[การจับสลากสิ้นสุด ได้รับยารักษา 1 ขวด]
ยารักษา: ใช้แล้วช่วยเร่งให้บาดแผลสมานเร็วขึ้น
“ในที่สุดก็ไม่ใช่อาหารหมา! ยารักษาเหรอ ไม่เลวเลย...”
สวี่มั่วยิ้มพอใจ ก่อนจะลองจับสลากอีกครั้ง
[การจับสลากสิ้นสุด ได้รับสกิลถาวร‘คำเรียกของราชาสุนัข’]
คำเรียกของราชาสุนัข: สามารถอัญเชิญสุนัขรอบๆ มาช่วยต่อสู้ได้(เป้าหมายที่เป็นศัตรูจะไม่ถูกนับ) ระยะมีผลสัมพันธ์กับพลังจิต
“สกิลถาวร!!” สวี่มั่วถึงกับดีใจ
สกิลนี้กับ ‘พลังข่มขวัญของราชาสุนัข’ที่มีอยู่ก่อนหน้าเหมือนเป็นคู่เซ็ตกัน และในด้านการใช้งานจริงยังถือว่ามีค่ามากกว่าด้วย
ส่วนเรื่องทำไมถึงยังได้สกิลที่เกี่ยวกับหมาอีกสวี่มั่วไม่อยากถามระบบแล้ว เดี๋ยวจะโดนย้อนกลับมาให้เจ็บใจ
ครั้งนี้ดูเหมือนโชคจะดีแฮะ!
สวี่มั่วแอบยิ้มในใจ ก่อนกดจับสลากอีกครั้ง
[การจับสลากสิ้นสุด ได้รับอาหารสุนัขเกรดพรีเมียม 1ถุง]
“เอาละ... พอแค่นี้แล้วกัน...”
สวี่มั่วถึงกับหัวใจกระตุก รีบหยุดการจับสลากไม่อยากให้เสียอารมณ์ไปมากกว่านี้
ได้ของสองอย่างก็นับว่าคุ้มแล้ว โลภมากเดี๋ยวลาภหาย
[ผู้ใช้: สวี่มั่ว]
[ระดับสิทธิ์: LV1]
[สกิล: พลังข่มขวัญของราชาสุนัข, คำเรียกของราชาสุนัข]
[ค่าพลังต่อสู้รวม: 43]
[ไอเทม: อาหารสุนัขเกรดพรีเมียม x11 ถุง, ยันต์ติดตาม x1 แผ่น,ยารักษา x1 ขวด]
[แต้ม: 19,152]
สวี่มั่วเรียกหน้าต่างคุณสมบัติรวมขึ้นมาดูพอเห็นทั้งค่าพลังและแต้มที่เพิ่มขึ้นอย่างมั่นคงก็พยักหน้าอย่างพอใจจากนั้นก็เริ่มเดินเล่นอย่างไร้จุดหมาย
ตอนนี้เขาพอจะเข้าใจแล้วระบบจะสร้างภารกิจเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับตัวเองบ่อยครั้งสิ่งที่เกิดรอบตัวจะทำให้มีภารกิจปรากฏ ดังนั้นถ้าอยากรับภารกิจมากขึ้นก็ควรเคลื่อนไหวบ่อยๆ
สวี่มั่วใช้บ้านของจ้าวลี่อิ่งเป็นศูนย์กลางเดินวนสำรวจบริเวณใกล้เคียง
หนึ่งชั่วโมงก็ผ่านไปโดยไม่รู้ตัว
เมื่อเห็นว่าใกล้จะถึงเวลาแล้ว สวี่มั่วก็เดินกลับบ้าน
เมื่อเขาเดินผ่านตรอกเล็กๆ เพื่อกลับออกมายังหน้าหมู่บ้านก็เห็นเงาร่างคุ้นตากลุ่มหนึ่งโดยไม่คาดคิด...กลุ่มชายสี่คนที่ตามล่าทิเบตันมาสทิฟนั่นเองพวกเขากำลังเดินออกมาจากซอยด้านซ้ายของหมู่บ้าน
ดูจากท่าทางแล้ว... พวกเขาคงออกตามหาในป่ามาตลอดจนถึงตอนนี้สินะ? แถมยังคว้าน้ำเหลว สีหน้าทุกคนถึงดูผิดหวังเห็นได้ชัดว่าพวกเขาไม่เจอทิเบตันมาสทิฟตัวนั้น
อีกฝ่ายเดินสวนทางมากับเขาพอดี แต่สวี่มั่วไม่ได้สนใจอะไรยังคงเดินต่อไปข้างหน้า
"ลูกพี่...จะไม่โทรหาคุณชายโจวหน่อยเหรอ"
"โทร.หาเตี่ยแกสิ! ดึกป่านนี้แล้วจะโทรไปทำไมพรุ่งนี้ค่อยโทร.!"
