“เป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ ?
*อา...นายท่านนนนนน..
“ห..ห..หัวของท่านข้าน้อยรู้สึกเหมือนมีไอควันลอยขึ้นมานะเจ้าค่ะ ห.หรือ..หรือว่า ท่านจะถูกธาตุไฟเข้าแทรก....อา...จะทำอย่างไรดี T-T
ขณะที่ เซี่ยงน้อยนั้นอธิบายเสร็จและกำลังหันศีรษะ ของนางเพื่อจะได้มองนายท่านของนางว่ามันนั้นมีคำถามหรือข้อสงสัยหรือไม่นั้น นางก็ต้องตกใจเพราะ เห็นควันลอยออกจากหัวของนายท่านของนาง และลุกลี้ลุกลน มโนว่ากันจิโดนธาตุไฟเข้าแทรก
*ช่า.....ซ่า
“ฟู้ววววส์....ค่อยดีขึ้นหน่อย
แต่ยังมิทันที่นางจะได้กล่าวคำพูดอะไรให้มากความ กันจิหยิบน้ำในแก้วแล้วราดลงบนหัวของมันเอง
“มิมีอะไรหรอกเซี่ยงน้อย ข้าแค่ใช้สมองเยอะไปกระมั้ง
*ฮ่าฮ่า
“นายท่านแน่ใจนะเจ้าคะ ??
“นั้นข้าจะทำการอธิบายถึงตระกูลที่ปกครองในโลกเบื้องล่างนะเจ้าคะ ตั้งใจฟังให้ดีด้วยนะเจ้าคะ…”
“อื้ม...แค่ถ้านายท่านไม่ไหว ให้บอกข้าน้อยด้วยนะเจ้าคะ
“เฮ้อ....
ก่อนที่นางจะเริ่มอธิบายต่อนั้น นางได้มองมันด้วยความเป็นห่วงอย่างมาก เพราะนางจะมิรู้ได้อย่างไรว่า นายท่านของมันก่อนที่จะถูกขับไล่ออกจากตระกูลนั้น มันโดดเรียนวิชาที่ต้องใช้สมอง วิชากวี วิชาศีลธรรม วิชามารยาทชั้นสูง วิชาประวัติศาสตร์โลกมหาปราณ ฯ.. จากที่นางจำได้วิชาพวกนี้เป็นวิชาท่องจำและต้องจำเพื่อไปสอบเข้า สำนักต่างๆ ซึ่งนี้และที่ทำให้มัน ได้รับฉายา “อัจฉริยะจอมซื้อบื้อ” เพราะวิชายุทธ มันเก่งกาจ แต่วิชาพื้นฐานพวกนี้ มันโง่งมยิ่งกว่าเด็ก 5 ขวบเลยกระมั้ง
แต่นางจะรู้ได้อย่างไร ว่าคนที่อยู่ในร่างของแกจุนในตอนนี้นั้นคือ กันจิ เด็กอัจฉริยะผู้มี IQ สูงถึง 275+ และที่นางเห็นว่ามีควันลอยขึ้นมิใช้เรื่องแปลก เพราะ มันกำลังจูนสมองน้อยๆของ เจ้าแกจุน “อัจฉริยะจอมซื้อบื้อ” นั้นเอง
“เซี่ยงน้อยมิต้องเป็นห่วงไป ข้ามิเป็นอะไรหรอก
“แค่นี้ เรื่องจิบ จิบ
“นั้นข้าน้อยจะเริ่มอธิบายเลยนะเจ้าคะ
5 ผู้เยี่ยมยุทธแห่งโลกมหาปราณ และ ในโลกมหาปราณเบื้องล่าง จะแบ่งออกเป็นทั้งหมด 1 ลัทธิ 2 สำนัก 3 ตระกูล นะเจ้าคะ ได้แก่
ลำดับที่หนึ่ง หงหว่านเอ๋อ ฉายา หัตถ์คราเทพ เจ้าของวิชา 13 ฝ่ามือคราวิญญาณ
