“ผู้สืบทอดบัลลังก์ คือรากฐานของแผ่นดินต้าิ มีเพียงการแต่งตั้งข้าเป็ผู้สืบบัลลังก์เท่านั้น จึงจะรับประกันได้ว่าแผ่นดินต้าิจะยั่งยืนชั่วกัลปาวสาน จูอวิ่นเหวินอ่อนแอไร้ความสามารถ ไม่เหมาะที่จะเป็ฮ่องเต้ เขาไม่อาจรักษาแผ่นดินต้าิเอาไว้ได้ เสด็จปู่จะสืบทอดบัลลังก์ให้เขาไม่ได้เด็ดขาด”
จูอวิ่นเถิงมาเพื่อขอความตายเป็เพียงข้ออ้างในการทำลายพิธีแต่งตั้ง สิ่งที่เขา้าจริง ๆ คือการชิงบัลลังก์
เมื่อเห็นจูอวิ่นเถิงเอ่ยปากขอตำแหน่งผู้สืบทอดบัลลังก์ต่อหน้าสาธารณชนเช่นนี้ ก็ทำเอาคนอื่น ๆ ในท้องพระโรงอึ้งจนทำอะไรไม่ถูกไปอีกครั้ง
แม้แต่จูอวิ่นเหวินที่เป็ที่โปรดปรานของจูหยวนจางมาโดยตลอด และมีขุนนางฝ่ายบุ๋นทั้งราชสำนักให้การสนับสนุน ก็ยังไม่เคยกล้าเอ่ยปากเรียกร้องตรง ๆ
ความ้าในใจนั้นเื่หนึ่ง แต่การพูดออกมาโต้ง ๆ เช่นนี้ถือเป็อีกเื่หนึ่งเช่นกัน
หลานอวี้และฉางเซิงที่ฟังอยู่ ต่างพากันร้อนใจจนแทบจะทนไม่ไหว
มีใครเขาชิงบัลลังก์กันด้วยวิธีนี้บ้าง?
“กระหม่อมฉีไท่ ขอถวายฎีกากล่าวโทษพระนัดดาสาม!”
ฉีไท่ ผู้ที่ถือว่าเป็คนฉลาดปราดเปรื่องอีกคนในยุคเจี้ยนเหวิน
เมื่อเห็นว่าบรรยากาศในท้องพระโรงเริ่มผ่อนคลายความตึงเครียดลงบ้างแล้ว จึงก้าวออกมากล่าวว่า “พระนัดดาสามทรงกระทำการอกตัญญู ไร้คุณธรรม กล้าบังอาจเรียกร้องตำแหน่งผู้สืบทอดบัลลังก์อย่างเปิดเผย ขอฝ่าาโปรดลงพระอาญาขั้นเด็ดขาด!”
“กระหม่อมเห็นด้วยกับท่านฉีไท่!” หวงจื่อเฉิงรีบขานรับเป็คนแรก
“กระหม่อมเห็นด้วย!” ขุนนางคนอื่น ๆ ที่สนับสนุนจูอวิ่นเหวิน ต่างพากันเอ่ยปากสนับสนุนตาม ๆ กันมา
จูอวิ่นเหวินเริ่มหายหวาดกลัวแล้ว เขาเห็นว่าจูหยวนจางไม่เอาความเื่ที่จูสยงอิงและคนอื่น ๆ นั้นตายอย่างไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด
ทั้งตัวเขาเองยังมีขุนนางฝ่ายบุ๋นจำนวนมากคอยหนุนหลัง แต้มต่อยังอยู่ที่เขา ทุกอย่างยังมั่นคงดี
จูอวิ่นเถิง เ้ามีอะไรมาสู้กับข้า?
