ระบบชะตาวายร้าย: ข้าจะเขียนชะตาสวรรค์ใหม่

    บทที่ 35 — กระบี่ที่ไม่ยอมถูกแย่งชิง

    # บทที่ 35 — กระบี่ที่ไม่ยอมถูกแย่งชิง

    หยกกุญแจในมือลั่วชิงเสวี่ยสั่นไม่หยุด

    ทุกครั้งที่เงาดำใต้ลานกระบี่ขยับ ภาพสะท้อนบนผิวน้ำในห้องหัวใจบัวก็สั่นตาม เหมือนมีมือที่มองไม่เห็นกำลังดึงเส้นไหมจากสองปลายพร้อมกัน ปลายหนึ่งอยู่ในมือของนาง อีกปลายอยู่ใต้ลานกระบี่เก่า

    “หากข้าถอนหยกออกจากรอยสลัก ตะปูจะหมุนกลับ” ลั่วชิงเสวี่ยกล่าว “หากข้าไม่ทำอะไร ลานกระบี่ก็จะถูกเปิด”

    “มันอยากให้เจ้าคิดว่ามีสองทาง” โม่เฉินตอบ “แต่ถ้ามีเพียงสองทางจริง หน้ากากทองคงไม่ต้องใช้ภาพลวงบีบเจ้า”

    “แล้วทางที่สามคืออะไร”

    เขาไม่ตอบทันที เพราะยังไม่มีคำตอบที่แน่ชัด เขามองภาพลานกระบี่ เห็นเงาดำค้างอยู่ตรงรอยกลีบดอกบัวครึ่งหนึ่ง เห็นเจียงอวี้หลานคุมคนอยู่ห่าง ๆ และเห็นเสิ่นเยว่โหรวกำลังใช้เข็มเงินตรึงชีพจรน้ำกำเนิดต่อเนื่อง

    เงาดำนั้นไม่ได้พยายามทำลายลาน

    มันกำลังรอ “การตอบรับ” จากหยกกุญแจ

    “ผู้เฝ้าบ่อน้ำ” โม่เฉินเรียก “มรดกกระบี่กับหัวใจบัวเชื่อมกันด้วยอะไร”

    กระแสน้ำใต้พื้นห้องไหลเร็วขึ้น ก่อนเสียงเก่าแก่จะตอบ “ด้วยคำมั่นของผู้พิทักษ์ สกุลลั่วเก็บกระบี่ไว้ด้านบน ผู้ถือครึ่งตราเฝ้าทางผ่าน ผู้คุมผนึกคุมหัวใจบัวด้านล่าง ทั้งสามไม่ใช่กุญแจดอกเดียวกัน แต่เป็นรากเดียวกัน”

    “รากเดียวกัน...” โม่เฉินทวนคำ

    ภาพสตรีเกราะกระบี่สีขาวเงินในตอนก่อนผุดขึ้นในหัว เขาจำได้ว่าที่เอวของนางมีปิ่นกระบี่เส้นหนึ่งห้อยอยู่ ไม่ใช่หยกกุญแจในมือลั่วชิงเสวี่ย แต่เป็นปิ่นที่นางพกมาตั้งแต่แรกและตอบสนองต่อประตูหอหลอม

    “ปิ่นของเจ้า” เขาพูด

    ลั่วชิงเสวี่ยชะงัก “ปิ่นของมารดา?”

    “มันไม่ได้เป็นแค่ของที่พาเจ้ามาที่นี่” เขากล่าว “หยกกุญแจตอบสนองกับรอยสลัก เพราะมันเป็นส่วนที่ใช้เปิดทาง แต่ปิ่นอาจเป็นส่วนที่ใช้ยืนยันตัวตนของผู้พิทักษ์”

    “ถ้าเป็นเช่นนั้น มันอยู่บนตัวข้า”

    “ไม่ใช่ตอนนี้” โม่เฉินส่ายหน้า “เจ้าวางมันไว้กับเสิ่นเยว่โหรวตั้งแต่ลงบ่อน้ำ เพราะกลัวปิ่นเป็นตัวล่อ”

