ก่อกำเนิด : เทพเซียน 9 วิบัติ [จบ]

    เล่มที่ 6 ตอนที่ 162 ท่าทางที่ต่างออกไป

            กร๊อบ!

            เสียงบางอย่างหักดังชัดเจนกำปั้นของหัวหน้าโจรสลัดอากาศโจมตีเข้าใส่ซี่โครงด้านซ้ายของเริ่นเสี้ยวเทียนทำให้กระดูกเคลื่อนหลุดจากตำแหน่งเดิมไปเล็กน้อย

            และจุดอ่อนของเคล็ดวิชามิติอยู่ตรงซี่โครงด้านซ้ายพอดี

            เมื่อโดนพลังหมัดนี้เข้าไปอยากใช้เคล็ดวิชามิติที่คาดเดาได้ยากอีกครั้งคงไม่มีโอกาสแล้ว

            “ขั้นจักรพรรดิอย่างนั้นหรือ”

            เริ่นเสี้ยวเทียนสีหน้าเคร่งเครียดร่างของเขาสั่นสะท้านและถอยหลังไปหลายก้าว

            เขาในตอนนี้เผชิญหน้ากับผู้แข็งแกร่งขั้นราชันระดับสูงสุดยังมิอาจเอาชนะได้อย่างสมบูรณ์เลยแต่ก็มีโอกาสชนะได้มากกว่าครึ่ง

            ทว่าหากต้องเผชิญหน้ากับขั้นจักรพรรดิ

            ตอนนี้เขายังมิอาจเอาชนะได้

            “เมื่อครู่เจ้าสังหารข้าได้เหตุใดถึงไม่ทำ”

            เริ่นเสี้ยวเทียนกล่าวถาม

            “แล้วทำไมข้าต้องทำ”

            หัวหน้าโจรสลัดอากาศกล่าวอย่าเห็นว่าเขาอยู่ในชุดดุดัน ทว่าให้ความรู้สึกถึงความอ่อนโยนและสง่างาม

            “ด้วยตัวตนของเจ้าหากข้าสังหารเจ้าแล้วอาจก่อให้เกิดภัยตามมาได้ ข้าไม่ได้โง่”

            ดวงตาของหัวหน้าโจรสลัดที่มองเริ่นเสี้ยวเทียนคล้ายว่าจะเห็นตัวตนของเขาได้อย่างชัดเจน

            “เช่นนั้นเจ้าคิดจะทำอะไร”

            เริ่นเสี้ยวเทียนรู้ว่าอีกฝ่ายไม่ใช่คนที่เขาจะจัดการได้ในตอนนี้จึงระแวงอีกฝ่ายเป็นอย่างมาก

            เขากำลังคิดว่าเมื่อครู่นี้ทำไมเสิ่นเสวียนไม่ลงมือหากเสิ่นเสวียนลงมือ แม้เอาชนะอีกฝ่ายไม่ได้แต่คงไม่มีปัญหาเรื่องป้องกันตัว

            ในความเป็นจริงเสิ่นเสวียนมีปัญหาของเขาเองอยู่ ชายป่าเถื่อนผู้นี้มีพลังไม่ธรรมดาเอาเสียเลยอย่างน้อยเสิ่นเสวียนในตอนนี้ยังไม่มั่นใจว่าจะเอาชนะอีกฝ่ายได้

            “คนที่ทำให้ข้าบาดเจ็บละเมิดต่อกฎระเบียบ ต้องชดใช้อย่างสาสม เจ้าว่าถูกต้องไหม”

            “หนึ่งร้อยล้านเหรียญทองแล้วพวกข้าจะไป”

            หัวหน้าโจรสลัดบอกจำนวนเงินออกมาเบาๆหลังจากได้ยินจำนวนเงินแล้วทุกคนที่อยู่ตรงนั้นไม่มีใครไม่ตกใจ

            สิ่งนี้เปรียบเสมือนราชสีห์อ้าปากกว้างเรียกเงินจำนวนมากเกินไป ไม่ว่าราคาเท่าไรก็กล้าเสนอออกมา

            เงินหนึ่งร้อยล้านเหรียญทองแม้แต่ในคลังของเมืองหลวงยังไม่มีมากมายขนาดนั้นเลยอีกฝ่ายกลับกล้าเรียกราคานี้มาจริงๆ

            “หนึ่งร้อยล้านเยี่ยมมาก”

