กร๊อบ!
เสียงบางอย่างหักดังชัดเจนกำปั้นของหัวหน้าโจรสลัดอากาศโจมตีเข้าใส่ซี่โครงด้านซ้ายของเริ่นเสี้ยวเทียนทำให้กระดูกเคลื่อนหลุดจากตำแหน่งเดิมไปเล็กน้อย
และจุดอ่อนของเคล็ดวิชามิติอยู่ตรงซี่โครงด้านซ้ายพอดี
เมื่อโดนพลังหมัดนี้เข้าไปอยากใช้เคล็ดวิชามิติที่คาดเดาได้ยากอีกครั้งคงไม่มีโอกาสแล้ว
“ขั้นจักรพรรดิอย่างนั้นหรือ”
เริ่นเสี้ยวเทียนสีหน้าเคร่งเครียดร่างของเขาสั่นสะท้านและถอยหลังไปหลายก้าว
เขาในตอนนี้เผชิญหน้ากับผู้แข็งแกร่งขั้นราชันระดับสูงสุดยังมิอาจเอาชนะได้อย่างสมบูรณ์เลยแต่ก็มีโอกาสชนะได้มากกว่าครึ่ง
ทว่าหากต้องเผชิญหน้ากับขั้นจักรพรรดิ
ตอนนี้เขายังมิอาจเอาชนะได้
“เมื่อครู่เจ้าสังหารข้าได้เหตุใดถึงไม่ทำ”
เริ่นเสี้ยวเทียนกล่าวถาม
“แล้วทำไมข้าต้องทำ”
หัวหน้าโจรสลัดอากาศกล่าวอย่าเห็นว่าเขาอยู่ในชุดดุดัน ทว่าให้ความรู้สึกถึงความอ่อนโยนและสง่างาม
“ด้วยตัวตนของเจ้าหากข้าสังหารเจ้าแล้วอาจก่อให้เกิดภัยตามมาได้ ข้าไม่ได้โง่”
ดวงตาของหัวหน้าโจรสลัดที่มองเริ่นเสี้ยวเทียนคล้ายว่าจะเห็นตัวตนของเขาได้อย่างชัดเจน
“เช่นนั้นเจ้าคิดจะทำอะไร”
เริ่นเสี้ยวเทียนรู้ว่าอีกฝ่ายไม่ใช่คนที่เขาจะจัดการได้ในตอนนี้จึงระแวงอีกฝ่ายเป็นอย่างมาก
เขากำลังคิดว่าเมื่อครู่นี้ทำไมเสิ่นเสวียนไม่ลงมือหากเสิ่นเสวียนลงมือ แม้เอาชนะอีกฝ่ายไม่ได้แต่คงไม่มีปัญหาเรื่องป้องกันตัว
ในความเป็นจริงเสิ่นเสวียนมีปัญหาของเขาเองอยู่ ชายป่าเถื่อนผู้นี้มีพลังไม่ธรรมดาเอาเสียเลยอย่างน้อยเสิ่นเสวียนในตอนนี้ยังไม่มั่นใจว่าจะเอาชนะอีกฝ่ายได้
“คนที่ทำให้ข้าบาดเจ็บละเมิดต่อกฎระเบียบ ต้องชดใช้อย่างสาสม เจ้าว่าถูกต้องไหม”
“หนึ่งร้อยล้านเหรียญทองแล้วพวกข้าจะไป”
หัวหน้าโจรสลัดบอกจำนวนเงินออกมาเบาๆหลังจากได้ยินจำนวนเงินแล้วทุกคนที่อยู่ตรงนั้นไม่มีใครไม่ตกใจ
สิ่งนี้เปรียบเสมือนราชสีห์อ้าปากกว้างเรียกเงินจำนวนมากเกินไป ไม่ว่าราคาเท่าไรก็กล้าเสนอออกมา
เงินหนึ่งร้อยล้านเหรียญทองแม้แต่ในคลังของเมืองหลวงยังไม่มีมากมายขนาดนั้นเลยอีกฝ่ายกลับกล้าเรียกราคานี้มาจริงๆ
“หนึ่งร้อยล้านเยี่ยมมาก”
เริ่นเสี้ยวเทียนได้ยินดังนั้นจึงกล่าวพึมพำพลางยกนิ้วหัวแม่มือขึ้น
