรณะเขาก็ถูกขังไว้ในคุกแปดเหลี่ยมนี้จากนั้นก็โดนเผด็จศึก

    “ข้าไม่มีทางแพ้อย่างน่าสมเพชแบบนั้นเป็นครั้งที่สอง!”

    มิคาเอลใช้เลือดของตัวเองเปลี่ยนเป็นพลังหมายจะพังคุกน้ำแข็งนี้ออกไปและหนีไปให้เร็วที่สุด

    “พันธนาการโซ่ตรวนมังกร!”

    โซ่ 6 เส้นพุ่งขึ้นมาจากพื้นมัดมิคาเอลไว้แน่นอย่างไม่ทันตั้งตัว ชายชราพยายามกระชากสุดแรงแต่ก็ไม่เป็นผลเลยแม้แต่น้อย แกรนด์ฝืนใช้พลังเฮือกสุดท้ายใช้ทักษะที่ทำให้มิคาเอลไม่มีทางหนีไปได้ ทักษะใหม่ พันธนาการโซ่ตรวนมังกร โซ่หกเส้นที่พุ่งขึ้นมาจะมัดขาแขนทั้งสี่ลำตัวและคอของศัตรูเอาไว้ ทั้งเมื่อปล่อยพลังเข้าไปอีกสามารถสร้างสายฟ้าให้ช็อตศัตรูที่ถูกพันธนาการไว้ได้อีกด้วย แต่ข้อจำกัดของมันคือมือทั้งสองข้างของแกรนด์ต้องแตะที่พื้นตลอดเวลา เมื่อมือข้างใดข้างหนึ่งพื้นจากพื้นโซ่ที่ตรึงไว้จะคลายออกทันที เป็นทักษะที่จัดอยู่ในประเภทผนึกและสนับสนุน

    “ประกายแสงโชติช่วงยามรัตติกาล จันทราสาดแสงสีทองสู่พื้นพิภพ ดอกไม้แห่งเปลวเพลิงเบ่งบานเต็มท้องนภา – คัมภีร์ดอกไม้ไฟรัตติกาล”

    “จะร่ายเวทย์หาเตี่ยเจ้ารึไง! เร็วเข้า ข้าจะไม่ไหวแล้ว!”

    แกรนด์ตะโกนขึ้นพร้อมกับใบหน้าซีดเซียว เลือดที่ไหลอยู่มุมปากและจมูกของเขายังคงทยอยไหลออกมาเรื่อยๆ ซึ่งเป็นผลมาจากการฝืนใช้พลังทั้งที่พลังไหลย้อนเข้ามาทำร้ายร่างกาย

    “ทำเท่คนเดียวช่วงแรกแล้วดันมาบ่นคนอื่นช่วงหลังอีก ข้ากำลังได้ฟิลล์อยู่แล้วเชียว ลาขาดตาแก่! : แอเรียเวทย์ เขตแดนระเบิดสังหาร!!!”

    แป๊ะ!

    ตู้มมมมมมมมมมมมมม!!!!!!!!!

    ทันทีที่สิ้นเสียงดีดนิ้วของครีทก็เกิดการระเบิดครั้งใหญ่ขึ้นตรงจุดที่มิคาเอลถูกตรึงเอาไว้ อานุภาพที่สะเทือนพื้นดินและแผ่นฟ้าถูกยับยั้งไว้ได้เล็กน้อยจากคุกน้ำแข็งหนาของเอเลน่า แม้ทักษะที่ถือว่าเป็นท่าไม้ตายของเธอในตอนนี้ก็ยังถูกทลายอย่างย่อยยับจากการระเบิดเมื่อครู่ แรงระเบิดนี้พอๆ กับที่หุบเขาในวันนั้น แรงระเบิดที่เคยส่งงูเหลือมหิน สัตว์อสูรธาตุดินชั้นสูงที่มีพลังป้องกันอยู่ในระดับท็อปแหลกไม่มีชิ้นดีในการระเบิดแค่ครั้งเดียว ไม่ต้องสงสัยเลยว่าร่างกายของมนุษย์จะเป็นยังไง ตัวตนของชายชราถูกลบหายไปจากโลกนี้เมื่อครู่แน่นอน

    “ท่านเป็นอะไรไป? ไหวมั้ยลูกพี่?”

    บ็อบเดินมากะจะช่วยพยุงแต่แกรนด์โบกมือเบาๆ และลุกขึ้นด้วยตัวเอง แกรนด์และคนอื่นๆ เดินมาสำรวจจุดที่เกิดระเบิดขึ้น พื้นที่ตอนนี้จากที่ราบพื้นดินเสมอกันกลับกลายเป็นหลุมเท่าสระขนาดใหญ่ ในตอนที่บ็อบ เอเลน่า ไคลน์และเวนไฮร์กำลังรุมล้อมโจมตีมิคาเอลอยู่นั้น ครีทได้แอบมาฝังระเบิดไว้ตรงนี้ ซึ่งระเบิดที่เขาฝังคือระเบิดแบบพิเศษที่สร้างมาเพื่อทำลายล้างโดยเฉพาะ แต่ขนาดของมันเกือบเท่าถังเหล้าของบ็อบและหนักกว่า 100 กิโล มันเลยเหมาะสำหรับฝังแล้วล่อศัตรูมาเหยียบมากกว่า อีกอย่าง เขตแดนระเบิดสังหารของครีทยังใช้มันพร้อมกันถึง 5 ลูก! โดยฝังเป็นแบบสี่มุมและตรงกลางอีกหนึ่ง แกรนด์มองไปที่หลุมพร้อมกับถอนหายใจ ในที่สุดก็จัดการมันได้เสียที

    “นายท่าน ตาแก่นี่แข็งแกร่งที่สุดตั้งแต่เราเคยเจอมารึเปล่า?”

    “ไม่ พลังของมันเป็นอันดับที่ 3 แกร่งสุดที่เราเคยมีเรื่องด้วยคือเคเซอร์ รองลงมาก็เจ้าโอเกอร์นั่น ดีที่คนนึงไม่รู้ว่าเราเป็นใคร อีกคนก็ตายไปแล้ว”

    “เราจะเอายังไงต่อดีล่ะ เจ้าดูอาการแย่เอาเรื่องเลยนะ”

    เอเลน่ายื่นขวดยาฟื้นฟูให้แกรนด์ดื่ม อาการของเขาไม่มีบาดแผลภายนอกจึงใช้ฮีลในการรักษาไม่ได้

    “กลับบ้านกันก่อนเถอะ ช่วงเช้าค่อยว่ากัน ถ้าพลังพวกเราฟื้นฟูเสร็จเมื่อไหร่เราจะกลับไปที่ปราสาทกลางป่ามรณะอีกครั้ง”

    “เราจะไปที่นั่นกันทำไม?”

    “เราจะไปหานายท่านของตาแกนี่กัน”

    คล้ายกับเรื่องเส้นทางอสนีบาต - The Road Lightning ที่คุณอ่าน