            เริ่นเสี้ยวเทียนได้ยินดังนั้นจึงกล่าวพึมพำพลางยกนิ้วหัวแม่มือขึ้น

            พวกเสิ่นเสวียนที่ยืนอยู่ด้านหลังก็ถอนหายใจออกมาเสิ่นเสวียนไม่มีความรู้เรื่องเงิน แต่จากที่ได้ทำความเข้าใจเกี่ยวกับจำนวนเงินก่อนหน้านี้ก็รู้ได้ว่าหนึ่งร้อยล้านเหรียญทองเป็นมูลค่ามหาศาล หากเทียบมูลค่ากันแล้วหนึ่งร้อยล้านเหรียญทองสามารถซื้อทักษะวิชาขั้นปฐพีระดับสูงสุดได้หนึ่งเล่ม

            “หากข้าไม่มีเจ้าจะเสียใจมากหรือเปล่า” เริ่นเสี้ยวเทียนยิ้มพลางกล่าว

            “ต้องเสียใจมากแน่นอนเจ้าไม่มีใช่ว่าพวกเขาจะไม่มี”

            หัวหน้าโจรสลัดเหลือบตามองทุกคนที่อยู่ในบริเวณนั้นเป็นการยื่นข้อเสนอให้เริ่นเสี้ยวเทียนโดยปกติแล้วในหนึ่งครั้งที่ออกปล้นจะได้เงินราวสิบล้านเหรียญทองหากบังเอิญเจอผู้มั่งคั่งรายใหญ่ อาจได้มากเกินร้อยล้านเหรียญทองด้วยซ้ำเขาเสนอราคากลางออกมาแล้ว นับว่าให้เกียรติเริ่นเสี้ยวเทียนอยู่บ้าง

            แล้วก็เป็นอย่างที่เขากล่าวก่อนหน้านี้ตอนนี้เขายังไม่อยากทำให้อำนาจเบื้องหลังของเริ่นเสี้ยวเทียนขุ่นเคืองใจ

            “ก็จริงได้ยินหรือยัง หากยังอยากมีชีวิตต่อไปก็รีบเอาเงินออกมา”

            เริ่นเสี้ยวเทียนหันไปกล่าวกับคนอื่นๆพลางยิ้ม ตั้งแต่ที่เริ่นเสี้ยวเทียนแสดงพลังของตนเองออกมาก่อนหน้านี้แม้คนเหล่านั้นจะไม่พอใจแต่ไม่มีใครกล้าตอบกลับ

            อย่าว่าแต่อยู่บนท้องฟ้าเลยแม้จะอยู่ที่พื้นแล้วต้องเผชิญหน้ากับการปล้นของผู้แข็งแกร่งขั้นราชันระดับสูงสุดขั้นบรรพบุรุษอย่างพวกเขาคงไม่กล้ากล่าวอะไรอยู่ดีและตอนนี้ยังต้องเผชิญหน้ากับโจรสลัดอากาศอีก พวกเขาเตรียมใจไว้อยู่แล้ว

            “ครั้งนี้ข้ามาแต่งงานไม่ได้พกเงินมากมายขนาดนั้น นี่คือของข้า สามล้านเหรียญทอง”

            ขณะนั้นเองพ่อค้ามั่งคั่งวัยกลางคนผู้หนึ่งเอาบัตรใบหนึ่งออกมาวางลงบนพื้นตรงหน้าเขาเอาเงินออกมาคราวเดียวสามล้านเหรียญทองเลยทีเดียว

            เมื่อมีคนเริ่มแล้วผลลัพธ์จะต่างออกไปทันที

            “นี่คือของข้าทั้งตระกูลข้ามีอยู่สามแสนเหรียญทอง ข้าให้สองแสนเหรียญทองแล้วกันส่วนที่เหลือข้าต้องเอากลับไปที่ตระกูล”

            “ข้ามีแปดแสนเหรียญทอง”

            “ของข้าหนึ่งล้านเหรียญทอง”

            คนหลายร้อยคนต่างเอาเงินออกมารวมกันตั้งแต่จำนวนมากถึงหลายล้านเหรียญทอง ลดลงไปจนถึงไม่กี่หมื่นเหรียญทองเพียงไม่นานก็มีบัตรกองพะเนินอยู่เต็มพื้น

            หัวหน้าโจรสลัดอากาศผงกหัวเรียกโจรสลัดอากาศอีกคนหนึ่งให้ไปนับจำนวนโจรสลัดอากาศผู้นั้นจึงเหาะไปยืนตรงหน้ากองบัตรแล้วเริ่มนับอย่างจริงจัง

