เช้าวันต่อมา
แสงแดดอ่อนส่องผ่านหน้าต่างเข้ามาภายในห้องพัก
นัทลืมตาขึ้นช้า ๆ
เขานอนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะมองเพดาน
เมื่อคืนเขาหลับไปแทบจะทันทีหลังจากกลับมาถึงที่พัก
สิบวันในดันเจียน
สิบวันที่แทบไม่มีคืนไหนได้นอนเต็มที่
วันนี้เป็นครั้งแรกที่เขาได้ตื่นขึ้นมาโดยไม่ต้องคิดว่า...
อีกไม่กี่ชั่วโมงจะต้องเจอบอสหรือไม่
นัทพลิกตัว
มองไปยังอีกฝั่งของห้อง
มาร์โกตื่นแล้ว
เขากำลังจัดอุปกรณ์ของตัวเองอย่างเงียบ ๆ
“พี่”
มาร์โกหันมา
“ตื่นแล้วเหรอ?”
“ครับ”
นัทค่อย ๆ ลุกขึ้นนั่ง
ร่างกายยังรู้สึกล้าอยู่บ้าง แต่ไม่เหมือนเมื่อวาน
เขาหันไปมองง้าวที่วางอยู่ข้างผนัง
จากนั้นมองมือของตัวเอง
ปราณก่อเกิดขั้นต้น
เรื่องนี้ยังคงอยู่ในหัว
เขายังไม่รู้ว่าเกิดขึ้นตอนไหน
ไม่มีการระเบิดพลัง
ไม่มีความรู้สึกผิดปกติ
และไม่มีใครรู้จนกระทั่งไคสัมผัสปราณของเขาได้
มาร์โกมองเขาอยู่พักหนึ่ง
“ยังคิดเรื่องปราณอยู่?”
นัทพยักหน้า
“นิดหน่อย”
“อย่าเพิ่งคิดมาก”
“ครับ”
นัทถอนหายใจ
“วันนี้ไปกิลด์ก่อน”
มาร์โกพยักหน้า
“เรื่องแหวน”
“ใช่”
นัทมองนิ้วของตัวเอง
แหวนมิติยังอยู่กับเขา
ของชิ้นเดียวที่เหลือจากบอส
และเป็นของที่ทั้งสองตั้งใจจะนำไปแลกเป็นพาหนะสำหรับเดินทาง
นัทลุกขึ้น
“ไปกันเถอะ”
ระหว่างทางไปกิลด์
เมืองยังคงเหมือนเดิม
ผู้คนเดินสวนกัน
ร้านค้าเริ่มเปิด
รถลากเคลื่อนผ่านถนน
เสียงพ่อค้าตะโกนเรียกลูกค้า
ทุกอย่างดูธรรมดา
แต่สำหรับนัท...
วันนี้กลับรู้สึกต่างออกไปเล็กน้อย
ตั้งแต่เดินออกจากที่พักมา
เขารู้สึกว่ามีคนมองพวกเขามากกว่าปกติ
ชายสองคนที่กำลังยกของอยู่ริมถนนหันมามอง
หญิงสาวหน้าร้านอาหารกระซิบอะไรบางอย่างกับเพื่อน
แม้แต่นักผจญภัยที่เดินสวนมา บางคนก็หันกลับมามองอีกครั้ง
นัทขมวดคิ้ว
“พี่”
“ว่า?”
“ผมคิดไปเองหรือเปล่า?”
มาร์โกมองไปรอบ ๆ
“เรื่องอะไร?”
“คนมองเราเยอะกว่าปกติ”
มาร์โกเงียบไปครู่หนึ่ง
“อาจไม่ใช่เรื่องแปลก”
“ทำไม?”
“พวกเราเพิ่งกลับจากดันเจียน”
นัทนิ่ง
“จริงด้วย”
มาร์โกเดินต่อ
“แล้วคนที่กลับมาด้วยไม่ได้มีแค่พวกเรา”
“คนของกิลด์ก็กลับมาด้วย”
“ข่าวคงไปถึงคนอื่นแล้ว”
นัทเกาหัว
“ข่าวไปเร็วขนาดนั้นเลย?”
