บทที่ 32 ไอ้สารเลวกับหญิงชั่วมาหาถึงที่ (รีไรต์)
ตอนนี้ลั่วฉิงเทียนก็สรุปได้แล้วว่าตราบใดที่ฆ่าผู้มีพลังพิเศษหรือฆ่าซอมบี้และสิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์ ระดับทักษะของเธอจะเพิ่มขึ้น ส่วนการอัปเกรดพื้นที่นั้น จำเป็ต้องกลืนกินทองคำและหยกอย่างต่อเนื่อง
ดูเหมือนว่าหลังจากที่อากาศหนาวจัดนี้ผ่านพ้นไป เธอจะต้องออกไปฆ่าพวกสัตว์ประหลาดนั่น
หลังจากที่เข้าใจกฎการอัปเกรดทักษะของตัวเองแล้วลั่วฉิงเทียนก็รู้สึกหิวขึ้นมาทันที
ต้าไป๋ก็เอาแต่เอาตัวมาถูขาเธอ คงจะหิวแล้วเหมือนกัน ลั่วฉิงเทียนไม่ได้รีบออกจากพื้นที่มิติ แต่ไปทีู่เาไม่ไกลที่อยู่ในพื้นที่ของเธอ
ที่นั่นมีทั้งไก่ เป็ด ห่าน วัว แกะ ม้า ลา และอื่น ๆ อีกเยอะแยะเต็มไปหมด
ลั่วฉิงเทียนพาต้าไป๋ ไปที่นั่นอย่างรวดเร็ว ในตอนที่ไปถึงแล้วได้พบกับบรรดาสัตว์น้อยใหญ่เ่าั้ ลั่วฉิงเทียนที่กำลังจะจับวัวตัวหนึ่งกลับไปให้ต้าไป๋กินเธอพบว่าท้องของวัวหลายตัวพองขึ้น
“นี่มัน... มีลูกวัวแล้วเหรอ?” เมื่อรู้แบบนี้ลั่วฉิงเทียนก็ตื่นเต้นอยู่ครู่หนึ่ง เธอหันไปมองต้าไป๋
“ต้าไป๋ วันนี้เราไม่กินแบบเป็ ๆ แล้วได้ไหม กินแบบที่ทำไว้แล้วดีกว่า”
ต้าไป๋มองไปยังฝูงวัวที่กำลังเล็มหญ้าอยู่ไม่ไกลด้วยแววตาอาลัย ก่อนจะหันหลังเดินกลับมาทีละก้าว
ลั่วฉิงเทียนรีบวิ่งตามต้าไป๋ที่กำลังเดินกลับไป พร้อมกับปลอบเบา ๆ ว่า
“เอาน่า วันนี้เรากินแบบนี้ไปก่อน พรุ่งนี้ฉันจะพาแกไปจับกระต่ายกลายพันธุ์เอง!”
ลั่วฉิงเทียนนำเนื้อวัวที่เตรียมไว้ในมิติออกมา วันนี้เธอจะทำเนื้อตุ๋นมันฝรั่ง
หลังจากหุงข้าวเสร็จขณะที่เธอรอข้าวสุกลั่วฉิงเทียนก็หยิบมีดออกมาเธอสับเนื้อวัวที่เตรียมไว้เป็ชิ้น ๆ ใส่กะละมังใบใหญ่
เมื่อข้าวและเนื้อตุ๋นสุกได้ที่แล้ว หนึ่งคนหนึ่งเสือก็เริ่มกินข้าวกัน
ระหว่างกินข้าวลั่วฉิงเทียนก็ไม่ลืมที่จะเปิดซีรีส์ “เจินหวน จอมนางคู่แผ่นดิน”ผ่านโทรศัพท์มือถือไปยังโทรทัศน์
การกินข้าวไปดูซีรีส์ไปแบบนี้ ทำให้รู้สึกเหมือนได้ย้อนกลับไปใช้ชีวิตก่อนวันสิ้นโลก
ส่วนข้างล่างหานซั่วและคนอื่น ๆ กำลังตามหาผู้รอดชีวิตอยู่ทีละชั้น จนกระทั่งมาถึงชั้นสิบ พวกเขาก็พบเข้ากับผู้รอดชีวิตคนหนึ่ง
กลุ่มคนถืออาวุธ บังคับผู้พักอาศัยบนชั้นสิบออกมาจนหมด
“พวกแกจะทำอะไร!” ผู้รอดชีวิตคนหนึ่งร้องอย่างน่าเวทนา
“อาหารเอามันออกมา!” ชายที่นำกลุ่มะโ
เขาร้องไห้หนักกว่าเดิม “พี่ชาย พวกเราไม่มีอาหารจริง ๆ “
“ไม่มีอาหารแล้วพวกแกจะรอดมาได้ยังไง! ดูสิ ตัวอ้วนท้วนสมบูรณ์! คิดว่าพวกฉันตาบอดหรือไง!”
