ออร่าคลื่นพลังสีดำทมิฬแผ่ขยายครอบคลุมทั่วพื้นดินของนครตำหนักศิลา จิตชั่วร้าย แรงกดดันมหาศาลจนบรรยากาศที่อึดอัดอยู่แล้วยิ่งทวีความอึดอัดน่าหวาดหวั่นมายิ่งขึ้น วินาทีต่อมาค่อยๆปรากฎสัตว์อสูรโครงกระดูกขึ้นมายืนบนพื้นดินด้วยจำนวนมากมายมหาศาลดุจทุ้งข้าวสาลี ทั่วร่างปล่อยออร่าสีดำออกมา นัยน์ตาแดงฉาน ถืออาวุธครบมือ
ย๊ากกกๆๆ... พวกมันส่งเสียงกรีดร้องคำรามลั่นด้วยน้ำเสียงที่เกรี้ยวกราด คลื่นอากาศสั่นไหว สั่นสะเทือนดุจมหายักษาจับอากาศเขย่า วินาทีต่อมาคลื่นความกดดันคุกคามราวท้องฟ้าตกใส่แล่นปราดทั่วบริเวณ ใจกลางเมืองปรากฎวงเวทมนต์สีดำสนิทขนาดใหญ่ก่อนจะค่อยๆปรากฎชายหนุ่มผิวสีขี้เถ้าซีดเผือด ใบหน้าคมสันนัยน์ตาว่างเปล่า ผมสีดำสนิทยาวปลิวไสว แต่งกายในชุดเกราะสีดำ มือขวาถือเคียวสีแดงเลือด
ด้านหลังของบุรุษปรากฎ ชายหนุ่มชุดเกราะสีเขียวมือขวาถือลูกแก้วสีเขียวใบหน้าคมสัน
“ประกาศ เจ้านรกฮาเดส ขั้นตำนาน ระดับ 300 ปรากฎตัว”
“ประกาศ เทพเจ้าโลกิ ขั้นตำนาน ระดับ 300 ปรากฎตัว”
เสียงจากระบบดังกังวาลทั่วบริเวณ แต่ทว่ากลับไม่มีใครสนใจ ทั้งหมดยังคงโรมรันกับศัตรูตรงหน้า
เกิดเสียงระเบิดดังสนั่น วินาทีต่อมาปรากฎสัมพาทีในร่างมนุษย์เข้าปะทะกับฮาเดส และสดายุเข้าปะทะกับเทพโลกิ บนฟ้าปรากฎภุชคินทร์กำลังโรมรันกับเซริวมังกรเขียว
ศิลามองฉากเบื้องหน้าด้วยสีหน้าเรียบเฉย ก่อนที่เขาจะขยับเท้าก้าวเดินไปในอากาศเหนือฉากสงครามเบื้องร่าง ด้านหน้าห่างออกไปตรงข้ามกับศิลาปรากฎชายหนุ่มผมสีทองมือขวาถือดาบสีทองคล้ายกรงเล็บหรือเขี้ยวมังกรกำลังเดินก้าวเท้าในอากาศเนิบๆ เข้าหาศิลาเช่นกัน ทั้งสองจ้องมองประสานสายตาเขม่นใส่กันอย่างไม่ยิ่งย่อน
แก้วมณีด้านหลังของศิลาสาดแสงออกมาหลากสีทั้งเจ็ดธาตุสว่างวูบวาบในอากาศทั่วร่างชายหนุ่มปรากฎออร่าสีขาวฟ้าออกมาเจิดจ้าประกายดาวผืนหนึ่ง ก่อนที่ออร่าที่แผ่ออกมารอบตัวศิลาจะเปลี่ยนเป็นสีส้มสายฟ้า วินาทีหมุนวนเป็นแสงสีเขียว สลับเป็นแสงสีแดงเพลิง แสงสีสลับหมุนเวียนกันทอประกายไม่ขาดช่วง ยิ่งนานยิ่งรวดเร็ว ยิ่งนานยิ่งเจิดจ้า