            ภายในบัตรมีเงินอยู่เท่าไรสามารถแยกแยะได้ขอเพียงใช้พลังสัมผัสก็จะรู้ได้ถึงจำนวนเงินในบัตรนั้นอีกทั้งจำนวนเงินนี้ยังเชื่อมต่อเข้ากับสถาบันการเงินแห่งทวีปแม้แต่ผู้ศักดิ์สิทธิ์ยังมิอาจเปลี่ยนแปลงจำนวนเงินได้ จึงไม่มีทางโกงได้เลย

            เพียงไม่นานก็นับจำนวนเงินจากบัตรทั้งหมดเสร็จสิ้น

            “ทั้งหมดเจ็ดสิบสามล้านสี่แสนห้าหมื่นเหรียญทอง”

            “ดูเหมือนจะยังไม่พอว่าอย่างไร เจ้าไม่ร่วมด้วยสักหน่อยหรือ”

            หัวหน้าโจรสลัดอากาศมองเริ่นเสี้ยวเทียนพลางกล่าวราวกับเป็นสหายเก่า

            “ข้าไม่มีเงินเจ็ดสิบกว่าล้านเหรียญทอง เพียงพอที่จะให้พวกเจ้าได้ใช้จ่ายอย่างสุรุ่ยสุร่ายแล้ว”

            “ข้าบอกแล้วว่าหนึ่งร้อยล้านเหรียญทองแล้วพวกข้าจะไป”

            หัวหน้าโจรสลัดกลับไม่คิดอย่างนั้นขาดไปเพียงเหรียญเดียวก็ไม่ได้

            เริ่นเสี้ยวเทียนมองอีกฝ่ายเขาไม่มีทางเอาเงินออกมาเด็ดขาด เขาเป็นถึงคนของสำนักบุปผาหากเอาเงินออกมาให้คนอื่นปล้นไปง่ายๆ นับเป็นความอัปยศอดสูอย่างยิ่งยวดเขาคงมิอาจใช้ชีวิตต่อไปได้

            แต่ถ้าหัวหน้าโจรสลัดอากาศโจมตีมาจริงๆเขาคงสู้ไม่ได้

            เริ่นเสี้ยวเทียนมองไปทางเสิ่นเสวียนเหมือนอยากขอความช่วยเหลือจากเขา

            เสิ่นเสวียนเห็นดังนั้นจึงถอนหายใจออกมาอีกครั้งแต่ก็ไม่ได้ออกเสียง หากว่าราชามารตะวันตกอยู่ที่นี่ด้วยคงมีพลังจะสู้ต่อไปได้ และแม้ว่าอาการบาดเจ็บของเขาจะดีขึ้นแล้วแต่เพราะยังบาดเจ็บอยู่จึงไม่อาจแสดงพลังแข็งแกร่งที่สุดออกมาได้และต่อให้แสดงพลังแข็งแกร่งที่สุดได้ อย่างมากก็แค่ป้องกันตัวเท่านั้น

            “เจ้าสู้เขาได้ไหม”

            เสิ่นเสวียนถามเสิ่นเลี่ยนที่ยืนอยู่ข้างๆ

            “ยาก”

            เสิ่นเลี่ยนส่ายหัวพลางทำสีหน้าเคร่งเครียดเมื่อครู่ตอนที่เริ่นเสี้ยวเทียนสู้กับอีกฝ่าย เขาได้เห็นพลังของอีกฝ่ายแล้วหลังจากนำพลังของตนเองไปเปรียบเทียบแล้ว โอกาสชนะยังไม่ถึงหนึ่งส่วนเลยด้วยซ้ำวิถีของจอมยุทธ์สังหาร หากมีโอกาสสำเร็จไม่ถึงแปดส่วนจะไม่ลงมือเด็ดขาด

            “ก็คงจัดการได้ยากแล้ว”

            เสิ่นเสวียนส่ายหัว

            “ไปทางนั้นสิข้ามากับเขา”

            เห็นเสิ่นเสวียนไม่ทำอะไรเริ่นเสี้ยวเทียนจึงผลักปัญหาทั้งหมดให้เสิ่นเสวียนทันทีเขารู้ว่าเสิ่นเสวียนมีไม้ตายที่สามารถรับมือได้อย่างแน่นอน

            หลังจากได้ยินคำของเริ่นเสี้ยวเทียนทำให้หัวหน้าโจรสลัดอากาศที่โหดเหี้ยมผู้นั้นหันไปมองพวกเสิ่นเสวียนที่ยืนอยู่ไม่ไกลด้วยสีหน้าสงสัย