พวกขุนศึกหยาบช้าพวกนั้นดีแต่ฆ่าฟัน แต่หาได้เข้าใจชั้นเชิงการ่ชิงอำนาจ
“อวิ่นเหวิน เื่นี้เ้าคิดเห็นอย่างไร?” จูหยวนจางหันมาถามเพื่อจะหยั่งเชิงจูอวิ่นเหวิน
จูอวิ่นเหวินกลับมาสำรวมท่าทีได้อย่างรวดเร็ว เขาคุกเข่าประสานมือแสดงความเคารพอย่างนบนอบแล้วกล่าวว่า
“หลานคิดว่า ในเมื่อน้องสาม้าตำแหน่งนี้ หลานที่เป็พี่ก็ควรจะหลีกทางให้ ขอเสด็จปู่โปรดแต่งตั้งน้องสามเป็ผู้สืบบัลลังก์ตามความ้าของน้องสามด้วยพ่ะย่ะค่ะ ยามเสด็จพ่อยังอยู่ มักจะทรงพร่ำสอนหลานเสมอว่า ในหมู่พี่น้องควรจะมีความรักใคร่กลมเกลียวและสมัครสมานสามัคคีกัน ประการแรก หลานไม่อยากกลายเป็ศัตรูกับน้องสาม ไม่อยากเห็นพี่น้องต้องแตกแยกผิดใจกัน ประการที่สอง ก็เป็อย่างที่น้องสามกล่าวมา หลานอาจไม่เหมาะสมกับตำแหน่งนี้ ขอเสด็จปู่โปรดทำความปรารถนาของน้องสามให้เป็จริง และขอทรงอย่าได้ถือโทษโกรธเคืองเขาเลย เขาเพียงแค่ทำไปด้วยอารมณ์ชั่ววูบและคิดมากจนเกินไปเท่านั้นพ่ะย่ะค่ะ”
เขาสามารถแสดงบทบาทพี่น้องรักใคร่ปรองดองได้อย่างไร้ที่ติ
เสด็จปู่โปรดปรานความกตัญญูและมิตรภาพในครอบครัว จูอวิ่นเหวินจึงแสร้งถอยเพื่อรุก หวังจะได้คะแนนความเห็นใจ
จูหยวนจางได้ฟังดังนั้นก็พยักหน้าอย่างชื่นชม
เหล่าเสนาบดีและขุนนางทั้งหลายต่างพากันส่งเสียงสรรเสริญ
หวงจื่อเฉิงและฉีไท่ต่างลอบยิ้มในใจ แผนตื้น ๆ แต่ได้ใจความของพระราชนัดดารองช่างเหนือชั้นยิ่งนัก!
นี่สิคือความกตัญญูเมตตา คือผู้สืบทอดที่ผ่านเกณฑ์ และเหมาะสมที่สุดที่จะเป็ฮ่องเต้องค์ต่อไปของต้าิ
จูอวิ่นเหวินตรงตามหลักคุณธรรมลัทธิขงจื๊อเื่การถ่อมตนและการเสียสละทุกประการ ซึ่งเป็ฮ่องเต้ประเภทที่พวกเขาเหล่าขุนนางฝ่ายบุ๋น้า
เมื่อเทียบกับจูอวิ่นเถิงแล้ว ความห่างชั้นกันก็ปรากฏชัดทันที
จูอวิ่นเถิงเห็นว่าจูอวิ่นเหวินเล่นบทพระเอกได้อย่างยอดเยี่ยม จึงกล่าวขึ้นว่า “เสด็จปู่ ในเมื่อจูอวิ่นเหวินเขามีสำนึกตนและยินดีจะถอยให้ ตำแหน่งผู้สืบทอดบัลลังก์นี้ย่อมควรเป็ของหลานโดยชอบธรรม ขอเสด็จปู่โปรดแต่งตั้งหลานเป็ผู้สืบบัลลังก์ด้วยพ่ะย่ะค่ะ”
“เ้าตัวแสบ เ้าช่างเป็คนไม่เกรงใจใครจริง ๆ ” จูหยวนจางเริ่มจะรู้สึกขบขันขึ้นมานิด ๆ แล้วถามต่อว่า “แล้วถ้าข้าไม่แต่งตั้งเ้าล่ะ?”
