สวีหยางอี้ไม่ได้พูดอะไร ทว่าหลายคนกลับตาเป็ประกายขึ้นมาคล้ายอยากจะพูดอะไรสักอย่างแต่ยังเก็บกลั้นมันเอาไว้
ไม่มีใครปัญญาอ่อนขนาดนั้นหรอก ถ้ากุญแจนำไปสู่โลกความเป็จริงมันง่ายดายถึงขนาดนั้นเกรงว่าพวกเขาคงจะปลีกวิเวกไปอยู่คนเดียวเสียเดี๋ยวนี้แล้วและเื่นี้เทียนเต้าไม่มีทางจะไม่รู้
“หลิวเหล่า” จั่วหลุนโค้งคำนับ “เด็กใหม่มาแล้วครับ”
หลิวเหล่าคล้ายว่าไม่ได้ยิน ยังคังโคลงศีรษะตามจังหวะงิ้วต่อไป
“หลิวเหล่า” จั่วหลุนเอ่ยด้วยเสียงดังขึ้นอีกนิด “เด็กใหม่มาแล้วครับ!”
“อ๋า? มาถึงแล้วเหรอ อ๋อ ดีๆๆ...พวกคนหนุ่มนี่นะ...” หลิวเหล่าดูคล้ายใเขาโบกพัดใบปาล์มในมือเร็วขึ้นอีกหลายครั้ง แล้วปรือตาขุ่นมัวคู่นั้นขึ้น ริมฝีปากบิดเบี้ยวเผยให้เห็นฟันที่ยังเหลือไม่มากนัก“จะเปิดประตูใช่ไหม ได้สิ ได้ ฉันจะไปเปิดให้เดี๋ยวนี้...”
เลี่ยนชี่ขั้นต้น...
พอเขาตื่น สวีหยางอี้ก็เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย
เลี่ยนชี่ขั้นต้นเหมือนกันกับเขา
แต่เป็ได้แค่คนเปิดประตูของที่นี่!
ในศาลาเล็กๆ หลังนี้...มีความลับอะไรซ่อนอยู่กันแน่
“น่าสน...” นิ้วมือที่ล้วงอยู่ในกระเป๋ากางเกงของเขาถูกันไปมาอย่างน้อยตอนนี้สาขาย่อยนี้ก็ทำให้เขาสนใจขึ้นมาได้
อายุอานามของเหล่าหลิวดูจะมากจริงๆ นั่นแหละ เมื่อเขาเปิดประตูด้วยท่าทางงกๆเงิ่นๆ ออกมาแล้ว สวีหยางอี้ก็ถึงได้มองดีๆ...
และได้เห็นว่าในนั้นเป็เพียงความว่างเปล่า
“ไปเถอะๆ” หลิวเหล่ารอให้ทุกคนเข้าไปจนหมดถึงได้ปิดประตูแล้วนำป้ายคนนอกห้ามเข้ากลับมาแขวนไว้ด้านนอกตามเดิมจากนั้นก็หยิบพัดใบปาล์มขึ้นมาโบกอย่างเอ้อระเหย
หลังจากทุกคนเข้าไปข้างในกันหมดแล้ว สวีหยางอี้ก็ััได้ว่า
มันทั้งคับแคบเอามากๆ...และยังััไม่ได้ถึงค่ายกลคาถาเลยสักนิด
“หรือจะเป็เทคนิคขั้นสูง” เขามองไปรอบด้านด้วยความระแวงสงสัยแต่จะโทษที่เขาระแวงก็ไม่ได้ ค่ายกลคาถาเหนือชั้นกว่านี้ก็ยังต้องมีอุปกรณ์ขั้นพื้นฐานของมันเหมือนกับตอนที่เขาสังหารปีศาจคราวแรกๆเมาปาเอ้อก็ได้วางค่ายกลคาถาเอาไว้ล่วงหน้าเรียบร้อยแล้วต่อให้จะเป็กระดาษสีเหลืองแค่แผ่นเดียวก็อาจใช้เป็แบบร่างสำหรับวางค่ายกลก็เป็ได้ ทว่าภายในห้องที่แน่นขึ้นมาถนัดตานี้กลับไม่มีอะไรแม้แต่อย่างเดียว
ยังไม่ทันที่ความคิดเขาจะได้สิ้นสุดลง วินาทีต่อมาจุดศูนย์ถ่วงในร่างกายทุกคนก็พลันดิ่งวูบลงไปเบื้องล่างทันที!
