การกลับมาของวายร้ายรุ่นที่ 2

    บทที่ 50 ประธานลู่ผู้ยิ่งใหญ่

    บทที่ 50 ประธานลู่ผู้ยิ่งใหญ่

     

    เจี่ยงซือหานตกใจ

     

    ประธานลู่คิดจะทำอะไร?

     

    ทำไมเขาถึงอยากให้พี่อ้าวเทียนช่วยรักษาอาการป่วยแม่อยู่ตลอดเวลาเลยล่ะ? แล้วทำไมเขาถึงรู้ว่าพี่อ้าวเทียนรักษาคนป่วยเป็น?

     

    ทำไมเขาถึงรู้เรื่องมากมายที่ฉันไม่รู้ ...แต่เขากลับรู้?

     

    ไม่ใช่สิ!

     

    ความจริงแล้วคนแรกที่เริ่มดูแลฉัน ปกป้องฉัน และเป็นห่วงฉัน แท้จริงแล้วคือเจ้านายของฉัน คือประธานลู่!

     

    เขาจ้างฉันทำงาน ทั้ง ๆ ที่วุฒิการศึกษาของฉันก็ไม่ได้ดีมากมายอะไรนัก

     

    ถึงแม้เขาจะพูดว่า ...เป็นเพราะฉันสวย หุ่นดี ขายาว ถึงได้รับเข้าทำงาน

     

    แต่เมื่อมานึกดูดี ๆ แล้ว ข้างกายของเขาก็ไม่ขาดผู้หญิงสวย หุ่นดี และขายาวไม่ใช่เหรอ? เขาต้องการที่จะให้โอกาสฉันต่างหาก เขาอยากให้โอกาสที่ฉันจะได้เงินเดือนสูงเพื่อไปรักษาแม่!

     

    เขาให้ฉันใส่กระโปรงสั้นและสวมถุงน่องยาวทุกวัน โดยให้เหตุผลว่าจะได้มีอาหารตา

     

    ทว่าหลังมานึกดูอีกที ที่จริงแล้วเขากำลังแอบให้กำลังใจฉันต่างหาก! เขารู้ว่าฉันไม่มั่นใจในตัวเอง ถึงได้พยายามให้ฉันอวดรูปร่างและแสดงเสน่ห์ของตัวเองออกมา เพราะอยากจะให้ฉันมั่นใจและชื่นชมในตัวของตัวเอง พัฒนาความโดดเด่นของตัวเอง!

     

    เขาบอกว่าลึก ๆ ในใจของฉันแฝงไว้ซึ่งความเป็นทาส ดังนั้นจึงอยากจะรังแกฉัน

     

    แต่พอมาคิดให้ดี เห็นได้ชัดว่าเขากำลังฝึกฝนฉัน ฝึกให้ฉันเข้มแข็ง แข็งแกร่ง เด็ดเดี่ยว และเป็นตัวของตัวเอง! เขาหวังว่าฉันจะสามารถทนรับแรงกดดันในการทำงานและเวลาที่โดนเจ้านายรังแกได้ ให้ฉันได้ใช้ชีวิตอย่างมีอิสระ!

     

    ตั้งแต่แรกเขาก็รู้อยู่แล้วว่าฉันยอมทำทุกอย่างเพื่อแม่!

     

    ทว่าเขาไม่ได้พูดออกมาตรง ๆ เขาไม่ได้แสดงท่าทีว่าตนเองสูงส่ง แต่จงใจรังแกฉัน รังควานฉัน จนฉันเกือบจะทนไม่ไหว!

     

    เขาอยากจะทำให้ฉันรู้สึกว่า ทุกสิ่งที่ฉันทำนั้นล้วนเป็นผลจากความพยายามของตัวเอง ไม่ใช่เพราะเขาหยิบยื่นโอกาสให้!

     

    เขาอยากจะทำให้ฉันรู้สึกว่าเขาเป็นคนไม่ดี เพราะเมื่อวันใดวันหนึ่งที่ฉันมีทางเลือกอื่น และต้องการจะไปตามหาอนาคตของตัวเองอีกครั้ง ฉันจะสามารถลาจากเขาไปได้โดยไม่ต้องรู้สึกผิด

     

    ประธานลู่ช่างยิ่งใหญ่ซะเหลือเกิน!

     

    ประธานลู่ช่างมีจิตวิญญาณอันสูงส่งเหลือเกิน!

     

    เป็นผู้ชายที่คนอื่น ๆ ล้วนแต่ต้องอิจฉา! ประธานลู่ของฉัน!