ถูกนับเป็นหนึ่งในยุทธภพแห่งโลกมหาปราณแห่งนี้ในด้านพลังวิชาฝ่ามือ ฝ่ามือคราวิญญาณ ใช้วิธีโคจรพลังปราณ รวบรวมไว้ที่ฝ่ามือ แล้วปล่อยออกไป พลังฝ่ามือ รุนแรง เกรี้ยวกราด ดุดัน ว่ากันว่า พลังฝ่ามือคราวิญญาณ สามารถทำลายแผ่นหินศิลา ให้พลังทลายลงได้ในพริบตา
ลำดับที่สอง มู่ชิงอี้ ฉายา สวยสังหาร เจ้าของวิชา หมื่นมีดแปรเปลี่ยน
ถูกจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในด้านกระบวนท่ารอบสังหาร ท่าร่างคล่องแคล่ว ว่องไว คล้ายล่องหน กระบวนท่าไร้รูปแบบ ผันแปรต่อเนื่องประดุจสายน้ำ บางครั้งจริง บางครั้งเท็จ บางครั้งรุนแรง บางคราพริ้วไหว จู่โจมทุกครั้งเข้าจุดตาย
มู่ชิงอี้ เป็นคนที่รักอิสระ มักจะอยู่ไม่เป็นที่ นางไม่ชอบระเบียบแบบแผนขนบธรรมเนียมใดๆ จึงมักซ่อนกายสงบ ไม่ยุ่งเกี่ยวกับยุทธภพ ยกเว้นมีคนมาจ้างนางให้รอบสังหารคน
ลำดับที่สาม ม่านซิงซิง ฉายา 1 รอยยิ้ม 1 ชีวิต เจ้าของวิชา 5 กระบี่พิฆาตสวรรค์
กระบวนยุทธมีเพียงห้ากระบวนท่ากระบี่เพียงเท่านั้น แต่ทุกกระบวนท่าล้วน โหดเหี้ยม อำมหิต รวดเร็วประหนึ่งสายฟ้า ใช้ความรวดเร็ว ว่องไว ส่งรังสีพิฆาต จนคู่ต่อสู้ไม่สามารถตั้งกระบวนท่าตั้งรับได้ทันเวลาที่ม่านซิงยี้ ใช้อาวุธ จะไม่มีใครได้เห็นแม้เงากระบี่ของนาง มีคำเล่าลือว่า ผู้ที่เห็นรังสีกระบี่ของนางนั้นมิแต่วิญญาณของผู้ที่ถูกนางฆ่าไปแล้ว
ลำดับที่สี่ แม่ชีเทพหลิว ฉายา คงกระพันนิรันดร์ เจ้าของวิชา กายาคงกระพัน
กำลังภายในล้ำเลิศ กระบวนท่าป้องกันของนางนั้น แม้มิพลิกแพลงพิศดาร แต่การป้องกันนั้นกับไร้ช่องโหว่
นางมิได้เน้นการโจมตีเป็นหลัก แต่เน้นให้ศัตรูนั้นพลังลมปราณพร่องด้วยตัวของมันเอง แล้วนางค่อยกำราบมันทีหลัง นางเป็นคนเดียวใน 5 ยอดยุทธ ที่ไม่เคยฆ่าคนเลย จึงได้ฉายาว่าแม่ชีเทพ
แม่ชีเทพหลิว ด้วยชื่อเสียงของนางเอง จึงเคยถูกท้าประลองยุทธ โดย หงหว่านเอ๋อ เพื่อที่นางนั้นอยากรู้ถึงวิชาป้องกันของแม่ชีเทพหลิว ว่า จะไร้ช่องโหว่ จริง ตามที่ยุทธภพเล่าขานหรือไม่
แต่จนถึงบัดนี้ ยังไม่มีผู้ใดทราบผลการประลองในครั้งนั้น และทั้งคู่ก็หายสาบสูญไปตั้งแต่นั้นมา