พวกเสิ่นเสวียนที่ยืนอยู่ด้านหลังก็ถอนหายใจออกมาเสิ่นเสวียนไม่มีความรู้เรื่องเงิน แต่จากที่ได้ทำความเข้าใจเกี่ยวกับจำนวนเงินก่อนหน้านี้ก็รู้ได้ว่าหนึ่งร้อยล้านเหรียญทองเป็นมูลค่ามหาศาล หากเทียบมูลค่ากันแล้วหนึ่งร้อยล้านเหรียญทองสามารถซื้อทักษะวิชาขั้นปฐพีระดับสูงสุดได้หนึ่งเล่ม
“หากข้าไม่มีเจ้าจะเสียใจมากหรือเปล่า” เริ่นเสี้ยวเทียนยิ้มพลางกล่าว
“ต้องเสียใจมากแน่นอนเจ้าไม่มีใช่ว่าพวกเขาจะไม่มี”
หัวหน้าโจรสลัดเหลือบตามองทุกคนที่อยู่ในบริเวณนั้นเป็นการยื่นข้อเสนอให้เริ่นเสี้ยวเทียนโดยปกติแล้วในหนึ่งครั้งที่ออกปล้นจะได้เงินราวสิบล้านเหรียญทองหากบังเอิญเจอผู้มั่งคั่งรายใหญ่ อาจได้มากเกินร้อยล้านเหรียญทองด้วยซ้ำเขาเสนอราคากลางออกมาแล้ว นับว่าให้เกียรติเริ่นเสี้ยวเทียนอยู่บ้าง
แล้วก็เป็นอย่างที่เขากล่าวก่อนหน้านี้ตอนนี้เขายังไม่อยากทำให้อำนาจเบื้องหลังของเริ่นเสี้ยวเทียนขุ่นเคืองใจ
“ก็จริงได้ยินหรือยัง หากยังอยากมีชีวิตต่อไปก็รีบเอาเงินออกมา”
เริ่นเสี้ยวเทียนหันไปกล่าวกับคนอื่นๆพลางยิ้ม ตั้งแต่ที่เริ่นเสี้ยวเทียนแสดงพลังของตนเองออกมาก่อนหน้านี้แม้คนเหล่านั้นจะไม่พอใจแต่ไม่มีใครกล้าตอบกลับ
อย่าว่าแต่อยู่บนท้องฟ้าเลยแม้จะอยู่ที่พื้นแล้วต้องเผชิญหน้ากับการปล้นของผู้แข็งแกร่งขั้นราชันระดับสูงสุดขั้นบรรพบุรุษอย่างพวกเขาคงไม่กล้ากล่าวอะไรอยู่ดีและตอนนี้ยังต้องเผชิญหน้ากับโจรสลัดอากาศอีก พวกเขาเตรียมใจไว้อยู่แล้ว
“ครั้งนี้ข้ามาแต่งงานไม่ได้พกเงินมากมายขนาดนั้น นี่คือของข้า สามล้านเหรียญทอง”
ขณะนั้นเองพ่อค้ามั่งคั่งวัยกลางคนผู้หนึ่งเอาบัตรใบหนึ่งออกมาวางลงบนพื้นตรงหน้าเขาเอาเงินออกมาคราวเดียวสามล้านเหรียญทองเลยทีเดียว
เมื่อมีคนเริ่มแล้วผลลัพธ์จะต่างออกไปทันที
“นี่คือของข้าทั้งตระกูลข้ามีอยู่สามแสนเหรียญทอง ข้าให้สองแสนเหรียญทองแล้วกันส่วนที่เหลือข้าต้องเอากลับไปที่ตระกูล”
“ข้ามีแปดแสนเหรียญทอง”
“ของข้าหนึ่งล้านเหรียญทอง”
คนหลายร้อยคนต่างเอาเงินออกมารวมกันตั้งแต่จำนวนมากถึงหลายล้านเหรียญทอง ลดลงไปจนถึงไม่กี่หมื่นเหรียญทองเพียงไม่นานก็มีบัตรกองพะเนินอยู่เต็มพื้น
หัวหน้าโจรสลัดอากาศผงกหัวเรียกโจรสลัดอากาศอีกคนหนึ่งให้ไปนับจำนวนโจรสลัดอากาศผู้นั้นจึงเหาะไปยืนตรงหน้ากองบัตรแล้วเริ่มนับอย่างจริงจัง