     

    เมื่อลู่เฉิงเหวินเห็นเจี่ยงซื่อหานทำหน้าตื้นตันและซาบซึ้ง ในดวงตาของเขาก็มีน้ำตาเอ่อคลอ พลางพยักหน้าด้วยความชื่นชม

     

    ใช้ได้แล้ว ถึงเวลาแล้ว!

     

    ชายหนุ่มพูด “ในเมื่อเป็นแบบนี้พี่อ้าวเทียนก็พาซือหานกลับไปด้วยเลยแล้วกันครับ ขอให้แม่ของคุณหายป่วยไว ๆ อ้อ! ยังมีอีก พี่อ้าวเทียนเป็นคนที่มีความสามารถไม่ธรรมดา ต่อไปจะต้องเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางแน่นอน ดังนั้นตอนนี้คุณสามารถลาออกและติดตามเขาไปได้เลย ยังไงซะเมื่อแม่ของคุณหายดีแล้ว คุณก็ไม่มีแรงกดดันด้านการเงินเยอะถึงขนาดนั้นอีก ผมจะให้แผนกบัญชีจ่ายเงินเดือนสองเดือนให้คุณ มันคงพอให้คุณใช้ได้ระยะหนึ่ง”

     

    หลงอ้าวเทียนเกาหัว ‘แกรก ๆ’ อะไรกันเนี่ย? ทำไมไอ้หมอนี่พูดง่ายจัง?

     

    ฉัน... ฉันยังไม่ได้ลงแรงเลย นายต้องก่อกวนและลงมือทำร้ายฉันสิ นายทำแบบนี้... มันจะง่ายเกินไปแล้ว?

     

    ไม่เห็นเหมือนข่าวลือที่ภายนอกพูดกันเลย!

     

    หลงอ้าวเทียนยิ้มพลางพูด “วันนี้คุณชายลู่ดูเข้าใจอะไรง่ายดีจริง ๆ”

     

    “แน่นอนอยู่แล้วครับ ผมเลียนแบบพี่อ้าวเทียนน่ะครับ!”

     

    หลงอ้าวเทียนมองเจี่ยงซือหาน “ซือหาน ในเมื่อเป็นแบบนี้ เรารีบกลับไปรักษาอาการป่วยแม่ของคุณกันดีกว่าครับ”

     

    เจี่ยงซือหานยิ้มบาง ๆ “พี่อ้าวเทียน ขอบคุณในความปรารถนาดีของพี่นะคะ แต่ฉันขอรับไว้ด้วยใจก็แล้วกัน ประธานสวีรับปากแล้วว่าจะช่วยรักษาอาการป่วยของแม่ฉัน สัปดาห์หน้าก็จะผ่าตัดแล้ว ส่วนเรื่องงาน...”

     

    เจี่ยงซือหานมองลู่เฉิงเหวินด้วยสายตาซาบซึ้งอย่างสุดจะพรรณนา “ประธานลู่มีบุญคุณต่อฉันมากจนไม่อาจหาอะไรมาตอบแทนได้หมด ฉันจะไม่ทิ้งประธานลู่และจะไม่ทิ้งบริษัทไปค่ะ ฉันจะคอยติดตามรับใช้ประธานลู่อย่างจงรักภักดี แม้จะต้องบุกน้ำลุยไฟก็จะไม่บ่นสักคำ!”

     

    ลู่เฉิงเหวินรู้สึกว่า... พวกคุณปรึกษากันมาก่อนแล้วใช่ไหม? คิดจะรวมหัวกันกลั่นแกล้งฉันใช่รึเปล่า!?

     

    ฉันสคิปบทให้ผ่านไปแบบนี้เลยไม่ได้รึไง? มีปัญหานักเหรอ?

     

    ปล่อยบทให้มันผ่านไปเดี๋ยวนี้!

     

    ฉันอุตส่าห์ทำจนขนาดนี้แล้ว ถึงขั้นยอมเสี่ยงโดนพระเอกอัดตาย ช่วยปูทางชีวิตอันแสนหวานเยิ้มปานน้ำผึ้งให้ แต่พวกคุณกลับเดินย้อนกลับมา?

     

    บุกน้ำตะลุยไฟ? อยากจะอวดเก่งนักรึไง?