จูอวิ่นเถิงตอบทันควัน “ถ้าไม่ตั้ง หลานก็ขอลาตายพ่ะย่ะค่ะ”
จูหยวนจางถามต่อ “แล้วถ้าข้าไม่อนุญาตให้เ้าตายด้วยล่ะ เ้าจะทำอย่างไรต่อไป?”
เขาอยากจะเห็นว่าหลานคนนี้จะมีไพ่แบบไหนมาเล่นอีก
จูอวิ่นเถิงตัดสินใจยกระดับความรุนแรง เขาพร้อมจะชำแหละผลเสียหากตั้งจูอวิ่นเหวิน เพื่อสั่นคลอนความมั่นคงในใจของจูหยวนจาง
เขาถอนหายใจออกมา “เสด็จปู่ทรงใจคอเหี้ยมโหดยิ่งนัก ทรงอยากจะให้หลานเห็นกับตาตัวเองว่าญาติมิตรต้องมีจุดจบที่น่าสังเวชเพียงใด”
จูหยวนจางขมวดคิ้วถาม “เ้าเด็กเหลือขอ! นี่เ้าพูดจาเหลวไหลอะไรอีก?”
“หากจะพูดให้ดูดี จูอวิ่นเหวินนั้นช่างสง่างามเช่นบัณฑิต แต่ในความเป็จริงก็คือเป็คนอ่อนแอและไร้ความสามารถ เหลียงกั๋วกงหลานอวี้ นั้นหยิ่งพยองจองหองและดื้อรั้น เขามีอิทธิพลบารมีล้นเหลือในกองทัพ สกุลฉางเองก็เช่นกัน ทั้งหมดนี้คือญาติทางฝ่ายพระมารดาของหลาน เสด็จปู่คิดว่าพวกเขาจะยอมสยบต่อจูอวิ่นเหวินอย่างนั้นหรือ
พ่ะย่ะค่ะ? ยามเสด็จพ่อยังอยู่ ทุกคนย่อมสงบเสงี่ยมไร้กังวล แต่เมื่อเสด็จพ่อไม่อยู่แล้ว จูอวิ่นเหวินจะมีบารมีพอที่จะควบคุมพวกเขาอยู่หรือ? หากเขาควบคุมไม่อยู่ เพื่อรักษาเสถียรภาพในตำแหน่งฮ่องเต้
ของจูอวิ่นเหวิน เสด็จปู่จำต้องกวาดล้างสั่งฆ่าพวกเขาทิ้งหรือไม่?”
คำพูดของจูอวิ่นเถิงนั้นเฉียบขาดและชวนะเืขวัญยิ่งนัก
เขากล้าพูดความจริงที่ซ่อนอยู่ในเงามืดออกมาอย่างไม่เกรงกลัว
หลานอวี้และฉางเซิงที่อยู่ด้านล่างถึงกับรู้สึกเย็นวาบที่หนังศีรษะ พวกเขาเงยหน้าขึ้นด้วยความตระหนกและหันไปจ้องมองทางจูหยวนจาง
เมื่อลองคิดลึก ๆ ตามที่จูอวิ่นเถิงพูด พวกเขาก็เริ่มตระหนักว่าสิ่งนี้มีโอกาสเกิดขึ้นสูงมาก
่เริ่มแต่งตั้งต้าิ เหล่าแม่ทัพยังมีกองกำลังกล้าแกร่ง
หากจูอวิ่นเถิงได้ครองราชย์ พวกเขาย่อมยอมก้มหัวให้ด้วยความยินดี แต่ถ้าเป็จูอวิ่นเหวิน พวกเขาไม่มีทางสยบ
และเมื่อนึกถึงนิสัยที่เฉียบขาดโเี้ของเพชฌฆาตจูแล้ว เขาย่อมกวาดล้างเพื่อความมั่นคงของรัชทายาทแน่ ๆ
