“หนึ่ง นี่มันหมายความว่ายังไงกัน นายจะบอกฉันว่านายช่วยเหลือคนไปแค่ครั้งเดียวตลอดหนึ่งเดือนเนี่ยนะคะ”
แคร์ที่ตรวจสอบบัตรประจำตัวของอินอยู่ ก็ตกใจกับผลงานที่เขาทำตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมา แต่ชายหนุ่มตรงหน้าเขา กลับไม่ได้ดูเป็นทุกข์เป็นร้อนอะไรเลย เขาเพียงแต่พยักหน้าให้เธอ จนแคร์ได้แต่หันไปมองลีออนและฟินน์ ที่ยืนอยู่ด้วย เพื่อหวังว่าเขาทั้งสองคนจะช่วยอธิบาย
“นี่มันหมายความว่ายังไงเนี่ยฟินน์ ฉันเห็นพวกเธอออกไปทำงานด้วยกันตลอดนิ ทำไมเขาถึงมีผลงานการช่วยเหลือแค่หนึ่งละ“
“คืออินเขาคอยว่างแผนเส้นทางตามคำร้องขอความช่วยเหลือจากในแอปของหน่วย ระหว่างที่พวกผมให้การช่วยเหลือผู้รับบริการอยู่ โดยไม่ยอมลงไปเจอกับผู้รับบริการเลย เลยไม่ได้ให้ผู้บริการบันทึกการช่วยเหลือลงไปในบัตรประจำตัวเลยครับ”
แคร์ที่ยืนฟังฟินน์อธิบายอยู่นาน ก็พยักอย่างเข้าใจให้แก่ฟินน์ แต่ก็ยังแสดงสีหน้าที่เป็นห่วงออกมาอยู่ดี
“นี้ครับคุณแคร์บัตรประจำตัวของพวกเรา คุณเเคร์ลองดูบันทึกผลงานของพวกเรา เป็นการยืนยันก็ได้นะครับ”
“ฉันเชื่อพวกเธออยู่แล้วนะ แต่ปัญหามันไม่ได้อยู่ที่ว่าฉันเชื่อหรือไม่เชื่อนะคะปัญหามันมีมากกว่านั้นนะซิ ปัญหามันอยู่ที่ระบบของทางการ เขาจะใช้ผลงานที่บันทึกไว้ในบัตรประจำตัว เป็นเกณฑ์วัดการทำงาน ถ้าผลงานของอินไม่มีก็จะส่งผลต่อเงินเดือน และอาจถึงขั้นพิจารณาให้ออกก็ได้นะ“
ครั้งต่อไปที่นายไปทำงานกับพวกฟินน์และลีออน นายต้องให้ผู้รับบริการ ลงบันทึกการช่วยเหลือไว้ในบัตรประจำตัวด้วยนะคะ”
แคร์ที่ให้คำแนะนำแก่อิน ก็ได้หยิบบัตรประจำตัวของลีออน ที่พึ่งขึ้นมาดูประกอบไปด้วย เมื่อแคร์เห็นจำนวนผลงาน ที่ลีออนทำไป ก็พยักหน้าด้วยความพึงพอใจ
“412 อย่างงั้นเหรอ ดูเหมือนถ้าพวกนายสามคนทำงานด้วยกัน จะมีประสิทธิภาพมากจริงๆ”
แคร์กล่าวชมเชยพวกเขาทั้งสามคนออกมา ก่อนที่จะเช็คบัตรประจำตัวของฟินน์ต่อ
“606”
เสียงของแคร์ที่อุทานขึ้นมา ทำให้เธออินและลีออน ต่างหันหน้าไปทางฟินน์อย่างพร้อมเพรียงกัน
“อย่าบอกนะว่าหลังพวกเราแยกย้ายกันไปแล้ว นายก็ทำงานต่อนะ”
ลีออนที่เดาการกระทำของฟินน์ขึ้นมาเมื่อเห็นยอดผลงานที่มากกว่าเขา ทั่งๆ ที่ทำงานด้วยกันอยู่ตลอด ทำให้ฟินน์ที่โดนลีออนถาม ก็พยักหน้าให้แก่เขา เพื่อบอกว่าเขาเดาถูกแล้ว
“เธอนอนวันละกี่ชั่วโมงกันเนี่ยฟินน์”
