“[ประกาศจากระบบ: ขอแสดงความยินดีด้วย มอนสเตอร์คู่หูลิลี่ ได้รับอาภร์ระดับAค่ะ ชุดนี้ถูกผนึกอยู่ หากกดใช้งานแล้วจะไม่สามารถแลกเปลี่ยนหรือขายได้]”
ลิลี่นั้นกำลังดีใจสุดขีด ดวงตาของเธอลุกวาว เธอรับชุดอาภร์ที่บรรจุในกล่องแก้วใสกับมือ ข้างในนั้นประกอบด้วยชุดเสื้อผ้าสามผืน ชุดสีแดงเข้ม ชุดสีชมพู และชมพูอ่อน ผ้าคาดเอวสีแดงเข้ม และเครื่องประดับหัวอีกหนึ่ง ที่เป็ดอกไม้ทับอยู่บนจันทร์เสี้ยวสีทอง
“ทันทีที่เปิดกล่อง จะถือเป็การใช้งานสวมใส่เลยนะ และคุณสมบัติเสริมแบบสุ่มทั้งสามชนิดก็จะสุ่มขึ้นมาทันที” ผิงๆ เ้าของร้านกล่าวขึ้นเมื่อลิลี่ทำท่าจะเปิดกล่อง
“ลิลี่ จะเปิดเลยไหม” สมิทกล่าวถามกระต่ายสาวที่ทำท่าอยากจะเปิดใจจะขาด พลอยใสและแพรเองก็รอดูว่าชุดใหม่ของลิลี่นั้นจะเป็อย่างไร ลิลี่พยักหน้าตอบรับ ก่อนที่เธอจะตัดสินใจเปิดกล่องทันที
ร่างของลิลี่เรืองแสงสีขาวก่อนที่ชุดในกล่องจะสวมใส่ให้เธออัตโนมัติ ลิลี่ในตอนนี้อยู่ในชุดอวาตาร์สีชมพูอ่อนสวยงาม ชุดคลุมด้านนอกนั้นลงลวดลายของพระจันทร์สีทองเอาไว้ด้วย ก่อนที่เครื่องประดับผมอย่างสุดท้ายจะติดที่ปอยผมด้านซ้ายของเธออย่างลงตัว
“[ประกาศจากระบบ: ขอแสดงความยินดี ชุดอวาตาร์อาภร์ ระดับA (สร้างโดยมาสเตอร์สมิธผิงๆ) ได้ถูกเปิดใช้งานค่ะ คุณสมบัติอื่นๆโปรดตรวจสอบที่ข้อมูลอวาตาร์สวมใส่]”
“[ข้อมูลอวาตาร์ อาภร์ ระดับA (สร้างโดยมาสเตอร์สมิธผิงๆ): ชุดอวาตาร์ที่ทำจากไหมเวทมนตร์ ไหมฟ้า ไหมโลหิต และด้ายเหล็กกล้า เพิ่มพลังป้องกันทางกายภาพและเวทมนตร์30% เพิ่มความรวดเร็ว10% และผู้สวมใส่จะได้รับสกิล Magic Barier ระดับC
มีคุณสมบัติแฝงดังนี้
1.เพิ่มพลังชีวิต 30% ของค่าพลังชีวิตตั้งต้นให้กับผู้สวมใส่
2.มีโอกาส25% ที่จะสะท้อนการโจมตีทางกายภาพหรือเวทมนตร์จากศัตรู
3.ลดการโจมตีทางกายภาพและเวทมนตร์จากศัตรูลง 1/4 ]”
“ขอบคุณมากค่ะพี่สมิท...รักที่สุดเลย” ลิลี่กล่าวก่อนจะโผตัวเข้ากอดสมิท ดูท่าเธอจะดีใจสุดขีด
“[ประกาศจากระบบ: มอนสเตอร์ลิลี่มีระดับค่าความภักดี และค่าความรักต่อผู้เล่นสมิทเต็มแล้ว ปลดล็อคระบบแต่งงานกับมอนสเตอร์คู่หูค่ะ เนื่องจากมอนสเตอร์กึ่งมนุษย์สามารถแต่งงานกับผู้เล่นได้]”
“และจะเอายังไงกับชุดของนายล่ะเพชร” พลอยใสกล่าวพลางถอนใจ “เล่นเอาเงินเปย์ให้ลิลี่จนหมดเลยน่ะ”