    ลั่วชิงเสวี่ยคิดอยู่ชั่วครู่ ก่อนพยักหน้า นางจำได้เช่นกัน คืนก่อนลงสระ เสิ่นเยว่โหรวเป็นคนแนะนำให้แยกของที่มีรอยผนึกออกจากผู้ถือ เพื่อไม่ให้ศัตรูตามทั้งกุญแจและตัวนางพร้อมกัน

    นั่นหมายความว่าปิ่นอยู่ด้านนอก และหากใช้มันอย่างระวัง มันอาจส่งสิ่งที่หน้ากากทองกำลังรอไปให้ลานกระบี่ โดยไม่ต้องดึงหยกออกจากรอยสลัก

    “เสิ่นเยว่โหรวต้องเห็นภาพนี้” โม่เฉินกล่าว

    เขายกมือขึ้นเหนือผิวน้ำจำลอง ภาพด้านนอกยังแสดงนางยืนข้างบ่อน้ำ เขาดึงเส้นด้ายโอสถหนึ่งครั้ง สองครั้ง แล้วใช้นิ้ววาดรูปปิ่นยาว ๆ เหนือผิวน้ำ

    เสิ่นเยว่โหรวมองตาม ก่อนหันไปหยิบกล่องผนึกขนาดเล็กจากถุงยาที่เอว นางเปิดมันเพียงแง้มเดียว แสงสีเงินฟ้าจากปิ่นกระบี่พุ่งออกมาจนผิวน้ำรอบบ่อสว่าง

    “นางมีมัน” ลั่วชิงเสวี่ยพูดเบา ๆ ความตึงในเสียงนางลดลงเล็กน้อย

    “ดี” โม่เฉินกล่าว “ตอนนี้ต้องทำให้เงาที่ลานกระบี่คิดว่าปิ่นคือหยก”

    สตรีชุดขาวขมวดคิ้ว “เงาไม่โง่ มันตามรอยสิทธิ์ของผู้พิทักษ์ ไม่ใช่ตามรูปร่างวัตถุ”

    “ข้ารู้” โม่เฉินตอบ “มันกำลังตามรอยเดียวกัน ถ้าเราทำให้มันได้รับรอยตอบรับครึ่งหนึ่ง มันอาจเดินเองอีกครึ่งหนึ่ง”

    ซูหวั่นเอ๋อร์มองเขาอย่างพิจารณา “เจ้าอยากให้มันเปิดผนึกผิดจุด”

    “ใช่ แต่เราไม่รู้ว่าผลจะเป็นอะไร”

    “นั่นไม่ใช่แผนที่ดี”

    “ไม่ใช่แผนที่ดี” เขายอมรับ “แต่เป็นแผนเดียวที่ไม่ต้องให้ลั่วชิงเสวี่ยเลือกระหว่างผนึกกับมรดกของตน”

    ลั่วชิงเสวี่ยก้มมองหยกที่มือ เลือดจากแผลซึมเข้าร่องนิ้ว นางไม่ได้พูดทันที แต่เมื่อเงยหน้าขึ้น แววตากลับแน่วแน่กว่าเดิม

    “ข้าจะให้ปิ่นตอบรับ ไม่ใช่หยก” นางกล่าว “แต่ถ้าเงานั้นพยายามใช้ปิ่นพาไปเปิดมรดก ข้าจะตัดมัน”

    “ตัดเส้นที่ย้อนกลับมาหาเราเท่านั้น” โม่เฉินเตือน

    “ข้าจำได้”

    “และอย่าเลือดไหลเพิ่ม”

    “เจ้าเริ่มพูดเหมือนเสิ่นเยว่โหรวแล้ว”

    “นั่นคือคำชมไหม”

    “ไม่ใช่” นางตอบทันที แต่คราวนี้แววตาอ่อนลงเล็กน้อย

    เสิ่นเยว่โหรวด้านนอกยังรอคำสั่ง โม่เฉินกระตุกเส้นด้ายเป็นจังหวะที่นางใช้สอนเขาเมื่อตรวจยาสามชนิด: สั้น สั้น ยาว—ผสมสองสิ่ง แล้วใช้สิ่งที่สามตรึงไว้