จูหยวนจางขมวดคิ้วแน่น นึกเสียใจที่ปล่อยให้หลานตัวแสบคนนี้พูดต่อไปเรื่อย ๆ แต่พอนึกจะห้ามก็สายไปเสียแล้ว
“พระชายาจิ้นอ๋อง เป็บุตรีของหย่งผิงโหว พระชายาเยี่ยนอ๋อง เป็บุตรีคนโตของจงซานอ๋อง พระชายาโจวอ๋อง เป็บุตรีของซ่งกั๋วกง พระชายาฉู่อ๋อง เป็บุตรีของติ้งหย่วนโหว เหล่าเชื้อพระวงศ์แห่งต้าินั้นล้วนเกี่ยวดองกับเหล่าขุนนางผู้มีบรรดาศักดิ์ ซึ่งเป็เื่ที่พบเห็นได้ทั่วไป โดยเฉพาะพระชายาสู่อ๋อง ยังเป็บุตรีของเหลียงกั๋วกงอีกด้วย
ขุนนางผู้มีบรรดาศักดิ์เหล่านี้ล้วนมาจาก 'หวยซี' เกาะกลุ่มกันเหนียวแน่น มีความเชื่อมโยงกับเหล่าอ๋องผู้ปกครองหัวเมืองต่าง ๆ ที่ถือกองกำลังทหารอยู่ในมือ และมีเกียรติภูมิในกองทัพอย่างสูง เสด็จปู่... เพื่อรักษาบัลลังก์ให้จูอวิ่นเหวิน พระองค์จะฆ่าพวกเขาด้วยหรือไม่?”
ทันทีที่จูอวิ่นเถิงกล่าวจบ เฝิงเซิ่ง ฟู่โหย่วเต๋อ หวังปี้ และคนอื่น ๆ ต่างพากันเงยหน้ามองขึ้นไปยังจูหยวนจางโดยพร้อมเพรียง สายตาเต็มไปด้วยความกังขาและหวาดหวั่น
ตามนิสัยที่พวกเขารู้จัก 'เพฌฆาตจู' ผู้นี้มา... พระองค์ต้องฆ่าแน่นอน!
จูหยวนจางรู้สึกได้ถึงสายตากดดันที่จับจ้องมาจากเบื้องล่างเป็ครั้งแรกในรอบหลายปี มันคือความรู้สึกอึดอัดและแหลมคมราวกับมีลูกธนูพุ่งมาเสียบที่กลางหลัง
อันที่จริง จูหยวนจางก็เคยกล่าวไว้จริง ๆ ว่า ในวันหน้าหากต้องกำจัดขวากหนามเพื่อถากถางทางเดินให้จูอวิ่นเหวิน เขาอาจจะต้องสังหารล้างบางบุคคลเหล่านี้จริง ๆ
เขาไม่นึกเลยว่า จูอวิ่นเถิงที่ดูจะไม่มีดีอะไรคนนี้ จะสามารถมองทะลุจุดอ่อนข้อนี้ได้!
การที่มองออกมันก็เื่หนึ่ง แต่การมาเปิดเผยความลับที่น่าขนพองสยองเกล้าต่อหน้าคนทั้งราชสำนัก นี่มันคือการเอาตาเฒ่าจูอย่างเขาไปแขวนไว้บนกองไฟให้คนสาปแช่งชัด ๆ !
เหล่าขุนนางแม่ทัพที่สู้รบชิงแผ่นดินเคียงข้างเขามาทั้งชีวิต เพียงเพราะในอนาคตอาจจะเป็ภัยต่ออำนาจของจูอวิ่นเหวิน ทุกคนจะต้องถูกกวาดล้างอย่างนั้น?
เสร็จนาฆ่าโคถึก เสร็จศึกฆ่าขุนพล... ช่างน่าหดหู่และชวนให้สั่นสะท้านสิ้นดี!