พูดจบชายผู้นำกลุ่มก็สั่งให้พรรคพวกที่อยู่ข้างกาย พังประตูเข้าไปหาอาหารภายในห้องพัก ไม่นานนัก พวกเขาก็พากันวิ่งออกมา
“พี่ชาย ไม่มีอาหาร!” หานซั่ว ซึ่งเป็หนึ่งในกลุ่มผู้บุกรุก ออกมาด้วยสีหน้าซีดเซียว ราวกับจะอาเจียนออกมา
หลิวซือฉีทนไม่ไหว รีบวิ่งไปอาเจียนออกมาข้าง ๆ เธอไม่ได้กินอะไรมาหลายวันจนเกือบจะอาเจียนออกมาเป็น้ำดี
เมื่อเห็นดังนั้นชายผู้นำกลุ่มก็พอจะเดาได้ว่าภายในห้องนั้นมีอะไรอยู่
เขาเหลือบมองชายคนนั้นด้วยความรังเกียจ ก่อนจะเอ่ยว่า
“ไร้ค่าสิ้นดี! แม้แต่ญาติตัวเองยังกินลงคอ คนอย่างแกมันไม่สมค่าที่จะมีชีวิตอยู่หรอก!” พูดจบเขาก็ยกปืนขึ้น เล็งไปที่ชายผู้นั้นหมายจะปลิดชีวิต
ชายคนนั้นเห็นดังนั้นก็ร้องลั่นด้วยความหวาดกลัว
“ไม่ใช่นะ ผมไม่ได้กินญาติตัวเอง พวกนั้นเป็เพื่อนผม พวกเขาแข็งตาย ผมแค่กินศพเท่านั้น!”
“กินศพก็ต้องตายอยู่ดี!” หลิวซือฉีเป็คนพูดเธอเพิ่งเดินเข้าไปเห็นเหตุการณ์อันน่าสะอิดสะเอียนข้างในมา ภาพตรงหน้าทำเอาเธออยากจะอาเจียนออกมาอีกรอบ
ชายคนนั้นได้แต่เอาแต่โขกศีรษะลงกับพื้นต่อหน้าทุกคน
“ได้โปรดไว้ชีวิตผมด้วย ผมไม่มีทางเลือกจริง ๆ จริงสิ พวกท่านกำลังมองหาอาหารใช่ไหม ผมรู้ว่ามีอาหารอยู่ที่ไหน!”
หัวหน้ากำลังจะลั่นไก แต่พอได้ยินชายคนนั้นพูดเช่นนั้น เขาก็หยุดมือ
“แก รู้หรือ? ถ้ารู้จริง แล้วทำไมถึงต้องมาหลบซ่อน กินของพวกนั้นอยู่ตรงนี้?”
“ผมรู้จริง ๆ นะ ที่ชั้นสามสิบสามมีปีศาจร้ายอาศัยอยู่ บ้านหล่อนมีของกินเยอะแยะเลย แล้วยังมีหมาตัวเบ้อเริ่มอีกต่างหาก ทั้งอ้วนทั้งท้วนสมบูรณ์ ผมคนเดียวสู้มันไม่ไหวหรอก แม้แต่คนทั้งชั้นของเรารวมหัวกันยังเอาไม่ลง! แต่พวกคุณน่ะต่างออกไป พวกคุณมีคนเยอะ แล้วยังมีปืนอีก คงจะจัดการมันได้อยู่หมัด ที่บ้านหล่อนน่ะไม่ใช่แค่มีของกินนะ ได้ข่าวว่ายังมีไฟฟ้าใช้ด้วย!”
ชายหนุ่มผู้มีดวงตาเรียวเล็กจ้องมองคนพูดอย่างพิจารณา
“แกแน่ใจนะว่าไม่ได้โกหก?”
“ผมสาบานได้เลย ผมไม่ได้โกหก ถ้าไม่เชื่อนายลองไปถามคนอื่นดูก็ได้ ที่ชั้นสามสิบสามมีของกินจริง ๆ!”
ทันใดนั้นหลิวซือฉีก็ฉุกคิดขึ้นมาได้ถึงบางอย่างที่เขาเคยเห็นเข้า จึงเอ่ยขึ้นกับหานซั่วว่า
“หานซั่ว ฉันจำได้ว่าตอนที่ฉันเห็นลั่วฉิงเทียน เธอดูเหมือนจะพาสัตว์เลี้ยงอะไรบางอย่างมาด้วยนะ คงจะเป็หมาตัวเบ้อเริ่มที่มันว่านั่นแหละ เราลองขึ้นไปดูกันดีไหม!”