“ว้า...” เขามองโพรงสูงแทบเสียดทะลุแสงจันทร์้านั้นอย่างพูดอะไรไม่ออก
ทำไมถึงได้ลืมของจำพวกลิฟต์ไปได้นะ...
ลิฟต์ทิ้งตัวลงไปด้านล่างอย่างรวดเร็ว ตอนนี้เขาเข้าใจแล้วศาลาหลังนี้เป็สถานที่สำหรับขึ้นและลงลิฟต์แต่สาขาย่อยของเทียนเต้าที่แท้จริงนั้น...
อยู่ใต้สวนสาธารณะประชาชนนี่ต่างหาก!
ภายใต้เมืองนี้ ท่ามกลางรางรถไฟใต้ดินและรากไม้ที่คดเคี้ยวไปมามีเงาทะมึนขนาดใหญ่เงาหนึ่งอยู่ทั้งรางรถไฟใต้ดินและท่อระบายน้ำล้วนแต่ถูกสร้างให้หลีกอ้อมเงานั้นไว้ั้แ่เริ่มสร้างเมืองและที่นี่...ก็คือสาขาย่อยของสำนักเทียนเต้า!
“ฟิ้ว...” ลิฟต์ดิ่งวูบลงไปเบื้องล่างอย่างสุดแรง ข้างล่างนั้นลึกจนแทบมองไม่เห็นก้นบึ้งสวีหยางอี้คิดคำนวณอยู่ในใจเงียบๆว่าอย่างน้อยตอนนี้พวกเขาน่าจะอยู่ลึกลงไปจากพื้นดินสามสิบกว่าเมตรเห็นจะได้
“ติ๊ด...ติ๊ด...” ทันใดนั้นก็พลันมีสีหนึ่งปรากฏแก่สายตาของพวกเขาต่อมาก็เป็สีที่สอง สีที่สาม...และอีกนับสีไม่ถ้วน
มันเหมือนกับห่วงหลากสีที่ครอบลิฟต์ทรงสี่เหลี่ยมเอาไว้ชวนให้คนรู้สึกถึงเื่ราวในนิยายเชิงวิทยาศาสตร์อย่างไรอย่างนั้นทว่าเขายังไม่ทันได้ชื่นชม ลิฟต์ก็หยุดลงในวินาทีต่อมานั้นเอง
“ยินดีต้อนรับเข้าสู่เทียนเต้าสาขาย่อยประจำมณฑลหนานทง”เสียงหุ่นยนต์สาวดังขึ้น “ยินดีต้อนรับเข้าสู่...โลกแห่งความจริงแท้”
“ฟรึ่บ!” เพียงสิ้นเสียงประตูลิฟต์ก็พลันเปิดออกทุกคนต่างตะลึงงันอยู่กับที่
สวีหยางอี้อ้าปากค้างไปเล็กน้อย ั์ตาเป็ประกายเขาคิดไม่ถึงเลยว่าสาขาย่อยของเทียนเต้าจะเป็อย่างนี้ไปได้!
ห้องขนาดกว้างขวางอย่างที่สุดห้องนี้เกือบจะกินพื้นที่เท่าสวนสาธารณะประชาชน้าเลยด้วยซ้ำ!
้าไม่มีฝ้าเพดาน แต่เป็สิ่งที่เหมือนกับแผงวงจรไฟฟ้าขนาดใหญ่! สายไฟแต่ละเส้นถูกเดินไว้ตามแนวร่องมากันบนเพดานที่เหมือนกับแผงวงจรไฟฟ้าขนาดั์ใหญ่!
เพียงไม่นานแสงไฟสีแดงสีเขียวก็ไหลผ่านสายไฟโปร่งแสงมารวมกันที่จุดศูนย์กลางราวกับแม่น้ำหลายสายไหลมารวมกันเป็สายเดียว และที่จุดศูนย์กลางนั้นก็คือ...
เครื่องจักรใบหน้าคนที่มีขนาดหลายสิบเมตร!