     

    หลงอ้าวเทียนเองก็ตกใจไม่แพ้กัน

     

    “น้องซือหาน ไม่ไว้ใจฝีมือด้านการแพทย์ของพี่เหรอครับ? พี่ขอบอกตามตรงเลยนะ ทั่วทั้งเมืองเสวี่ย นอกจากพี่แล้วก็ไม่มีใครสามารถรักษาแม่ของน้องได้อีก”

     

    เจี่ยงซือหานยิ้มพลางส่ายหน้า “ประธานสวีมีฝีมือทางการแพทย์ที่เก่งกาจมากค่ะ อีกทั้งเครื่องมือการแพทย์ในตระกูลของเธอก็มีพร้อมและครบครัน เธอรับปากฉันแล้วว่าจะช่วยผ่าตัดให้แม่ ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรหรอกค่ะ ขอบคุณพี่อ้าวเทียนมากนะคะที่เป็นห่วง”

     

    ลู่เฉิงเหวินได้แต่นวดขมับเพราะปวดหัว เขาเงยหน้าขึ้นพลางพูด “เอางี้ ...ได้ไม่ได้ยังไงก็ลองดูก่อน คุณกลับไปกับพี่อ้าวเทียนก่อน ถ้าเขาสามารถรักษาอาการป่วยแม่ของคุณให้หายได้อย่างรวดเร็ว ก็ไม่ต้องให้สวีเสวี่ยเจียวผ่าตัดดีไหม?”

     

    “รอดูอาทิตย์หน้าก่อนดีกว่าค่ะ ฉันบอกกับแม่ไปแล้ว ถ้าประธานสวีไม่สามารถรักษาได้ เดี๋ยวฉันค่อยไปรบกวนพี่อ้าวเทียนอีกที”

     

    ชายหนุ่มร้องลั่นด้วยความโกรธ “ผมให้คุณไปคุณก็ไปสิ! จะมัวมาพูดยืดเยื้อน่ารำคาญอยู่ทำไม! โอกาสแบบนี้หาได้ง่าย ๆ ที่ไหน พี่อ้าวเทียนอยู่ตรงนี้แล้ว และผมก็เห็นด้วย ทั้งยังให้เงินคุณ เขาสามารถรักษาแม่ของคุณได้แน่ ต่อไปเขาจะดีกับคุณ ตอนที่อยู่ในฮาเร็มของเขา ฐานะของคุณก็ไม่ได้ด้อยเลยด้วย คุณยังไม่พอใจอะไรอีกงั้นเหรอ?!”

     

    “ฮา... ฮาเร็ม?”

     

    ลู่เฉิงเหวินกัดหมัดของตัวเอง

     

    ใส่อารมณ์เกินไปซะแล้ว!

     

    พูดในสิ่งที่ไม่ควรพูดออกไปจนได้

     

    หลงอ้าวเทียนพูด “ประธานลู่ กินอาหารไม่เลือกไม่เป็นไร แต่จะพูดสุ่มสี่สุ่มห้าไม่ได้ ผมกับซือหานเป็นแค่เพื่อนกัน ผมเห็นเธอเหมือนน้องสาวเท่านั้น”

     

    “ผมรู้ครับ ผมรู้ ผม... ผมใส่อารมณ์มากเกินไป ขอโทษด้วยครับ”

     

    นายจะให้ฉันทำยังไงล่ะ ก็เจี่ยงซือหานพูดไม่รู้เรื่องเลยนี่นา!

     

    ในวินาทีนั้นชายหนุ่มก็ตัดสินใจอย่างเด็ดขาด

     

    “เจี่ยงซือหาน คุณโดนไล่ออกแล้ว”

     

    เจี่ยงซือหานไม่คิดเลยว่าเรื่องราวจะกลายมาเป็นแบบนี้

     

    “เพราะอะไรคะ?”

     

    ลู่เฉิงเหวินหัวเราะ “ไม่เพราะอะไรหรอก ตามพี่อ้าวเทียนไปเถอะ”

     

    เจี่ยงซือหานจับมือของเขาไว้ “ประธานลู่ ขอร้องละค่ะ! อย่าไล่ฉันออกเลย แม่ของฉันต้องการเงินผ่าตัด ยาที่แม่กินก็ต้องใช้เงินเหมือนกัน ฉันต้องมีงาน...”

     

    “เงินผ่าตัดของแม่คุณผมจะช่วยจ่ายเอง ยาของแม่คุณผมก็จะออกให้ ขอแค่ตอนนี้คุณลาออกไปซะ”

     

    ทว่าเสียงหนึ่งกลับดังขึ้นในเวลานี้ “เธอไม่ต้องลาออก”

     

    ลู่เฉิงเหวินหันหน้าไปพร้อมตะโกนด่า “ใครพูดแทรก? แน่จริงก็แสดงตัวออกมา!”

     

    แต่เมื่อเห็นคนที่พูดแล้ว ...ชายหนุ่มก็ถึงขั้นกลัวจนหัวหด