ร่างกายคล้ายถูกฟ้าผ่า หากไม่ได้ยกโล่ขึ้นมากำบังเอาไว้ ป่านนี้ หลิวเวยอันคงเส้นเอ็นขาดสะบั้น อวัยวะภายในถูกกระแทกจนแหลกสลายหมดลมหายใจไปแล้ว ถึงจะยกโล่ขึ้นมาบังได้ทัน แต่แรงสะเทือนก็ทำให้เขารู้สึกหน้ามืดตาลายไปหมด แต่อันตรายที่รายล้อมอยู่รอบด้านกลับทำให้เขาไม่อาจหมดสติลงในตอนนี้
ความมุ่งมั่นที่แข็งกล้าประดุจโลหะสั่งให้เขาง้างคันธนูขึ้น แล้วยิงลูกศรออกไปอีกครั้ง บัดนี้ ภาพตรงหน้าพร่าเบลอจนแทบจะมองอะไรไม่เห็นแล้ว สิ่งเดียวที่เขาพึ่งได้ก็คือความรู้สึกและสัญชาตญาณที่มี
ลูกศรพุ่งฝ่าห้วงอากาศ ดุจดวงดาราที่ตกลงจากฟ้า
ลูกศรหลายดอกที่พุ่งออกมาติดต่อกัน บวกกับยันต์ฮู้ปราบผีดิบ ส่งให้กลิ่นอายแห่งความอันตรายแพร่กระจายไปทั่ว แม้ผู้บังคับการจะเป็นนักฝีมือระดับเงิน แต่ในเวลานี้ เขาก็ไม่กล้าเอาชีวิตของตัวเองไปล้อเล่นอยู่ดี เขาซัดหมัดออกมาที่กลางอากาศ วินาทีนั้น คล้ายจะมีเสียงของสายฟ้าดังแว่วขึ้นให้ได้ยิน พลังหมัดถูกส่งออกไปข้างหน้าอย่างทรงอำนาจ
ตู้ม
ลูกศรหลายดอกที่แฝงไปด้วยยันต์ฮู้ปราบผีดิบระเบิดขึ้นกลางอากาศในจุดที่ห่างออกไปประมาณหนึ่งเมตร แม้ลูกศรนั้นจะไม่ได้พุ่งมาประชิดร่าง แต่แรงสะเทือนจากการระเบิดก็สะเทือนให้ผู้บังคับการแขนชาไปหมด การเคลื่อนไหวจึงช้าลงไปด้วย เมื่อเขาแหงนหน้าขึ้นมองก็พบว่าเมื่อหลิวเวยอันร่อนลงพื้น ก็วิ่งหลบหนีออกไปด้วยความเร็วที่มากจนน่าตกใจ
ความคิดที่จะสังหารเขาในครั้งเดียวถูกทำลายลง
ลูกศรสองดอกพุ่งตามหลังหลิวเวยอันไปติด ๆ แต่หลิวเวยอันกลับไม่คิดจะหลบเลี่ยงด้วยซ้ำ ลูกศรทั้งสองดอกจึงปักลงที่แผ่นหลังของเขา แต่นั่นกลับทำให้ความเร็วของเขาเพิ่งขึ้นเสียอีก
“ตามไป” ผู้บังคับการวิ่งนำออกไปก่อน เขาก้าวยาว ๆ ออกไปไกลถึงสิบเมตรได้ในก้าวเดียว ก้าวเท้าสองครั้ง เขาก็ไปอยู่ในอันดับสอง แซงหน้ากลุ่มคนที่ตามออกไปก่อน และทิ้งพวกเขาเอาไว้ด้านหลังเสียแล้ว
เสียงร้องเจ็บปวดดังขึ้นอีกสองครั้ง พลธนูสองคนล้มลงพร้อมกัน ผู้บังคับการมองไปข้างหน้า ทำให้มองเห็นตอนที่หลิวเวยอันเก็บธนูกลับเข้าที่พอดี นอกจากนี้ ที่แผ่นหลังของหลิวเวยอันก็มีลูกศรเพิ่มขึ้นมาถึงสองดอก
“บังอาจนัก!”