ภายในบัตรมีเงินอยู่เท่าไรสามารถแยกแยะได้ขอเพียงใช้พลังสัมผัสก็จะรู้ได้ถึงจำนวนเงินในบัตรนั้นอีกทั้งจำนวนเงินนี้ยังเชื่อมต่อเข้ากับสถาบันการเงินแห่งทวีปแม้แต่ผู้ศักดิ์สิทธิ์ยังมิอาจเปลี่ยนแปลงจำนวนเงินได้ จึงไม่มีทางโกงได้เลย
เพียงไม่นานก็นับจำนวนเงินจากบัตรทั้งหมดเสร็จสิ้น
“ทั้งหมดเจ็ดสิบสามล้านสี่แสนห้าหมื่นเหรียญทอง”
“ดูเหมือนจะยังไม่พอว่าอย่างไร เจ้าไม่ร่วมด้วยสักหน่อยหรือ”
หัวหน้าโจรสลัดอากาศมองเริ่นเสี้ยวเทียนพลางกล่าวราวกับเป็นสหายเก่า
“ข้าไม่มีเงินเจ็ดสิบกว่าล้านเหรียญทอง เพียงพอที่จะให้พวกเจ้าได้ใช้จ่ายอย่างสุรุ่ยสุร่ายแล้ว”
“ข้าบอกแล้วว่าหนึ่งร้อยล้านเหรียญทองแล้วพวกข้าจะไป”
หัวหน้าโจรสลัดกลับไม่คิดอย่างนั้นขาดไปเพียงเหรียญเดียวก็ไม่ได้
เริ่นเสี้ยวเทียนมองอีกฝ่ายเขาไม่มีทางเอาเงินออกมาเด็ดขาด เขาเป็นถึงคนของสำนักบุปผาหากเอาเงินออกมาให้คนอื่นปล้นไปง่ายๆ นับเป็นความอัปยศอดสูอย่างยิ่งยวดเขาคงมิอาจใช้ชีวิตต่อไปได้
แต่ถ้าหัวหน้าโจรสลัดอากาศโจมตีมาจริงๆเขาคงสู้ไม่ได้
เริ่นเสี้ยวเทียนมองไปทางเสิ่นเสวียนเหมือนอยากขอความช่วยเหลือจากเขา
เสิ่นเสวียนเห็นดังนั้นจึงถอนหายใจออกมาอีกครั้งแต่ก็ไม่ได้ออกเสียง หากว่าราชามารตะวันตกอยู่ที่นี่ด้วยคงมีพลังจะสู้ต่อไปได้ และแม้ว่าอาการบาดเจ็บของเขาจะดีขึ้นแล้วแต่เพราะยังบาดเจ็บอยู่จึงไม่อาจแสดงพลังแข็งแกร่งที่สุดออกมาได้และต่อให้แสดงพลังแข็งแกร่งที่สุดได้ อย่างมากก็แค่ป้องกันตัวเท่านั้น
“เจ้าสู้เขาได้ไหม”
เสิ่นเสวียนถามเสิ่นเลี่ยนที่ยืนอยู่ข้างๆ
“ยาก”
เสิ่นเลี่ยนส่ายหัวพลางทำสีหน้าเคร่งเครียดเมื่อครู่ตอนที่เริ่นเสี้ยวเทียนสู้กับอีกฝ่าย เขาได้เห็นพลังของอีกฝ่ายแล้วหลังจากนำพลังของตนเองไปเปรียบเทียบแล้ว โอกาสชนะยังไม่ถึงหนึ่งส่วนเลยด้วยซ้ำวิถีของจอมยุทธ์สังหาร หากมีโอกาสสำเร็จไม่ถึงแปดส่วนจะไม่ลงมือเด็ดขาด
“ก็คงจัดการได้ยากแล้ว”
เสิ่นเสวียนส่ายหัว
“ไปทางนั้นสิข้ามากับเขา”
เห็นเสิ่นเสวียนไม่ทำอะไรเริ่นเสี้ยวเทียนจึงผลักปัญหาทั้งหมดให้เสิ่นเสวียนทันทีเขารู้ว่าเสิ่นเสวียนมีไม้ตายที่สามารถรับมือได้อย่างแน่นอน