    นางอ่านออกทันที เสิ่นเยว่โหรวหยิบขวดน้ำค้างตะวันซึ่งเหลือเพียงก้นขวด หยดมันลงบนปิ่นกระบี่ จากนั้นใช้เข็มเงินปักลงบนผิวกล่องผนึก ไม่ให้แสงของปิ่นแผ่ออกกว้างเกินไป

    แสงจากปิ่นถูกน้ำค้างตะวันยืดเป็นเส้นบาง ไหลลงสู่บ่อน้ำกำเนิดแทนที่จะกระจายรอบตัวนาง เส้นแสงนั้นผ่านผิวน้ำในภาพ เข้าสู่ห้องหัวใจบัว และสะท้อนกลับไปทางลานกระบี่ราวกับมีแม่น้ำใสไหลอยู่ใต้พื้นทั้งสำนัก

    เงาดำใต้ลานกระบี่หยุดนิ่ง

    จากนั้นมันยกตัวขึ้นเหมือนงูที่ได้กลิ่นเหยื่อ มันเลื้อยข้ามรอยกลีบดอกบัวครึ่งหนึ่ง และวางปลายเงาลงบนแสงจากปิ่น

    หน้ากากทองนอกประตูเงียบไปชั่วครู่

    “ปิ่นของมารดาเจ้า” เขากล่าวกับลั่วชิงเสวี่ย “เจ้ากล้าใช้มันเป็นเหยื่อล่อหรือ”

    “อย่างน้อยข้าเลือกใช้มันเอง” นางตอบ

    เงาดำดูดแสงจากปิ่นเข้าไปเพียงครึ่งเดียว รอยกลีบดอกบัวที่ลานกระบี่สว่างขึ้น แผ่นหินตรงกลางลานค่อย ๆ เลื่อนออก ไม่ใช่ประตูมรดกทั้งบาน แต่เป็นช่องแคบที่เผยให้เห็นปลายฝักกระบี่สีขาวเงินฝังอยู่ใต้ดิน

    เสียงกระบี่กังวานผ่านน้ำกำเนิดมาถึงลั่วชิงเสวี่ย จนปลายผมของนางสะบัดขึ้นตามแรงลมที่ไม่มีอยู่จริง

    “มันเปิดแล้ว” สตรีชุดขาวพูด สีหน้าเคร่งขึ้น “ปิ่นทำให้ผนึกชั้นนอกตอบรับจริง”

    “ยังไม่ใช่มรดกทั้งหมด” ผู้เฝ้าบ่อน้ำกล่าว “เป็นเพียงทางทดสอบของผู้พิทักษ์กระบี่”

    “แล้วศัตรูได้อะไร” ซูหวั่นเอ๋อร์ถาม

    โม่เฉินมองเงาดำที่เลื้อยเข้าใกล้ช่องใต้ลาน มันไม่ได้เข้าไปแตะฝักกระบี่ มันพยายามพันรอบแสงจากปิ่นเพื่อใช้เป็นสะพานกลับมาหาลั่วชิงเสวี่ย

    “มันกำลังพยายามตามรอยกลับ” เขาพูด “ลั่วชิงเสวี่ย ตอนนี้”

    นางไม่ลังเล กระบี่ในมือพลิกกลับ ใช้คมด้านแบนเคาะลงบนหยกกุญแจเบา ๆ หนึ่งครั้ง แสงเงินจากหยกสะท้อนผ่านผิวน้ำไปตัดเส้นที่กำลังวิ่งกลับมา ไม่ใช่การฟันพลัง แต่เป็นการปิดรอยตอบรับที่ปิ่นส่งออกไป