แคร์ถามขึ้นมาด้วยสีหน้าที่เป็นห่วง ทำให้ฟินน์ยิ้มออกมาและมองไปที่เธอพร้อมกับตอบออกไป
“ผมนอนอย่างเพียงพอครับคุณแคร์ ไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ “
“เอาเถอะ ฉันรู้อยู่แล้วล่ะว่าเธอทำผลงานได้มากที่สุด แค่ไม่คิดว่าจะมากขนาดนี้เฉยๆ”
แคร์พูดขึ้นมา พร้อมกับเดินอ้อมไปยังโต๊ะทำงานของเธอ และหยิบกล่องสีดำเล็กๆ ออกมา จากลิ้นชัก และยื่นกล้องนั้นให้กับเขา
“หลักๆ ที่เรียกมาก็เรื่องนี้แหละ”
“อะไรหรอครับคุณแคร์”
ฟินน์ที่รับกล่องสีดำนั้นมาไว้ในมือก็เอ่ยถามเธอขึ้นมา
“เศษของผลวิเศษ”
ทันทีที่แคร์พูดขึ้นมา มือของฟินน์ที่ถือกล่องนั้นอยู่ก็สั่นขึ้นมาทันที
“ทำไมถึงให้ผมละครับคุณแคร์ ปกติจะให้ผลวิเศษ กับคนที่ทำผลงานได้ดีประจำปีไม่ใช่หรอครับ”
“ใช่แล้ว แต่อันนี้คือเศษของมันไม่ใช้ผลเต็ม แต่ละเดือน ทางการจะส่งเศษของมัน ให้แก่พวกระดับสูงของหน่วยบริการประชาชนอยู่แล้ว ที่ฉันให้เธอก็คือโควต้าของฉันในเดือนนี้คะ”
“แล้วคุณแคร์ให้ผมอย่างงี้จะดีหรอครับ มันเป็นโควตาของคุณแคร์นิครับ”
“สำหรับระดับวิเศษอย่างฉันมันไม่ค่อยจะช่วยอะไรเท่าไหร่นัก ปกติคนที่ได้มันมา ก็จะเอาไปมอบให้กับคนอื่นที่ดูมีอนาคตอยู่แล้ว อย่างลีออนก็คงจะได้จากคุณเลออน และคุณแอนอยู่แล้วสินะ”
คำพูดของแคร์นั้น ทำให้ฟินน์ต้องหันไปมองลีออนด้วยความประหลาดใจ
“นายจะมองฉันยังงั้นทำไม ฉันก็ได้กินเศษผลวิเศษนั้นตั้งแต่เด็กอยู่แล้ว”
ฟินน์ที่เพิ่งรู้นั้น ก็ตกใจอย่างมาก พร้อมกลับหันไปมองทางอินต่อ เพราะคิดว่าอินจะตกใจเหมือนกัน แต่ชายหนุ่มกลับมีสีหน้าที่นิ่งเฉย
“นายจะตกใจไปทำไมกัน นายไม่เคยสังเกตเลยหรือไง ว่าถึงแม้นายจะแอบไปฝึกพิเศษกลางดึกประจำ แต่วิเศษในตัวนายก็ยังสู้ลีออนไม่ได้เลยนะ”
“เพราะอย่างงั้นเองเหรอ…แต่ว่าทำไมวัดระดับวิเศษมาลีออนได้ระดับBเหมือนกันละ”
ฟินน์ที่นึกย้อนกลับไปในอดีต ก็เข้าใจขึ้นมาในทันที ก่อนที่จะถามเรื่องที่สงสัยออกไปอีกจนอินตอบเขากลับมา
“ระดับBเหมือนกันก็จริง แต่จำนวนวิเศษนายห่างจากหมอนี้อีกเยอะ ถ้าใช้เกณฑ์วัดระดับที่ถี่กว่านี้นายคงจะเห็นภาพ”
ฟินน์ที่ได้ได้ยินอธิบายก็พยักหน้าให้กับเขาก่อนที่จะหันไปทางแคร์ ด้วยท่าทางเกรงใจ
“รู้อย่างนั้นแล้วก็รับไว้เถอะค่ะ จะได้ตามลูกของคุณเลออนทัน“
“ขอบคุณมากนะครับคุณแคร์”