ผู้บังคับการร้องคำรามเสียงดัง เสียงของเขากระจายออกไปไกลปานสายน้ำเมื่อเขื่อนแตก ดังก้องไปทั่วบริเวณ เขาเพิ่มความเร็วขึ้นอย่างรวดเร็ว เพียงไม่กี่ลมหายใจ ผู้บังคับการก็อยู่ห่างจากหลิวเวยอันเพียงไม่ถึงยี่สิบเมตรเท่านั้น ระยะห่างของทั้งสองค่อย ๆ ลดลงเรื่อย ๆ
สิบเมตร… แปดเมตร… เมื่อระยะห่างลดลงจนเหลือเพียงห้าเมตร หมัดของผู้บังคับการระเบิดประกายวาบออกมา พลังที่น่าหวาดผวากำลังรวบรวมเข้าด้วยกัน ขณะที่เตรียมจะซัดหมัดนั้นออกไป จู่ ๆ หลิวเวยอันก็เร่งความเร็วขึ้นอย่างมหาศาล เขาเป็นเหมือนลูกศรที่ถูกยิงออกไปจากคันธนู เพียงพริบตาเดียวก็พุ่งไปไกลกว่ายี่สิบเมตรเสียแล้ว ผู้บังคับการรวบรวมพลังหมัด แต่ไม่อาจปล่อยมันออกไปได้ ความรู้สึกนี้ช่างน่าเจ็บใจจนอยากจะร้องไห้ทีเดียว ฟิ้ว...
ลูกศรดอกหนึ่งพุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็วประดุจสายฟ้า ผู้บังคับการไม่ได้รับลูกศรโดยตรง แต่เลือกที่จะเบี่ยงหลบต่างหาก แต่เพิ่งจะหลบเลี่ยงไป เขาก็เริ่มเสียใจกับการตัดสินใจของตนเองเสียแล้ว เมื่อมีเสียงร้องดังขึ้นที่ด้านหลังตามมา องครักษ์อีกคนล้มลงไปกองกับพื้น พร้อมกับลำคอที่ถูกลูกศรแทงจนทะลุ
หลิวเวยอันวิ่งเร็วขึ้นเรื่อย ๆ คล้ายเพิ่งกินยาชูกำลังมาเช่นนั้น ความเร็วนี้ยังคงเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนระยะห่างถูกทิ้งมาไกลกว่าห้าสิบเมตรแล้วหลิวเวยอันถึงยอมผ่อนฝีเท้าลงอีกครั้ง ผู้บังคับการผู้นั้นพยายามอย่างสุดความสามารถก็ไม่อาจลดระยะห่างนี้ลงได้ด้วยช่วงเวลาสั้น ๆ หากเขาเป็นพลธนู ป่านนี้หลิวเวยอันคงตายไปตั้งนานแล้ว แต่ปัญหาในตอนนี้ก็คือ เขาไม่ใช่พลธนู กลับกันหลิวเวยอันต่างหากที่เป็นพลธนู ทุกครั้งที่เขาเตรียมจะระเบิดพลังออกไป หลิวเวยอันก็มักจะยิงลูกศรเข้ามาเสมอ เพราะต้องคอยหลบเลี่ยงการโจมตีของหลิวเวยอันอีกฝ่ายจึงต้องเผื่อแรงเอาไว้ ไม่อาจแสดงพลังทั้งหมดออกมาได้
ทั้งสองเคลื่อนไหวด้วยความเร็วสูง เพียงพริบตาเดียวก็วิ่งออกมาไกลถึงสองลี้แล้ว คนอื่น ๆ ในขบวนรถเฟยหม่าถูกทิ้งห่างออกไปกว่าหนึ่งลี้ แต่ผู้บังคับการกลับไม่หวาดกลัวเลยสักนิด เขาจ้องเขม็งไปที่หลิวเวยอัน ไม่ปล่อยให้เขาคลาดสายตาไปแม้แต่วินาทีเดียว ยิ่งไปกว่านั้น เขาดูออกว่าลมหายใจของหลิวเวยอันค่อย ๆ อ่อนแรงลงเรื่อย ๆ แถมเลือดของหลิวเวยอันก็ไหลหยดมาตลอดทางแล้วด้วย