ลำดับที่ห้า บุรุษอัจฉริยะกู๋เอ้อ ฉายา เทพดาบมือขาว เจ้าของวิชา ดาบตัดภูผา
ได้รับการยอมรับให้เป็นอันดับหนึ่งในด้านวิชาดาบ ท่องทั่วโลกแห่งมหาปราณโดยใช้ดาบตัดทมิฬ สยบยอดฝีมือมาทั่วหล้า ด้วย สิบห้ากระบวนท่าดาบตัดภูผา ทั้งยังมีวิชากายาภูผาที่แข็งแกร่ง พลังฟาดพันรุนแรงและดิบเถื่อน จนดูเหมือนมีดาบที่ใหญ่เท่าภูเขากดทับลงมาใน 1 กระบวนท่าของมัน
มีคำเล่าลือและบันทึกของจอมไร้เงาที่ว่ากันว่า บุรุษอัจฉริยะกู๋เอ้อ เคยท้าประลองกับ ม่านซิงซิง จากนั้นทั้งคู่ก็หายสาบสูญไปจากยุทธภพเช่นกัน
“ข้าน้อยได้ข่าวว่าทายาทของบุรุษอัจฉริยะกู๋เอ้อ นั้น กำลังจะเข้าพิธีวิวาห์กับบุตรีของตระกูลเหม่ยในโลกมหาปราณระดับกลาง ซึ่งข้าน้อยก็มิรู้เหมือนกันว่ามันจะแต่งกับใคร”
“นางกล่าวเสร็จ ก็หันมาชำเลืองมองหน้าของกันจิว่า มันจะรู้สึกอะไรไหม ซึ่งมันก็ทำให้นางตกใจเป็นอันมากเพราะมันนิ่งเหมือนมิได้ยินสิ่งที่นางนั้นกล่าวออกมา
ซึ่งอันที่จริงกันจิ มันเป็นคนฉลาด มันเก็บข้อมูลทั้งหมดไว้ภายในสมองอันชาญฉลาดของมัน และที่มันมิได้แสดงอาการอะไรออกมาให้เห็นนั้นเป็นเพราะว่า มันเป็นคนที่เจ้าคิดเจ้าแค้น ซึ่งพอมันได้ยินว่า ไอ้บักหำน้อยทายาทอะไรนั้นจะแต่งงานกับสตรีของตระกูลเหม่ย...ถึงกันจิจะไม่รู้ว่ามันจะแต่งงานกับบุตรีลำดับไหนในตระกูลเหม่ย แต่ด้วยมันนั้นเคยอ่านนิยายมาเยอะมาก และ ส่วนใหญ่พลอตนิยายคงจะวางโครงเรื่องว่ามันจะต้องแต่งกับนางเอกเป็นแน่ แม้มันดูสงบนิ่งเพียงเป็นอย่างมากนั้นเป็นสิ่งที่แสดงออกมาเพียงภายนอกเท่านั้น เพราะ ภายในจิตใจของกันจิเวลานี้นั้น ร้อนลวกแทบเผาไหม้
*ไอ้บักหำน้อยรอก่อนเถอะ *
กันจิแอบจดชื่อของบักหำน้อยผู้นั้นลง Death NOTE ไว้เรียบร้อยแล้ว
(เองรู้ได้ไงว่าของเขาน้อยบักหื่น)
“นายท่านเจ้าคะ ข้าจะขออธิบายถึง 2 สำนัก 3 ตระกูล 1 ลัทธิ แห่งโลกมหาปราณเบื้องล่างเลยนะเจ้าคะ
เมื่อนางเห็นมันนิ่งเงียบ มิไหวติงจึงจะเริ่มอธิบายต่อถึง 2 สำนัก 3 ตระกูล 1 ลัทธิ..
“แม่นาง...เออ เซี่ยงน้อย
“ข้า อยากทราบว่า จอมไร้เงาอยู่อันดับที่เท่าไรเหรอ ?
*พรู้ดดด อุ้ยยย ข้าอภัยเจ้าคะนายท่าน
“เอออ ไม่เป็นไร ข้าเริ่มชินแล้ว...เฮ้ออ!!!