    เงาดำส่งเสียงแหลมแล้วสะบัดตัว พยายามยึดฝักกระบี่ใต้ลานแทน แต่เจียงอวี้หลานที่รออยู่ตรงนั้นขยับก่อน นางโยนแผ่นผนึกฟ้าสามแผ่นลงเป็นรูปสามเหลี่ยม ปิดช่องแคบและตรึงเงาดำไว้ระหว่างฝักกระบี่กับพื้นหิน

    “เขารู้ทันหรือไม่” ลั่วชิงเสวี่ยถาม

    “รู้” โม่เฉินตอบ “แต่ช้ากว่าเรา”

    หน้ากากทองหัวเราะเบา ๆ อีกครั้ง ทว่าเสียงนั้นไม่มีความพอใจเหมือนเดิม “เจ้าคิดว่าฝักกระบี่คือสิ่งที่ข้าต้องการ?”

    โม่เฉินไม่ตอบ เขามองภาพลานกระบี่ที่ถูกตรึงไว้ แล้วเห็นเงาสะท้อนของหน้ากากทองในผิวน้ำตรงนั้น แม้ตัวจริงอยู่หลังประตูห้องหัวใจบัว เงาสะท้อนกลับปรากฏในลานกระบี่อย่างชัดเจนเกินไป

    ชายคนนั้นใช้กระจกดำเปิดเส้นทางให้เงาตัวเองอยู่หลายที่พร้อมกัน

    และเมื่อเงาที่ลานกระบี่ถูกตรึง แสงจากกระจกดำกลับไม่ลดลง

    มันย้ายไปยังจุดสุดท้ายที่ไม่มีใครเฝ้า—ห้องเก็บป้ายวิญญาณ

    ป้ายวิญญาณหกแผ่นที่เพิ่งเริ่มคืนแสง สว่างขึ้นพร้อมกัน

    ภาพจากห้องเก็บป้ายวิญญาณปรากฏเหนือผิวน้ำอย่างชัดเจนกว่าจุดอื่น ป้ายทั้งหกยังแขวนอยู่ในวงโอสถที่เสิ่นเยว่โหรวเคยสร้างไว้ แต่เงาดำไม่ได้เลื้อยเข้าหาพวกมันจากพื้น มันไหลออกมาจากรอยหมึกดำเล็ก ๆ หลังป้ายทีละแผ่น ราวกับมีเศษคำสั่งหลบซ่อนอยู่ในที่เดิมตลอดมา

    “มันไม่ได้สร้างสายใหม่” สตรีชุดขาวกล่าว สีหน้าของนางซีดลง “มันกำลังปลุกเศษสายเดิมที่เราเชื่อว่าหลุดแล้ว”

    “แต่แสงของพวกเขากลับสู่น้ำกำเนิดแล้ว” ซูหวั่นเอ๋อร์ตอบ

    “แสงกลับแล้ว ไม่ได้แปลว่ารอยจำหายหมด” โม่เฉินกล่าว เขานึกถึงกู้เซวียนที่ต้องสูญเสียความทรงจำบางส่วนเพื่อตัดโซ่ ค่ายกลนี้ไม่เพียงผูกพลัง แต่ทิ้งเศษความกลัวและคำสั่งไว้ในสิ่งที่เคยแตะต้อง “หน้ากากทองกำลังใช้สิ่งที่เหลือเป็นข้ออ้างดึงพวกเขากลับ”

    เสิ่นเยว่โหรวมองภาพห้องป้าย นางกำลังจะวิ่งไปทางนั้น แต่ป้าผู้อาวุโสคว้าแขนไว้และชี้ไปยังผิวน้ำ ก่อนโม่เฉินจะส่งสัญญาณ นางคงเห็นว่าเงาดำไม่ได้อยู่ในห้องจริงทั้งหมด หากเชื่อมผ่านบ่อน้ำกำเนิด

    โม่เฉินดึงเส้นด้ายโอสถสั้นหนึ่งครั้ง ยาวสองครั้ง

    เสิ่นเยว่โหรวชะงัก แล้วหยิบกล่องเข็มจากเอวเปิดออก นางไม่พาคนไปที่ห้องป้ายทันที แต่ปักเข็มเงินหกเล่มลงบนขอบสระเป็นวงหกทิศ ราวกับกำลังตรึงเส้นชีพจรของคนไข้หกคนพร้อมกัน