สายตาของทุกคู่จับจ้องศิลาสลับกับโอริวชายหนุ่มมังกรทองในร่างมนุษย์ ผู้คนที่รับชมผ่านการถ่ายทอดสดเหม่อมองศิลาด้วยสีหน้าตลึง บ่งบอกถึงอารมณ์ความรู้สึกอันหลากหลาย หากเป็นเทพเจ้า หรือเทพอสูรแผ่คลื่นพลังอำนาจออร่าออกมาได้แบบนี้พวกเขายังพอรับได้และอยากจะเชื่อ ทว่าบุรุษที่พวกเขาจ้องมองเป็นเพียงผู้เล่น ผู้เล่นธรรมดาแบบพวกเขา แถมยังไม่มีสังกัดค่าย e-sport สนับสนุนเงินในการเติมเกม และตอนเริ่มเล่นชายหนุ่มยังไม่มีไอเท็มสักชิ้นถึงขนาดต้องขโมยไอเท็มจากเด็ก แต่ทว่าตอนนี้เขาดูราวกับเทพเจ้าที่สามารถรังสรรค์ได้ทุกสรรพสิ่ง และทำลายได้ทุกสรรพสิ่ง เรียกได้ว่าเขาคือ Player of god
สายตาหลายแสน หรืออาจจะนับล้านคู่ในสนามรบเหม่อมองชายหนุ่ม จอมมารในร่างผสานวิญญาณกับเทพีรัตติกาล โดยไม่มีใครขยับเขยื้อนเคลื่อนไหว ราวตกใต้มนต์สะกดของความขลังมารฟ้าอนันตกาล
ไม่มีใครฉวยโอกาสโจมตีศิลา หรือโอริวแม้แต่น้อย ราวกับว่าพวกเขากำลังระทึกตื่นตาตื่นใจที่จะได้เห็นการต่อสู้ระดับตำนาน
โอริวและศิลายืนเหนือสนามรบ พวกเขาทั้งสองจ้องมองหน้ากันห่างเพียงสี่เมตร คลื่นพลังของทั้งสองเข้าปะทะกันด้วยความรุนแรง ด้านโอริวเห็นคลื่นพลังสีทอง ด้านศิลาปรากฎคลื่นพลังสีดำพร่างพราวสีทองดุจดวงดาวผืนหนึ่ง
“เสร็จข้า....” ผู้เล่นคนหนึ่งอาจหาญเทียมฟ้าพุ่งร่างเข้าหาศิลาด้วยความเร็วขีดสุด ทั่วร่างอาบคลื่นพลังสีส้มสายฟ้ามือขวาถือดาบยกเหนือหัว อีกไม่ถึงหนึ่งเมตรชายหนุ่มจะบรรลุถึงตัวศิลา
ศิลาปรายหางตามามอง ร่างของชายหนุ่มหยุดชะงักกลางอากาศคล้ายกับเวลาของเขาถูกหยุดเอาไว้ สีหน้าของชายหนุ่มตลึงปั้นยากถึงขีดสุดเหงื่อไหลอาบเต็มหน้าเมื่อสบเข้ากับนัยน์ตาเฉียบคมอำมหิตลึกล้ำของศิลา
บึ่ม!... อยู่ร่างของชายหนุ่มผู้อหังการก็ระเบิดโดยไม่ทราบสาเหตุ เลือดสีแดงสดสาดกระจาย เศษชิ้นเนื้อชิ้นส่วนของร่างกายลอยแตกกระจุยน่าสยอง
ฟุ้บ! ร่างของศิลาและโอริวหายไปจากทุกสายตา วินาทีต่อมาเกิดคลื่นพลังมหาศาลแตกระเบิดขึ้นตามจุดต่างๆทั่วท้องฟ้า เกิดเสียงดังบึ่มสนั่น เปรี้ยงดุจฟ้าแตก คลื่นพลังสีทองสีดำแตกระเบิดกระหึ่มคล้ายระลอกน้ำ สร้างความวิปโยคให้ทั่วนครตำหนักศิลา
