ทั้งสามคนต่างมุ่งหน้าไปที่หอประชุมซึ่งเป็นสถานที่ในการจัดการปฐมนิเทศสำหรับนักเรียนที่เข้าเรียนปีแรก หอประชุมนั้นอลังการอย่างที่เซนคิดเอาไว้ ไม่เพียงแต่มันจะมีขนาดใหญ่เท่านั้นแต่มันยังถูกตกแต่งอย่างสวยงาม การตกแต่งทำให้สิ่งปลูกสร้างนี้มีมูลค่าเพิ่มขึ้นไปอีก
“ช่างเป็นโรงเรียนที่ร่ำรวยจริงๆ เปิดก็เปิดให้เรียนฟรีพวกเขาไปเอาเงินจากไหนมาสร้างพวกนี้กันนะ…”
เซนกล่าวออกมาลอยๆ ในขณะที่เขานั่งลงในที่นั่งของตนเอง ดูเหมือนตอนนี้นักเรียนไม่จำเป็นต้องแบ่งตามห้องยังสามารถนักรวมกันได้ ดังนั้นเซน อับบาส และฮันน่าจึงนั่งติดกัน
“โรงเรียนวิลโลได้รับการสนับสนุนจากผู้ปกครอง แล้วยังได้รับการบริจาคการสนับสนุนจากศิษย์เก่าที่จบจากที่นี่ไปอีกด้วย ศิษย์เก่าของพวกเขาแต่ละคนแน่นอนย่อมไม่ใช่คนธรรมดา อย่างน้อยต้องมียศขุนนาง”
ฮันน่ากล่าวอธิบายให้กับเซนฟังด้วยท่าทางกระฉับกระเฉง ก่อนที่เสียงของผู้คนในห้องนั้นจะเงียบลง และถูกแทนที่ด้วยความเงียบและเสียงเท้าสม่ำเสมอของคนผู้หนึ่ง เมื่อเห็นว่าทุกคนต่างเงียบกันเซนจึงได้ย้ายสายตาไปที่เวทีขนาดใหญ่ซึ่งอยู่เบื้องหน้าของเขาและเป็นจุดเด่นที่สุดในหอประชุมแห่งนี้
ชายหนุ่มคนหนึ่งเดินขึ้นมาบนเวทีเพียงลำพัง เขาแต่งชุดเครื่องแบบเดียวกันกับนักเรียนคนอื่นๆ อย่างไรก็ตามบนคอเสื้อของเขานั้นกับติดเข็มกลัดสีทองรูปอีกาทองคำ มันทำให้เขาดูโดดเด่นกว่าคนอื่น ไม่ใช่แค่นั้นบนอกเสื้อของเขายังมีตัวเลข 2 ซึ่งบ่งบอกถึงชั้นปีที่เรียน
ทำให้นักเรียนใหม่หลายคนประหลาดใจไม่น้อย เพราะพวกเขาต่างคิดว่าผู้ที่จัดงานปฐมนิเทศขึ้นนั้นคือคณะอาจารย์และผู้บริหาร
“เหตุใดจึงไม่มีอาจารย์หรือพวกคณะบริหารของโรงเรียนแห่งนี้อยู่ที่นี่เลยล่ะ?”
เซนอดไม่ได้ที่จะต้องเอ่ยถามฮันน่าที่นั่งอยู่ข้างๆ ซึ่งหญิงสาวก็ได้กล่าวตอบมาว่า
“โรงเรียนนี้ถึงแม้ว่าจะมีคณะอาจารย์อยู่มากมาย แต่สำหรับคณะบริหารนั้นถูกควบคุมโดยสภานักเรียน ซึ่งผู้มีอำนาจมากที่สุดในสภาก็คือเจ็ดนักเรียนปีศาจ”
“อะไรคือเจ็ดนักเรียนปีศาจ พวกเขามีอำนาจมากขนาดไหนกัน?”