“อา จอมไร้เงา ตามที่เคยบอกอธิบายให้นายท่านได้ฟัง ว่า เธ...เขานั้นมิใช่คนของโลกมหาปราณแห่งนี้จึงมิได้ถูกจัดลำดับเจ้าค่ะ แต่ถ้าจะให้เทียบฝีมือวิชายุทธ ทั้ง 5 คนนั้นรวมกันข้า..เขาก็สามารถชนะได้เจ้าคะ”
นางกล่าวเสร็จก็รีบเปลี่ยนเรื่อง เพื่อมิให้นายท่านของมันนั้นสงสัยในเรื่องจอมไร้เงา อีก แต่พระเอกมันเริ่มจะมั่นใจและว่าเซี่ยงน้อยสาวรับใช้ผู้นี้ของมันต้องมีความสัมพันธ์กับจอมไร้เงาแน่นอน
สำหรับ 1 ลัทธิ 2 สำนัก 3 ตระกูล แห่งโลกมหาปราณเบื้องล่าง นั้น จะประกอบไปด้วย
1 ลัทธิ นั้นคือ ลัทธิคาวโลหิต
ลัทธินี้แผ่อิทธิพลไปทั่วทั้ง โลกมหาปราณเบื้องล่าง สานุศิษย์ มากหล่น ส่วนใหญ่คน ในลัทธิจะเป็นพวกโจร หรือชาวยุทธที่ทำผิดกฎยุทธภพ แต่ ในลัทธินี้นั้น ก็ เป็นที่อยู่อาศัยของ พวกนักฆ่ารับจ้างด้วยเช่นเดียวกัน ส่วนเจ้าลัทธินั้น ได้ข่าวว่า มีพลังถึงระดับรวมปราน ขั้นที่ 9 ส่วนนามของ
เจ้าลัทธิ มันมีชื่อว่า ซ้ง....เอออ ซ้งดอสั้น เจ้าค่ะ
*พรู้ดๆ ฮาฮ่า *
*โป้ก !!! *
“ทันต้องตั้งใจฟังนะเจ้าคะ”
คราวนี้พระเอกที่กำลังตั้งใจฟัง และกำลังดื่มน้ำเพราะคอแห้งถึงกับบ้วนน้ำไปทางด้านหน้าอย่างมิได้ตั้งใจ แล้วลงไปนอนขำกลิ้งไปกลิ้งมาที่พื้นบ้าน แต่มันยังขำไม่เสร็จ ก็โดนเซี่ยงน้อย ของมันเอามะเหงกเขกกระบาลมันไป 1 ครั้ง ซึ่งนางหายไปจากสายตาของมันแล้วมาปรากฏอยู่ทางด้านข้างของมันตอนไหนมันก็มิทราบ ได้
2 สำนักนั้น แบ่งออกเป็น ฝั่งหยิน กับ ฝั่งหยาง เป็นคู่แข็งกันมาตลอด ได้แก่
สำนักที่ 1 หอวิสุทธิ์ศักดิ์สิทธิ์ ซึ่ง ณ ที่แห่งนี้นั้นจะมีศิษย์ที่เป็นสตรีเท่านั้นนะเจ้าคะ จะไม่รับศิษย์ที่เป็นบุรุษ ยกเว้นศิษย์ฝึกหัดที่มีหน้าที่ไว้ช่วยพวกงานบ้านงานเรือน เท่านั้น ส่วนเจ้าสำนักนั้นได้ยินว่า แซ่เหอ ว่า มีพลังถึงระดับรวมปราณ ขั้นที่ 9 ข้าน้อยได้ข่าวว่านางนั้นลงมาจากโลกมหาปราณระดับกลาง แล้ว ก่อตั้งหอวิสุทธิ์ศักดิ์สิทธิ์ ขึ้นมาเจ้าค่ะ
สำนักที่ 2 หอหยางพิสุทธิ์ ซึ่ง ณ ที่แห่งนี้นั้นจะมีศิษย์ที่เป็นบุรุษส่วนมาก ซึ่งประมาณ 70 % ของศิษย์ในสำนักเจ้าค่ะ ส่วนสตรีที่ฝึกอยู่ในสำนักนี้ ส่วนใหญ่จะเป็นพวกที่ ชอบใช้ความรุนแรง หรือ เป็นพวกที่โมโหนร้าย เจ้าค่ะ ส่วนเจ้าสำนักนั้นได้ยินว่า แซ่เหมียง และ มีพลังถึงระดับรวมปราณ ขั้นที่ 9 เหมือนกันเจ้าคะ ข้าน้อยได้ข่าวว่านางนั้นเป็นคนจากโลกมหาปราณเบื้องล่างนี้แต่ฝึกจนถึงขั้นนี้ได้ในอายุไม่ถึง 20 ปีบริบูรณ์ ส่วนทำไมถึงได้กลายเป็นสำนักได้นั้นเพราะ ทั้งสองสำนักเป็นคู่แข่งกันเจ้าค่ะ