“แต่งงาน...” สมิทกล่าวทวนคำกับระบบปลดล็อคใหม่ เขาแทบไม่เชื่อหูตัวเองว่าเกมนี้มีระบบแต่งงานด้วย โดยเฉพาะแต่งกับมอนสเตอร์ของตัวเอง
“อะไรนะคะ แต่งงาน” แพรที่อยู่ใกล้ที่สุดกล่าวด้วยน้ำเสียงหยอกล้อ “ลิลี่น่ารักมากก็จริง แต่เธอเด็กเกินกว่าจะแต่งงานนะคะ รวมถึงพี่เพชรก็ด้วย”
คำพูดของแพรทำเอาลิลี่ที่กำลังกอดสมิทเขินอายอย่างหนัก เธอซุกหน้ากับอกของสมิททันที เพื่อซ่อนใบหน้าที่แดงระเรื่อ
“ไม่ฟังที่ฉันพูดเลยสินะ” พลอยใสกล่าวด้วยความน้อยใจ พลางเบือนหน้าหนี “ใช่สิ ฉันมันไม่น่ารักเหมือนลิลี่กับแพรนี่หน่า”
“เดี๋ยวๆ” สมิทรีบพูดห้ามทันที เพราะพลอยใสทำท่าเหมือนจะออกจากเกม “ไม่ใช่อย่างนั้น เื่ชุดของฉันน่ะ เดี๋ยวจะขายแร่ดิบธาตุมืดเอาล่ะกัน”
“แร่ดิบธาตุมืด” พลอยใสหูผึ่งทันที “ถ้าจะขายล่ะก็ขายฉันแล้วกัน เดี๋ยวฉันจะซื้อชุดอวาตาร์ให้นายเอง”
“แต่ฉันไม่แน่ใจว่าราคามันจะพอจ่ายค่าชุดของฉันหรือเปล่านะ” สมิทกล่าวก่อนจะเปิดระบบหน้าต่างผู้เล่น และมอบแร่ดิบธาตุมืดทั้งหมดของเขาให้พลอยใส
“พี่สมิทคะ” ลิลี่กล่าวก่อนที่เธอจะหยิบกล่องสุ่มแฟชั่นระดับA และกล่องสุ่มสกิลระดับB จากหน้าต่างเก็บของๆเธอออกมา มันคือของรางวัลที่เธอได้ตอนปราบมอนสเตอร์บอส ชาโดว์ไวเวิร์น และชาโดว์นาคานั่นเอง “เอาของหนูไปขายเถอะค่ะ พี่จะได้มีเงินซื้อชุดของพี่ไง”
“เธอเก็บไว้ใช้เถอะลิลี่ นั่นมันของสำคัญนะ” สมิทกล่าวพลางลูบหัวเธออย่างแ่เบา “ไหนๆก็หยิบมันออกมาล่ะ เปิดให้ฉันดูเลยได้หรือเปล่า”
สมิทกล่าวก่อนจะหยิบกล่องสุ่มสกิลระดับB ของเขาออกมาเช่นกัน แต่ทว่าแพรนั้นห้ามทั้งสองคนเอาไว้ก่อน
“พี่เพชรคะ พี่เปลี่ยนอาชีพก่อนเถอะ สกิลสุ่มจะได้ตรงกับอาชีพตัวเอง”
“นั่นสิ” สมิทกล่าวก่อนจะดูอาชีพที่เขาสามารถเปลี่ยนได้อีกทีหนึ่ง “แต่เอาตรงๆฉันเองก็ไม่เคยคิดเลยล่ะ ว่าจะเปลี่ยนอาชีพเป็อะไรดี”
“หา!!” ทั้งพลอยใสและแพรต่างร้องเป็เสียงเดียวกัน “นี่เื่ใหญ่เลยนะ”
“เราไปหาที่คุยกันก่อนดีไหม” สมิทกล่าวขึ้นเมื่อเธอเห็นลิลี่เริ่มมีเหงื่อที่ใบหน้า หูของเธอส่ายไปมา บ่งบอกให้รู้ว่ากระต่ายสาวเริ่มร้อนแล้ว เช่นเดียวกับเ้าลูกจิ้งจอกสามหางของแพร ที่เริ่มส่งเสียงร้องโหยหวน อันที่จริงตัวเขาเองก็เริ่มรู้สึกร้อนอบอ้าวแล้ว เพราะเวลาในเกมตอนนี้คือเที่ยงตรง
ทั้งสามคนตัดสินใจแวะร้านเครื่องดื่มเล็กๆข้างทาง ซึ่งตรวจสอบแน่ชัดแล้วว่าไม่ใช่ร้านของกิลด์อันเดอร์ครอส เพื่อคุยกันถึงเื่เปลี่ยนอาชีพ