เรื่องพิศดารพลันอุบัติปรากฎวงเวทมนต์เล็กๆนับหมื่นวงขึ้นทั่วเวหา ปรากฎร่างของศิลาและโอริวขึ้นอย่างกระทันหันท่ามกลางทะเลวงเวทมนต์หลากสีสันก่อนที่วงเวทมนต์จำนวนมหาศาลจะแตกระเบิด
ด้านศิลาปรากฎคลื่นพลังมังกรตัวยาวรูปแบบมังกรของจีนนับหมื่นตัวหลากสีในร่างพลังงานพุ่งเข้าโจมตีโอริวอย่างบ้าคลั่งปานจะถล่มโลกา
ด้านโอริวปรากฎมังกรในร่างคลื่นพลังรูปแบบมังกรตัวใหญ่คล้ายก๊อดซิลล่านับหมื่นตัวหลากสีพุ่งเข้าปะทะกับคลื่นพลังของศิลาประกายแสงหลากสีแลบแปลบปล๊าบทั่วผืนฟ้า เสียงระเบิดดังต่อเนื่องสะท้านหู คลื่นพลังที่หลุดหลงแตกออกมาพุ่งเข้าทำลายถล่มทุกสรรพสิ่งอย่างบ้าคลั่งกลายเป็นความมหาวิบัติแก่ทุกสรรพสิ่งอย่างแท้จริง
ศิลาฉีกยิ้มออกมา “ไม่คิดว่าเจ้ามังกรทอง จะมีพลังมากขนาดนี้” ‘นี่ขนาดเราผสานวิญญาณและมีระดับมากกว่าสามร้อยยังทัดเทียมขนาดนี้ ไอ้ตัวนี้มัน!!...’
เจ้ามังกรทองโอริวใบหน้าคมจุดรอยยิ้มเย้ยหยันขึ้นที่มุมปาก “ท่านเองก็เช่นกันบัลลังก์มารสูงสุด ไม่คิดว่าดวงวิญญาณต่างโลกจะทำได้ถึงขนาดนี้”
การปะทะของทั้งสองจัดว่าบรรลุถึงขั้นสุด บรรลัยสุดขีด วินาศเกินสามัญสำนึกจะจินตนาการได้
พริบตาเสียงกระแทกบดสวดอักขระน้ำเสียงหวานใสดังขึ้นในหัวของศิลา ซึ่งเป็นฟ้าครามที่กำลังร่ายบทสวดเวทมนต์อยู่ภายในตัวของชายหนุ่ม วงเวทมนต์สีดำกระจ่างดาวผุดขึ้นรอบตัวของโอริว ก่อนจะแตกระเบิดกลายเป็นสะเก็ดดาวนับหมื่นพุ่งโจมตีโอริวทั่วทุกทิศทาง โอริวตวัดดาบหมุนตัวดุจกรงจักรปัดป้องคลื่นพลังพายุคมดาราของฟ้าครามเกิดเสียงระเบิดดังถี่ยิบ สะเก็ดพลังมากมายนับไม่ถ้วนตกลงพื้นราวกับฟ้าถล่มดินทลาย
ราชามังกรทองโอริวสะบัดตัววูบพุ่งเข้าจู่โจมศิลา โอริวกางมือซ้ายออกปรากฎวงเวทมนต์สีทองขนาดมหึมาขึ้นก่อนจะแตกระเบิดกลายเป็นคลื่นพลังมังกรสีทองขนาดใหญ่ยักษ์พุ่งทยานอากาศด้วยความเกรี้ยวกราดราวกับมีชีวิตส่งเสียงคำรามลั่นสะท้านฟ้าเข้าจู่โจมศิลา
