อีกิลยองก้าวออกมาข้างหน้าเด็กชายวาดมือไปรอบ ๆ ก่อนจะยื่นมือไปบนพื้นอุโมงค์ จองฮีวอนถึงกับเบิกตากว้าง
“พระเจ้า นั่นอะไร”
“วะ...แว้ก! แมลงสาบไม่ใช่เหรอนั่น!”
ฮันมยองโอร้องตะโกนด้วยความหวาดกลัว
แมลงสาบส่งเสียงแซกๆ มีเส้นสายเล็กบางเชื่อมต่ออยู่กับปลายนิ้วของอีกิลยองแมลงสาบเงี่ยหูฟังอีกิลยองราวกับเป็นสุนัขเชื่อง ๆ ตัวหนึ่งเพียงไม่นานมันก็หายตัวเข้าไปในความมืด
“คุณลักษณะของผมคือ ‘นักสะสมแมลง’ ครับ”
อีกิลยองครอบครองความสามารถหายากอย่างการสื่อสารง่ายๆ กับพวกแมลง โดยใช้สกิล [สายใยการสื่อสารอันหลากหลาย]
“มันบอกว่าข้างหน้านี่ไม่มีอะไรเลยครับ ปลอดภัยไปจนถึงก้าวที่หนึ่งร้อย”
พลังแห่งการสำรวจอันแสนยอดเยี่ยมที่อีกิลยองแสดงให้เห็นทำเอาคนทั้งกลุ่มได้แต่อ้าปากค้างอีกิลยองหันไปพูดกับคนอื่น ๆ ด้วยใบหน้าจริงจังจนน่าเหลือเชื่อ
“ขอบคุณที่เป็นห่วงนะครับ พี่ชาย พี่สาวแต่ผมไม่ได้ตามมานี่เพราะต้องการให้พวกพี่ปกป้องครับ”
“อ่า งั้นเหรอ”
จองฮีวอนพยักหน้าด้วยสีหน้าจืดเจื่อนผมลูบหัวอีกิลยองที่ขยับมาเกาะติดอยู่ข้างกาย
คุณลักษณะของอีกิลยองเป็นสิ่งที่ผมไม่เคยเห็นในสามวิธีรอดฉบับดั้งเดิมการที่ผมช่วยชีวิตอีกิลยองในตอนแรกไม่ใช่การตัดสินใจที่ผิดเสียทีเดียว
พวกเราเดินผ่านม่านพลังโปร่งใสแล้วมุ่งหน้าเข้าสู่ความมืดมิดของจริง
[เข้าสู่เขตพื้นที่อันตราย]
“คะ...คุณ...ยูซังอา มันอันตราย จับมือฉันไว้แล้วค่อยเดินนะ”
“...หัวหน้าแผนกดูกลัวกว่าฉันอีกนะคะ”
“...ปะ...เปล่าสักหน่อย!”