    “นางจะทำให้เศษคำสั่งขยับไม่ได้” ซูหวั่นเอ๋อร์กล่าว

    “แค่ชั่วคราว” สตรีชุดขาวตอบ “เงานั้นมีทางกลับมาจากตะปู”

    ภาพห้องเก็บป้ายเริ่มสั่น ป้ายแผ่นหนึ่งกระทบกันเอง เสียงนั้นไม่ดังมาถึงห้องหัวใจบัว แต่แรงสะเทือนผ่านหยกกุญแจทำให้ลั่วชิงเสวี่ยกำด้ามกระบี่แน่นขึ้น

    “มีอะไรอีก” โม่เฉินถาม

    นางมองไปยังภาพลานกระบี่ที่ยังเปิดช่องแคบอยู่ “ฝักกระบี่เรียกข้า”

    “เรียกอย่างไร”

    “ไม่ใช่คำพูด” นางตอบ “เหมือนมันตอบจังหวะป้ายวิญญาณ มันบอกว่าเงาที่ผูกด้วยคำสั่งต้องตัดด้วยคำมั่น ไม่ใช่พลัง”

    โม่เฉินหันมองผู้เฝ้าบ่อน้ำ “แปลว่าอะไร”

    “ผู้พิทักษ์กระบี่เคยทำหน้าที่ตัดคำสั่งที่แทรกในจิตคน” เสียงจากน้ำตอบ “แต่การตัดครั้งแรกของผู้สืบทอดไม่ใช่การฟาดกระบี่ มันคือการระบุว่าเส้นใดเป็นของตน และเส้นใดไม่ใช่”

    ลั่วชิงเสวี่ยขมวดคิ้ว “ข้าไม่ได้ถือกระบี่มรดก”

    “เจ้าไม่จำเป็นต้องถือ” โม่เฉินกล่าว “ตอนนี้ช่องทดสอบของมันเปิดอยู่ ฝักกระบี่กำลังฟังเจ้า ไม่ใช่รอให้เจ้าดึงมันออก”

    “ถ้าข้าตอบรับผิด?”

    เขามองแผลที่มือของนาง แล้วมองหยกกุญแจซึ่งยังวางอยู่บนรอยสลัก “อย่ารับมรดก รับแค่หน้าที่ชั่วคราว—ตัดคำสั่งที่ไม่ใช่ของผู้ถูกผนึก”

    ซูหวั่นเอ๋อร์ฟังอยู่เงียบ ๆ ก่อนกล่าว “มันเป็นความเสี่ยง แต่ต่างจากการให้เจ้ารับสิทธิ์เหนือหัวใจบัว เจ้าจะไม่ใช้กระบี่ควบคุมใคร เจ้าจะใช้มันคืนสิทธิ์ให้พวกเขา”

    ลั่วชิงเสวี่ยหลับตา เสียงกระบี่จากลานด้านนอกยังดังเป็นจังหวะผ่านน้ำกำเนิด นางยกกระบี่ของตนขึ้น ไม่ชี้ไปทางศัตรู ไม่ยกในท่าเตรียมฟัน แต่ถือมันตรงหน้าอกอย่างสงบ

    “ข้า ลั่วชิงเสวี่ย” นางกล่าวชัด “ไม่รับคำสั่งแทนผู้ใด ไม่แย่งชะตาของผู้ใด และไม่ยอมให้กระบี่ของข้ากลายเป็นโซ่ของคนอื่น”

    ช่องใต้ลานกระบี่สว่างขึ้น ฝักกระบี่สีขาวเงินสั่นเพียงครั้งเดียว แล้วเงาของกระบี่เส้นหนึ่งพุ่งออกจากภาพลาน ผ่านผิวน้ำเข้าสู่ห้องเก็บป้ายวิญญาณ