เซนกล่าวถาม เป็นครั้งแรกที่เขาได้ยินเกี่ยวกับโครงสร้างการปกครองของโรงเรียนแห่งนี้ แม้ว่าก่อนหน้านี้เขาจะได้ยินมาว่าโรงเรียนแห่งนี้นั้นมีเพียงนักเรียนเท่านั้นที่เป็นผู้คุมกฎ ส่วนผู้อำนวยการและคณะอาจารย์ทำหน้าที่เพียงแค่ดูแม้แต่การแนะนำพวกเขายังไม่มีสิทธิ์
“อำนาจของพวกเขามีตั้งแต่การออกกฎระเบียบ การลงโทษนักเรียนที่กระทำผิด รวมถึงการจัดกิจกรรมต่างๆ ภายในโรงเรียนแห่งนี้”
ฮันน่ากล่าวให้เซนฟัง ซึ่งเธอยังกล่าวต่ออีกว่าเจ็ดนักเรียนปีศาจนั้นล้วนแล้วแต่เป็นตัวตนที่แข็งแกร่งที่สุดในโรงเรียนและการจะได้พบกับพวกเขานั้นเป็นเรื่องที่ยาก เนื่องจากเพราะว่าพวกเขาจะออกมาแต่ในงานสำคัญของโรงเรียน และงานหลักๆ ของพวกเขาก็คือการเข้าร่วมการประลองรุ่นเยาว์ในระดับทวีปที่จะจัดขึ้นปีละครั้ง
นอกจากสภานักเรียนจะมีสมาชิกเสาหลักที่เรียกว่าเจ็ดนักเรียนปีศาจแล้ว พวกเขายังมีสมาชิกคนอื่นๆ ในสภาอีกหลายคนและแต่ละคนล้วนแล้วแต่แข็งแกร่งทั้งสิ้น ตำแหน่งเจ็ดนักเรียนปีศาจนั้นการจะได้รับมันจำเป็นจะต้องได้รับการยินยอมจากเจ็ดนักเรียนปีศาจคนเก่าเสียก่อน ซึ่งต้องแสดงผ่านการต่อสู้
ชายหนุ่มที่เดินขึ้นไปบนเวทีนั้นเป็นหนึ่งในสมาชิกสภานักเรียน ดูจากสัญลักษณ์อีกาทองคำบนปกคอเสื้อของเขา เซนนั้นสามารถมองเห็นความผันผวนของพลังวิญญาณของกระจายอยู่รอบตัวของเขา นั่นแสดงให้เห็นว่าชายผู้เป็นสมาชิกของสภานักเรียนผู้นี้นั้นมีพลังวิญญาณที่มหาศาลอย่างมาก
รุ่นพี่จากสภานักเรียนได้เดินมาหยุดที่กลางเวทีก่อนที่จะหันหน้ามามองพวกเขาเขาด้วยรอยยิ้มที่สดใสของเขา ก่อนที่จะกล่าวบางอย่าง
“ยินดีต้อนรับ เหล่าเพชรเม็ดงามแห่งวิลโลทุกท่าน ข้ามีนามว่าโจนาธาน บราวน์ ข้าเป็นหนึ่งในสภานักเรียนผู้คุมกฎ….”
บราวน์นั้นได้กล่าวถึงโครงสร้างการปกครองของโรงเรียนแห่งนี้ให้กับเหล่านักเรียนใหม่ฟัง ซึ่งเรื่องพวกนั้นเซนก็ได้ฟังมาจากฮันน่าแล้วเมื่อสักครู่
“ข้าว่าแล้ว…ทำไมท่านบราวน์ถึงได้คุ้นๆ ที่แท้เขาเป็นผู้สืบทอดหนึ่งในตำแหน่งเจ็ดนักเรียนปีศาจนี่เอง!”
นักเรียนคนหนึ่งซึ่งอยู่ไม่ห่างจากเซนมากนักกล่าวขึ้นทำให้ผู้คนต่างหันไปสนใจเขา ในตอนนั้นเองนักเรียนคนอื่นก็ร่วมออกความเห็นด้วย
“ข้านึกว่าจะเป็นแค่ข่าวลือซะอีก…ข้ายังได้ยินมาอีกว่าเขาทำให้หนึ่งในเจ็ดนักเรียนปีศาจพ่ายแพ้อย่างอนาถ…”
“…..”
เมื่อโจนาธาน บราวน์กล่าวจบก็ได้รับเสียงปรบมือและเสียงแสดงเชียร์มากมายโดยเฉพาะจากเหล่าสาวๆ เพราะบราวน์นั้นไม่เพียงแข็งแกร่งเท่านั้นแต่เขายังเป็นถึงชายหนุ่มรูปงาม แม้แต่เซนยังอิจฉาเพราะรูปร่างหน้าตาของบราวน์นั้นหากเป็นในโลกเก่าของเขาก็เปรียบได้กับไอดอลจากเกาหลีเลยทีเดียว
“ต่อไปเป็นตัวแทนของนักเรียนใหม่ที่สอบเข้าด้วยคะแนนสูงสุดของปีนี้ ขอเชิญ ลูเชี่ยน”