อากาศข้างในเขตแดนเหนอะหนะไปด้วยความชื้น
“ลดแสงลงครับ”
ยูซังอาเอามือบังไฟฉายทันทีที่ได้ยินคำพูดของผมมันเป็นรุ่นที่ไม่มีตัวปรับระดับแสง เลยได้แต่ใช้มือในการควบคุมแสงแทน
“อึก อย่าส่องลงไปที่พื้นนะคะ”
จองฮีวอนก้มลงมองสำรวจตามพื้นแล้วก็รู้สึกคลื่นไส้อยากจะอาเจียนเหล่าซากศพที่ถูกฉีกกระชากร่างของผู้คนที่มุ่งหน้าไปทางสถานียักซูโดยที่ไม่ได้รู้เรื่องรู้ราวกระจัดกระจายเกลื่อนอยู่บนพื้นมากเสียจนทำเอาเดินสะดุด
ยูซังอาหลับตาแน่นฮันมยองโอตัวสั่นเทา ขนาดอีฮยอนซองผู้มีจิตใจแข็งแกร่งยังต้องกลืนน้ำลายเสียงดัง
ผิดคาดคนที่นิ่งที่สุดกลับเป็นอีกิลยอง ใบหน้าของเด็กน้อยไร้ซึ่งความหวาดกลัวมีแค่ความรู้สึกไม่สบายใจเล็กน้อย
เด็กคนนี้คิดว่าเรื่องทั้งหมดนี่มันเป็นแค่เกมหรือไงกัน
“มีศพที่ไม่ใช่มนุษย์ปนอยู่ด้วยครับ”
อย่างที่อีกิลยองบอกที่พื้นไม่ได้มีแค่ศพของมนุษย์ แต่มีศพของตัวอะไรบางอย่างที่มีเท้าหน้าใหญ่โตคล้ายตัวตุ่นรวมถึงสิ่งมีชีวิตตัวใหญ่ประมาณหมาป่าโตเต็มวัยกระจัดกระจายไปทั่ว
หนูกระชอนสัตว์ประหลาดระดับ 9 ประเภทใต้ดิน
ชื่อของมันอาจจะชวนให้นึกถึงหนูกระชอนที่อาศัยอยู่บนพื้นดินแต่มันก็แค่ชื่อเท่านั้น มันคือนักล่าที่คล้ายกับปิรันย่าหากแต่อาศัยอยู่ใต้ดินมักจะอยู่รวมกันเป็นกลุ่ม ขุดโพรงไล่ล่าเหยื่อ
แต่หนูกระชอนเหล่านี้กลับตายเกลื่อนราวกับโดนระเบิดจองฮีวอนอุทานเสียงแผ่ว
“...ใครเป็นคนทำแบบนี้กันแน่คะ”
แน่นอนอยู่แล้วในแถบนี้มีมนุษย์เพียงคนเดียวเท่านั้นที่จะจัดการพวกหนูกระชอนจนมีสภาพแบบนี้ได้
ยูจุงฮยอก
เขาข้ามผ่านเส้นทางนี้มุ่งหน้าสู่สถานีถัดไปเพียงลำพัง แต่น่าแปลก กว่ายูจุงฮยอกในรอบที่ 3 จะออกเดินทางสู่สถานีถัดไปจะต้องเป็นเย็นวันนี้หรือไม่ก็วันพรุ่งนี้แท้ ๆ
ทำไมถึงได้รีบร้อนขนาดนั้นจู่ ๆ ก็ใจร้อนทนไม่ไหวขึ้นมาหรือไง เพราะอะไรกันแน่
“คุณดกจา แบบนี้ใช้เคลียร์ซีนาริโอได้หรือเปล่าคะ”
“ซีนาริโอบอกทำนองว่าต้องล่า ‘โดยตรง’เพราะฉะนั้นของพวกนี้ไม่น่าใช้ได้ครับ”
“...จริงด้วย แย่จังเลยนะคะ แล้วจะทำอาหารกันยังไงล่ะ ย่างด้วยไฟ?”