กลุ่มแสงไฟแสดงแหล่งข้อมูลเปลี่ยนเป็สีฟ้าแล้วกระจายแสงออกไปตามสายไฟเส้นอื่นๆมันเป็เครื่องจักรหน้าคนอย่างสมบูรณ์แบบเลยทีเดียว ทั้งหน้าผากดวงตาที่ปิดสนิทอยู่ ปากที่เผยออ้าออกเล็กน้อยดูราวกับหุ่นกระบอกไม้ที่นำมาประกอบเข้าด้วยกันแสงไฟที่แสดงถึงแหล่งข้อมูลข่าวสารจำนวนนับไม่ถ้วนต่างรวมกันอยู่บนใบหน้าคนนั้นเอง
พื้นเป็พื้นที่ทำจากกระจกนิรภัย แต่ด้านล่างนั้นไม่มีอะไรอยู่เป็เพียงความมืดมิดเท่านั้น ทำให้เวลาเดินเหมือนกำลังเดินอยู่บนอวกาศ
บนพื้นมีคอมพิวเตอร์นับร้อยเครื่อง กับตู้เก็บเอกสารอีกหลายร้อยตู้
ภายในห้องโอ่โถงขนาดกว่า 1.5 เฮกตาร์[1]นี้มีคนกำลังทำงานยุ่งจนหัวหมุนอยู่นับสามร้อยกว่าชีวิต ขนาดเขายืนอยู่ที่หน้าประตูก็ยังได้ยินเสียงคนจอแจจากในนี้ภายในห้องถูกตกแต่งราวกับเป็สวนขนาดย่อมโดยใช้กำแพงกั้นแบ่งพื้นที่ออกเป็ห้าโซนใหญ่ๆ เหมือนกับเขาวงกตของเทพฟอน[2]ไม่มีผิด
“ความเคลื่อนไหวของปีศาจในเมืองอวี๋หยาง่สิบปีมานี้” หญิงสาวอายุราว 27-28 ปี ในชุดเสื้อคลุมแบบจีนสีขาวเดินผ่านหน้าพวกเขาไปอย่างรวดเร็วราวกับสายลมพัดผ่านเธอไม่ได้ปรายตามองพวกเขาแม้แต่น้อย ใบหน้าสวยหยาดเยิ้มฉายแววหงุดหงิดถึงขีดสุดเธอดันแว่นตากรอบสีไวน์แดงขึ้นแล้วเดินไปพลางเอ่ย“ศาสตราจารย์ฟางจากสำนักงานใหญ่้า แล้วก็บอกไอ้ปีศาจที่ยื่นคำร้องจากอำเภอผิงอันตนนั้นด้วยว่าสาขาย่อยไม่ใช่ศาลฎีกานักฝึกตนมณฑลหนานทง! ให้มันไสหัวไปให้พ้น!”
คนนี้เป็เลี่ยนชี่ขั้นกลาง
“ครับ เข้าใจแล้วครับ!”ชายหนุ่มผู้ไม่มีกลิ่นอายของนักฝึกตนแม้แต่น้อยหลายคนนั้นเดินตามหลังเธอไป กำลังจดบันทึกไปพลางสอบถาม“ทำไมถึงไล่มันไปล่ะครับ มันยื่นคำร้องมาตั้งห้าครั้งแล้ว”
“ต้องให้ฉันสอนอีกหรือไง!”น้ำเสียงหญิงสาวแม้จะดังขึ้น ทว่าเธอยังคงก้าวฉับๆ ไม่หยุดไปจนถึงหน้าลิฟต์“มันบอกว่านักศึกษาเทียนเต้าเอาของวิเศษประจำตระกูลของมันไปงั้นเหรอ ผายลมชัดๆ! อีกอย่างหนึ่งนะ เอาไปก็เอาไปแล้ว! ปีศาจตัวเล็กๆเพิ่งแปลงร่างเป็ถ่อมาโหวกเหวกโวยวายถึงที่นี่ มันอยากออกรายการโฟกัส[3]หรือไง”
“บอกมันด้วย! ถ้ามันอยากฟ้องก็ให้มันไปฟ้องกับศาลนักฝึกตนโน่น! ถ้ามันยังโผล่หัวมาที่นี่อีกก็อย่าหวังจะได้กลับไป!”