หลังจากได้ยินคำของเริ่นเสี้ยวเทียนทำให้หัวหน้าโจรสลัดอากาศที่โหดเหี้ยมผู้นั้นหันไปมองพวกเสิ่นเสวียนที่ยืนอยู่ไม่ไกลด้วยสีหน้าสงสัย
เสิ่นเสวียนก็ได้ยินเช่นกันจึงอดไม่ได้ที่จะกลอกตามองอีกฝ่าย
“เขามากับเจ้าเจ้ามีความเห็นอย่างไร”
หัวหน้าโจรสลัดอากาศไม่ได้สนใจเสิ่นเสวียนตั้งแต่แรกเสิ่นเสวียนดูธรรมดามาก ไอพลังบนร่างไม่ได้แข็งแกร่งกว่าเสิ่นเลี่ยนเลยทำให้เขาเข้าใจผิดว่ามีพลังยุทธ์ประมาณขั้นบรรพบุรุษระดับสูงสุดแม้มีอายุสิบกว่าปีแต่ฝึกฝนถึงขั้นนี้ได้เรียกว่าไม่ธรรมดา แต่ก็ไม่เข้าตาเขาอยู่ดี
“จะยังมีความเห็นอะไรได้ข้าคิดว่าเจ็ดสิบล้านเหรียญทองไม่ใช่จำนวนน้อยๆ แล้วข้าขอเตือนให้เจ้ารีบเก็บเงินแล้วรีบไปดีกว่าไม่อย่างนั้นเจ็ดสิบล้านเหรียญทองนี้เจ้าจะไม่ได้เลย”
เสิ่นเสวียนก้าวเดินออกมาพลางกล่าวอย่างไม่เกรงใจ
โจรสลัดอากาศก็คือโจรที่แข็งแกร่งซึ่งเขาไม่เคยมีความรู้สึกดีต่อคนเหล่านี้
ในขณะที่เสิ่นเสวียนเดินออกไปไอพลังบนร่างพลันแข็งแกร่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนไม่ได้รับผลกระทบใดๆ จากแรงกดดันของโจรสลัดอากาศเลย
“เจ้ากล้ามากเลยทีเดียว”
หัวหน้าโจรสลัดอากาศหรี่ตามองเพื่อสังเกตพลังยุทธ์ของเสิ่นเสวียนอีกครั้ง
แต่หลังจากสังเกตในหลายๆวิธีแล้ว กลับยังไม่สามารถรู้ถึงพลังยุทธ์ของเสิ่นเสวียนได้อย่างแม่นยำทว่าอีกฝ่ายดูเหมือนมีพลังยุทธ์ขั้นบรรพบุรุษระดับสูงสุดเท่านั้นยังไม่ถึงขั้นราชันเลย
แต่ไอพลังจะแข็งแกร่งขนาดนี้ได้อย่างไร
“ก็กล้าพอตัว...ว่าอย่างไรล่ะ หากไม่ได้อีกสามสิบล้านเหรียญทองจะไม่ไปจริงๆ ใช่ไหม”
เสิ่นเสวียนเดินเข้าไปจนห่างจากอีกฝ่ายราวสามจั้งพลางกล่าวด้วยท่าทางผ่อนคลาย
เสิ่นเสี่ยวเม่ยและเสิ่นเลี่ยนยืนดูอยู่ไม่ไกลเฝิงเป่าเป่ายืนอยู่ข้างๆ พวกเขา ดูอ่อนแอและทำอะไรไม่ถูก
“เป็นแบบนี้แต่แรกก็หมดเรื่องแล้วทำให้ข้าโดนตีอีกต่างหาก” เริ่นเสี้ยวเทียนเคลื่อนตัวมายืนข้างๆ เสิ่นเสวียนมีเสิ่นเสวียนอยู่ด้วยเช่นนี้ทำให้เขามั่นใจกว่าเดิมมาก
“ลงมือพร้อมกันเลยข้าอยากเห็นนักว่าพลังของเจ้าเป็นอย่างไร”
หัวหน้าโจรสลัดอากาศแววตาวาวโรจน์ด้วยเจตจำนงต่อสู้คนที่ทำให้เริ่นเสี้ยวเทียนกล่าวเช่นนี้ได้ พลังต้องไม่ต่างกันมากอย่างแน่นอน
“ข้าโจมตีด้านล่างเจ้าโจมตีด้านบน”
เสิ่นเสวียนกล่าวจบก็กระโจนออกไปทันที