ลูกแก้วมณีด้านหลังของศิลาพุ่งออกมาด้านหน้าหมุนวนกลายเป็นกำแพงม่านพลังสีทองสลับดำขนาดมหึมาต้านทานคลื่นพลังของโอริวยามเมื่อพลังทั้งสองปะทะกันเกิดเสียงระเบิดสนั่นแสงสว่างสาดวาบ เมื่อการโจมตีสิ้นสุดลงสีหน้าของโอริวซีดเผือดเล็กน้อยนี่คือพลังที่เขาใช้ออกมาถึงสองในห้าส่วนอย่างน้อยโอริวก็มั่นใจว่าศิลาจะต้องได้รับบาดเจ็บหรือสะทกสะเทือนอะไรบ่าง
แสงสว่างจากขุ่มพลังจางลงเผยให้เห็นศิลาที่ลอยตระหง่าพร้อมกับลูกแก้วมณีหมุนวนกลับมาอยู่ด้านหลังของศิลาอีกครั้ง
โอริวมองหน้าศิลาก่อนจะกล่าวขึ้น “นี่เจ้า หลอมรวมเข้ากับดวงใจภูติ และเศษวิญญาณธรรมชาติงั้นสินะ”
“ใช่ ท่านเองก็ด้วยไม่ใช่หรือไง” ศิลาถามเสียงขรึม
โอริวชะงักไปชั่วขณะ “ฮึ...” โอริวฉีกยิ้มออกมา ก่อนจะเปิดชุดเกราะออกมาเผยให้เห็นตรงอกฝังผลึกเศษวิญญาณธรรมชาติธาตุความมืดเอาไว้ ผลึกสีดำภายในส่องสุกสระกราวดวงละอองดาวนับพัน บริเวณรอบผลึกเป็นเส้นสายพลังสีดำที่แผ่ออกมาส่งพลังงานธรรมชาติไปทั่วร่าง
“ธาตุความมืดหรอ!!..” ศิลาเปรยออกมาด้วยความขัดใจ
อันที่จริงสิ่งที่เขาหมายตาคือเศษวิญญาณธรรมชาติธาตุความมืดเป็นดวงแรกที่เขาอยากจะได้ เพราะพลังธาตุความมืดมีคุณสมบัติคำสาป และความหนักหน่วงของพลังมากที่สุดในบรรดาทุกธาตุถึงแม้ว่าพลังทำลายจะด้อยกว่าธาตุอื่นๆก็ตาม อีกอย่างคือเขาต้องการจะนำเศษวิญญาณของดิมิเทอร์ฝังให้กับฟ้าครามที่คืนร่างเป็นจันทราเทพเพื่อเสริมพลังธาตุความมืดเพิ่มขึ้นอีก
“อวตารแห่งอามาเทราสึ”
เปรี้ยง!... สายฟ้าสีเหลืองทองสว่างผ่าฟาดใส่ร่างของศิลาในบัดดล วินาทีต่อมาปรากฎคลื่นพลังธาตุแสงสว่างเจิดจ้าทั่วร่างของชายหนุ่ม ก่อนจะกลายเป็นร่างหญิงสาวแสนงดงามในร่างพลังแต่งกายชุดกิโมโน ครอบคลุมร่างของศิลาเอาไว้
“ไง... พร้อมจะตายหรือยัง” เจ้ามังกรแห่งสายลมเซริวในร่างบุรุษหนุ่มเอ่ยถามขึ้นกับสัมพาที หลังจากที่ภุชจังหลบฉากปล่อยให้สัมพาทีมารับช่วงต่อแทนเพราะเธอต้องไปสะสร้างกับฮาเดส
สัมพาทีฉีกยิ้มมือขวากระชับร่ำไห้แน่นสายตาจับจ้องเซริวเขม่ง “แล้วท่านล่ะ พร้อมจะตามลูกน้องลงนรกหรือยัง”
ฮ่า...ฮ่า...ฮ่า... เซริวหัวเราะลั่น “โอหังดีแท้ เป็นแค่ลูกมังกรกระจอก แถมยังเป็นสายพันธ์ุมังกรโลหิตสายเลือดมังกรระดับกลาง ข้าล่ะนับถือจริงๆที่เจ้ายังกล้าพูดคำนี้กับข้าที่เป็นจ้าวมังกรแห่งสายลม”