“หัวหน้าแผนกหลิว เงินกู้ที่คุณจะอนุมัติให้แผนกเรามาทำวิจัยนั่นล่ะ”ที่อีกด้านหนึ่งชายวัยกลางคนสวมเสื้อคลุมแบบจีนสีขาวกลุ่มหนึ่งกำลังยืนล้อมชายสูงอายุคนหนึ่งอยู่และกำลังโจมตีเขาด้วยคำพูดและปากกา “สามเดือนแล้วนะ! จนตอนนี้หัวข้อวิจัยเกี่ยวกับ“ความเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมในปัจจุบันของปีศาจในกลุ่มอาร์โทรพอด[4]”ก็ยังไม่ขยับเลย! คุณให้คำตอบเราสักอย่างสิ!”
เลี่ยนชี่ขั้นต้นห้าคน!
“นั่นน่ะสิ คุณไม่โผล่มาที่สาขาย่อยเดือนกว่าแล้วนะ ไหนๆ วันนี้ก็มาแล้วดีร้ายยังไงก็พูดอะไรสักอย่างสิ!” “ถ้าวันนี้ไม่อนุมัติเราก็ไม่ไปไหนทั้งนั้น” “พูดได้ดีนี่ พูดได้ดี CSIB ก็จะมาดึงฉันไปตั้งสี่ครั้งแล้ว แต่ฉันก็ไม่ยอมไป! แกคิดว่าฉันไม่มีที่ไปจริงๆ เหรอ”
ในขณะที่อีกด้านหนึ่งซึ่งเป็จุดที่คนเยอะที่สุด ชายคนหนึ่งกำลังพรมนิ้วอยู่บนแป้นพิมพ์แต่แล้วอยู่ๆ ก็ผุดลุกขึ้นมาะโเสียงดัง“คดีภูติน้ำเมืองเกาชวนเมื่อสามเดือนก่อนใครเป็คนรับทำ ยังอยู่ไหมเบื้องบนจะปิดคดีวันนี้ ใครรับผิดชอบคดีรีบส่งมาด่วน!”
“แล้วเื่คดีเซียนจิ้งจอกในเขตปกครองนั่นล่ะ ใช่จูหงเสวี่ยหรือเปล่าถ้าใช่ไม่ต้องส่งมาหน่วยนี้นะ หน่วยนี้รับไม่ไหวหรอก!”“ปีศาจเฒ่าทางใต้เมืองเฟิงอี้ไปร่วมตัดริบบิ้นเปิดบริษัทฉางลู่พิกเจอร์ที่มันเป็เ้าของงั้นเหรอตอนบ่ายหน่วยสามไปดูกับฉันหน่อย...ทำไมน่ะเหรอก็ถ้าฉันถูกกินจะได้ช่วยเก็บศพฉันน่ะสิ” “ไอ้แมงมุมทางเหนือมันเบื่ออาหารอีกแล้วเหรอ! งั้นทำไมมันไม่ไปตายซะล่ะ! เดือนหนึ่งเบื่ออาหารตั้งสี่ห้าครั้ง! เป็อย่างนี้มาตลอดร้อยกว่าปี คิดจะกลายสภาพเป็หนอนผีเสื้อหรือไง! ”
หมายศาลที่ถูกพับเป็นกกระดาษปลิวว่อนไปมาอยู่กับพื้นราวผีเสื้อบนพื้นที่กว่า 1.5 เฮกตาร์ หากเพียงไม่นานก็เห็นลำแสงสายหนึ่งพาดผ่านลงมามันเป็เอกสารตั้งหนึ่งที่แขวนอยู่บนด้ามกระบี่หรืออาจจะเป็กระบี่บินอะไรสักอย่าง และในขณะเดียวกันก็เห็นปีศาจที่ยังไม่กลายร่างได้รับการฝึกฝน อย่างแมวดำลายเสือดาวสองตัวลิงมีเขาสามตา กำลังรินน้ำชาให้หน่วยย่อยอยู่ช่างเป็ภาพที่ไม่ได้พบเห็นได้บ่อยนัก
บนโลกภายนอกนั้นพบนักฝึกตนได้น้อยยิ่งกว่าน้อยหากที่นี่ไม่ว่าจะมองไปทางนั้นก็ล้วนแต่เจอนักฝึกตนทั้งนั้น! อย่างต่ำก็หนึ่งร้อยคนขึ้นไป ส่วนมนุษย์ธรรมดาที่เหลือล้วนแล้วแต่เป็ลูกน้องใต้บังคับบัญชาของพวกเขา