ทั้งกลุ่มสบตากันครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจพากันขึ้นไปดูที่ชั้นบน
แต่พวกเขาไม่ทันสังเกตเห็นว่า ชายหนุ่มที่ยืนอยู่ด้านหลังมองตามพวกเขาไปด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสมเพชเวทนาและสะใจ
ณ เวลานั้นลั่วฉิงเทียนกำลังเอร็ดอร่อยกับอาหารตรงหน้า ทันใดนั้นก็มีเสียงเคาะประตูอันดังสนั่นหวั่นไหว
ลั่วฉิงเทียนขมวดคิ้ว ใครกันกล้ามาเคาะประตูห้องเธอตอนนี้?
ลั่วฉิงเทียน เปิดใช้งานทักษะที่สามจิตััของตนเองแล้วพบว่าข้างนอกประตูคือ หานซั่วและหลิวซือฉี แถมรอบ ๆ ยังมีคนซ่อนตัวอยู่มากมาย ดูท่าทางแล้วพวกเขามาซุ่มโจมตีเธอแน่ ๆ
ตอนนี้ร่างกายขอ ลั่วฉิงเทียน สั่นสะท้านไปทั้งตัว
ไม่ใช่เพราะกลัว ไม่ใช่เพราะใ แต่เป็เพราะตื่นเต้น!
เดิมทีเธอคิดว่าหาก้าแก้แค้นหานซั่วอย่างน้อยเธอต้องรอจนกว่าฐานที่มั่นจะสร้างเสร็จ เธอถึงจะได้เจอกับไอ้เลวกับผู้หญิงชั้นต่ำคู่นี้
ไม่คิดเลยว่าทั้งสองคนนี้จะบุกมาหาเธอถึงที่
ลั่วฉิงเทียนเปิดประตูชั้นในสุดด้วยมืออันสั่นเทา จากนั้นจึงเปิดประตูบานนอกสุดออก
หานซั่ว ยืนอยู่ที่หน้าประตูมองลั่วฉิงเทียนพร้อมกับยิ้มอย่างมีเลศนัย
“ฉิงเทียนในที่สุดฉันก็เจอเธอแล้ว!” หานซั่วจ้องมองลั่วฉิงเทียน มันไล่สายตาขึ้นลงพิจารณาอย่างละเอียด
รูปร่างหน้าอกผายหลังสะโพกผุดผ่อง ผิวขาวเนียนละเอียด ใบหน้าเล็ก ๆ แดงระเรื่อ ดูงดงามกว่าเมื่อก่อนมาก
หานซั่วมองจนน้ำไหล เขาไม่รู้เลยว่านี่คือลั่วฉิงเทียนคนที่เขารู้จักจริง ๆ หรือเปล่า เมื่อเทียบตอนนี้กับเมื่อก่อนแล้ว เธอสวยราวกับนางฟ้าก็ไม่ปาน
แต่สิ่งนั้นก็ยืนยันได้เช่นกันว่า สิ่งที่คนข้างล่างพูดนั้นเป็ความจริง บ้านของลั่วฉิงเทียนมีของกินมากมาย แล้วยังมีลมอุ่นที่พัดออกมาจากประตูบ้านอีก บ้านของลั่วฉิงเทียนช่างเหมือน์จริง ๆ
“หานซั่ว?”
น้ำเสียงของลั่วฉิงเทียนเรียบเฉย ฟังไม่ออกว่าโกรธหรือดีใจ
แต่ตอนนี้หานซั่วตื่นเต้นมาก เธอชี้ไปที่แม่กุญแจที่ประตูแล้วพูดว่า
“ฉิงเทียน ฉันคิดถึงเธอมาก คิดถึงเธอจริง ๆ ฉันตามหาเธอมาตั้งนาน ในที่สุดก็ได้เจอเธอแล้ว รีบเปิดประตูเถอะนะ ต่อไปนี้เราจะได้อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข!”
ตอนนี้หานซั่วตื่นเต้นจนตัวสั่นเมื่อเห็นลั่วฉิงเทียนยื่นมือออกไปดึงประตูบานเลื่อนออกอย่างช้า ๆ
“ได้… เชิญเข้ามา”
ลั่วฉิงเทียนถอยหลังไปสองก้าวหลังจากเปิดประตู ถ้าหานซั่วกล้าเข้ามา เธอจะบีบหัวเขาให้แตกเป็เสี่ยง ๆ แน่นอน
แต่ในขณะที่ลั่วฉิงเทียนเปิดประตู ชายที่เป็หัวหน้าก็พุ่งชนหานซั่วจนล้มลง จากนั้นก็พาลูกน้องอีกสี่ห้าคนบุกเข้าไปในบ้านของลั่วฉิงเทียน
หานซั่วไม่ทันได้ก้าวขาเข้าไป ประตูก็ถูกปิดลงอย่างแรง
ชายที่เดินนำหน้าเข้ามาในบ้านของลั่วฉิงเทียนก็ร้องขึ้นอย่างสบายใจ
“ไม่คิดเลยจริง ๆ ว่าในยามเช่นนี้ยังมีสถานที่อันแสนสบายเช่นนี้อยู่อีก!”