มาร์โกยิ้มบาง ๆ
“ในเมืองนักผจญภัย ข่าวเรื่องดันเจียนไม่เคยช้า”
นัทถอนหายใจ
“ผมไม่ค่อยชอบเวลาคนมองเยอะ ๆ เลย”
“เดี๋ยวก็ชิน”
“ไม่อยากชิน”
มาร์โกหัวเราะเบา ๆ
เมื่อทั้งสองเดินมาถึงกิลด์
สิ่งแรกที่เห็นคือ...
คนเยอะกว่าปกติ
บริเวณหน้าเคาน์เตอร์เต็มไปด้วยนักผจญภัย
เจ้าหน้าที่หลายคนกำลังเดินไปมา
มีทั้งคนถือเอกสาร
คนถือแผนที่
และคนที่กำลังพูดคุยกันด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
เสียงสนทนาดังไปทั่วโถง
“ทีมสำรวจกลับมาครบจริงเหรอ?”
“ได้ยินว่าบอสตายแล้ว”
“ใครฆ่า?”
“ไม่รู้”
“แต่ได้ยินว่ามีคนจากกิลด์อยู่ในนั้นด้วย”
“สิบวันเลยนะ”
“ประตูเปิดหลังบอสตายด้วย”
“ถ้าอย่างนั้นดันเจียนนี้...”
เสียงพูดค่อย ๆ ดังขึ้นหลายจุด
นัทหยุดเดิน
มาร์โกก็หยุดเช่นกัน
ทั้งสองมองหน้ากัน
นัทพูดเบา ๆ
“วุ่นวายกว่าที่คิด”
“อืม”
มาร์โกตอบ
“เรื่องใหญ่”
ทั้งคู่เดินเข้าไป
ทันทีที่พนักงานคนหนึ่งเห็นพวกเขา
สีหน้าของเธอเปลี่ยนไป
“นั่นไง!”
เสียงนั้นทำให้คนใกล้ ๆ หันมา
“สองคนนั้นเหรอ?”
“ใช่”
“คนที่เข้าไปกับทีมสำรวจ?”
“ได้ยินว่าช่วยคนออกมาด้วย”
นัทชะงัก
เขาหันมองมาร์โก
มาร์โกเองก็ได้ยิน
แต่ไม่ได้พูดอะไร
เจ้าหน้าที่คนนั้นรีบเดินเข้ามา
“คุณนัท คุณมาร์โก”
“ครับ?”
“หัวหน้าทีมกำลังรอพวกคุณอยู่”
นัทพยักหน้า
“เรื่องแหวนใช่ไหมครับ?”
“ส่วนหนึ่งค่ะ”
เธอหยุดเล็กน้อย
“แต่มีเรื่องรายงานดันเจียนด้วย”
นัทมองไปรอบ ๆ
“คิดไว้แล้วครับ”
ห้องด้านในของกิลด์ยังเต็มไปด้วยเอกสาร
หัวหน้าทีมสำรวจกำลังยืนอยู่หน้าโต๊ะ
บนโต๊ะมีแผนที่ของพื้นที่ดันเจียน
รายงานหลายฉบับ
และเอกสารที่เขียนรายละเอียดของเหตุการณ์ตลอดสิบวันที่ผ่านมา
เมื่อเห็นนัทกับมาร์โก เขาหันมาทันที
“มาแล้ว”
“ครับ”
นัทกับมาร์โกเดินเข้าไป
ไคและสมาชิกทีมสำรวจบางส่วนก็อยู่ที่นี่ด้วย
หัวหน้าทีมมองทุกคน
“ก่อนอื่น”
เขาหยุด
“พวกนายกลับมาได้ครบ นั่นเป็นเรื่องที่ดีมาก”
สมาชิกทีมบางคนพยักหน้า
ชายคนหนึ่งที่เคยติดอยู่ในดันเจียนมองนัทกับมาร์โก
“ถ้าไม่มีสองคนนี้...”