“เพชร นายได้มีดูอาชีพไว้บ้างไหม” พลอยใสเอ่ยถาม “เดี๋ยวฉันและแพรจะช่วยกรองให้อีกที”
สมิทถอนใจ พลางจิ้มไปที่สองอาชีพที่เขาเล็งเอาไว้ นั่นคืออาชีพสไควร์ หรือผู้ช่วยอัศวิน ซึ่งจะพัฒนาเป็อัศวินสายต่างๆได้ กับอีกอาชีพหนึ่งคือการ์เดี้ยน หรือผู้พิทักษ์ที่มีสกิลคุ้มครองผู้เล่นหรือมอนสเตอร์
“จริงๆมันก็มีหลายอาชีพล่ะนะที่น่าสน” สมิทกล่าว “แต่ไม่ถูกใจฉันเท่าไหร่ เช่นอาชีพผู้ใช้โล่ที่เน้นการป้องกันและการสะท้อนจากโล่ โดยคำนวนจากพลังป้องกันของเรา อาชีพปราการเหล็กที่เปลี่ยนตัวเองเป็เกราะและดึงดูดศัตรู หรืออาชีพเซนจูเรี่ยนที่เน้นสกิลดาบกับเท้าเสียจนโล่มีไว้แค่ถือเฉยๆ”
“และนาย้าต่อสู้รูปแบบใดล่ะ” พลอยใสกล่าว “อยากได้อาชีพที่สามารถตั้งรับ และโจมตีได้ในเวลาเดียวกันสินะ...ซึ่งอาชีพที่นายว่ามา มันขาดๆหายๆทั้งนั้นเลยล่ะสิ”
“ถูกต้องพลอย ฉันถึงเลือกดาบและโล่ยังไงล่ะ” เพชรกล่าวด้วยเสียงเรียบ ก่อนที่เขาจะเริ่มเลือกเมนูของหวาน เนื่องจากพนักงานต้อนรับมายืนกดดัน พลอยใส แพร และลิลี่เองก็ตัดสินใจเลือกเมนูตาม
“อาชีพลับกลาดิเอเตอร์ โจมตีรุนแรงและบ้าคลั่ง” แพรกล่าวพลางวิเคราะห์ “ถึงขั้นมีสกิลที่แลกกับพลังชีวิตตัวเองเพื่อโจมตีด้วยซ้ำ...เพราะเหตุนี้พี่เลยขายอาชีพลับนั้นทิ้งสินะ”
“ถูกต้อง” สมิทกล่าว “ไม่ใช่ฉันไม่รู้ว่ามันหายาก แต่เพราะมันไม่ตอบโจทย์ฉัน ประกอบกับขายได้ในราคามากกว่าเท่าตัว เลยขายไปยังไงล่ะ”
“ตามที่พี่เพชรเลือกในตอนแรกนั่นแหละค่ะ” แพรกล่าวสมทบ“สไควร์ผู้ช่วยอัศวิน และการ์เดี้ยนผู้พิทักษ์ ทั้งสองอาชีพนี้มีสกิลสนับสนุนดาบและโล่ด้วยกันทั้งคู่ แต่สไควร์จะเน้นการใช้ดาบ ส่วนการ์เดี้ยนนั้นจะเน้นการใช้โล่ อยู่ที่พี่แล้วค่ะ ว่าจะเลือกอาชีพอะไร”
ระหว่างนี้พนักงานเสิร์ฟได้นำเครื่องดื่มมาเสิร์ฟที่โต๊ะของกลุ่มสมิท ลิลี่นั้นสั่งนมเย็นปั่นใส่ไข่มุก พลอยใสสั่งโกโก้ปั่นราดวิปครีม แพรสั่งนมร้อนถ้วยเล็กๆเรียบง่าย ส่วนสมิทนั้นสั่งเครื่องดื่มคาราเมลโฟลต ก่อนที่เขาจะลงมือกัดวิปครีมราด้าคำใหญ่ๆ พลางจ้องรายละเอียดสกิลการเปลี่ยนอาชีพไปด้วย
“ขอโทษนะทุกคน วันนี้คงไม่ได้เปลี่ยนอาชีพแน่ๆ เพราะฉันคิดไม่ตกจริงๆว่าจะเลือกอะไร”
ทางด้านของสาโท หัวหน้าหน่วยอันเดอร์ครอส กำลังรออยู่ที่ลานประลองร้างที่ชื่อว่าสมรภูมิของไพรริคอย่างใจจดใจจ่อ เขาแอบซุ่มกำลังพลเอาไว้ส่วนหนึ่งในพงหญ้า แต่ทว่าเขากลับไม่พบแม้แต่เงาของสมิท ทำเอาเขารู้สึกหงุดหงิด