อีกด้าน เมื่อครู่ที่หลิวเวยอันกำลังจะหมดสติไป จู่ ๆ ลายแทงดวงดาวในสมองก็สั่นไหวขึ้นเบา ๆ มันเปล่งแสงออกมา ส่องให้เส้นทางข้างหน้าชัดเจนขึ้นมาอีกครั้ง พลังระลอกหนึ่งกระจายออกมาภายนอก ทำให้ร่างกายของเขากลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ความเร็วจึงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้ทิ้งระยะห่างมาได้ไกลขนาดนี้ หากไม่ใช่เพราะลายแทงดวงดาว ป่านนี้ เขาคงตายไปตั้งนานแล้ว
เมื่อสมองกลับมากระปรี้กระเปร่าอีกครั้ง เขาถึงเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าตอนที่ถูกผู้บังคับการโจมตีที่แผ่นหลังลายแทงดวงดาวก็คล้ายจะประกายแสงขึ้นมาเหมือนกัน อีกทั้งยังทุเลาพลังโจมตีส่วนใหญ่ลงไปอีกด้วย ไม่เช่นนั้น ต่อให้จะมีโล่กำบัง เขาก็คงเอาชีวิตไม่รอดอยู่ดี ระหว่างหลบหนี หลิวเวยอันก็ยัดเมล็ดพันธุ์พลังงานเข้าปากไม่หยุด บาดแผลบนร่างกายจึงสมานเข้าด้วยกันด้วยความเร็วที่น่าตกใจ ที่บอกว่าลมหายใจอ่อนแรง นั่นก็เป็นแค่สิ่งที่เขาแสร้งทำขึ้นเพื่อตบตาศัตรูเท่านั้น เห็นได้ชัดว่าหากจะต่อสู้กันแบบซึ่งหน้า เขาไม่ใช่คู่ต่อสู้ของอีกฝ่ายอย่างแน่นอน เหตุนี้ เขาจึงต้องพึ่งแผนการเช่นนี้
แต่แม้บาดแผลกำลังสมานเข้าด้วยกันอย่างรวดเร็ว ลูกศรที่ปักอยู่กลางหลังก็ยังสร้างความเจ็บปวดได้อย่างมหาศาลอยู่ดี ทุกครั้งที่เคลื่อนไหว บาดแผลที่หลังก็จะเจ็บปวดจนแทบขาดใจ มันเป็นเหมือนเครื่องทรมานที่ติดตัวเขาเช่นนั้น ยิ่งไปกว่านั้น เลือดที่ไกลมาตลอดทางก็ทำให้เขาเริ่มรู้สึกไม่ดีมากขึ้นเรื่อย ๆ เมล็ดพันธุ์พลังงานดีทุกอย่าง เสียก็แต่ไม่มีฤทธิ์ในการบำรุงเลือดเท่านั้น
ห่างออกไปห้าลี้ ในที่สุดหลิวเวยอันก็เริ่มช้าลงจนได้ ใบหน้าของเขาซีดเผือดจนน่ากลัว เขาจำต้องช้าลงอย่างไม่มีทางเลือก ไม่เช่นนั้น ต่อให้ไม่ถูกผู้บังคับการฆ่าตาย ก็ต้องตายเพราะเลือดไหลหมดตัวอยู่ดี เขาจึบลูกศรดอกหนึ่งเอาไว้ ในตอนที่หลิวเวยอันเตรียมจะสู้ตายกับศัตรู จู่ ๆ หางตาก็เหลือบไปเห็นร่างที่คุ้นเคยของใครบางคน ร่างนั้นผอมบาง แต่ก็คล่องแคล่วว่องไวเป็นอย่างมาก สามารถวิ่งผ่านพงไพรได้อย่างเงียบงัน แถมยังรวดเร็วกว่าเขาเสียอีก