            เสิ่นเสวียนก็ได้ยินเช่นกันจึงอดไม่ได้ที่จะกลอกตามองอีกฝ่าย

            “เขามากับเจ้าเจ้ามีความเห็นอย่างไร”

            หัวหน้าโจรสลัดอากาศไม่ได้สนใจเสิ่นเสวียนตั้งแต่แรกเสิ่นเสวียนดูธรรมดามาก ไอพลังบนร่างไม่ได้แข็งแกร่งกว่าเสิ่นเลี่ยนเลยทำให้เขาเข้าใจผิดว่ามีพลังยุทธ์ประมาณขั้นบรรพบุรุษระดับสูงสุดแม้มีอายุสิบกว่าปีแต่ฝึกฝนถึงขั้นนี้ได้เรียกว่าไม่ธรรมดา แต่ก็ไม่เข้าตาเขาอยู่ดี

            “จะยังมีความเห็นอะไรได้ข้าคิดว่าเจ็ดสิบล้านเหรียญทองไม่ใช่จำนวนน้อยๆ แล้วข้าขอเตือนให้เจ้ารีบเก็บเงินแล้วรีบไปดีกว่าไม่อย่างนั้นเจ็ดสิบล้านเหรียญทองนี้เจ้าจะไม่ได้เลย”

            เสิ่นเสวียนก้าวเดินออกมาพลางกล่าวอย่างไม่เกรงใจ

            โจรสลัดอากาศก็คือโจรที่แข็งแกร่งซึ่งเขาไม่เคยมีความรู้สึกดีต่อคนเหล่านี้

            ในขณะที่เสิ่นเสวียนเดินออกไปไอพลังบนร่างพลันแข็งแกร่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนไม่ได้รับผลกระทบใดๆ จากแรงกดดันของโจรสลัดอากาศเลย

            “เจ้ากล้ามากเลยทีเดียว”

            หัวหน้าโจรสลัดอากาศหรี่ตามองเพื่อสังเกตพลังยุทธ์ของเสิ่นเสวียนอีกครั้ง

            แต่หลังจากสังเกตในหลายๆวิธีแล้ว กลับยังไม่สามารถรู้ถึงพลังยุทธ์ของเสิ่นเสวียนได้อย่างแม่นยำทว่าอีกฝ่ายดูเหมือนมีพลังยุทธ์ขั้นบรรพบุรุษระดับสูงสุดเท่านั้นยังไม่ถึงขั้นราชันเลย

            แต่ไอพลังจะแข็งแกร่งขนาดนี้ได้อย่างไร

            “ก็กล้าพอตัว...ว่าอย่างไรล่ะ หากไม่ได้อีกสามสิบล้านเหรียญทองจะไม่ไปจริงๆ ใช่ไหม”

            เสิ่นเสวียนเดินเข้าไปจนห่างจากอีกฝ่ายราวสามจั้งพลางกล่าวด้วยท่าทางผ่อนคลาย

            เสิ่นเสี่ยวเม่ยและเสิ่นเลี่ยนยืนดูอยู่ไม่ไกลเฝิงเป่าเป่ายืนอยู่ข้างๆ พวกเขา ดูอ่อนแอและทำอะไรไม่ถูก

            “เป็นแบบนี้แต่แรกก็หมดเรื่องแล้วทำให้ข้าโดนตีอีกต่างหาก” เริ่นเสี้ยวเทียนเคลื่อนตัวมายืนข้างๆ เสิ่นเสวียนมีเสิ่นเสวียนอยู่ด้วยเช่นนี้ทำให้เขามั่นใจกว่าเดิมมาก

            “ลงมือพร้อมกันเลยข้าอยากเห็นนักว่าพลังของเจ้าเป็นอย่างไร”

            หัวหน้าโจรสลัดอากาศแววตาวาวโรจน์ด้วยเจตจำนงต่อสู้คนที่ทำให้เริ่นเสี้ยวเทียนกล่าวเช่นนี้ได้ พลังต้องไม่ต่างกันมากอย่างแน่นอน

            “ข้าโจมตีด้านล่างเจ้าโจมตีด้านบน”

            เสิ่นเสวียนกล่าวจบก็กระโจนออกไปทันที

    คล้ายกับเรื่องก่อกำเนิด : เทพเซียน 9 วิบัติ [จบ] ที่คุณอ่าน