หลานอวี้และคนอื่น ๆ นิ่งเงียบ แต่สายตาจดจ้องไปยังจูหยวนจางนิ่งขรึม แรงกดดันที่เกิดขึ้นพร้อมกันจากเหล่าขุนศึกทำให้จูหยวนจางผู้ครองอำนาจสูงสุดถึงกับรู้สึกไม่มั่นคงขึ้นมาเป็ครั้งแรก
จูอวิ่นเถิงกล่าวต่ออย่างไร้เยื่อใย “เสด็จปู่ หลานนั้นกำพร้าพระมารดามาแต่เล็ก ต่อมาเสด็จย่าและพี่ใหญ่ก็สิ้นพระชนม์ลง และตอนนี้เสด็จพ่อก็ยังจากไปอีก ไม่นานหลังจากนี้... ท่านน้า ท่านตา และคนอื่น ๆ ก็จะต้องล้มหายตายจากไปตาม ๆ กัน เช่นนั้นแล้วเสด็จปู่จะปล่อยหลานไว้อีกทำไม มิสู้ประทานความตายให้หลานเสียั้แ่วันนี้เลยจะดีกว่าหลานทนไม่ได้ที่จะต้องรอดูโศกนาฏกรรมฆ่าล้างตระกูลที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต!”
สิ้นคำกล่าวนี้ ทั้งหลานอวี้และฉางเซิงต่างพากันใจหายวาบ รู้สึกเศร้าสลดขึ้นมาในใจทันที
เด็กคนนี้... ช่างน่าเวทนายิ่งนัก!
เสด็จปู่ของเขาช่างอำมหิตและไร้หัวใจเหลือเกิน!
ในหมู่องค์ชาย จูตี้ผู้ที่ไม่เคยเอ่ยปากเลยแม้แต่คำเดียวตลอดงาน วันนี้กลับเหลือบมองจูอวิ่นเถิงด้วยแววตาชื่นชมระคนแปลกใจ
เขารู้แล้วว่าหลานคนนี้ไม่ได้โง่เขลาอย่างที่คิด
นี่แสดงให้เห็นชัดแล้ว... ว่าเด็กคนนี้แสร้งโง่เพื่อปิดบังตัวตนมาตลอด!
ตอนนี้ทุกคนต่างก็ปักใจเชื่อไปแบบนั้นกันหมด
“พอที! เ้าจงหยุดพูดเดี๋ยวนี้!” จูหยวนจางทรงตะวาดเสียงก้อง
หากขืนปล่อยให้พล่ามต่อไป เกรงว่าตาเฒ่าหลานอวี้อาจจะทนไม่ไหวจนก่อฏขึ้นมาเสียก่อน
แต่ขณะเดียวกัน เมื่อเห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความเปล่าเปลี่ยวว่าสิ้นไร้ญาติมิตรของจูอวิ่นเถิง จูหยวนจางก็รู้สึกสะท้อนใจอยู่ลึก ๆ เช่นกัน
จูอวิ่นเถิงส่ายหน้ากล่าวต่อ “ไม่พ่ะย่ะค่ะ หลานยังพูดไม่จบ ญาติที่รักของหลานนั้นยังมีเสด็จอาทุกพระองค์อยู่ที่นี่ด้วย”
สายตาของเขาตวัดมองไปยังพวกของจูซ่างและเสด็จอาพระองค์อื่น ๆ
จูหยวนจางถามขึ้นด้วยน้ำเสียงเ็า “เ้ากำลังจะบอกว่า...ข้ายังคิดจะฆ่าแม้กระทั่งลูกในไส้ของตัวเองอย่างนั้นหรือ?”
เ้าหลานตัวดี เ้ามันช่างขวัญกล้าเทียมฟ้าจริง ๆ !
จูอวิ่นเถิงรีบอธิบาย “เสือร้ายย่อมไม่กินลูกตัวเอง เสด็จปู่คงไม่มีวันทำเช่นนั้นอยู่แล้ว แต่สำหรับคนอย่างจูอวิ่นเหวินนั้น...เขาจะยอมรามือจากเหล่าเสด็จอาที่มีอำนาจได้จริง ๆ หรือ? เื่นี้หลานเกรงว่ามันไม่แน่เสียแล้วพ่ะย่ะค่ะ”