เขายิงลูกศรไปทางด้านหลัง จากนั้นก็เปลี่ยนทิศทาง และเคลื่อนไหวด้วยความเร็วสูงอีกครั้ง
ผู้บังคับการเบี่ยงหลบลูกศรได้อย่างง่ายดาย เขาฉายความสงสัยออกมาทางสายตา เมื่อครู่ เห็นได้ชัดว่าพละกำลังของหลิวเวยอันกำลังลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่ตอนนี้ทำไมจู่ ๆ เขาก็เร่งความเร็วอีกครั้งได้? ยิ่งไปกว่านั้น ครั้งนี้ ดูเหมือนเส้นทางหลบหนีของเขาจะดูประหลาดเหลือเกิน แต่ผู้บังคับการมีฝีมือแกร่งกล้าแถมยังกล้าหาญกว่าใคร จึงไม่ใส่ใจกับรายละเอียดเหล่านี้ เมื่อเห็นดังนั้นก็วิ่งตามออกไปด้วยความเร็วสูงสุดทันที
ในตอนนั้นเอง จู่ ๆ หลิวเวยอันที่ห่างออกไปหลายร้อยเมตรก็ชะงักฝีเท้าลง ทันทีที่เขาหันกายกลับมาลูกศรสามดอกก็พุ่งตรงเข้ามาหาผู้บังคับการด้วยความเร็วประดุจฝนดาวตก ทิ้งเสียงแหวกอากาศดังลั่นเสียดแก้วหู ผู้บังคับการสังเกตเห็นการกระทำของหลิวเวยอัน และเปลี่ยนตำแหน่งเพื่อหลบหลีกตั้งแต่ตอนที่เขาหันหน้ากลับมาแล้ว น่าเสียดายที่เมื่อก้าวเท้าออกไป ใต้เท้ากลับมีเพียงความว่างเปล่า
แย่แล้ว กับดัก!
หลุมขนาดใหญ่ปรากฎขึ้นที่ใต้เท้า แถมที่ก้นหลุมยังเต็มไปด้วยหนามแหลมที่คมกริบ และเปล่งประกายไปด้วยแสงสีฟ้า มันเป็นหนามอาบยาพิษนั่นเอง แค่ถูกหนามนั้นเสียดสีจนกลายเป็นแผลถลอกเพียงเล็กน้อย หากไม่ตายก็ต้องบาดเจ็บสาหัสอย่างแน่นอน ยิ่งหากตกลงไปในนั้นก็ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเลย
หลิวเวยอันเคยคิดว่าหากตนตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกับผู้บังคับการ ตนควรจะเอาตัวรอดอย่างไรดีแต่น่าเสียดายเหลือเกินที่นอกจากความตายแล้วดูเหมือนเขาไม่น่าจะไม่มีทางเลือกอื่น แต่ยอดฝีมือระดับเงินหรือจะมาตายอย่างอนาถเช่นนี้? ผู้บังคับการรีบเกร็งร่างกายเอาไว้ นอกจากจะไม่ร่วงลงไปแล้ว กลับยังลอยสูงขึ้นมาเสียอีก เขาลอยตัวขึ้นสูงกว่าหนึ่งเมตร จากนั้นก็ใช้นิ้วปักลงไปที่พื้นดินบริเวณขอบหลุม ด้วยกำลังของนิ้วแค่สองนิ้ว ก็พาให้ร่างของเขาลอยทะยานขึ้นสูงปานลูกปืนใหญ่ที่ถูกยิงออกไปได้แล้ว