ห้องที่พวกเขาอยู่แบ่งออกเป็ห้าโซนใหญ่ๆ ดูคล้ายว่าจะสับสนวุ่นวายทว่าพอสวีหยางอี้พินิจดูดีๆ อยู่ร่วมนาทีแล้วถึงได้พบว่าแท้จริงแล้วพวกเขาอยู่กันเป็ระเบียบมากทีเดียว
คนอื่นๆ ต่างพากันมองสาขาย่อยที่แสนจะกระตือรือร้นนี้อย่างตกตะลึงสาขาย่อย...เป็เช่นนี้เองหรอกหรือ
ไม่ใช่ศาลาเอาไว้นั่งเล่นหลบแดดร้อน ไม่มีทิวทัศน์แดนเซียนอย่างูเาสูงสายธารน้ำไหล สัตว์เทพมงคล หรือนกกระเรียนขาวบินโฉบเฉี่ยวไปมาหรอกหรือ
แต่มันคือ...ภาพชีวิตประจำวันของหน่วยงานรัฐที่แสนจะมีชีวิตชีวา...ทำเอาทุกคนต่างหัวเราะเยาะไม่ออกเพราะไม่ว่าจะหันไปทางไหนก็เจอเื่น่าขันเต็มไปหมด
ช่างเหมือนกับเห็นภาพเดจาวูของชายชุดดำ[5]เสียจริงๆ!
แต่สวีหยางอี้กลับไม่ได้สนใจเื่พวกนี้ ความคิดเขาออกจะต่างออกไป เขาคิดว่า...นี่ต่างหากสิ่งที่สาขาย่อยที่แท้จริงควรจะมี
ปัจจุบันนี้ไม่ใช่ยุคฝึกตนแบบโบราณแล้วเขาตระหนักได้ถึงความจริงข้อนี้มานับครั้งไม่ถ้วน นี่มันยุค 2016 แล้ว เป็ยุคของมนุษยธรรม! ยุคอารยธรรม! ของโบราณมันไม่เหมาะกับโลกปัจจุบันนี้อีกต่อไปแล้ว โลกกำลังก้าวไปข้างหน้าพวกของคร่ำครึก็คงต้องถูกทำลายล้างไปเหมือนกับไดโนเสาร์
นี่ต่างหาก...ถึงจะเป็การฝึกตนในเมืองใหญ่!
นี่ต่างหากถึงจะเป็ลักษณะการฝึกตนที่พัฒนาแล้วที่ในยุคปัจจุบันควรจะมี!
เขากำลังมองเครื่องจักรหน้าคนห้าส่วนเหนือศีรษะ
“แปลกใจเหรอ” เสียงๆ หนึ่งพลันดังขึ้นที่ข้างหูฉู่เจาหนานยืนอยู่ข้างเขาด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ แล้วพยักเพยิดไปที่เพดาน
สวีหยางอี้มองไปทางใบหน้าคนขนาดั์บนเพดานนั้น ซึ่งตอบได้ยากว่ามัน“มีชีวิต” หรือไม่มีกันแน่ เพราะเครื่องหน้าทั้งห้าของมันกำลังเคลื่อนไหวเบาๆแต่ที่แน่ๆ ก็คือมันเครื่องจักรที่ประดิษฐ์จากเทคโนโลยีขั้นสูงอย่างแน่นอน
“ซุปเปอร์คอมพิวเตอร์” ฉู่เจาหนานเห็นเขาไม่ได้พูดอะไรจึงกล่าวขึ้นต่อ “มันไม่ใช่คอมพิวเตอร์ขั้นสุดยอดที่เหนือชั้นกว่ามันสมองมนุษย์ที่ประเทศใหญ่ๆมีกัน อย่างที่ญี่ปุ่นมีเยี่ยนกุยไหลหรือหวาซย่าที่มีอิ๋นเหออยู่หลายเครื่องหรอกนะแต่ซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ของจริงมันอยู่ที่โลกฝึกตนนี่มาตลอดต่างหาก”
“เพราะอย่างนั้น ซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ที่ทรงประสิทธิภาพสูงสุดของหวาซย่าถึงได้เรียกว่าเทียนเต้ายังไงล่ะ”สวีหยางอี้มองใบหน้าคนั์ใหญ่บนเพดานด้วยสายตาครุ่นคิด“มันก็เป็ซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ด้วยงั้นเหรอ แล้วเอาไว้ที่นี่?”