“ไร้สาระ” สัมพาทีกล่าวเสียงเรียบ “จะจง จะเจ้าจ้าว เจอว มังกรลงลมอะไรก็ช่าง... มันไร้สาระ รีบๆเข้ามาฆ่าฟันกันเถอะอย่ามัวน้ำลายอยู่เลย ข้าอยากร่ำสุราเต็มแก่แล้ว” สัมพาทีท่าทางไม่ยีหระ
เซริวมองสัมพาทีด้วยในตาดุร้ายแบบชาติกำเนิดพร้อมกับประเมินพลังของสัมพาที ราชามังกรแห่งสายลมสีหน้าเครียดซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัด เซริวคือราชามังกรแน่นอนว่าเขาต้องมีฝีมือยู่พอตัว ถ้าให้ถูกต้องบอกว่ามีฝีมือสูงส่งเสียมากกว่า นั่นแปรว่าราชามังกรแห่งสายลมตนนี้ไม่ได้โง่ขนาดที่จะมองไม่ออกว่าสัมพาทีเหนือกว่าตัวมันหนึ่งขั้นหรือสองขั้น
บึ่มมม!... เสียงระเบิดดังสนั่นเป็นสัญญาณระฆังมวยคู่เองระหว่างราชามังกรสายลมเซริว และว่าทีราชันย์มังกรโลหิตเพียงหนึ่งในใต้หล้าก็อุบัติขึ้น
สัมพาทีผนึกพลังธาตุไฟทั่วร่างอาบด้วยคลื่นพลังสีแดงฉานหนุนเสริมด้วยคลื่นพลังมาร สัมพาทีตวัดมือร่ำไห้ไปข้างฟันใส่อากาศส่งคลื่นพลังรังสีดาบสีแดงเลือดแหลมคมนับร้อยพุ่งโจมตีเซริวซึ่งๆ
“คิดจะดูถูกข้ายังงั้นหรือยังไงงงงง!...” เซริวเกรี้ยวกราด ปรากฎกระบี่สายลมที่ถูกสร้างขึ้นจากพลังปราณขึ้นมาในมือซ้ายขวาฟันเข้าต้านทานขุมพลังของสัมพาที เกิดเสียงระเบิดดังอีกระลอก เซริวขมวดคิ้วสงสัย การโจมตีของสัมพาทีเรียบง่ายเกินไปซ้ำยังพลังอ่อนด้อย
ทว่าตอนนั้นเองจ้าวมังกรสายลมต้องเบิกตาตลึง “มันใช้ธาตุดินได้ด้วยหรอ!!...?” พื้นดินตรงบริเวณที่เซริวยืนเกิดเป็นหอกแหลมคมนับร้อยพุ่งแทงทะลุผ่านฝุ่นควันส่วนเข้าใส่โจมตีชายหนุ่มอย่างดุร้าย “แกมีดีแค่นี้เองหรอไอ้มังกรกระจ้อย ข้าประเมินแกสูงไปจริงๆ” เซริวตวาดลั่นพร้อมทั้งสลายกระบี่สายลมในมือทิ้งไป “เจตวายุ คลื่นวายุพิโรธ” เซริวคำก้องก่อนจะใช้สองมือแฝงลมปราณวายุกระแทกออกมาตรงหน้าเกิดเป็นคลื่นกำแพงสูญญากาศ
เปรี้ยง!... เศษดินแตกกระจุย
“ตายซะเถอะไอ้มังกรสวะ” เซริวตวาดลั่นน้ำเสียงอหังกาเกรี้ยวกราดถึงขีดสุด
สัมพาทีฉีกยิ้มออกมา ก่อนจะเร่งผนึกพลังจิตสร้างศาสตราวุธนับพันจู่โจมใส่เซริวอีกครั้ง