แต่ผู้วางกับดักคาดเดาได้ตั้งแต่แรกแล้วว่าเป้าหมายแข็งแกร่งเพียงใด ในตอนที่ผู้บังคับการปักนิ้วลงบนพื้นดิน ไม้ขนาดใหญ่ที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางกว้างกว่าครึ่งเมตร มีความยาวมากกว่าสองเมตร และมีน้ำหนักอย่างน้อยสี่หรือห้าร้อยจินก็ร่วงลงมาจากเบื้องบน โครม... ไม้ขนาดใหญ่ร่วงลงสู่พื้นดิน ปลายด้านหนึ่งถูกเหลาให้กลายเป็นปลายแหลม แรงตกกระทบก่อให้เกิดเสียงที่ดังจนน่าหวาดกลัวขึ้น
ผู้บังคับการระเบิดแสงประกายขึ้นในดวงตา เขาซัดหมัดขวาที่แฝงไปด้วยแสงเหลืองทองไปที่ปลายแหลมของไม้ท่อนนั้น เวลาคล้ายจะหยุดชะงักลงชั่วขณะ ก่อนเสียงระเบิดที่ดังสนั่นจะปะทุขึ้น ไม้ขนาดใหญ่แตกกระจายออกเป็นเสี่ยง ๆ ผู้บังคับการทะยานขึ้นไปกลางอากาศ ใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเย็นชาก็ประกายสีแดงสดออกมาให้เห็น
ร่างผอมเล็กกระโดดลงมาจากต้นไม้ที่อยู่ห่างออกไปถึงสามเมตรด้วยความเร็วสูง กระกายดาบอันน่าข่มขวัญพุ่งเข้ามาปกคลุมห้วงอากาศ และครอบคลุมร่างกายของผู้บังคับการเอาไว้ ก่อนที่นายของมันจะมาถึงเสียอีก เสียงกระทบที่ดังสนั่นดังขึ้นถี่รัว เป็นดั่งสายฝนที่ร่วงลงบนใบตอง ปานดั่งน้ำตกที่ไหลทะลักลงมา เพียงพริบตาเดียวเงากาบที่ลอยอยู่เต็มฟ้าก็สลายหายไปพร้อมกับเสียงคำรามของผู้บังคับการ เสียงนั้นเป็นดั่งสายฟ้าที่ผ่าลงมาอย่างกะทันหัน ร่างของคนทั้งสองถอยห่างออกจากกัน หลูเยี่ยนมาเร็ว แต่ก็ไปเร็วเช่นกัน นางลอยกระเด็นออกไป ก่อนแผ่นหลังจะกระแทกกับกิ่งไม้อย่างแรง เลือดสดไหลลงมาตามมุมปาก พลันใบหน้าก็ขาดซีดลงอย่างรวดเร็ว
ผู้บังคับการได้รับบาดเจ็บที่ดวงตาซ้าย เลือดสดไหลเป็นทาง เขาเองก็กลายเป็นนักรบตาเดียวในพริบตา
การต่อสู้ของทั้งสองช่างแสนสั้น เพิ่งเริ่มต้นขึ้นก็สิ้นสุดลงเสียแล้ว หลิวเวยอันยังไม่ทันได้ดูการต่อสู้ชัด ๆ เลยด้วยซ้ำ แต่นั่นก็ไม่ใช่อุปสรรคสำหรับการลอบยิงของเขา
การสู้อย่างสุดกำลังของหลูเยี่ยน ทำให้ผู้บังคับการสูญเสียโอกาสในการหลบหนีจากกับดักในครั้งนี้ ท่อนไม้ขนาดใหญ่สองท่อนที่ถูกเหลาให้ปลายแหลมพุ่งเข้ามาจากทางซ้ายและขวา แม้ท่อนไม้ทั้งสองท่อนไม่ได้มีขนาดใหญ่เท่ากับท่อนไม้ท่อนแรก แต่เพราะถูกดันออกมาด้วยพลังในกับดัก หากถูกท่อนไม้นี้เล่นงานเข้า แม้แต่ยอดฝีมือระดับเงินก็มีความเสี่ยงถึงตายได้เช่นกัน