“แต่นี่เป็แค่ส่วนหนึ่งของมันเท่านั้น” ฉู่เจาหนานเหลือบมองใบหน้าเหมือนมนุษย์นั้นอย่างไม่ใส่ใจนักพลางเอ่ยเรียบๆ“มันเป็แค่หุ่นยนต์ แต่ในขณะเดียวกันมันก็เป็สุดยอดอาวุธที่ทำลายล้างได้ทั้งมณฑลทางที่ดีนายภาวนาอย่าให้มันตามฆ่านายก็แล้วกัน เพราะถ้าถึงตอนนั้นนายคงต้องตายอย่างไม่ต้องสงสัย”
“อีกอย่าง ฉันคิดว่าสิ่งที่นายต้องจับตามองไม่ใช่ที่นี่”เขาเลียริมฝีปากแล้วก้าวไปยืนตรงหน้าสวีหยางอี้ท่าทางราวกับวัวกระทิงตัวผู้เห็นสีแดงไม่มีผิด รองเท้าคอมแบทคู่นั้นหยุดชะงักลงก่อนที่เ้าตัวจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มหนัก“ข้างล่างนี่เป็อัฒจันทร์ใหญ่ที่ใช้จัดพิธีจบการศึกษา”
สวีหยางอี้ดึงสายตากลับมามองฉู่เจาหนาน ท่าทางคล้ายจะยิ้มแต่ไม่ยิ้ม“แล้วไง”
“ฉันขอท้านาย” ฉู่เจาหนานจ้องดวงตาคู่นั้นของเขา“โดยเอาชื่อเสียงอันดับหนึ่งเมืองเทียนเฟิงเป็เดิมพัน”
สวีหยางอี้มองเขาอยู่พักใหญ่ ถึงได้คลี่ยิ้มออกมา “เหตุผลอะไร”
“ไม่มีเหตุผลอะไรทั้งนั้น” ฉู่เจาหนานยิ้มเย็น “แต่ถ้าต้องมีจริงๆเทียนเต้าจบการศึกษาทุกรุ่น ทั้งประเทศจะมาร่วมแข่งขันเพื่อจัดอันดับเรียกว่าการแข่งขันชิงอันดับ เพราะฉะนั้น...”
เขากัดฟันขาวสะอาดแล้วเอ่ย “นอกจากฉันแล้วก็ไม่มีใครรู้หรอกว่านักศึกษาที่เรียนจบทุกรุ่นจะมีเซียนขั้นจินตันท่านหนึ่งมามอบรางวัลให้เป็รางวัลจากสุดยอดนักฝึกตนจินตันเจินเหรินระดับโลก!"
--------------------------------------------------------------------------------
[1] เฮกตาร์ คือหน่วยมาตราวัดพื้นที่ที่มีขนาดพื้นที่เท่ากับ 10,000ตารางเมตร
[2] เขาวงกตของเทพฟอนมาจากในภาพยนตร์สเปนเื่ Pan's Labyrinth หรือชื่อในภาษาไทยว่า“อัศจรรย์แดนฝัน มหัศจรรย์เขาวงกต”
[3] รายการโฟกัส (焦点访谈)คือรายการโทรทัศน์ ที่ออกอากาศทางช่อง CCTV ของจีน
[4] อาร์โทรพอด (Arthropod) คือ ไฟลัมหนึ่งของสัตว์ โดยสัตว์ในกลุ่มไฟลัมนี้ เรียกว่า “สัตว์ขาข้อ”มีลักษณะเป็ข้อปล้อง มีรยางค์ต่อกันเป็ข้อๆ อาทิ กุ้ง กั้ง ปู แมลง เป็ต้น
[5] ชายชุดดำ หรือ Menin Black เป็ภาพยนตร์อเมริกันที่ว่าด้วยเื่ราวของชายชุดดำทำหน้าที่ในการตามจับกุมขจัดมนุษย์ต่างดาวที่เป็ภัยไปพร้อมกับการพยายามปกปิดร่องรอยการมาเยือนของเหล่ามนุษย์ต่างดาว