ซึ่งข่าวบอกว่าพวกนางนั้นเป็นเพื่อนกันแต่ชอบแข่งขันกันจึงตั้งสำนักขึ้นมาเพื่อแข่งขันกันเจ้าคะ
ส่วน 3 ตระกูล จะแบ่งออกเป็น
ตระกูลอันดับที่ 1 ตระกูล ฟง มี 4 ดรุณี 4 พี่น้องเป็นต้นกล้าใหม่แห่งตระกูลซึ่งผู้ก่อตั้งได้ตั้งความหวังไว้ที่พวกนางทั้ง 4 คน ซึ่งได้แก่ ฟงเซียงอี้ ฟงเซียงยี้ ฟงเซียงหลาน และ ฟงเซียงเหมย เจ้าคะ
ตระกูลอันดับที่ 2 ตระกูล เซี่ยว มี 2 บุรุษ พี่น้องเป็นต้นกล้าใหม่แห่งตระกูลซึ่งผู้ก่อตั้งได้ตั้งความหวังไว้ที่พวกมันทั้ง 2 คน ซึ่งได้แก่ เซียวซ่งยี้ และ เซี่ยวเฟยเออ เจ้าคะ จริงๆ ต้องบอก 1 บุรุษ 1 สตรี แต่ เพราะน้องคนสุดท้องนั้นแม้จะเป็นสตรี แต่นิสัย เปิดเผย โผ่งผาง และ ชอบความรุนแรง เจ้าค่ะ ชาวยุทธเลยให้เป็น 2 บุรุษแทน
ส่วนตระกูลที่ 3 ท่านคงรู้จักเป็นอย่างดี เพราะมันคือตระกูลของนายน้อยเอง ซึ่งจริงๆมันควรเป็นอันดับ 1 แต่เพราะ ชื่อเสียงที่เสียหายไปเป็นอย่างมากจากการที่นายน้อยนั้นสิ้นพลังและถูกขับไล่เจ้าคะ
ตระกูลแกจุน เจ้าค่ะ ตระกูลแกจุน มี 5 บุรุษ เป็นแกนำ ได้แก่ แกจุนอี้ แกจุนมี้ แกจุนกัง แกจุนโค และแกจุนเจียง ทั้ง 5 นั้นมีพลังวรยุทธที่สูงล้ำเป็นอย่างมาก ซึ่งพวกมันมีพลังระดับก่อเกิด ขั้นที่ 8 7 6 5 4 ตามลำดับเจ้สค่ะ ซึ่งถ้าจะให้ถูก นายน้อยเป็นอันดับ 1 ซึ่งจะ 6 คนเจ้าค่ะ และ....
“พอก่อนแม่นางเซี่ยงอี้ มิต้องเล่าต่อแล้ว
มันพูดเสียงแข็ง ซึ่งดูก็รู้ว่ากำลังโกรธแค้นตระกูลนี้เป็นอย่างมาก ซึ่งพอนางเห็นมันเป็นแบบนี้ ก็น้อมก้มตัวลงเพราะตอนนี้หน้าที่ของนางนั้นหมดลงแล้ว นางจึงถอยกลับและเดินกับเข้าห้องของนางไป ปล่อยให้กันจิได้นั่งคิดนั่งโกรธอยึ่รเดียว
*ฮึมมม หึมมม*
“ไอ้ลูกหมา 5 ตัวนั้น ข้าจะเอาคืนให้สาสมกับที่พวกเจ้าเคยทำกับข้าและเซี่ยงอี้ ไว้ 10 20 เท่าเลย เตรียมตัวรอไว้ได้เลย มินานเกินรอหรอก”
*จึก อูวยย*
มันพูดเสร็จเห็นมีด บิ่นๆวางอยู่ใกล้ตัวของมันไปทางซ้าย มันเดินไปหยิบมากะจะทำเท่เหมือนตัวเอกในนิยาย ที่พอโกรธแค้นจะกรีดเลือดสาบาน แล้วดื่มมันลงไป แต่มันเกรียนกว่า เพราะ พอมันหยิบมีดขึ้นมาได้ก็นำมันมา จิ้มที่นิ้วแทน เหมือนการตรวจเบาหวาน แล้วเอามาผสมน้ำขึ้นดื่ม ให้เหมือนกันกับพระเอกในนิยาย
“เรานิทั้งหล่อ กล้าหาญ และ ยังหล่อเท่อีกตั้งหาก สาวที่ไหนจะไม่หลงรักละ หึหึ”
(เบิ้ดคำสิเว่า)
----------------