เขาพูดออกมาเบา ๆ
“พวกเราคงไม่ได้ออกมา”
ห้องเงียบลงเล็กน้อย
นัทชะงัก
เขาไม่ได้ตอบทันที
มาร์โกเองก็ไม่ได้พูดอะไร
หัวหน้าทีมหันไปมองคนอื่น
“รายงานต่อ”
เจ้าหน้าที่เปิดเอกสาร
“ทีมสำรวจขาดการติดต่อจากพื้นที่ดันเจียนเป็นเวลานาน”
“ประตูไม่สามารถเปิดได้”
“มีการส่งคนมาตรวจสอบเพิ่มเติมเมื่อประมาณสองวันก่อน แต่ไม่สามารถเปิดประตูได้”
“จึงมีคำสั่งให้กลับไปตามผู้เชี่ยวชาญ”
เจ้าหน้าที่หยุด
“แต่ก่อนที่ผู้เชี่ยวชาญจะมาถึง...”
เธอมองนัทกับมาร์โก
“ประตูเปิดเอง”
“หลังจากบอสถูกกำจัด”
หัวหน้าทีมพยักหน้า
“และนี่เป็นเรื่องที่ต้องบันทึกไว้ทั้งหมด”
ไคเสริมขึ้น
“บอสถูกพวกเราจัดการ”
เจ้าหน้าที่จดทันที
“รับทราบค่ะ”
“มีผู้รอดชีวิตทั้งหมดตามรายงาน”
“และไม่มีใครเหลืออยู่ในดันเจียนแล้ว”
หัวหน้าทีมมองทุกคน
“หลังจากนี้กิลด์จะส่งทีมเข้าไปตรวจสอบพื้นที่อีกครั้ง”
นัทฟังเงียบ ๆ
เขาไม่ได้แปลกใจกับเรื่องนี้
ดันเจียนที่เคยปิดตายมานาน
ตอนนี้บอสตายแล้ว
แน่นอนว่ากิลด์ย่อมต้องการรู้ว่า...
ข้างในยังมีอะไรเหลืออยู่บ้าง
หลังจากรายงานเรื่องดันเจียนเสร็จ
นัทล้วงมือเข้าไปในเสื้อ
หยิบแหวนมิติออกมา
ทันทีที่แหวนปรากฏบนโต๊ะ
สายตาของทุกคนก็หันมามอง
หัวหน้าทีมเงียบไป
“นั่นคือ...”
“ของดรอปจากบอสครับ”
นัทตอบ
หัวหน้าทีมมองแหวนอย่างจริงจัง
“มีแค่วงเดียว?”
“ครับ”
“ไม่มีอย่างอื่น?”
“ไม่มีครับ”
หัวหน้าทีมพยักหน้าช้า ๆ
“ของแบบนี้หายากมาก”
คำพูดนั้นทำให้คนในห้องเงียบลงอีกครั้ง
นัทมองแหวน
“พวกเรารู้แล้วครับ”
มาร์โกพูดขึ้น
“พวกเราคิดว่าจะเอามาแลกพาหนะ”
หัวหน้าทีมเลิกคิ้ว
“พาหนะ?”
“ครับ”
นัทพยักหน้า
“เราอยากมีสัตว์ไว้เดินทาง”
หัวหน้าทีมมองสองพี่น้องอยู่ครู่หนึ่ง
ก่อนยิ้มบาง ๆ
“ได้”
“กิลด์มีช่องทางจัดหาอยู่”
“แต่เรื่องแบบนี้ต้องดูให้เหมาะกับพวกนายก่อน”
นัทพยักหน้า
“ครับ”
หัวหน้าทีมหยิบแหวนขึ้นมาดูอีกครั้ง
“ของชิ้นนี้มีค่ามาก”
“พวกนายแน่ใจว่าจะเอาไปแลก?”
มาร์โกตอบแทน
“ครับ”
“พวกเราเดินทางบ่อย”
“มีพาหนะจะสะดวกกว่า”
นัทพยักหน้า
“เก็บไว้เฉย ๆ ก็ไม่ได้ช่วยอะไร”
หัวหน้าทีมหัวเราะเบา ๆ
“เข้าใจแล้ว”
เขาวางแหวนลง
“งั้นวันนี้ยังไม่ต้องตัดสินใจ”
“พักจากดันเจียนมาสิบวันแล้ว”
“พวกนายควรดูตัวเลือกให้ดี”
นัทตอบ
“ครับ”
เมื่อทั้งสองเดินออกจากห้อง
เสียงพูดคุยด้านนอกกลับดังขึ้นอีกครั้ง
แต่คราวนี้...