    มันไม่ตัดป้าย ไม่ตัดเข็มของเสิ่นเยว่โหรว และไม่ตัดแม้แต่เงาของผู้ถูกผนึก

    มันตัดเฉพาะรอยหมึกดำที่อยู่หลังป้ายทั้งหก

    เส้นเงาดำร้องแหลมและขาดออกทีละเส้น แสงของป้ายวิญญาณกลับมาเป็นสีขาวเงินอีกครั้ง เข็มเงินทั้งหกเล่มที่เสิ่นเยว่โหรวปักไว้สั่นพร้อมกันก่อนสงบนิ่ง

    ลั่วชิงเสวี่ยลืมตา หายใจถี่ขึ้นเล็กน้อย แต่ไม่มีพลังใหม่ไหลเข้าร่าง ไม่มีแสงอาภรณ์เปลี่ยน และไม่มีเสียงประกาศยกย่องจากสิ่งใด นางเพียงมองกระบี่ในมือราวกับเพิ่งเข้าใจว่ามันไม่จำเป็นต้องฟาดลงเพื่อปกป้องใครเสมอไป

    “สำเร็จแล้ว” สตรีชุดขาวกล่าวเบา ๆ

    “สำเร็จแค่ตัดเศษคำสั่ง” ลั่วชิงเสวี่ยตอบ “มรดกยังไม่ได้เป็นของข้า”

    “นั่นแหละที่ทำให้สำเร็จ” โม่เฉินว่า

    มุมปากนางขยับนิดเดียว “เจ้ายังจะพูดให้ฟังเหมือนคำชมอีกหรือ”

    “ครั้งนี้เป็นคำชมจริง”

    ก่อนนางจะตอบ เสียงกระจกดำด้านนอกก็ดังขึ้น ราวกับหน้ากากทองบดมันในมือจนขอบแตกเพิ่ม ภาพทั้งสี่จุดเหนือบ่อน้ำดับลงทีละภาพ เหลือเพียงภาพลานกระบี่ที่ฝักกระบี่ถูกตรึงอยู่

    “เจ้าตัดได้ดี” ชายหน้ากากทองกล่าว “แต่เจ้าตัดเพียงเงาที่ข้าทิ้งไว้”

    ประตูหินถูกกระแทกอีกครั้ง คราวนี้รอยร้าวเปิดเป็นช่องแคบพอให้ลมเย็นจากด้านนอกไหลเข้ามา และในช่องนั้น โม่เฉินเห็นปลายมือของชายหน้ากากทองวางอยู่บนหิน

    ใต้ฝ่ามือนั้นมีเลือดสีดำหยดลงบนรอยแตก

    ตะปูคุมใจบัวที่หมุนได้หนึ่งชั้นสั่นกลับอย่างรุนแรง

    หน้ากากทองไม่ได้ต้องการมรดกกระบี่เพียงอย่างเดียว

    เขาต้องการให้ทุกคนคิดว่ามรดกคือเป้าหมาย เพื่อเปิดทางกลับไปหาเชื้อไฟหกสายอีกครั้ง
     

    คล้ายกับเรื่องระบบชะตาวายร้าย: ข้าจะเขียนชะตาสวรรค์ใหม่ ที่คุณอ่าน

    คัมภีร์ลับแห่งฉางอัน [แปลจบแล้ว]

    คัมภีร์ลับแห่งฉางอัน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    388K 744
    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    นิยาย แฟนตาซี
    161K 179
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    กริมตำนานเทวทูตจอมราชันย์

    กริมตำนานเทวทูตจอมราชันย์

    นิยาย แฟนตาซี
    312K 292
    มหาเทพเซียนกลับมาเกิดใหม่ในมหานคร

    มหาเทพเซียนกลับมาเกิดใหม่ในมหานคร

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    699K 1189
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    ยอดคุณพ่อขั้นเทพ

    ยอดคุณพ่อขั้นเทพ

    นิยาย แฟนตาซี
    235K 400
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    ประชันยุทธ์สะท้านฟ้า

    ประชันยุทธ์สะท้านฟ้า

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.58M 3137