“ชิ!!...” เซริวสบถ ขัดใจ “มุขเดิมๆ คิดว่าฉันคนนี้เป็นใครรรร” มันตวาดเสียงกังวาล
สัมพาทีสีหน้ากระพริบตาปริบๆ กำบังคิดว่าไอ้นี่มันแดกนกหวีดเข้าไปหรือยังไงตะโกนแหกปากอยู่ได้ เดี๋ยวต่อมทอมซินก็อักเสบหรอก
เมื่อสัมพาทีคิดได้แบบนั้นเขาก็เป็นห่วงกลัวว่าจ้าวมังกรแห่งสายลมจะเจ็บคอเพราะต่อมทอมซินอักเสบ ด้วยความหวังดีสัมพาทีจึงคิดว่าจะตัดคอหอยตรงบริเวณลูกกระเดือกของเซริวออกมา เพียงเท่านี้เซริวก็จะไม่เจ็บคอจากอาการต่อมทอมซินเสบแล้ว
มือซ้ายขวาของเซริวทอแสงสีเขียวสว่างเจิดจ้าด้วยพลังเวทมนต์ธาตุลม ก่อนจะยิงคลื่นพลังเวทมนต์สายลมสีเขียวสดก่อรูปเป็นมังกรนับพันเข้าต้านทานการโจมตีของสัมพาที วินาทีต่อมาเซริวต้องตลึงเมื่อสัมผัสได้ถึงจิตก้าวร้าวแรงคุกคาม มาทางด้านขวามือ เมื่อมองไปก็เห็นลูกบอลสีแดงเลือดพุ่งจู่โจมเขาด้วยพลังปานถล่มขุนเขา ก่อนแตกระเบิดกลายเป็นฝนละอองดาวพรางพราวนับพันพุ่งถล่มเซริวดุจฝนดาวตก
เซริวพลิกสบัดตัวหมายจะต้านรับฝนดาวตกสีเลือด “เจตวายุ คลื่นวายุพิโรธ” บึ่มมมมม...บึ่มๆๆๆๆๆๆ เสียงระเบิดดังสนั่นถี่ยิบปานฟ้าถล่มดินทลาย วินาทีนั้งเองดาบดาบร่ำไห้ฟันแผ่เข้าบริเวณคอหอยของเซริวด้วยความก้าวร้าวแฝงสำนึกฆ่าฟันอันบ้าคลั่ง
ทว่าเซริวเองก็สมฉายาจ้าวมังกรสายลม มันเอนกายพริ้วตัวหงายหลังตามสภาวะคมดาบ คมดาบร่ำไห้ของสัมพาทีฟันผ่านหน้าเซริวไปอย่างฉิวเฉียด แต่สัมพาทีรู้อยู่ก่อนแล้วจึงได้ม้วนตัวลงต่ำเตะวาดขากวาดลาน ขาขวาผนึกพลังธาตุไฟหนักหน่วงเตะเข้าเท้าซ้ายของเซริว ทว่าเซริวเองก็ดีดเท้าใส่พื้นหดขาทั้งสองข้างในเสี้ยววินาทีก็ม้วนตัวรังกาหลัง
สัมพาเร่งพลังธาตุสายฟ้าเรียกใช้สกิลอวตารแห่งอัสนีทำให้ทั่วร่างสาดประกายสายฟ้าสีส้มลั่นเปรี๊ยะปร๊ะเสียดสะท้านหู พร้อมกันกับจังหว่ะที่เซริวหมุนตัวตีรังกากลับหลังสัมพาทีเองก็ดีดเท้าซ้ายใส่พื้นพร้อมทั้งม้วนตัวตีรังกากลับหน้าฟาดเท้าซ้ายลงกลางลำตัวของเซริว เซริวไม่ยิ่งหย่อนเมือขาถึงพื้นก็ผนึกพลังธาตุทั่วร่างพร้อมยกแขนทั้งสองข้างไขว้กันต้านรับเท้าของสัมพาทีที่ฟาดลงมาเกิดเสียงดังเปรี้ยงคล้ายฟ้าผ่าพร้อมประกายสายฟ้าแตกกระจายทั่วบริเวณ