"แต่เราไม่เจอ...จะไปอธิบายยังไงดีล่ะ"
"จะให้อธิบายยังไงได้อีก! ก็พูดความจริงไปสิวะ!ให้ตายสิ! ไอ้หมาบ้าเอ๊ย มันหนีไปได้ยังไงกัน! แม้แต่ปืนยาสลบยังเอาไม่อยู่!"
"งั้น...เราหามาสทิฟตัวอื่นมาเชือดแล้วถ่ายรูปให้ดูว่าตายแล้ว...ทำเนียนๆ ไปดีไหม"
"เลิกเสนอแผนโง่ๆ สักที!คิดว่าคนอื่นโง่เหมือนแกหรือไงกัน!"
"..."
ทั้งสี่คนเดินคอตกคุยกันพลางเดินไปพลางแล้วก็เดินสวนกับฮัสกี้ตัวหนึ่งที่กำลังเดินเข้ามาพอดี
หลังจากเดินสวนกันไปราวสิบเมตรชายร่างเล็กหน้าตาเจ้าเล่ห์คนหนึ่งก็หยุดฝีเท้าลงแล้วหันกลับไปมองเงาหลังของฮัสกี้ตัวนั้น พลางร้องขึ้นว่า
"เฮ้ย?! ลูกพี่!ไอ้หมานั่น..."
ชายหัวโล้นได้ยินคำว่า 'หมา' ก็นึกว่าพบทิเบตันมาสทิฟเข้าให้แล้ว จึงหันกลับไปมองอย่างรวดเร็วก่อนจะด่ากลับอย่างหัวเสียว่า "บัดซบ!แกแยกหน้าตามาสทิฟกับฮัสกี้ไม่ออกหรือไงวะ!"
ชายร่างเล็กหดคอด้วยความกลัว แล้วรีบพูดว่า "ไม่ใช่นะลูกพี่ ฉันรู้ว่ามันเป็นฮัสกี้แต่ฉันหมายถึง...หมาตัวนี้น่ะจะใช่ตัวเดียวกับที่คุณชายโจวสั่งให้เราจับหรือเปล่า"
หืม?!
เมื่อได้ยินคำพูดนั้น ทั้งชายหัวโล้นและสวี่มั่วก็ชะงักไปพร้อมกัน
ชายหัวโล้นแววตาเป็นประกายเล็กน้อยส่วนสวี่มั่วก็หยุดเท้าโดยไม่รู้ตัว ก่อนจะหันกลับไปมองหนึ่งที
ชายหัวโล้นเพ่งมองฮัสกี้ตัวนั้นอย่างพิจารณาอยู่พักหนึ่งแล้วพูดอย่างไม่แน่ใจว่า "ใช่ตัวนี้เหรอ แน่ใจนะ?"
ชายที่ชื่อไช่เหอจงซึ่งอยู่ข้างๆ เตือนขึ้นว่า"ไม่ใช่ว่ามีรูปอยู่หรือ"
ชายหัวโล้นจึงหยิบมือถือขึ้นมาเปิดดูภาพถ่ายซึ่งก็คือภาพมีมสวี่มั่วจากอินเทอร์เน็ต
เขาสลับมองระหว่างภาพถ่ายกับฮัสกี้ตัวจริงแววตาเริ่มเปล่งประกายขึ้นเรื่อยๆ แล้วพูดอย่างตื่นเต้นว่า "เฮ้ย!ดูท่าจะใช่จริงๆ ด้วย!!"
วันนี้โจวเหล่ยมาหาพวกเขานอกจากสั่งให้จับทิเบตันมาสทิฟไปทำหม้อไฟแล้ว ยังให้ภาพถ่ายนี้มาด้วยบอกว่าฮัสกี้ตัวนี้อยู่ในหมู่บ้านแห่งนี้ ให้หาทางจับมันมาให้ได้
ชายผมทรงสกินเฮดที่อยู่ข้างขวาของลูกพี่พูดอย่างดีใจว่า"เหมาะเลยลูกพี่! เราจับทิเบตันมาสทิฟไม่ได้แต่ถ้าเอาฮัสกี้ตัวนี้กลับไปก็ยังพอมีคำตอบให้คุณชายโจวอยู่!"
ชายหัวโล้นสีหน้าแปรเปลี่ยนเล็กน้อย กวาดสายตาไปรอบๆเห็นว่าแถวนั้นไม่มีใครอยู่ แถมยังไม่มีแม้แต่กล้องวงจรปิดอีกด้วยจึงถือเป็นโอกาสทอง
เขาส่งสัญญาณทางสายตาให้คนที่เหลือข้างๆ ขยับตัวเตรียมลงมือทันที
ทั้งสี่คนแยกย้ายกันช้าๆ แล้วเริ่มค่อยๆ ล้อมเข้าไปหาสวี่มั่ว...