แค่ย่างก็พอแต่ปัญหาคือมันต้องใช้ไฟชนิดพิเศษ
“เรื่องนั้นช่างมันก่อนเถอะ คุณฮีวอน เห็นว่าใช้ดาบเก่งใช่มั้ยครับ”
“อ๊ะ ที่จริงจะบอกว่าเก่งมันก็ค่อนข้างจะ...ว่าแต่ทำอะไรคะนั่น”
หลังจากใช้หนามแทงศพหนูกระชอนผมก็เริ่มชำแหละมันเป็นท่อนตอนอ่านนิยายไม่เห็นจะรู้สึก แต่มันไม่ง่ายอย่างที่คิดเลย
หลังจากลอกแผ่นหนังหยาบกระด้างของมันออกผมก็จัดการเลาะเอากระดูกสันหลังข้างในออกมาได้สำเร็จเพราะเป็นครั้งแรกเลยมีรอยแตกรอยขีดข่วนเหลืออยู่มาก แต่เท่านี้ก็พอจะใช้การได้
“จะเอามันไปทำอะไรเหรอคะ”
“เคนโด้ก็ต้องมีอาวุธสิ”
หนามของหมูป่าหินอาจจะทำอะไรได้ไม่มากแต่กระดูกสันหลังของหนูกระชอนสามารถเอามาใช้เป็นอาวุธที่สำคัญได้โดยเฉพาะถ้าจัดการแทรกข้อต่อเข้าไปตามช่องว่างแนวกระดูกสันหลังละก็มันจะกลายเป็นอาวุธที่ใช้งานได้ค่อนข้างดีในช่วงเริ่มแรก
กระดูกอ่อนบริเวณขาก็ด้วยหลังจากเลาะออกมาแล้วจัดให้เข้าที่เข้าทางสักหน่อยก็จะสามารถเปลี่ยนรูปร่างของมันให้กลายเป็นดาบที่ดีได้เลยผมส่งมันให้จองฮีวอน
“ขอบคุณค่ะ จู่ ๆ ก็รู้สึกเหมือนย้อนกลับไปอยู่ในยุคหินเลย”
“ต้องลับให้คมอีกหน่อยถึงจะใช้การได้ ถ้ารอบ ๆมีหินก็ลองลับปลายให้แหลมดูนะครับ”
“หุ ๆ ทราบแล้วค่ะ ท่านหัวหน้า”
จองฮีวอนตอบรับอย่างกระตือรือร้นก่อนจะเริ่มลับดาบทันทีอีฮยอนซองมองภาพนั้นด้วยความอิจฉา แล้วจึงหันมามองผม
“ทำให้สักชิ้นดีมั้ยครับ”
“อ๊ะ จะทำให้ผมด้วยเหรอครับ”
“คนอื่น ๆ ช่วยเข้ามาใกล้ ๆ นี่ทีครับ เรียนรู้วิธีไว้หน่อยก็ดีทุกคนมาลองทำไปพร้อมกันนะครับ”
ที่จริงแล้วผมเองก็เพิ่งเคยลองทำของแบบนี้เป็นครั้งแรกเหมือนกันถ้าในสามวิธีรอดไม่ได้มีการอธิบายเอาไว้อย่างละเอียดเกี่ยวกับการฆ่าสัตว์ประหลาดละก็ผมเองก็คงจะคิดวิธีการแบบนี้ไม่ออก
เหตุผลที่สามวิธีรอดไม่ดัง? ง่ายมาก เพราะนักเขียนเป็นพวกลงรายละเอียดในการบรรยายเยอะเกินไป
“...คุณดกจา การใช้มีดก็ดูจะเป็นมือใหม่แท้ ๆ แต่กลับทำได้ดีแบบแปลก ๆนะคะ”
พวกเรานั่งยองๆ ล้อมวงสร้างอาวุธด้วยกัน คราวนี้ไม่ใช่ดาบ แต่เป็นหอกอย่างไรเสียคนอื่น ๆก็ไม่ได้มีสกิล [เคนโด้] ดังนั้นผมเลยประเมินว่าการใช้หอกที่มีรัศมีการโจมตีมากกว่าน่าจะปลอดภัยกว่ามาก