บราวน์กล่าวพร้อมกับถอยกลับไปข้างหลังก่อนที่จะมีชายผู้หนึ่งเดินขึ้นมาแทนที่ของบราวน์ ชายที่ชื่อลูเชี่ยนคนนี้มีลักษณะเป็นชายที่บึกบึนและดูหัวรั้น เพียงแค่มองรูปลักษณ์ภายนอกเซนก็สามารถคาดเดาได้แล้ว สายตาที่เขาใช้มองทุกคนในหอประชุมนั้นมันเต็มไปด้วยความดูถูกและมองพวกที่อยู่ต่ำกว่าตนเองเซนที่เห็นยังรู้สึกไม่ค่อยชอบใจเท่าไหร่นัก จากนั้นมันก็ได้กล่าวกับทุกคนว่า
“ข้าไม่ต้องการกล่าวอะไรให้มากความ แต่ข้ามาที่โรงเรียนนี้ก็เพื่อเกียรติยศและตำแหน่งเจ็ดนักเรียนปีศาจเพื่อนำตัวเองไปสร้างชื่อในการประลองระดับทวีป…ดังนั้นรุ่นพี่บราวน์ ข้าได้ยินว่าท่านนั้นเป็นผู้สืบทอดของเจ็ดนักเรียนปีศาจในรุ่นต่อไป ข้าสงสัยเหลือเกินในความแข็งแกร่งของพวกท่าน…ได้โปรดทำให้ข้าตาสว่างที”
เมื่อลูเชี่ยนได้กล่าวจบนักเรียนปีหนึ่งภายในหอประชุมก็พากันตกตะลึงทันที ในขณะเดียวกันรอยยิ้มที่ดูสดใสของบราวน์นั้นไม่ได้เปลี่ยนไปเลยราวกับว่าคำท้าของลูเชี่ยนนั้นไม่ได้สร้างความกดดันใดๆ ให้กับเขา
เซนนั้นหลับตาพร้อมกับส่ายหัวทันทีเมื่อเห็นท่าทางที่เย่อหยิ่งของนักเรียนผู้สอบเข้าได้ในอันดับหนึ่งของชั้นปี เซนไม่ต้องรอดูผลการต่อสู้เลยด้วยซ้ำเขาสามารถคาดเดาผลลัพธ์ได้ในทันที เพราะแม้แต่บราวน์นั้นแข็งแกร่งกว่าลูเชี่ยนมากขนาดที่ชายหนุ่มเองยังไม่สามารถมองเห็นความสามารถที่แท้จริงของรุ่นพี่คนนี้ได้
ก่อนที่ลูเชี่ยนนั้นจะได้กล่าวสิ่งใด เซนก็รู้สึกเหมือนกับพลังบางอย่างที่น่าขนลุกกำลังปะทุขึ้นมา ทำให้ชายหนุ่มเคลื่อนไหวด้วยสัญชาตญาณเอามือไปบดบังเบื้องหน้าของอับบาสและฮันน่าทำให้ทั้งสองนั้นต่างงุนงงอย่างมากว่าชายหนุ่มต้องการจะทำสิ่งใด
“ปัง!”
ราวกับเกิดเสียงระเบิดขึ้นอย่างไรก็ตามดูเหมือนคนอื่นจะไม่เห็นและไม่ได้ยินเสียงนั้น ออร่าสีดำมืดมิดราวกับมาจากก้นบึ้งแห่งความตายระเบิดออกมารอบตัวของบราวน์ มันเป็นออร่าที่หนาวเหน็บและแฝงไว้ด้วยจิตสังหารทำให้นักเรียนปีหนึ่งทุกคนยกเว้นเซนและเพื่อนๆ ทั้งสองที่อยู่ข้างเขาถึงกับเหงื่อแตก และพากันหน้าซีดจะเป็นลม แน่นอนว่าลูเชี่ยนที่อยู๋ใกล้ที่สุดนั้นถึงขนาดล้มทั้งยืนและช็อกไปเลยทีเดียว
ในตอนนั้นเองนักเรียนปีหนึ่งทุกคนจึงตระหนักได้ว่าพลังของสภานักเรียนนั้นไม่ใช่สิ่งที่พวกเขาสามารถจะดูถูกได้ และการไม่ทำตามกฎของโรงเรียนนนั้นพวกเขาจะต้องพบกับสิ่งใด ทุกคนต่างถูกออร่าที่แฝงไว้ด้วยจิตสังหารของบราวน์นั้นฝังความกลัวเข้าสู่เบื้องลึกของจิตใจ
“เกิดอะไรขึ้นกันทำไม ลูเชี่ยนถึงได้ล้มทั้งยืนแบบนั้น แล้วทำไมนักเรียนคนอื่นๆ ต่างพากันเป็นลมไปมากขนาดนี้กัน”
ฮันน่ากล่าวถามออกมาอย่างไรก็ตามกลับไม่มีใครตอบคำถามของเธอ บราวน์นั้นเรียกทีมแพทย์ของโรงเรียนมาและให้พวกนั้นแบกร่างของลูเชี่ยนออกไปก่อนที่เขาจะใช้สายตา มองมาที่เซนพร้อมกับแสดงรอยยิ้มที่ราวกับดวงอาทิตย์ออกมา ก่อนที่จะกล่าวขึ้นว่า
“การปฐมนิเทศวันนี้ก็จบลงแล้ว ขอให้ทุกท่านเดินทางไปที่ห้องเรียนของตัวเอง จะมีการแนะนำตัวที่ห้องเรียนในอีกครึ่งชั่วโมง สุดท้ายรุ่นพี่คนนี้ขอให้รุ่นน้องของข้าทุกคนโชคดี! และอยู่รอดจนเรียนจบสามปี!”