มันต่างออกไป
“นั่นสองคนนั้น”
“คนที่ฆ่าบอสเหรอ?”
“ไม่ใช่แค่ฆ่าบอส”
“ได้ยินว่าช่วยคนในทีมสำรวจด้วย”
“จริงเหรอ?”
“คนที่รอดกลับมาพูดเอง”
นัทเดินผ่านไป
เขาได้ยินทุกคำ
แต่ไม่ได้หันกลับไปมอง
มาร์โกเดินอยู่ข้าง ๆ
“ได้ยินไหม?”
“ครับ”
“รู้สึกยังไง?”
นัทคิดอยู่ครู่หนึ่ง
“แปลก ๆ”
“แปลกยังไง?”
“ผมไม่คิดว่าจะมีคนรู้จัก”
มาร์โกยิ้ม
“ตอนนี้เริ่มมีแล้ว”
นัทถอนหายใจ
“ผมไม่ได้อยากดังเลย”
“นายไม่ได้ทำเพื่อดัง”
“ก็จริง”
นัทเดินต่อ
“ผมแค่ไม่อยากเห็นคนตายต่อหน้า”
มาร์โกเงียบไปครู่หนึ่ง
ก่อนพูดเบา ๆ
“นั่นแหละ”
“อะไรครับ?”
“ถึงได้มีคนจำชื่อเรา”
นัทไม่ได้ตอบ
เขาเพียงมองไปข้างหน้า
ครั้งนี้...
สายตาของผู้คนไม่ได้ทำให้เขารู้สึกอึดอัดเท่าเดิม
เพราะเขาเริ่มเข้าใจแล้วว่า
ชื่อของพวกเขาไม่ได้ถูกพูดถึงเพราะพวกเขาแข็งแกร่งที่สุด
แต่เพราะในวันที่คนอื่นกำลังจะตาย...
พวกเขาเลือกที่จะเข้าไป
นัทกับมาร์โกเดินออกจากกิลด์
แหวนมิติไม่ได้อยู่กับพวกเขาแล้ว
มันถูกฝากไว้ให้กิลด์ตรวจสอบและเตรียมการแลกเปลี่ยน
ทั้งสองเดินไปตามถนนอย่างช้า ๆ
“พี่”
“ว่า?”
“ถ้าได้สัตว์มาแล้ว”
“อืม?”
“มันจะกินเยอะไหม?”
มาร์โกหันมามอง
“นายคิดเรื่องนั้นเป็นอย่างแรกเลย?”
“ก็เงินเราไม่ได้เยอะ”
มาร์โกนิ่งไป
นัทพูดต่อ
“ถ้ามันกินเยอะ เราจะจนกว่าเดิมไหม?”
มาร์โกถอนหายใจ
“นายเพิ่งได้ของหายากมา”
“แล้วกำลังจะเอาไปแลกสัตว์”
“แต่สิ่งแรกที่คิดคือค่าอาหาร?”
นัทพยักหน้า
“ถูกครับ”
มาร์โกส่ายหน้า
แต่สุดท้ายก็หัวเราะออกมา
“ก็ต้องคิดไว้ก่อน”
ทั้งสองเดินต่อไป
ท่ามกลางเมืองที่ยังคงวุ่นวายเหมือนเดิม
เพียงแต่วันนี้...
มีบางอย่างเปลี่ยนไปแล้ว
จากคนแปลกหน้าสองคนที่ไม่มีใครรู้จัก
ชื่อของ นัท
และ มาร์โก
กำลังเริ่มถูกพูดถึงในกิลด์
และจากแหวนมิติวงเดียวที่ได้มาจากบอส...
การเดินทางครั้งต่อไปของพวกเขา
กำลังจะมีเพื่อนร่วมทางเพิ่มขึ้นมาอีกสองตัว.