อันที่สร้างด้วยกระดูกสันหลังของหนูกระชอนที่ตัวใหญ่ที่สุดเป็นของอีฮยอนซองส่วนขนาดมาตรฐานทั่วไปก็มอบให้กับยูซังอาและฮันมยองโอสำหรับอีกิลยองผมสร้างหอกจากหนูกระชอนที่ยังตัวเล็กหน่อยแล้วใช้กระดูกบริเวณกะโหลกมาเสียบเอาไว้ที่ปลายเพื่อปิดคม
[คุณสร้างอาวุธด้วยความสามารถของตัวเองได้สำเร็จ]
[กลุ่มดาวจำนวนหนึ่งให้ความสนใจกับวิถีดั้งเดิมของมนุษย์]
[กลุ่มดาวมอบเงินสนับสนุนให้คุณ 100 เหรียญ]
ข้อความครั้งนี้ทุกคนได้รับด้วยกันหมด
“เรื่องแบบนี้ก็ให้เหรียญด้วย”
“จะปล่อยให้ตายเฉย ๆ ได้ยังไงล่ะครับ ทุกคนมีเหรียญที่รวบรวมเอาไว้กันใช่มั้ย”
“ครับ มี”
“ถ้าเป็นไปได้ก็เหลือเหรียญไว้แค่ให้พอจ่ายค่าธรรมเนียมการมีชีวิตรอดก็พอส่วนที่เหลือก็เอาไปลงทุนกับค่าความแข็งแกร่ง พละกำลัง หรือความเร็วให้หมดไม่อย่างนั้นไม่มีทางรอดไปได้แน่ครับ”
“อ๊ะ เข้าใจแล้วครับ”
หลังจากเตรียมตัวกันเสร็จพวกเราก็ออกเดินทางอีกครั้งตอนนี้ระยะหนึ่งร้อยก้าวที่อีกิลยองบอกไว้อยู่ตรงหน้านี่แล้ว
[ซีนาริโอย่อย - หาอาหาร ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว!]
ผมนับจำนวนหนูกระชอนที่ไต่ขึ้นมาจากโพรงใต้ดินอย่างรวดเร็วหนึ่งสอง สาม...ทั้งหมดสิบสามตัว จำนวนมากกว่าที่คิด
กรรรรร...
หนูกระชอนรวมกลุ่มกันยืนเรียงแถวข่มขู่พวกเราวินาทีที่ข้ามผ่านเส้นกั้นตรงหน้าไป การต่อสู้ก็จะเริ่มขึ้น
“ไม่มีแผนตายตัว พวกเราเป็นแค่มือสมัครเล่น อาจจะฟังดูโหดร้ายแต่บอกตามตรงผมไม่คาดหวังว่าทุกคนจะมีชีวิตรอดไปได้ครับ”
“นั่น...”
“ยังไงก็เถอะ ขอให้รอดไปได้ทุกคนนะครับ ขอร้อง”
คนที่ตื่นตระหนกมีแค่ฮันมยองโอคนเดียวคนอื่น ๆ ตกอยู่ในความตึงเครียด แต่สีหน้าของพวกเขาดูจะเตรียมใจกันมาแล้วโดยเฉพาะแววตาของจองฮีวอน เธอดูเด็ดเดี่ยวมาก
“ดีละ งั้นก็มาลองกันสักตั้ง ทุกคน ไว้รอดไปได้ค่อยเจอกันนะครับ!”
เช่นเดียวกับที่ยูจุงฮยอกทดสอบผมผมเองก็คาดหวังกับพวกเขาเหมือนกันต่อให้มีคนคอยแนะนำอยู่ข้างกายยังไงแต่คนที่ไม่เด็ดเดี่ยวหนักแน่นพอย่อมไม่มีทางอยู่รอดในโลกใบนี้
สุดท้ายคนที่จะช่วยพวกเขาได้ก็มีแค่ตัวพวกเขาเองเท่านั้นทุกคนจะต้องใช้โอกาสนี้ตระหนักเรื่องนั้นให้ได้
“งั้นก็ไปกันเถอะครับ”
ส่วนผมก็คงรู้ว่าจะพาใครในบรรดาคนเหล่านี้ติดตามไปด้วยได้บ้าง
พอขยับก้าวเข้าไปใกล้อีกหนึ่งก้าวฝั่งหนูกระชอนก็เคลื่อนไหวเช่นกัน
การต่อสู้เริ่มขึ้นแล้ว