“ไม่เป็นไรค่ะ ไปได้แล้วล่ะ…เดียวก่อน ตอนนี้หน่วยของคุณแอนกำลังตามตัวซินซินกันอยู่ แต่ไปหาที่บ้านเขาก็พบว่าเขาหนีออกจากบ้านไปและที่บ้านเขาก็ไม่ให้ความร่วมมือในการตามหาเลย ถ้าพวกนายเจอเขารีบติดต่อหาฉันนะ”
“เหมือนคุณแคร์จะพูดเพราะขึ้นนะ แถมยังดูท่าทางอ่อนน้อมด้วย”
หลังจากที่เดินออกจากสถานีมาลีออนก็นึกถึงท่าทีของแคร์มาตลอดด้วยความส่งสัย เลยชวนอินคุยถึงท่าทีของแคร์
“เธอคงรู้แล้วว่าฟินน์ชอบเธออยู่เลยมีท่าทีที่เปลี่ยนไป”
ลีออนที่คิดตามคำพูดของอินก็พยักหน้าครุ่นคิดออกมาถึงความเป็นไปได้ ก่อนที่อินจะเปลี่ยนเรื่องไปคุยกับฟินน์
“ฟินน์”
“มีอะไรเหรอ”
“คืนนี้นายจะแอบไปทำงานของหน่วยบริการประชาชนอีกหรือเปล่า”
“ก็คงจะไปแหละ ปกติฉันก็ใช้เวลาตอนเย็นในการออกกำลังกายอยู่แล้ว
แค่เปลี่ยนมาทำงานบริการประชาชนแทนเท่านั้นเอง”
“วันนี้งดทำงานไปก่อนเถอะนายไปฝึกให้วิเศษหมดก่อนจะดีกว่า แล้วตอนเย็นนายค่อยไปหาฉันที่บ้านฉันจะช่วยนายในการดูดซับเศษของผลวิเศษที่เพิ่งได้มาจากแคร์นั้นให้”
“ช่วยฉันในการดูดซับ…ทำไมละ มันจำเป็นต้องทำอย่างนั้นด้วยหรอ
ฉันไม่เคยได้ยินเลยว่าจะต้องทำอย่างนั้น”
ฟินน์ที่ไม่เข้าใจวิธีการที่อินพูดถึงก็ได้หันไปหาลีออนเพื่อให้เขาช่วยยืนยันเรื่องที่อินพูดแต่ลีออนก็ส่ายหน้าให้กับเขา
“ไม่ต้องมามองฉันเลยฉันก็เพิ่งได้ยินครั้งแรกเนี่ยแหละปกติก็กินมัน ลงไปเฉยๆ ไม่เห็นรู้ว่าต้องมีวิธีการอะไรอย่างงั้นเลย”
“ไม่ต้องไปถามลีออนหรอก ลืมไปหรือไงว่าร่างกายของลีออนมันพิเสษกว่านายเยอะ หมอนั้นเกิดมาก็มีวิเศษมากมายกว่าคนอื่นทั่วไปอยู่แล้ว ทำให้ถึงจะมีวิเศษจากภายนอกมหาศาล เช่นเศษของผลวิเศษเข้าไปหมอนั่นมันก็สามารถดูดซับได้หมด แต่สำหรับนายที่ฝึกเอาเป็นเอาตายกว่าจะมาอยู่จุดนี้ได้ถึงกินเศษผลวิเศษนั้นไปก็คงได้รับผลของมันไม่เต็มที่”
ลีออนที่ได้ยินอินพูดก็พยักหน้าเหมือนเห็นด้วยกับคำพูดของอินก่อนที่จะหันไปหาฟินน์เพื่อพูดสนับสนุน อินออกไป
“ฉันมันพวกพิเศษอยู่แล้วคงไม่เข้าใจคนธรรมดาอย่างนายหรอก ไปฟังคนธรรมดากว่า อย่างอินเถอะ”
“นายนี่นา ฉันก็ไม่ได้บอกว่าไม่เชื่อซะหน่อยแค่สงสัยเฉยๆ มีเหรอที่ฉันจะไม่เชื่อพวกนาย ถ้าอย่างงั้นวันนี้ฉันจะหยุดทำงานตอนกลางคืนหนึ่งวันเหมือนที่นายบอกละกันถ้าฉันใช้วิเศษหมดแล้วเดี๋ยวชั้นไปหานายนะ”
เมื่ออินเห็นว่าฟินน์ไม่ได้ถามอะไรออกมาต่อก็พยักหน้าให้กับเขาก่อนที่ทั้งสามคนจะบอกลากัน และแยกย้ายกันไป