ต่อจากนั้นก็เป็นละอองสีขาวซึ่งยังไม่รู้ว่ามันคืออะไรกันแน่ ถึงกระนั้น ในเมื่อมันมาปรากฎอยู่ที่นี่ ย่อมไม่ใช่สิ่งดีอยู่แล้ว บัดนี้ ทางเดียวที่สามารถหนีไปได้ก็คือด้านบน ผู้บังคับการไม่รอช้า ตัดสินใจหลบหนีไปทางด้านบนทันที แต่ในวินาทีต่อมา เขากลับต้องเสียใจกับการตัดสินใจในครั้งนี้
ลูกศรจำนวนมหาศาลพุ่งออกมาด้วยความเร็วประดุจสายฟ้า ไม่ว่าเขาจะเคลื่อนไหว หรือหลบหนีไปยังทิศทางใดก็ต้องถูกลุกศรเหล่านี้โจมตีอยู่ดี ไม่มีทางที่เขาจะหลีกหนีไปได้เลย
ผู้บังคับการรับรู้ได้ว่าหลิวเวยอันรู้ทันการเคลื่อนไหวและการกระทำของตนจนหมดสิ้น เขายิงลูกศรเข้ามาในจุดที่อ่อนแอที่สุดเสมอ สมดั่งคำที่ว่า จะตีงูให้ตีที่หาง ใบหน้าของผู้บังคับการแดงขึ้นเรื่อย ๆ จนในที่สุด ขณะที่เตรียมจะใช้นิ้วปักลงไปบนพื้นดินอีกครั้ง เขากลับเคลื่อนไหวช้าลงไปหนึ่งจังหวะ ลูกศรพุ่งเข้ามาด้วยความเร็วสูง ทันใดนั้น นิ้วทั้งสองนิ้วฝ่ามือ รวมไปถึงท่อนแขนก็ถูกทำลายจนแหลกละเอียดในพริบตา เขาไม่รู้จักยันต์ฮู้ปราบผีดิบ แต่ความเจ็บปวดนี้ก็ทำให้เขาแทบคลั่งทีเดียว
เขาร้องคำรามเสียงดัง เป็นดั่งสายฟ้าที่ผ่าลงกลางพิภพ ใบไม้กลางไพรร่วงหล่นลงมาจากต้น ร่างแข็งแกร่งประกายแสงสีแดงออกมา และเริ่มหมุนเป็นวงกลมอย่างรวดเร็ว สายลมพัดผ่านไปอย่างบ้าคลั่ง ท่อนไม้ภายในกับดักถูกทำลายจนแหลกละเอียด ผู้บังคับการทะยานขึ้นไปกลางอากาศ เขาหายตัวไปหลายครั้ง ปานดั่งดวงวิญญาณที่แฝงตัวอยู่กลางนภา และไปปรากฎตัวอีกครั้งที่เบื้องหน้าของหลิวเวยอัน ผู้บังคับการซัดหมัดเพียงข้างเดียวที่เหลืออยู่ออกไป ยังไม่ทันที่หมัดจะเหวี่ยงโดน พลังหมัดที่แข็งแกร่งปานกำแพงหนาก็ถูกส่งออกไปก่อน
หลิวเวยอันลมหายใจขาดห้วง หัวใจก็หยุดเต้นลงชั่วขณะ พลังที่กระจายออกมาจากหมัดนั้นเป็นดั่งภูเขาไฟที่อัดอั้นมานานไม่รู้กี่ปี ซึ่งในที่สุดก็เตรียมจะระเบิดออกมาแล้ว
ด้วยพลังโจมตีระดับนี้ อย่าว่าแต่เขาที่มีพลังแค่ระดับเหล็กดำเลย ต่อให้จะเป็นยอดฝีมือระดับทองแดงก็ต้องแหลกละเอียดจนไม่เหลือแม้แต่ผุยผงอย่างแน่นอน