“ไชยา ที่เมืองไอร่อนซอร์ดมีวี่แววของสมิทและนังกระต่ายตัวเมียมั้ย” สาโทติดต่อไชยาผ่านสมอลทอล์ค แต่ทว่าอีกฝ่ายกลับเงียบใส่ ก่อนที่ไชยาจะตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงแ่เบา
“ไร้วี่แววครับหัวหน้า...สมาคมแบล็คสมิธไม่มีเป้าหมายของเรา พวกลูกน้องคนอื่นๆที่ดักรออยู่หน้าอาคารสำนักงานเปลี่ยนอาชีพสากล ก็ไม่พบตัวของไอ้สมิทครับ”
ระหว่างนั้นเอง จอมเวทในชุดคลุมสีแดงเพลิง และน้องสาวของเขาในชุดคลุมสีชมพูก็เดินมาที่สมรภูมิของไพรริค ทั้งสองจูงมือกันมาด้วยท่าทีสบายอารมณ์ สาโทกดปิดระบบเสียงที่สมอลทอล์คทันที พลางจับตาดูทั้งสอง
“ที่นี่ไม่ใช่แหล่งเก็บเลเวล และบอสประจำด่านก็เกิดเดือนละครั้ง” สาโทกล่าวด้วยน้ำเสียงแ่เบา “ในนั้นต้องมีคนที่มีใบเปลี่ยนอาชีพลับกลาดิเอเตอร์แน่ๆ”
เมื่อคิดได้เช่นนั้น สาโทจึงสั่งการให้ลูกน้องสิบกว่าคนของเขาเข้าไปล้อมจอมเวทในชุดคลุมสีแดง กับน้องสาวของเขาทันที
“ส่งใบเปลี่ยนอาชีพลับมาซะ” สาโทกล่าว “ฉันรู้ว่าพวกแกไม่ได้มาเดินเล่นแถวนี้แน่ๆ”
ลูกน้องสิบกว่าคนของสาโทนั้นมีมอนสเตอร์ประจำตัวชนิดเดียวกัน คือหมาป่าเทาระดับB เป็มอนสเตอร์ที่มีจมูกที่ยอดเยี่ยม และติดตามเหยื่อแบบไม่ปล่อย อีกทั้งมันยังรับรู้ถึงอันตรายได้ดีกว่ามอนสเตอร์ในระดับเดียวกัน ดังนั้นมันจึงเป็มอนสเตอร์ยอดนิยมของกิลด์อันเดอร์ครอส
ทันทีที่กลุ่มลูกน้องของสาโทล้อมจอมเวทชายเอาไว้ พวกหมาป่าเทาต่างตัวสั่นหางจุกตูด ส่งเสียงร้องงืดๆด้วยความกลัว บางตัวถึงขั้นขาพับอ่อนแรงล้มลงไปกับพื้นทันที
“อะไรกัน” ลูกน้องคนหนึ่งของสาโทกล่าวด้วยความสงสัย และเสี้ยววินาที พวกเขาก็ได้รู้ซึ้งแล้ว ว่าตัวเองกำลังหาเื่ผิดคน
วงเวทสีแดงเพลิงขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางกว่าสิบเมตรปรากฏขึ้นใต้เท้าของจอมเวทในชุดคลุมแดง เปลวเพลิงจากวงเวทไหลขึ้นมาหลอมรวมกันเป็อสูรเพลิงตัวใหญ่ที่ไม่อาจระบุรูปร่างได้ และทันทีที่มันปรากฏตัว ความร้อนจากร่างของมันก็แผดเผาลูกน้องของสาโทละลายหายไปจนไม่เหลือแม้แต่ขี้เถ้า ในขณะที่มอนสเตอร์หมาป่าเท่า ซึ่งมีค่าสเตตัสแข็งแกร่งกว่าเ้าของะโหนีไปคนละทิศคนละทาง
“ไม่จริงน่า...มอนสเตอร์ตัวนั้น” สาโทกล่าวน้ำเสียงสั่น “อิฟริทแห่งอัคคี (Ifrit of Fire)”