ในช่วงค่ำคืน ของวาเรีย ที่สวนสาธารณะขนาดใหญ่ของรัฐฟิฟตี้
ฟินน์ก็ยังหาจุดที่เงียบสงบเพื่อที่เขาจะได้ปลดปล่อยวิเศษออก เมื่อเขาเจอจุดที่เข้าต้องการแล้ว เสียงของดาบที่ฟาดฟันผ่านอากาศก็เริ่มดังขึ้น
ทุกครั้งที่ฟินน์เหวี่ยงดาบของเขาวิเศษก็ได้ถูกปล่อยออกมาจากดาบของเขา ทำให้ทุกครั้งที่เขาฟาดฟันก็จะมีแสงจากวิเศษที่ถูกปล่อยออกมาระยิบระยับตัดกับความมืด ของสวนสาธารณะทำให้เกิดเป็นภาพที่สวยงามอย่างมาก
เมื่อวิเศษหมดลงดาบของฟินน์ก็สลายหายไป ฟินน์ก็ได้ใช้วิเศษสร้างดามขึ้นมาอีกครั่งและเริ่มฟาดฟันมันต่อไป ฟินน์ทำอย่างนี้ซ้ำไปซ้ำมาเรื่อยๆ จนวิเศษของตัวเขาเองนั้นหมดลง
ช่วงเวลาที่ร่างกายจะฟื้นฟูวิเศษกลับมานั้นจะสร้างความเหนื่อยล้าให้กับฟินน์อยากมาก แต่เขาไม่คิดที่จะฝืนมันเลย เขาทิ้งตัวลงนอน ที่พื้นหญ้าของสวนสาธารณะทั้งอย่างนั้น เพื่อรอให้ร่างกายของเขาฟื้นฟู
แต่ในขณะที่เขากำลังพักผ่อนจากความเหนื่อยล้าอยู่นั้น อยู่ดีๆ ก็มีเงาของใครบางคน ที่บดบังแสงจากหลอดไฟของสวนสาธารณะ ที่ส่องมายังใบหน้าของเขา
“อินมาได้ยังไงเนี่ย”
ฟินน์ที่พยายามลืมตาขึ้นมามองเจ้าของเงาที่โผล่มานั้นเมื่อเห็นว่าเป็นอิน ก็เลยถามออกไป
“ก็มาหานายน่ะสิ เห็นมันดึกแล้วก็เลยแวะมาดู…นี่เพิ่งฝึกเสร็จเองเหรอเนี่ย”
ฟินน์ที่ได้ยินคำพูดของอินก็พยักหน้าให้กับเขา เพื่อบอกว่าตัวเองเพิ่งฝึกฝนเสร็จเขาค่อยๆ พยุงตัวเพื่อจะลุกขึ้น แต่ก็ล้มลงไปนอนอยู่ที่บนผืนหญ้าอีกครั้ง
“ขอโทษทีนะแรงยังไม่กลับมาเลย นายคงต้องรอฉันหน่อยแล้วล่ะ”
ถึงแม้ว่าฟินน์ จะบอกให้อินรอ แต่เหมือน อินจะไม่ได้คิดแบบนั้นด้วย
อินที่เห็นสภาพของฟินน์ก็ได้ก้มลงไปจับแขนทั้งสองข้างของเขา ก่อนที่จะพยายาม ดึงฟินน์ขึ้นมาให้ยืนขึ้น
อินที่ออกแรงดึงฟินน์ขึ้นมาให้ยืนได้นั้นเขาก็หันหลังของตัวเองให้กับฟินน์ก่อนที่จะโน้มตัวลงมาข้างหน้าและเกี่ยวขาของฟินน์ขึ้นมาที่เอวของเขา เพื่อให้ฟินน์อยู่ในท่าที่กำลังขี่หลังเขาอยู่
“คิดอะไรของนายเนี่ยถึงให้ฉันขี่หลังจะออกกำลังกายตอนดึกหรือไง”
“คนที่มันมาออกกำลังกาย ตอนดึกจนไม่มีแรงจะยืนขึ้นอย่างนายเนี่ยนะ
จะมาแซวฉันน่ะ กว่านายจะยืนขึ้นเองได้คงกินเวลาเป็นชั่วโมงฉันคงทนง่วงนอนได้ไม่เก่งขนาดนั้น”
อินที่จัดท่าทางของฟินน์จนดีแล้ว ก็เดินกลับบ้านของเขาโดยที่มี ฟินน์ขี่หลังอยู่อย่างนั้น พร้อมกับคุยกันไปด้วยระหว่างทาง