การโจมตีอย่างสุดกำลังของยอดฝีมือระดับเงิน ช่างน่าหวาดกลัวเหลือเกิน
ในส่วนลึกของสมอง ลายแทงดวงดาวฉายแสงที่น่าแสบตาออกมา พลังภายในร่างกายก็เริ่มขับเคลื่อนด้วยความรวดเร็วและบ้าคลั่งอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ถึงกระนั้น เขาก็ยังไม่สามารถหลุดพ้นจากการพันธนาการนี้ได้ แค่ขยับนิ้วมือสักนิ้วยังทำไม่ได้เลย
เสียงคำรามแหลมดังขึ้น หลูเยี่ยนที่หายไปปรากฎตัวอีกครั้งที่เบื้องหลังของผู้บังคับการ ดาบสั้นถูกแทงเข้าไปที่กลางหลังกว้าง ทว่าคมดาบเพิ่งแทงเข้าไปเพียงไม่กี่เซ็นติเมตรก็รู้สึกเหมือนแทงลงบนแผ่นเหล็กแกร่ง ไม่สามารถแทงลึกเข้าไปกว่านี้ ในขณะเดียวกัน จู่ ๆ พลังที่แข็งแกร่งจนไม่อาจขัดขืนก็ถูกส่งออกมาผ่านทางดาบสั้น หลูเยี่ยนร้องอุทานขึ้น ก่อนจะลอยทะยานออกไปด้านหลัง ทิ้งเพียงเลือดสดเอาไว้ที่กลางอากาศ
ขณะที่หลูเยี่ยนถูกผลักออกไป หลิวเวยอันก็รับรู้ได้ว่าพลังกดดันที่น่าสยดสยองนี้เผยช่องโหว่ออกมาแล้ว สัญชาตญาณสั่งให้เขายิงลูกศรออกอย่างสุดพลัง เริ่มจากการดึงลูกศรออกมา ทาบลูกศรลงบนธนู ง้างธนู เล็ง และยิงออกไป เขาทำทั้งหมดได้ในพริบตา ลูกซรที่รวดเร็วยิ่งกว่าสายฟ้าพุ่งทะลุเข้าไปที่กลางหน้าผากของผู้บังคับการทันที
ยันต์ฮู้ปราบผีดิบ
ขณะที่หัวของผู้บังคับการระเบิดออก หมัดหนักก็ซัดลงบนร่างของหลิวเวยอันเช่นกัน แม้การลอบโจมตีของหลูเยี่ยนจะทำให้พลังในหมัดลงไปกว่าครึ่ง แต่พลังในหมัดก็แทบจะทำให้หลิวเวยอันสิ้นใจลงในพริบตา เสียงหักของกระดูกดังขึ้น ร่างของหลิวเวยอันลอยกระเด็นออกไป และร่วงลงในจุดที่ห่างออกไปมากกว่ายี่สิบเมตร และนอนนิ่งอยู่เช่นนั้น ไม่ขยับอีกเลย
คล้ายจะผ่านไปนานแสนนาน แต่แท้จริงแล้ว เวลากลับผ่านไปเพียงสามนามีเท่านั้น หลิวเวยอันก็ฟื้นขึ้นมาแล้ว เขารู้สึกเจ็บปวดไปทั่วร่างกาย ไม่รู้ว่ากระดูกหักไปมากเท่าใดแล้ว ไหล่ซ้ายของเขาเหมือนจะหลุดผิดรูป นั่นทำให้เขาไม่กล้าขยับร่างกาย ในตอนนั้นเอง จู่ ๆ เขาก็ต้องหน้าถอดสีอีกครั้งเมื่อมีเสียงฝีเท้าดังขึ้นเบา ๆ มีคนกำลังมาที่นี่ และคนที่ว่าก็อยู่ห่างออกไปเพียงไม่ถึงสองร้อยเมตรเท่านั้น
-โปรดติดตามตอนต่อไป-