“คงรู้แล้วสินะ ว่าฉันเป็ใคร” จอมเวทในชุดคลุมสีแดงกล่าวพลางแสยะยิ้ม ดวงตาของเขาบัดนี้เรืองแสงสีแดง เช่นเดียวกับผมที่เปลี่ยนทรงเป็รากไทรยาวสีแดง ใบหน้าด้านขวาของเขามีลอยสักลายเปลวเพลิงสีแดงปรากฏขึ้นมาทันที
“ท่านอัคนี...หนึ่งในสามเสนาธิการใหญ่แห่งกิลด์มันดาลา กิลด์อันดับหนึ่งแห่งประเทศไทย” สาโทกล่าวเสียงสั่น เขาคุกเข่าลงกับพื้นทันที “ข้าไม่รู้ว่าเป็ท่าน โปรดอภัย”
“ไม่เกี่ยวกับว่ารู้ไม่รู้หรอกค่ะ” น้องสาวของอัคนีกล่าวเสียงเรียบ บัดนี้ทรงผมและดวงตาของเธอเปลี่ยนไป กลายเป็สีชมพูอ่อน มีดสปาต้าในมือของเธอเรืองแสงสว่างจ้า “แต่การกระทำอันชั่วช้าของคุณ จะต้องได้รับการลงทัณฑ์...ในนามของมันดาลา”
“ข้าน้อยชื่อว่าสาโท เป็ลูกน้องคนสนิทของท่านดาร์คแห่งกิลด์อันเดอร์ครอส” สาโทรีบแนะนำตัวทันที “อันเดอร์ครอสของเรากำลังจะลงนามเป็พันธมิตรกับพวกท่าน ได้โปรดเห็นแก่ไมตรีนี้เถิด”
“กิลด์มาสเตอร์ดาร์คสินะ” อัคนีกล่าวพลางยิ้มเยาะ “ข้าจะเห็นแก่นามนั้น ไม่เอาผิดแกฐานลอบจู่โจมฉัน”
สาโทก้มหัวขอบคุณ ก่อนที่เขาจะรีบเก็บของที่ตกจากลูกน้องของเขาไว้กับตัว ทั้งเงิน อาวุธ หรือแม้แต่ชุดเกราะ เพื่อเตรียมนำไปคืนให้กับลูกน้องเขา เพราะเขาเข้าใจว่าอีกฝ่ายอนุญาตแล้ว
แต่ทว่าสาโทคิดผิด คมมีดสปาต้าของน้องสาวอัคนีปักกลางมือของสาโทอย่างจัง ทำเอาเขาร้องเสียงหลง ก่อนที่หัวของเขาจะหลุดตามในลำดับถัดไป
“มีนา...นั่นพันธมิตรเรานะ รุนแรงไปแล้ว” อัคนีกล่าวดุน้องสาวของเขา แต่ทว่าปากของอัคนีกลับฉีกยิ้มอย่างสะใจ
“พี่อัคนี หนูสำเร็จโทษมันฐานขโมยของพี่ยังไงล่ะคะ” มีน่ากล่าวพลางหัวเราะร่า “เพราะของที่ดรอปจากการสั่งหารนอกเขตปลอดภัยครั้งนี้ มันเป็ของพี่ แต่ไอ้บ้านั่นกลับมาหยิบหน้าตาเฉย”
“เข้าใจแล้วมีนา” อัคนีกล่าวก่อนจะจูงมือน้องสาวของเขาไปที่สมรภูมิร้าง “รีบไปเปลี่ยนอาชีพกันเถอะ ก่อนที่อีกฝ่ายจะนำกำลังพลมาเอาคืน”
“พี่อัคนีคะ หนูมีของอีกชิ้นที่อยากจะได้ค่ะ” มีนากล่าวพลางเขย่ามือพี่ของเขาเพื่อเรียกร้องความสนใจ
“ว่ามาสิ ไม่ว่าอะไรพี่คนนี้ก็หาให้ได้ ถ้าเป็โลกของMRO”
“หนูอยากได้มอนสเตอร์ประจำตัวตัวใหม่ค่ะ...ลูนาเรีย ที่อยู่ข้างๆคนขายอาชีพลับให้พี่ยังไงล่ะคะ เธอน่ารักมากเสียจนหนูอยากเอามาเป็ของเล่นชิ้นใหม่”
“ตามนั้น” อัคนีกล่าว “เสร็จจากนี่แล้ว เราไปขอซื้อตัวมอนสเตอร์ตัวนั้นกัน ถ้ามันไม่ให้ พี่จะแย่งมาให้เอง”